คำปราศรัยสุเทพ เทือกสุบรรณ: 6 ปฏิรูปหลังระบอบทักษิณ

สุเทพ เทือกสุบรรณ เสนอการปฏิรูปประเทศ 6 ข้อหลังขจัดระบอบทักษิณ ลั่นสุเทพ-อภิสิทธิ์จะไม่เป็นนายกฯ เพราะไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง จะไม่แช่แข็งประเทศ แต่จะแช่แข็งนักการเมือง จะมีสภาประชาชน เลือกคนดีเป็น ครม.ในฝัน-รัฐบาลประชาชน และถ้าไม่อยากแพ้ระบอบทักษิณ ต้องลงมือยึดสถานที่ราชการทั่วประเทศพรุ่งนี้

 

สุเทพลั่นจะสู้เพื่อขจัดระบอบทักษิณที่อ้างประชาธิปไตยแค่ชื่อ เนื้อแท้คือเผด็จการ

26 พ.ย. 2556 - เมื่อคืนวันที่ 26 พ.ย. เวลา 19.30 น. สุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี แกนนำผู้ชุมนุมขจัดระบอบทักษิณได้ปราศรัยที่กระทรวงการคลัง กล่าวว่า จะต้องขจัดระบอบทักษิณให้หมดสิ้นไปจากแผ่นดินไทยให้จงได้ แล้วสร้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอย่างแท้จริง ต้องเน้นว่าต้องเป็น 'ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์อันเป็นประมุขอย่างแท้จริง' เพราะว่าในช่วงที่ระบอบทักษิณปกครองบ้านเมือง มันไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง มันเป็นประชาธิปไตยแค่ชื่อ เป็นเพียงเปลือกนอก เนื้อแท้คือเผด็จการเสียงข้างมาก แอบอ้างอำนาจประชาชน แล้วมาใช้อำนาจนั้นตามอำเภอใจ

"พวกมันใช้สภาที่มีเสียงข้างมาก ทำลาย ย่ำยี หลักการปกครองบ้านเมือง ที่จะต้องปกครองด้วยนิติธรรม ด้วยกฎหมาย แต่คนพวกนี้มันปกครองแบบอธรรม ใช้พวกมากข่มเหงรังแกตามอำเภอใจพวกมัน นายมันโกงชาติไปเสวยสุขต่างประเทศ ทั้งที่ศาลพิพากษาแล้ว แต่มันบอกนายมันไม่ผิด ต้องทำคำพิพากษาเป็นหมัน เป็นโมฆะ ใช้กับคนอื่นได้ แต่ใช้กับนายมันไม่ได้ ใช้สภาอ้างเสียงข้างมาก ออกกฎหมายเพื่อล้างความผิดให้คนที่ฆ่า พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม และทหารของประชาชน ฆ่าตำรวจ และประชาชนที่บริสุทธ์ ปล้นทรัพย์ เผาบ้านเผาเมือง ทั้งหมดนี้สู้เพื่อนายมันคนเดียว"

"อีกทั้งยังพยายามที่จะเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ พอถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยท้วงติง เขียนทั้งฉบับไม่ได้ ต้องเขียนทีละมาตรา มันเลยเขียนทีละมาตรา แต่ให้รวบอำนาจแก่พวกมัน เพื่อรอนายมันกลับมามีอำนาจ และปรากฏชัดในสายตาชาวไทยทั้งประเทศ ในการแก้รัฐธรรมนูญนั้นมันทำด้วยการโกง ฉ้อฉลทุกรูปแบบ ขืนใจคนไทยให้ได้ เพื่อทำลายหลักความถูกต้อง ความชอบธรรมทั้งหลาย"

"แล้วในสภาก็ปิดปากคนอื่น ที่ต้องการอภิปรายแก้ไขให้มันถูกต้อง แต่มันไม่ยอมให้อภิปรายไม่ให้แสดงเหตุผลอะไร มันปิดอภิปราย ปิดปาก ส.ส.ของประชาชน กลัวไม่ชนะก็โกงคะแนนลงมติ คนของมันมาประชุมไม่ครบ แต่มันให้คนอื่นไปลงคะแนนแทน เสียบบัตรแทน นี่มันทำอย่างเดียวกับที่โกงเลือกตั้ง ในที่สุดมันข่มขืนใจคนไทยทั้งประเทศ เอารัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขของมัน ผลักดันจนสำเร็จ ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาได้วินิจฉัยพิพากษาว่าเนื้อหาสาระที่แก้นั้น จะมีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครอง ทำให้เกิดการรวบอำนาจทางการเมืองขึ้น ซึ่งผิดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่แบ่งอำนาจอธิปไตยออกจากกัน ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาว่าทุกขึ้นตอนที่ทำกันมานั้น ผิด ผิด ผิด และผิดทั้งหมด"

 

ไม่ยอมรับศาล รธน. เท่ากับไม่เคารพรัฐธรรมนูญ จึงไม่ชอบธรรมอีกต่อไป

สุเทพ กล่าวต่อว่า แทนที่พวกมันจะน้อมรับคำวินิจฉัยของศาล มันกลับโอหัง บังอาจ ดาหน้าออกมา ประกาศต่อคนทั้งประเทศมันไม่ยอมรับอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ยอมรับฟังคำวินิจฉัย ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญโดยเด็ดขาด และจะเล่นงานศาล

เมื่อรัฐบาลปฏิเสธอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ที่ตั้งขึ้นมาตามรัฐธรรมนูญ เท่ากับปฏิเสธในบทบัญญัติกฎหมายสูงสุดของประเทศ แปลว่าไม่เคารพหฎหมายรัฐธรรมนูญ ในเมื่อมันปฏิเสธ มันไม่ยอมรับ ไม่เคารพกฎหมายรัฐธรรมนูญ มันจึงเป็นรัฐบาลที่ไม่มีความชอบธรรมอีกต่อไป คำสั่งที่ออกมาจากรัฐบาลไม่ชอบธรรม เป็นโมฆะ เราไม่จำเป็นต้องรับฟังและปฏิบัติตาม

สุเทพ กล่าวด้วยว่า ต้องกราบขออภัยพี่น้อง เมื่อคืน ตั้งใจจะพูดว่า 'เมื่อรัฐบาลไม่ฟังศาล ไม่เคารพศาล เราก็ไม่ต้องเคารพรัฐบาล' ดันไปพูดว่า 'เมื่อรัฐบาลไม่ฟังศาล เราก็ไม่ต้องฟังศาล' คนมาท้วงว่าไปพูดออกอากาศแบบนั้นไม่ถูกต้อง ผมต้องขออภัยพี่น้องด้วย ที่ผมตั้งใจจะพูดคือ 'เมื่อรัฐบาลไม่เคารพศาล ไม่เคารพกฎหมาย เราก็ไม่ต้องฟังรัฐบาล' และเรามีสิทธิที่จะลุกขึ้นต่อสู้เพื่อปกป้องกฎหมายรัฐธรรมนูญ รักษาขื่อแปของบ้านเมืองไว้ ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะเป็นกลียุค เพราะจะไม่มีใครในประเทศนี้เคารพกฎหมายกันอีกต่อไป

 

รากเหง้าปัญหามาจากการเลือกตั้งที่เปิดโอกาสให้คนโกงเข้ามา

สุเทพกล่าวต่อไปว่า รากเหง้าปัญหามาจากกระบวนการเลือกตั้งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน มันยังเปิดโอกาสให้คนซื้อสิทธิขายเสียง ให้คนโกงเลือกตั้ง ให้ทุจริตการเลือกตั้ง ทำให้คนชั่วจำนวนหนึ่งชนะการเลือกตั้ง ไปชูคออยู่ในสภาผู้แทน คนชั่วพวกนี้ ข้าทาสพวกนี้ รับเงินมาจากนายทาส ที่เราเรียกว่า 'นายทุนสามานย์' เอาไปซื้อเสียง มันจะไม่ใช่ผู้แทนประชาชน เพราะไม่ได้หัวใจประชาชน ได้แต่คะแนน เพียงแต่เอานายทาสไปปกครอง เขาเลยเรียกว่าระบบทุนสามานย์ ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ถ้าเราขจัดระบอบทักษิณได้ เราต้องร่วมกันคิด วางกฎเกณฑ์กติกากันใหม่ เราต้องทำการเลือกตั้งในประเทศไทย บริสุทธิ์ ยุติธรรม ซื้อเสียงไม่ได้ โกงไม่ได้ และต้องไม่ให้คนชั่วได้มีโอกาสเข้ามานั่งในสภา ทำเรื่องชั่วๆ อย่างที่มันทำทุกวันนี้ ไม่ให้คนชั่วมาแอบอ้างอำนาจประชาชนมาแอบอ้างชื่อระบอบประชาธิปไตย แล้วมากระทำการอย่างไม่ฟังเสียงอำนาจประชาชนเลยแม้แต่นิดเดียวอย่างที่ทำอยู่ทุกวันนี้

 

ข้อเสนอ 6 ปฏิรูป หลังระบอบทักษิณ ต้องทำให้เลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม - ประเทศปลอดคอร์รัปชั่น

นี่คือคำตอบว่า ถ้าขจัดระบอบทักษิณที่เป็นพิษเป็นภัยแล้วจะทำอะไร คำตอบคือต้องร่วมกันคิด เปลี่ยนแปลงประเทศไทยในข้อนี้ เรื่องแรก ต้องให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่ให้คนชั่วเข้ามา

เรื่องที่สอง ที่เราจะเปลี่ยนให้ได้ในประเทศไทย คือเราจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไม่ให้ทุจริต คอร์รัปชั่นจนชาติวิบัติเสียหายอย่างที่เป็นอยู่ ที่เกิดขึ้นนี้เป็นนักธุรกิจการเมือง นายทุนสามานย์ เห็นว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ ลงทุน แล้วถอนทุนเมื่อชนะเลือกตั้ง ทำให้มีการคอร์รัปชั่น โกงกันวินาศ เลือกตั้งครั้งหนึ่งใช้เงินไม่ถึงหมื่นล้าน ซื้อเสียงให้บริวารของมัน พอได้เสียงมากเป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐบาล ที่ลงทุนเป็นหมื่นล้าน มันโกงกลับเป็นแสนล้าน พี่น้องก็เห็นอยู่ ในกลุ่มพวกมันเลยมีพวกใจถึง กล้าทุ่มเงินในการเลือกตั้ง เพราะไม่มีธุรกิจใดในสายตาพวกมัน ที่จะได้กำไรหลายร้อยหลายพันเท่า เหมือนธุรกิจการเมือง

"เรารักชาติของเรา อยากเห็นประเทศก้าวหน้า ต้องขจัดคอร์รัปชั่นให้ได้ ต้องร่วมกันทำทุกอย่าง ต้องอบรมลูกหลานของเรา ไม่ให้ยกย่องคนชั่วที่มาจากการโกง การทุจริต ต้องบอกว่าโตขึ้นจะไม่โกง ทำให้อยู่ในสมอง ไม่ใช่พี่น้องได้ยินอยู่ทุกวันนี้ โกงไม่เป็นไร แต่ฉันได้ แบบนี้ชาติฉิบหายแน่นอน มันทำให้คนไทยชินเสียแล้วว่านักการเมืองต้องโกง ต้องคอร์รัปชั่น"

 

ต้องแก้กฎหมายคดีคอร์รัปชั่นต้องไม่มีอายุความ

เราจะทำอย่างไร เราจะออกกฎหมายว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นนั้น ไม่มีอายุความ หมายความว่า ถ้าโกงวันนี้ ถึงเกิน 10 ปี 20 ปี ถ้ามึงไม่ตาย มึงต้องติดคุก ดูอย่างนายประชา มาลีนนท์ ถูกสั่งจำคุก ตอนมันเป็นรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย มันหนีไปอยู่ถ่ายรูปกับทักษิณ หน้าระรื่น หมดอายุความเมื่อไหร่มันก็กลับมาบริหารช่องทีวีต่อไป ผมคงไม่ต้องกล่าวหาว่าที่ช่อง 3 ไม่มาทำข่าวประชาชน เพราะประชาชนต่อต้านการทุจริต ที่เจ้าของช่อง 3 ได้กระทำมาหรีอไม่

ซึ่งเหมือนทักษิณ ที่ไปอ้อนประชาชน หลอกลวงให้ช่วยกันพามันกลับบ้าน ไม่กี่ปีก็ได้กลับบ้านแล้ว คนต่อต้านคือพวกเรา ที่ตากแดด ตากฝน ร้องเพลงเสียงแหบเสียงแห้ง แต่มันมีเครื่องบินส่วนตัว เวลาจะกินข้าว ต้องสั่งนักร้องจากเมืองไทยไปร้องเพลงให้มันฟัง พวกเราอย่างมากก็ฟังหลวงปู่พุทธะอิสระเทศน์ไปพลาง กินข้าวห่อไปพลาง ดังนั้นเราต้องทำเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ ออกกฎหมายปราบคอร์รัปชั่น แต่การออกกฎหมายทำไม่ได้ ถ้าสภานี้ยังเป็นสภาทาส มันก็จะปกป้องนายของมัน นี่เป็นคำตอบสำหรับคนที่บอกเราว่าไม่ออกมาสู้ เพราะไม่รู้ว่าสู้แล้วจะทำอะไร

 

ต้องทำให้ประชาชนสามารถถอดถอนนักการเมืองได้เห็นผลจริง และให้เลือกผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง

ข้อที่สาม ที่เราจะต้องทำ ต้องเปลี่ยนแปลงให้ได้ก็คือ ให้นักการเมืองเคารพอำนาจประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่มาข่มขู่เหมือนหมูเหมือนมา จะหลอกก็ได้ จะกระทืบก็ได้ จะต้มก็ได้ ทำแบบนี้ไม่่ยอมโว้ย ต้องมีบทบัญญัติที่ให้ประชาชนมีอำนาจในการเมืองการปกครอง เช่น ประชาชนต้องสามารถถอดถอนนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ถ้ามันทำชั่ว จนมันปรากฏเป็นข่าวไปทั้งโลกแบบนี้ ต้องให้ประชาชน ถอดถอน ส.ส. ได้เหมือนกับ ส.ส. ทาสที่มันบังอาจออกกฎหมายล้างผิดให้นายมัน ออกรัฐธรรมนูญให้นายมันรวบอำนาจ

ผมพูดอย่างนี้จะมีคนเถียงทันที ไอ้พวกหัวหมอทั้งหลายจะบอกว่าเดี๋ยวนี้ก็ถอนได้เข้าชื่อ 20,000 ก็ถอนได้ ตอนนี้เข้าชื่อ 120,000 คน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะถอดถอนได้ชาตินี้หรือชาติหน้า พี่น้องทั้งหลาย เราจึงต้องให้อำนาจประชาชน ต้องมีกระบวนการรับรองอำนาจประชาชนเอาไว้ ถอดถอนใช้เวลาไม่ยืดยาวต้องเห็นผล 5 เดือน 6 เดือน ไม่ใช่รอเป็นปี นี่ส่งชื่อเป็นแสนกว่าชื่อ มันบอกต้องตรวจสอบสามเดือน ตรวจสอบชื่อเสร็จ ไม่รู้กระบวนการสอบสวน ปปป. อีกกี่ปี นี่คนชั่วก็ลอยนวล หายใจได้นานเกินไป

"การเคารพในอำนาจของประชาชน จะมีอีกเรื่องหนึ่ง ต้องกระจายอำนาจในการปกครองบ้านเมือง ให้อยู่ในมือประชาชนจริงๆ ให้มีอำนาจการปกครองท้องถิ่น ทุกจังหวัดต้องได้เลือกผู้ว่าราชการจังหวัดเหมือนกรุงเทพมหานคร ไม่เอาอีกแล้วที่ผู้ว่าราชการแต่งตั้งมาจากส่วนกลาง ไม่เอาอีกแล้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องมาซื้อตำแหน่งจากคุณนายแดง ไม่เอาอีกแล้ว เพราะผู้ว่าอย่างนั้น มันไปรีดนาทาเร้น ไปโกง ไปข่มเหงประชาชน อ้างว่าเอามาใช้หนี้ที่ลงทุนซื้อตำแหน่ง แถมบวกกำไร เหมือนนายมัน ที่ชั่วเช่นเดียวกับมัน"

 

ปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ - ให้อยู่ใต้ผู้ว่าราชการจังหวัด

สุเทพเสนอมาตรการปฏิรูปประเทศข้อสี่ว่า "สี่ต้องปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ เป็นตำรวจของประชาชน ต้องให้ประชาชนเป็นคนให้ความดีความชอบตำรวจเพราะฉะนั้น กตร. คณะกรรมการตำรวจจึงต้องเป็นประชาชน ไม่ใช่ตำรวจด้วยกันหรือข้าราชการที่นายมันตั้ง พอกันที ตำรวจมาลอยหน้าลอยตา บอกว่า "ที่ได้ดีวันนี้ เพราะพี่ให้" ต่อไปถ้าตำรวจจะได้ดี ต้องได้ดีเพราะประชาชนเห็นคุณความดี และให้รางวัล"

"กองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่ไอ้แจ๊ดมันอยู่ ต้องอยู่ภายใต้ผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดอื่นก็เช่นเดียวกัน"

 

ข้าราชการต้องใช้ระบบคุณธรรม ไม่ใช่เล่นพรรคเล่นพวก

ประการที่ห้า เราต้องออกแบบ ระบบกฎหมาย กติกา ว่าข้าราชการนั้นต้องเป็นข้าราชการในระบบคุณธรรม ไม่ใช่ระบบอุปถัมภ์เล่นพรรคเล่นพวก ข้าราชการต้องเป็นข้าราชการของประชาชนของประชาชน ไม่ใช่ข้าราชการของนักการเมืองหรือขี้ข้านักการเมือง

 

การศึกษา สังคม สาธารณสุข ขนส่งต้องเป็นวาระแห่งชาติ และเลิกประชานิยมทั้งหลาย

ประการที่หก ที่เราจะเปลี่ยนแปลงประเทศไทย คือบรรดาด้านการศึกษา สังคม สาธารณสุข คมนาคมขนส่ง ต้องทำเป็นวาระแห่งชาติ ใครมาเป็นรัฐบาลต้องทำ ไม่ใช่ใครเป็นรัฐบาลทำตามอำเภอใจ ไม่สนใจเป้าหมายของชาติ เราจะปล่อยให้การศึกษาลูกหลานมันด้อยมันแย่กว่าเพื่อนบ้านไม่ได้อีกต่อไป นี่คือสิ่งที่ต้องแก้ไข "เรื่องของคนจนต้องเป็นวาระแห่งชาติ พอกันทีที่ให้คนจนหากินไปวันๆ ด้วยประชานิยมทั้งหลาย"

"ด้านคมนาคมขนส่งก็เช่นเดียวกัน เพื่อประโยชน์ชาติ ไม่ใช่เพื่อคะแนนนิยม เช่น รถไฟความเร็วสูง ต้องทำเพื่อประโยชน์ชาติ ไม่ใช่ทำไปขนผักบ้านคุณตาคุณยายมัน เลิกคิดที่จะกู้เงิน 2 ล้านล้านทำรถไฟขนผักเป็นภาระลูกหลานชาตินี้ชาติหน้า 50 ปีไม่เอา"

"เรื่องธุรกิจ การค้าการขายเช่นเดียวกัน พ่อค้านักธุรกิจมีฝีมือ แพ้นักธุรกิจต่างชาติ รัฐบาลไม่ต้องไปควบคุมเขา ไม่ต้องออกกฎหมายยุกยิกจุกจิกจนเป็นเครื่องมือหากินของนักการเมืองและเจ้าหน้าที่ ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าได้ต้องส่งเสริมนักธุรกิจ และไม่ผูกขาด เหมือนเช่นรัฐบาลยิ่งลักษณ์ผูกการค้าข้าวจนเจ๊งไปห้าแสนล้าน"

 

ขจัดระบอบทักษิณแล้ว จะตั้งสภาประชาชน ครมในฝัน รัฐบาลประชาชน

จากนั้นสุเทพ กล่าวว่า "ผมพูดไว้ก่อนเป็นตัวอย่าง ไม่รู้ว่าคืนพรุ่งนี้จะมีโอกาสพูดหรือเปล่า" และกล่าวต่อไปว่า ที่กล่าวมานั้น เพื่อตอบคนที่คนตั้งข้อรังเกียจคนที่จะร่วมต่อสู้ ถ้าจะขจัดระบอบทักษิณออกไป เราจะปฏิรูปประเทศไทยอย่างไร นี่เป็นตัวอย่าง ท่านจะต้องมองเห็นแล้ว แล้วถามว่าใครจะเป็นคนทำถ้าระบอบทักษิณหมดไป ผมตอบเลย คนทำคือประชาชน ถ้าเราขจัดระบอบทักษิณหมดไป อยู่ที่เราจัดตั้งสภาประชาชนมาจากคนทุกสาขาอาชีพ แล้วสภาประชาชนจะเลือกคนดีมาเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สร้างดรีมทีม คณะรัฐมนตรีในฝัน มีรัฐบาลประชาชน

 

ยันต่อสู้เพื่อชาติ สุเทพและอภิสิทธิ์จะไม่เป็นนายกรัฐมนตรี จะแช่แข็งนักการเมือง ไม่แช่แข็งประเทศ

"ผมขอพูดต่อหน้าท่าน และจะพูดวันนี้ สุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่เป็นนายกรัฐมนตรี ผมมีหัวใจเหมือนกับผู้ที่รักชาติครั้งหลาย สู้เพื่อชาติ ไม่ได้สู้เพื่อตัวของกู ผมพูดชัดเจน ไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ไม่ได้คิดเป็นนายกรัฐมนตรี และไม่ได้คิดจะต่อสู้อภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี และอภิสิทธิ์เขาบอกผมเอง ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจากการต่อสู้คราวนี้ เขาไม่ขอตำแหน่งแห่งหนทั้งสิ้น และนี่ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อประโยชน์ของประชาธิปัตย์ ผมลาออกจาก ส.ส. แล้ว เพื่อนผมลาออกจาก ส.ส. ประชาธิปัตย์สู้ในแนวเขา และพวกเราสู้ในแนวทางประชาชน จะขึ้นอยู่กับสภาประชาชน ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับนายสุเทพ หรือใครคนใดคนหนึ่ง"

"แล้วถามว่าช่วงนั้นจะใช้เวลาเท่าไหร่ก็ตอบให้เข้าใจ ว่าใช้เวลา สั้นที่สุด เร็วที่สุด ไม่แช่แข็งประเทศไทย แต่จะแช่แข็งนักการเมือง  พรรคการเมือง"

 

คนออกมาเป็นล้านแล้ว จะไม่สู้ครึ่งๆ กลางๆ แค่ยุบสภา-ลาออก

"ผมเชิญชวนพี่น้องออกมาแสดงตน รักชาติ รักแผ่นดิน เสียสละต่อสู้เพื่อชาติเพื่อแผ่นดิน 24 พ.ย. ออกมาเป็นล้านคน แม้คนโง่บางคนจะนับไม่ได้ผมก็ช่างแม่งมัน เพราะวันที่ 24 พ.ย. เป็นประวัติศาสตร์ประเทศไทยมีประชาชนนับล้านออกมายืนต่อสู้ และแสดงตัวอย่างกล้าหาญ เปิดเผย ว่ากูไม่ยอมระบอบทักษิณอีกต่อไปแล้ว ปัญหาคือว่า แล้วจะทำอย่างไร ถ้าเราจำได้ คืนวันที่ 24 พ.ย. ผมถามพี่น้อง ย้ำแล้วย้ำอีก ว่าสู้แน่นะพี่น้อง เอาจริงนะพี่น้อง ไม่ใช่สู้ครึ่งๆ กลางๆ ยุบสภา ลาออกไม่พอนะ เราจะขจัดระบอบทักษิณให้สิ้น เพราะผมเชื่อพี่น้อง เพราะวาจาพี่น้องเป็นล้านที่เปล่งออกมาพร้อมกัน เมื่อวานจึงเป็นครั้งแรกที่ผมตัดสินใจกระทำการที่เสี่ยงต่อการผิดกฎหมาย เลยพาพี่น้องมาที่กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณ ไม่ให้เอาภาษีอากรมาบำรุงบำเรอระบอบทักษิณอีกต่อไป"

"ผมทำให้พี่้น้องทั้งหลายเห็นแล้ว ว่าการกระทำของประชาชนทำแบบสิ่งนี้ได้ โดยไม่ต้องใช้ความรุนแรง โดยสันติวิธี ไม่มีอาวุธ ไม่ต้องทำลายทรัพย์สินราชการ ไม่ต้องเผา และไม่ต้องฆ่า แบบที่พวกเราทำในเมื่อวานนี้ และเรากำลังทำอยู่"

 

ลั่นถ้าไม่ทำผิดเสียบ้างจะชนะไหม ถ้าบ่นไปบ่นมา 10 ปีระบอบทักษิณจะอยู่เหมือนเดิม

"มีคนมาค่อนขอดว่าไหนนายสุเทพจะไม่ทำผิดกฎหมาย ก็ตอบว่า ถ้าไม่ทำผิดเสียบ้างแล้วจะชนะไหม มานั่งชุมนุมที่ราชดำเนินเป็นล้าน บ่นกันไปกันมากลับบ้าน พรุ่งนี้มาใหม่  อีก 10 ปีระบอบทักษิณก็จะอยู่เหมือนเดิม ให้เราเบื่อ ให้เราหมดกำลังใจต่อสู้ แล้วเราแยกย้ายกลับบ้านเตรียมตัวเป็นข้าทาสมันต่อไป เรายอมได้หรือไม่" สุเทพถาม ทำให้ผู้ชุมนุมตอบว่า "ไม่ยอม ไม่ยอม"

 

มาที่กระทรวงการคลังเป็นตัวอย่าง เพื่อให้ประชาชนทำตามทั่วประเทศ

สุเทพ กล่าวต่อว่า "ผมเลยมาที่นี่ ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง และหวังว่าพี่น้องประชาชนส่วนอื่นจะทำอย่างเดียวกัน ผมคนเดียวไปทุกกระทรวงไม่ได้ แต่กระทรวงอื่นๆ ท่านช่วยกันทำได้ เมื่อคืน กลุ่ม คปท. เขาเข้าไปกระทรวงการต่างประเทศ อยู่กระทรวงการต่างประเทศเรียบร้อยมาจนขณะนี้ กองทัพประชาชน เขาจัดการแล้วกับกระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยว และกระทรวงมหาดไทย พรุ่งนี้ช่วยจัดการกันหน่อย ให้ครบทุกกระทรวงต้องจัดการให้ได้ นั่งอยู่เฉยๆ ล้านคนก็เสียของ พรุ่งนี้พลังของประชาชนไปทุกกระทรวง

เห็นที่พวกเราทำไหมครับ เรามาสำนักงบประมาณ เรามากระทรวงการคลัง เราไม่ได้เข้าไปในอาคาร เรานั่งที่ลาน ข้าราชการก็ยิ้มแย้ม เขาบอกว่ามีเหตุผลดีมากที่จะบอกผู้บังคับบัญชา เพราะประชาชนมาชุมนุมเต็มไปหมดแล้ว

เมื่อไม่มีข้าราชการทำงาน แล้วจะมีใครขับเคลื่อนระบอบทักษิณอีกต่อไป ก็จะกลายเป็นรัฐบาลที่ล้มเหลว

 

วิงวอนคนกรุงเทพฯ ลงมือปฏิบัติการ ชี้ไม่มีเวลายืดยาวแล้ว

ช่วงท้ายสุเทพปราศรัยว่า "เหตุและผลก็พูดครบแล้ว ขอใช้โอกาสนี้ กราบเรียนวิงวอนคนกรุงเทพฯ พรุ่งนี้ลงมือปฏิบัติการด้วยตัวท่านเองเหมือนที่เราทำที่กระทรวงการคลัง หมอชนบทก็ไปจัดการกระทรวงสาธารณสุข นักศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ ก็ไปตกลงกันเองว่าจะไปตรงไหน พ่อค้านักธุรกิจก็เลือกกัน พี่น้องชาวกรุงเทพฯ ลงมือทำพรุ่งนี้ เวลาไม่มียืดยาวแล้ว เพราะเขากำลังจะจัดการกับผมอยู่แล้ว สำหรับพี่น้องชาวต่างจังหวัดไปจัดการกับศาลากลาง ที่ว่าการอำเภอ แต่ไม่ใช่จัดการแบบที่ไอ้ตู้ไอ้เต้นมันสั่ง ขอให้เอาดอกไม้ไป ไปด้วยใจบริสุทธ์ ขอร้องเขา อย่าเป็นเครื่องมือระบอบทักษิณเลย ออกมาดีกว่า ให้รัฐบาลมันเจ๊ง ต้องทำพรุ่งนี้ ทำพร้อมกันทั้งประเทศ มิฉะนั้นจะไม่มีพลัง จะไม่ชนะมันอีกต่อไปแล้ว"

"ผมจะบอกพี่น้องต่อหน้าพระ ผมไม่คิดเป็นผู้นำการชุมนุม ไม่เคยคิดฝันว่าต้องมาเป็นผู้นำ ที่มาทำคราวนี้ ทำเพื่อชาติ เพื่อประชาชน และทำเพียงหนเดียวเท่านั้น ชนะก็จะภูมิใจว่าไม่เสียชาติเกิดมาทำงานให้แผ่นดินแล้ว ถ้าแพ้ก็จะก้มหน้าก้มตาเป็นขี้ข้ามันไม่ร้องไห้"

 

ลั่นจะไปมอบตัวกับตำรวจแน่ แต่ตอนนี้ไม่ว่าง กำลังขจัดระบอบทักษิณ

สุเทพกล่าวด้วยว่า "วันนี้ สน.บางซื่อ ไปขอหมายศาลจับกุมผม ข้อหาที่ใหญ่ที่สุดเป็นกบฎแผ่นดิน แต่ศาลไม่ยอมออกหมายข้อหากบฎ แต่ศาลออกหมายให้มาจับผม 2 ข้อหา 1 มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป 2 บุกรุกสถานที่ราชการ ผมขอตำรวจ 2 ข้อหานี้ ไม่ใช่ความผิดใหญ่โต ผมไม่ได้ฆ่าคน ผมไม่ได้วางเพลิงเผาทรัพย์ ผมแค่มั่วสุมเกิน 10 คน และผมอยู่ในสถานที่ราชการจริง แต่เข้ามาได้นั้น ข้าราชการกวักมือและเปิดประตูให้ แต่ไม่เป็นไร เมื่อท่านไปขอหมายจับได้ ผมขอมอบตัวตำรวจ ผมขอเวลา ตอนนี้ผมยังไม่ว่าง ยังยุ่งอยู่ รอให้ผมอยู่กับพี่้น้องประชาชนขจัดระบอบทักษิณให้หมดจากประเทศไทย นปช. ชุมนุม ทำความผิดมากกว่าผม ทั้งฆ่าคน ทั้งปล้นทรัพย์ ยิงวัดพระแก้ว เผาบ้านเผาเมือง ยังไม่เคยมีตำรวจใช้กำลังไปบุกจับได้สักคนเดียว"

"ไอ้ นปช. ก็ชุมนุมเหมือนกัน ต้องไปขอหมายศาลเหมือนกัน หรือจะแก้ตัวว่าที่นี่ชุมนุมการเมือง ส่วนเสื้อแดงปิคนิคกันหากินกัน ไม่ใช่เรื่องการเมือง ผมให้ทนายไปยื่นคัดค้าน เพราะหมายศาลออกโดยผู้พิพากษาที่เข้าเวรอยู่ เลยไปร้องศาลอุทธรณ์ ไม่ต้องออกหมายจับ ผมมีหลักแหล่งชัดเจน ไม่ใช่คนจรจัด และผมไม่มีพฤติกรรมจะหนี ผมประกาศต่อหน้าพระ"

 

ฝากมวลชนไม่ต้องห่วงสุเทพ แต่ต้องล้มระบอบทักษิณให้ได้ และให้ยึดสันติ

สุเทพกล่าวด้วยว่า เขาส่งข่าวด่วนมาว่า ตำรวจกำลังมาที่นี่ หลายคันรถ อาจจะหนึ่งหมื่นคน เขาประกาศว่าคืนนี้ จะจับผมให้ได้ ไม่ว่าเป็นหรือตาย พี่น้องทั้งหลาย นี่คือขอร้องครั้งสุดท้ายของผม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับผม การต่อสู้ของประชาชนวันนี้ต้องเข้มข้น ท่านส่งผมตรงนี้ นิมนต์หลวงปู่พุทธอิสระเทศน์ทุกคืน ถ้ามันจับผมไปได้ไม่ต้องไปยุ่งเรื่องประกันตัวผม แต่ล้มระบอบทักษิณให้ได้ พี่น้องทั้งหลาย คนที่เป็นนายตำรวจด้วยกัน พี่น้องครับ ผมเป็นคนไทยมีหัวใจรักชาติ รักแผ่นดิน ผมจะอยู่ที่นี่ จับก็จับไป แล้วแต่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่อยากให้ตำรวจจับผม ต้องมาชุมนุมที่กระทรวงการคลังเดี๋ยวนี้ มากอดคอกันที่นี่ และพรุ่งนี้ยึดให้หมดประเทศไทย

ไม่ว่าท่านจะเป็นตำรวจ ทหาร รักชาติ รักแผ่นดิน ถ้าท่านรักชาติรักแผ่นดิน จงออกมายืนอยู่ข้างประชาชน ตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ หรือท่านเป็นตำรวจ หรือทหาร หรือท่านเป็นประชาชน แล้วทำไม่รู้ ผมขอกราบเรียนท่านว่า ท่านจะแก้ตัวกับคนอื่น แต่ท่านไม่มีวันแก้ตัวกับตัวเอง ท่านไม่ออกมา ในวันที่มีคนเป็นล้านๆ พร้อมจะเป็นตายร่วมกัน และนี่อาจจะเป็นคำพูดสุดท้ายของสุเทพ เทือกสุบรรณ ผมไม่ต้องขอร้องท่านสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กัน ท่านไม่ทิ้งผมแน่นอน แต่ผมเป็นห่วงพี่น้อง ผมไม่อยากเห็นพี่้น้องบาดเจ็บ ผมขอร้องพี่น้องทำเหมือนที่หลวงปู่เทศน์ใช้สติ อย่าลุแก่โทสะ เห็นตำรวจมา ตอบโต้กับเขาไม่ได้เป็นอันขาด อย่างมากสุด ดันกันไปดันมา ถ้าเขาขว้างแก๊สน้ำตา เราก็หลับหูหลับตาข้างกลับ เราไม่ใช้อาวุธ ใช้หัวใจกับมือเปล่าๆ เท่านั้น ด้ามธงก็ไม่เอา จารึกในประวัติศาสตร์ประชาชนว่า ถ้าสู้ไม่ไหว เราให้เขาจับ ถ้าเขาใช้อาวุธ ตายเป็นตาย ถ้าผมตายลงประชาชนชนะแน่นอน จะไม่นั่งงอมืองอเท้า

โดยภายหลังที่สุเทพปราศรัยที่กระทวงการคลังนั้น ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนั้น สาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต ส.ส. จ.ตรัง หนึ่งในแกนนำการชุมนุมได้ประกาศว่า พรุ่งนี้ 9.00 น. จะมีการแบ่งกำลังไปตามที่ต่างๆ จะปฏิบัติอย่างอหิงสา และจะไปขอร้องให้ทุกส่วนราชการอารยะขัดขืนขั้นสูงสุดไม่ทำงาน

ในเวลา 20.59 น. อัญชะลี ไพรีรักษ์ ประกาศที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยว่า ขออาสาสมัครในที่ชุมนุมที่ ถ.ราชดำเนิน ให้ช่วยกันขับรถยนต์นำไปจอดล้อมกระทรวงการคลังเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้ตำรวจเคลื่อนกำลังเข้ามา