จอมถกเดชรัต ความคืบหน้าโครงการ 'ลูกหลานชาวนาช่วยซับน้ำตาให้พ่อแม่'

จอม เพชรประดับ สัมภาษณ์ เดชรัต สุขกำเนิด กับความคืบหน้าโครงการลูกหลานชาวนาช่วยซับน้ำตาให้พ่อแม่ พร้อมวิเคราะห์เทียบโครงการรับจำนำยุ้งฉางของประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ โครงการรับจำนำข้าว และปมยิ่งลักษณ์ซื้อข้าวมาขาย

 

7 พ.ย. 2559 รายงานเสียงไทยเพื่อเสรีภาพของคนไทย Thaivoicemedia ซึ่งดำเนินรายการโดย จอม เพชรประดับ ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ เดชรัต สุขกำเนิด อาจารย์ประจำภาควิชาเศรษฐศาสตร์การเกษตร และทรัพยากร คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถึงเกี่ยวกับความคืบหน้าโครงการลูกหลานชาวนาช่วยซับน้ำตาให้พ่อแม่ ( ขายข้าวให้ชาวนา ) ที่มีการประชุมสร้างเครือข่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 30 ต.ค.ที่ผ่านมา นั้น

เดชรัต ระบุว่า กระแสการช่วยขายข้าวให้ชาวนา และการซื้อข้าวจากชาวนาโดยตรงขณะนี้เป็นสิ่งดี แต่จะต้องทำให้ยั่งยืน ซึ่งการประชุมลูกหลานชาวนาที่ต้องการช่วยขายข้าวให้พ่อแม่ที่ผ่านมา มีหลายประเด็นที่ยังเป็นปัญหาเช่นคุณภาพข้าวที่สี อยากให้สมาคมโรงสีมาช่วยในเรื่องนี้ การกำหนดพื้นที่จำหน่ายในทั่วประเทศซึ่งขณะนี้มี 16 แห่งในกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียงแล้ว และปัญหาเงินทุนสำรองที่จะให้ชาวนาเพื่อรักษาข้าวไว้ไม่ให้ออกสู่ตลาดมากเกินไป ปัญหาเหล่านี้จะต้องได้รับความร่วมมือและสนับสนุนทั้งจากรัฐและเอกชน

ต่อกรณีความแตกต่างระหว่างโครงการรับจำนำยุ้งฉาง ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กับ โครงการรับจำนำข้าว ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น เดชรัต มองว่า โดยหลักการเหมือนกัน แต่เงื่อนไขต่างกัน ปัญหารับจำนำยุ้งฉางหรือออกมาช้าเกินไป ไม่ได้ช่วยผยุงราคาข้าวตั้งแต่ต้น และเร่งรัด สร้างความสับสน และจำกัดแค่ 2 ล้านตันซึ่งไม่เพียงพอที่จะพยุงราคาข้าว แต่อย่างไรก็ตาม ในฐานะนักวิชาการเศรษฐศาสตร์การเกษตร ไม่อยากให้เรือ่งการช่วยเหลือชาวนาเป็นปัญหาการเมือง แต่ให้เป็นหน้าที่ของทุกรัฐบาลที่จะต้องช่วย ส่วนราคาการช่วยเหลือจะเป็นภาระของรัฐบาลหรือไม่เป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบ และวิพากษ์วิจารณ์กันได้

สำหรับกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณี ยิ่งลักษณ์ รับซื้อข้าวชาวนาแล้วนำมาขายที่ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอซ์แลนด์ในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมาว่าเป็นการสร้างภาพหาประโยชน์ทางการเมืองนั้น เดชรัต กล่าวว่า ยิ่งลักษณ์ เป็นนักการเมือง อาจจะถูกมองว่าสร้างภาพได้แต่อยากให้มองข้ามเรื่องนี้ แต่มองที่หัวใจของปัญหานั่นคือ ความทุกข์ของชาวนา ใครก็ตามที่เข้ามาช่วยเหลือบรรเทาความทุกข์ของชาวนาได้ก็ควรสนับสนุน กลุ่มการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามก็ควรจะเข้ามาแข่งขันกันช่วยแก้ปัญหาชาวนาจะดีกว่า ไม่ควรจะวิพากษ์วิจารณ์หรือตั้งคำถามกับคนที่พยายามแก้ปัญหาให้ชาวนา ขณะเดียวกัน การเลือกนักการเมืองของประชาชน คงไม่ขึ้นอยู่เพียงแค่การซื้อข้าวชาวนาเพียงอย่างเดียวแต่ต้องอาศัยนโยบายอื่น ๆ ประกอบด้วย