ประมวลภาพ: ‘รักท้องถิ่นบ่อนอก’ ร้องถามความเป็นธรรมอัยการ-ศาลอุทธรณ์ คดีฆ่า ‘เจริญ วัดอักษร’

‘กรณ์อุมา’ นำกลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอก ยื่นหนังสือศาลอุทธรณ์ เชิญร่วมเสวนาวิชาการคดีฆ่า 'เจริญ วัดอักษร' เปิดโอกาสผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ชี้แจงข้อมูล สร้างบรรทัดฐานสังคมไทย ทั้งยื่นอัยการ ร้องแจ้งกำหนดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา

 
 
วันที่ 23 เม.ย.56 กรณ์อุมา พงษ์น้อย ประธานกลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอก พร้อมกลุ่มชาวบ้านเสื้อเขียวกว่า 200 คนเดินทางจากจังหวัดประจวบฯ หวังพบประธานศาลอุทธรณ์ยื่นหนังสือเชิญร่วมเสวนาวิชาการคดีฆ่า 'เจริญ วัดอักษร' เปิดโอกาสผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ชี้แจงข้อมูลและร่วมสร้างบรรทัดฐานต่อสังคมไทย
 
จากกรณีศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 มี.ค.56 กลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 30 ธ.ค.51 ให้ประหารชีวิตไปเป็นให้ยกฟ้องจำเลยในคดีจ้างวานฆ่า เจริญ วัดอักษร ประธานกลุ่มอนุรักษ์ท้องถิ่นบ่อนอก แกนนำกลุ่มคัดค้านโรงไฟฟ้าบ่อนอก จ.ประจวบคิรีขันธ์ ด้วยเหตุผลพยานและหลักฐานไม่เพียงพอ
 

กรณ์อุมาระบุด้วยว่า การเดินทางมาของชาวบ้านในวันนี้ไม่ได้มาเพื่อขอให้ศาลเปลี่ยนคำพิพากษา เพราะชาวบ้านรู้อยู่แล้วว่าคำพิพากษาศาลที่มีออกมาแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ ที่ต้องสู้ต่อไปคือคดีความในชั้นศาลฎีกาซึ่งมีอัยการเป็นผู้ฟ้องคดี ส่วนชาวบ้านนั้นเป็นผู้ตรวจสอบและนำเสนอการต่อสู้ให้กับศาลได้รับทราบ
 
ทั้งนี้ งานเสวนาวิชาการ ‘แกะรอยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีเจริญ วัดอักษร ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์’ จะจัดในวันที่ 28 เม.ย.56 ที่ห้อง LT1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เวลา 13.00-16.00 น.
 
 
อย่างไรก็ตาม กลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอกไม่ได้ยื่นหนังสือเชิญต่อประธานศาลอุทธรณ์โดยตรง เนื่องจากตัวแทนศาลเข้าไปเจรจาให้ส่งตัวแทนเข้ายื่นหนังสือไม่เกิน 10 คน แต่ผู้ชุมนุมไม่ยอม โดยจะขอเข้าไปด้านในทั้งหมด หรือไม่ก็ให้ทางฝ่ายศาลอุทธรณ์ส่งตัวแทนออกมานอกศาล ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้
 
 
นางกรณ์อุมากล่าวกับผู้ชุมนุมว่ากำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากทำให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยและไม่กล้าเข้าไปยื่นจดหมายเอง แต่จะส่งหนังสือเชิญให้ทางไปรษณีย์แทน อีกทั้งได้มีการประกาศเชิญทางวาจาไปแล้วเชื่อว่าศาลอุทธรณ์จะได้รับทราบ แล้วจึงสลายการชุมนุม
 
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้าที่จะเดินขบวนมายังศาลอุทธรณ์ กลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอกชุมนุมกันบริเวณสำนักงานอัยการสูงสุด และยื่นหนังสือต่อนายชัยณรงค์ แสงทองอร่าม อัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการสูงสุด ในฐานะเจ้าของสำนวนคดี ระบุร้องเรียนจาก 2 ข้อ คือ 1.ขอให้พนักงานอัยการขยายเวลาการยื่นฎีกาออกไปอีก 30 วัน และให้ใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มที่ เพื่อให้ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำเลยในคดีฆ่านายเจริญ 2.ขอให้พนักงานอัยการแจ้งกำหนดการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้แก่ผู้ชุมนุมทราบเพื่อเข้าร่วมรับฟัง
 
กรณ์อุมากล่าวว่า ในฐานะผู้สูญเสียผู้นำในการต่อสู้เพื่อรักษาบ้านเกิด แม้ไม่ได้เป็นโจทย์ร่วมฟ้อง แต่จะขอเข้าร่วมเป็นสักขีพยานในการอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา โดยขอให้อัยการสูงสุดแจ้งกำหนดการนัดอ่านคำพิพากษาให้ชาวบ้านได้รับทราบ