พิพากษาปรับ 1,000 บาท คดี ‘จ่านิว’ โปรยโพสต์อิท ที่สกายวอล์ก BTS ช่องนนทรี

ศาลแขวงพระนครใต้ อ่านคำพิพากษา ‘จ่านิว’ โปรยโพสต์อิทเรียกร้องปล่อยตัว วัฒนา เมืองสุข – 8 แอดมินเพจ “เรารักพลเอกประยุทธ์” สั่งปรับหนึ่งพัน ด้านจำเลย เตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อไป ระบุถูกควบคุมตัวไม่ชอบธรรม และยืนยันไม่มีเจตนาทิ้งขยะ แต่ต้องการแจกโพสต์อิทให้คนเขียนเสรีภาพ

12 ม.ค.2560 ที่ศาลแขวงพระนครใต้ ได้นัด สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาฟังคำพิพากษาในคดีถูกกล่าวหาตามความผิดฐาน ทิ้งสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอยลงบนพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเป็นผิด พ.ร.บ.รักษาความสะอาด จากรณีการจัดกิจกรรมโพตส์สิทธิ์ ที่ BTS ช่องนนทรี ในวันที่ 1 พ.ค.2559 เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัววัฒนา เมืองสุข และแอดมินเพจ “เรารักพลเอกประยุทธ์” 8 คนที่ถูกทหารจับกุมตัว

09.30 น. ศาลอ่านคำพิพากษา พิเคราะห์จากพยานหลักฐาน เห็นว่า จำเลยกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ความสะอาดฯ มาตรา 32 เทหรือทิ้งสิ่งปฏิกูล มูลฝอย ลงบนทางบกหรือทางน้ำ ระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ซึ่งศาลเห็นว่า เป็นการกระทำที่มีเจตนาเล็งเห็นผล เพราะถ้าผู้ชุมนุมที่มาร่วมกิจกรรมเก็บโพตส์อิทไปไม่หมด โพตส์อิทจะกลายเป็นขยะ จำเลยจึงมีความผิด ตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาด นอกจากนี้แผ่นกระดาษที่จำเลยเขวี้ยงหรือโปรยบริเวณสกายวอล์กบีทีเอสสถานีช่องนนทรีนั้น ถือเป็นการทิ้งสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย (เศษกระดาษ) ในที่สาธารณะ จึงพิพากษาให้จำเลยมีความผิดและปรับ 1,000 บาท

โดยหลังจากฟังคำพิพากษา สิรวิชญ์ ได้ชำระค่าปรับ 1,000 บาท  พร้อมเปิดเผยว่า จะเตรียมเรื่องยื่นอุทธรณ์ต่อไป เนื่องจากเห็นว่า การควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมในวันนั้นเป็นไปด้วยความไม่ชอบธรรม และเห็นว่าคำพิพากษาของศาลมีการคาดการณ์เหตุการณ์ล่วงหน้า ซึ่งตนไม่ได้มีเจตนาที่จะทิ้งขยะ แต่ต้องการแจกกระดาษโพสต์อิทให้กับประชาชนที่มาร่วมกิจกรรมเพื่อเขียนเสรีภาพ

ในกรณีที่ใกล้เคียงกัน และในเหตุการณ์เดียวกัน ศาลแขวงพระนครใต้นัด ฐิตารีย์ ฟังคำพิพากษาเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. 2559 ในคดีที่ถูกกล่าวหาว่า ทำความผิดตาม พ.ร.บ.ความสะอาด โดยการปิดโฆษณาในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังเขียนกระดาษโพตส์อิทติดบนเสารถไฟฟ้าบีทีเอส เมื่อวันที่ 1 พ.ค. โดย ศาลเห็นว่า พ.ร.บ.ความสะอาดฯ ไม่ได้กำหนดนิยามคำว่าโฆษณาเอาไว้ จึงต้องใช้ความหมายตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต ซึ่งให้ความหมายว่าการโฆษณาการทำให้ปรากฏเพื่อประโยชน์ทางการค้า ซึ่งการกระทำของจำเลยไม่ใช่การแสวงหาผลประโยชน์ทางการค้า แต่เป็นการใช้สิทธิทางการเมือง ไม่เข้าองค์ประกอบความผิด พิพากษายกฟ้อง (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง)