ถนนเอเชีย AH-1 ช่วงเมียวดี-กอกะเร็กปิดสัญจร หลังทหารพม่าปะทะกะเหรี่ยง DKBA

ถนนเมียวดี-กอกะเรกตัดใหม่ หรือ "ถนนเอเชีย" เชื่อมเมืองชายแดนเมียวดี-แม่สอด ย่นเวลาการเดินทางสู่ "กอกะเร็ก" และเมืองตอนในของพม่าต้องปิดสัญจรตั้งแต่วันพฤหัสบดีนี้ เนื่องจากกองทัพพม่าและกะเหรี่ยง DKBA ปะทะกันรอบใหม่ โดยโฆษกกะเหรี่ยง DKBA อ้างว่าทหารพม่าเสริมกำลังเข้ามาในพื้นที่จึงเป็นสาเหตุของการปะทะ

แฟ้มภาพของกลุ่มสิทธิมนุษยชนกะเหรี่ยง (KHRG) เมื่อปี 2552 ทางหลวงสายเอเชีย AH-1 ช่วงเมียวดี-กอกะเรก บริเวณนิคมอุตสาหกรรมติงกันญีเนาง์ ก่อนถึงทางแยกสู่ทางหลวงสายเอเชียตัดใหม่ โดยที่เห็นเป็นด่านเก็บเงินค่าผ่านทางของทหารพม่า ขณะที่ตลอดเส้นทางดังกล่าวเต็มไปด้วยด่านเก็บเงินค่าผ่านทางของกองกำลังต่างๆ (ที่มา: แฟ้มภาพ/KHRG)

2 ก.ค. 2558 - เกิดการปะทะกันรอบใหม่ระหว่างกองทัพรัฐบาลพม่า และกองทัพประชาธิปไตยกะเหรี่ยงผู้มีความเมตตา หรือ DKBA ทำให้ทางหลวงสายเอเชียตัดใหม่ AH-1 ช่วง "เมียวดี-กอกะเร็ก" ต้องปิดใช้งานตั้งแต่เช้าวันพฤหัสบดีนี้ (2 ก.ค.)

โดยสำนักข่าวอิระวดี รายงานว่าการปะทะกันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เวลา 05.30 น. ระหว่างกองทัพพม่าและกองทัพกะเหรี่ยง DKBA ซึ่งแยกตัวออกมาจากกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNLA) ซึ่งเคยเป็นกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีอิทธิพลอยู่ในรัฐกะเหรี่ยง

พ.ต.ซอว์ ลอนลอน โฆษกกะเหรี่ยง DKBA ให้สัมภาษณ์อิระวดีว่า เขาทราบข่าวการปะทะดังกล่าวแต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าเกิดความสูญเสียอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ในช่วงที่อิระวดีรายงานการสู้รบยังคงเกิดขึ้นใกล้อำเภอกอกะเร็ก รัฐกะเหรี่ยง

โฆษกกะเหรี่ยง DKBA กล่าวด้วยว่า การปะทะดังกล่าวน่าจะเกิดจากที่ทหารพม่าเสริมกำลังลาดตระเวนในพื้นที่มากขึ้น ใกล้กับพื้นที่ยึดครองของฝ่ายกะเหรี่ยง DKBA อยู่ใกล้ถนนเอเชีย ช่วงเมียวดี-กอกะเร็ก ซึ่งสามารถเชื่อมต่อการขนส่งระหว่างกรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคกลางของพม่าได้ "ผมทราบมาว่ามีการปะทะกันล่าสุดเกิดจากการเคลื่อนกำลังพล แต่ผมยังไม่ทราบรายละเอียด"

ชาวบ้านที่กอกะเรกให้ข้อมูลอิระวดีว่าเสียงปืนดังขึ้นในตอนเช้า และยังคงได้ยินจนถึงก่อนเที่ยง และต้องมีการปิดการสัญจรของถนนสายเอเชีย

ทั้งนี้ผู้ประกอบการรถประจำทางที่วิ่งจากเมืองเมียวดี ติดกับชายแดนไทยด้าน อ.แม่สอด จ.ตาก ยืนยันกับอิระวดีเช่นกันว่า ถนนเอเชียปิดตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ถนนเชื่อมเมียวดี-กอกะเร็ก สายเก่าที่ต้องข้ามภูเขาดอว์นะยังคงเปิดใช้การได้

แต่เดิมกองกำลัง DKBA ใช้ชื่อว่า "Democratic Karen Buddhist Army" แยกตัวออกจากสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง และกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง KNU/KNLA เมื่อปี พ.ศ. 2537 ปัจจุบันกลุ่ม DKBA ในชื่อภาษาอังกฤษได้แก้ไขคำว่า "Buddhist" ออกและใช้ชื่อใหม่ว่า "Democratic Karen Benevolent Army" หรือกองทัพประชาธิปไตยกะเหรี่ยงผู้มีความเมตตา โดยคงชื่อย่อเดิมคือ DKBA

สำหรับเส้นทางสายเมียวดี-กอกะเร็กเส้นตัดใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงสายเอเชีย หมายเลข 1 หรือ AH-1 โตเกียว-อิสตันบุล ระยะทาง 20,921 กิโลเมตรเชื่อมเอเชียตะวันออกถึงยุโรป โดยถนนที่เริ่มต้นจากเมืองเมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ดังกล่าวเมื่อไปถึงกอกะเร็ก ยังสามารถเดินทางต่อไปยังเมืองผาอัน เมืองหลวงของรัฐกะเหรี่ยง เมืองสะเทิมในรัฐมอญ และไปถึงนครย่างกุ้งได้ ขณะนี้ทางหลวงช่วงดังกล่าวอยู่ระหว่างการก่อสร้างและยังไม่เปิดใช้งานอย่าเป็นทางการ แต่ก็มียานพาหนะต่างๆ ใช้สัญจรเนื่องจากย่นระยะเวลาเดินทางระหว่างเมืองเมียวดี และกอกะเร็ก จากเดิม 2 ชั่วโมง 30 นาทีในฤดูแล้ง เหลือ 90 นาที โดยที่ไม่ต้องขับรถขึ้นภูเขาดอว์นะซึ่งสลับเปิดใช้ทางระหว่างรถขาขี้นกับขาล่องแบบวันคู่-วันคี่

โดยเมื่อวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา สำนักข่าวอิระวดีเคยนำเสนอรายงานข่าว ระบุว่าเฉพาะถนนเอเชีย ช่วงเมียวดี-กอกะเร็กตัดใหม่ ระยะทาง 62 กิโลเมตร ผู้ใช้ถนนต้องจ่ายค่าผ่านทางให้กับด่านซึ่งตั้งโดยกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มทั้งกะเหรี่ยง (DKBA) สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และกองกำลังปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง-สภาสันติภาพ (KNLA-PC) โดยรถโดยสารแบบมินิบัส 14 ที่นั่ง ต้องจ่ายเงินให้นายหน้าเพื่ออำนวยความสะดวกในการจ่ายค่าผ่านทาง 28,000 จ๊าต หรือ 840 บาท สำหรับรถจักรยานยนต์ต้องเสียค่าผ่านทาง 1,000 จ๊าต หรือ 30 บาท ต่อ 1 ด่าน รวมผ่าน 9 ด่านต้องเสีย 9,000 จ๊าต หรือ 270 บาท ขณะที่รถบรรทุกขนาด 10 ล้ออาจจะต้องจ่ายค่าผ่านทางถึง 100,000 จ๊าต หรือเกือบ 27,000 บาท ทำให้ผู้ประกอบการขนส่งหลายเจ้ายังคงเลือกใช้เส้นทางสายเก่าซึ่งใช้เวลาเดินทางมากกว่าเกือบเท่าตัว

ข้อมูลของกลุ่มสิทธิมนุษยชนกะเหรี่ยง (KHRG) เมื่อเดือนมกราคมปี พ.ศ. 2558 ระบุว่าหากนับจากเมียวดี ถึงย่างกุ้ง ตลอดถนนมีการตั้งด่านเก็บค่าผ่านทางของทั้งกองทัพพม่า และกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์เกือบ 20 แห่ง ทำให้ประชาชนผู้สัญจรต้องเสีย "ค่าน้ำชา" จำนวนมากเพื่อผ่านด่านต่างๆ ในการเดินทาง