ผู้สื่อข่าวเยอรมันแจ้งความหลังถูกการ์ดผู้ชุมนุมทำร้ายที่แยก พล.1

ช่างภาพเยอรมัน 'นิค นอสติทซ์' ถูกการ์ดผู้ชุมนุมทำร้ายที่แยก พล.1 ระหว่างดาวกระจาย บช.น. ก่อนที่ตำรวจจะกันออกมา โดยเจ้าตัวไปแจ้งความแล้ว ขณะที่ 'สุทิน วรรณบวร' ให้สัมภาษณ์ในบลูสกายกล่าวหาว่าเป็นนักข่าวที่เสื้อแดงจัดตั้ง

นิค นอสติทซ์ หลังเหตุชุลมุนที่แยก พล.1 ไม่ไกลจากกองบัญชาการตำรวจนครบาลวันนี้ (25 พ.ย.) (ที่มาของภาพ: วิทยุจราจร FM 91 MHz)

 

25 พ.ย. 2556 - ตามที่ในวันนี้ ผู้ชุมนุมโค่นระบอบทักษิณ ได้นัดหมายดาวกระจาย 13 สถานที่สำคัญโดยมีกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ถ.ศรีอยุธยา เป็น 1 ในจุดนัดหมายนั้น ล่าสุดตั้งแต่เวลา 10.00 น. นายชุมพล จุลใส หรือ ลูกหมี อดีต ส.ส.ชุมพร ได้นำผู้ชุมนุมมาที่ บช.น. และยังคงปักหลักอยู่โดยยืนยันที่จะให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ออกมาพบ

อย่างไรก็ตามเกิดเหตุวุ่นวายขึ้น โดยเพจสถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ FM 91 MHz รายงานว่า มีช่างภาพอิสระชาวเยอรมันชื่อนิค นอสติทซ์ ถูกการ์ดของผู้ชุมนุมชกที่ใบหน้า โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ ชุมพล จุลใส ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง ไล่นิค นอสติทซ์ ออกจากจุดถ่ายภาพ จากนั้น ผู้ชายหลายคนซึ่งทำหน้าที่การ์ดการชุมนุมตรงเข้ามาทำร้าย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถกันตัวช่างภาพดังกล่าวออกจากกลุ่มผู้ชุมนุมได้

ทั้งนี้ ฐานเศรษฐกิจ รายงานด้วยว่า หลังเกิดเหตุดังกล่าวทางสถานีโทรทัศน์ Blue Sky Channel ได้สัมภาษณ์สุทิน วรรณบวร อดีตผู้สื่อข่าวเอพี ต่อกรณีกระทบกระทั่งดังกล่าว โดยสุทินอ้างว่า "นักข่าวคนนี้ เขาไม่ได้รู้จักเป็นส่วนตัวแต่เขารู้จักผมดี เขามุ่งมาหาผมหลายครั้งเวลามีการชุมนุม เพื่อมาขอความเห็นผม ทราบว่าเป็นนักข่าวของเสื้อแดงมานานแล้ว นักข่าวคนนี้เข้ามาโดยไม่มีหลักฐานแน่นอนว่าเป็นนักข่าวกลุ่มไหน ตอนพรรคประชาธิปัตย์ไปหาเสียงที่หน้าเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ เขาก็มาพูดกับผมหลายครั้งว่า พูดของเก่า ผมก็คิดว่าจะมาทำข่าวหรือมาปลุกระดม เป็นฟรีแลนซ์ที่เขียนคอลัมน์ให้หนังสือพิมพ์ต่างๆ ช่วงหลังๆฝ่ายเสื้อแดงมาจับจุดคนนี้ถูกก็เลยทำข่าวให้เสื้อแดงโดยเฉพาะ เป็นนักข่าวที่เสื้อแดงเขาจัดตั้งมา"

หลังเหตุดังกล่าวผู้สื่อข่าวประชาไทได้สัมภาษณ์นิค นอสติทซ์ทางโทรศัพท์สั้นๆ ว่าจะไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่ทำร้าย

ผู้สื่อข่าวประชาไท รายงานเพิ่มเติมว่า นิค นอสติทซ์ (Nick Nostitz) เป็นช่างภาพชาวเยอรมันที่ทำงานในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2536 ผลงานหนังสือภาพถ่ายที่สำคัญของเขาเช่น "Patpong: Bangkok's Twilight Zone" ตีพิมพ์เมื่อปี 2544 อธิบายถึงอุตสาหกรรมทางเพศในประเทศไทย นอกจากนี้ผลงานภาพถ่ายของเขายังปรากฏในนิตยสาร Stern และ Der Spiegel ด้วย นอกจากนี้หลังการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เขายังมีผลงานหนังสือภาพถ่าย Red vs Yellow Volume 1: Thailand's Crisis of Identity พิมพ์ในปี 2552 และ Red vs Yellow Volume 2: Thailand's Political Awakening พิมพ์ในปี 2554 นอกจากนี้เขายังเขียนบล็อกอยู่ในเว็บนวมณฑล (New Mandala) เว็บไซต์อภิปรายเรื่องสังคม การเมือง วัฒนธรรมในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียด้วย