แนะนำหนังสือ : มาอ่านหนังสือ "ความรู้กับการแก้ปัญหาความขัดแย้งฯ" กันเถอะ (ตอนที่ 1)


                    


 



หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า  "ขงเบ้งออกศึกด้วยพัดเล่มเดียว แต่อาวุธที่สำคัญคือปัญญา" กันมาบ้าง คำกล่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ "ปัญญา" ที่จะสามารถนำมาใช้จัดการกับปัญหาความขัดแย้งต่างๆ ได้อย่างลงตัว หลายต่อหลายครั้งที่ขงเบ้งชนะศึกโดยไม่ต้องรบ และหลายต่อหลายครั้ง ขงเบ้งเลือกที่จะประนีประนอมมากกว่าการใช้กำลังเข้าปะทะห้ำหั่นเพื่อแลกกับสันติและสงครามที่ไม่ยืดเยื้อ


 


"ปัญญา" ดังกล่าวของขงเบ้งคงจะไม่ได้ติดตัวมาตั้งแต่เกิด ส่วนหนึ่งนั้นคงมาจากการสะสม "ความรู้" ที่หลากหลาย และต่อมาจึงจัดการประยุกต์ "ความรู้" อันหลากหลายนั้นมาเป็น "ปัญญา"  ที่สามารถใช้จัดการกับปัญหาหลายรูปแบบให้คลี่คลายไปได้โดยสูญเสียน้อยที่สุด


 


ปัญหาชายแดนภาคใต้ เป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนและเรื้อรัง การจัดการปัญหาแบบทื่อด้านที่เน้นการปะทะด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว อาจเป็นเรื่องที่ดูเบาปัญญาไปสักหน่อย หากขงเบ้งต้องย้อนกลับมาเกิดในยุคนี้ก็คงจะหนักใจจนกระอักเลือดตายไปก่อนแก่ เพราะเสนอการจัดการปัญหาแบบอื่นไม่ได้ เนื่องจากท่านผู้นำคงจะเพียงรับฟังไว้แต่ไม่ทำตาม  ทั้งๆ ที่ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์ในระดับหนึ่งแล้วว่า การใช้การความรุนแรงปะทะความรุนแรงไม่ได้ทำให้ปัญหาลดลง แต่กลับเพิ่มสูงขึ้น มีความหลากหลายขึ้น และมีความซับซ้อนมากขึ้น


 


สาเหตุหนึ่งที่ทำให้ความรุนแรงดังกล่าวลดลงไม่ได้ คือการที่สังคมขาด "ความรู้" จนไม่สามารถที่จะกดดัน รัฐบาล "ประชาธิปไตย" ที่ผู้นำนิยมแนวทาง ทหาร "ไม่ตายฟรี" ให้เข้าใจถึงการจัดการปัญหาความขัดแย้งที่ซับซ้อน ด้วยวิธีการที่มี "ปัญญา" ได้


 


ด้วยความพยายามที่จะเติม "ความรู้" ให้สังคม เพื่อให้สังคมกระตุ้นรัฐบาลใช้ "ปัญญา" ในการจัดการกับปัญหามากกว่าการใช้อารมณ์ สำนักวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มูลนิธิเอเชีย  ศูนย์สันติภาพและความขัดแย้ง คณะรัฐศาสตร์และสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ จึงร่วมมือกันจัดทำหนังสือ "ความรู้กับการแก้ปัญหาความขัดแย้งกรณีวิกฤติการณ์ชายแดนภาคใต้" และจัดงานเสวนาเรื่อง "สมานฉันท์บนพื้นฐานการใช้ความรู้ : แนวทางแก้วิกฤติชายแดนภาคใต้"  โดยใช้หนังสือเล่มนี้ประกอบในงานเสวนาดังกล่าว ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 19-20 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมฟังเป็นจำนวนมาก


 


หนังสือดังกล่าว มีการวิเคราะห์ถึงรากฐานและแนวทางแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ โดยใช้มุมมองทางวิชาการจากหลากหลายสาขา และการวิเคราะห์นั้นใช้ "ความรู้" ที่ศึกษาจากข้อมูลเชิงลึกในแต่ละมิติของปัญหา ซึ่งมีนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาเป็นผู้วิเคราะห์ เพื่อให้เกิดพื้นที่แห่งการอภิปรายและนำมาสู่การเสริมสร้าง "ปัญญาร่วม" ในสังคมไทย


 


สิ่งสำคัญที่ควรจะเกิดขึ้นคือ "ปัญญาร่วม" ในการยอมรับและเข้าใจในความหลากหลายทางเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งหากสังคมไทยไม่เข้าใจในจุดนี้จะนำมาสู่การยอมรับในนโยบายการจัดการปัญหาของรัฐบาลทุกอย่างทั้งๆ ที่ใช้ "ความรู้" มุมเดียว  ซึ่งอาจมีความผิดพลาดได้ และต่อไปสังคมก็จะยอมรับข้อผิดพลาดนั้นด้วยความขาดองค์ความรู้ที่จะนำมาวิเคราะห์ความผิดพลาดในนโยบายนั้นๆ ของรัฐบาล ในขณะที่รัฐบาลเองก็มักสื่อสารให้สังคมเห็นในแง่มุมเดียวอยู่เสมอ 


 


ผศ.<?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:smarttags" />อิบราเฮ็ม ณรงค์รักษาเขต นักวิชาการประจำวิทยาลัยอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เขียนบทความ "ปอเนาะกับการสร้างอัตลักษณ์ของชุมชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้" และเป็นบุคคลแรกที่อภิปรายในเวทีเสวนา วันที่ 19 ตุลาคมที่จุฬาลงกรณ์ โดยอธิบายถึง 4B ที่เป็นรากเหง้าของปัญหาในภาคใต้ และวิเคราะห์เกี่ยวกับในปอเนาะในมุมมองที่แตกต่างจากรัฐบาลไว้ในหนังสืออย่างละเอียด แต่ก็เข้าใจง่าย


 


4 B ที่ ผศ.อิบราเฮ็ม กล่าวถึง มีดังนี้


B1 ได้แก่ Background หรือ ความเป็นมลายูทางประวัติศาสตร์ ทำให้เกิดกลุ่มที่มีอุดมการณ์ในการที่จะต่อสู้กับรัฐไทยและต้องการที่จะแบ่งแยกดินแดนชัดเจน ความรุนแรงของปัญหาก็ขึ้นกับความเข้มแข็งของ กลุ่มนี้


 


B2 ได้แก่ Benefits หรือกลุ่มผลประโยชน์ ซึ่งในอดีตมีความชัดเจนว่ามีความเกี่ยวข้องกับความไม่สงบ คือ คนในพื้นที่จะรู้กันว่าช่วงที่มีการจัดสรรงบประมาณลงในพื้นที่ ความรุนแรงก็จะมีมากในช่วงนั้น


 


B3 ได้แก่ Beliefs หรือ ความเชื่อ ประเพณี วัฒนธรรม ซึ่งมีความแตกต่างที่สร้างความไม่เข้าใจกันกับส่วนกลางมาก เช่น การคลุมผ้าของผู้หญิงในอดีต จะถูกรัฐมองว่าเป็นเรื่องของชาวอาหรับ ไม่ใช่เรื่องของศาสนา เป็นความไม่เข้าใจของรัฐ แต่การต่อสู้ของกลุ่มนี้ จะไม่ใช้ความรุนแรง หากไม่พอใจและต้องการเรียกร้องจะเป็นไปตามกรอบของรัฐธรรมนูญ เช่น การรวมกลุ่มประท้วง


 


B4 ได้แก่ Bureaucrat หรือความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ในกรณีตากใบ ในกรณีนี้จะมีผลอย่างมากที่กระตุ้นให้กลุ่ม B3 โยกตัวไปเป็นกลุ่ม B1  เพราะความเคียดแค้น ทั้งๆที่ไม่ต้องการแบ่งแยกดินแดน แต่การโยกไปกลุ่มB1 คือการใช้ความรุนแรงเพื่อเรียกร้องศักดิ์ศรีและความยุติธรรม


 


ที่ผ่านมา รัฐเองก็ไม่สามารถแยก กลุ่ม B1 กับ กลุ่ม B3 ได้ และใช้นโยบายที่เหมารวมทำให้ชาวมุสลิมมีความกลัว และบานปลายจนกลายเป็นปัญหาความหวาดระแวงระหว่างกัน


 


ส่วนสาเหตุที่วิเคราะห์ว่า กลุ่ม B3 หรือศาสนาไม่เกี่ยวข้องกับการใช้ความรุนแรงก็เพราะ หากศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้อง ฝ่ายโลกมุสลิมในระดับสากลจะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย และความยุ่งยากที่มากกว่านี้จะตามมาทันที


 


เรื่องของปอเนาะและปัญหาที่มาจากปอเนาะนั้น ผศ.อิบราเฮ็ม เสนอว่า ควรประเมินให้เป็นเรื่องจากตัวบุคคลมากกว่า เพราะตามหลักที่ปอเนาะสอนนั้นจะมุ่งไปที่หลักธรรมและสันติภาพ ดังนั้นถ้าเรียนรู้ผ่านปอเนาะที่สอนอย่างถูกต้องจริงๆจะทำให้เป็นผู้รักสันติ


 


ผศ. อิบราเฮ็ม อธิบายถึง ปอเนาะอีกว่า  เป็นคำที่มาจากภาษาอาหรับ แปลว่า ที่พัก มาจากลักษณะที่ผู้มาเรียนศาสนาอิสลาม จะสร้างที่พักอาศัยบริเวณรอบๆ บ้านของโต๊ะครู ที่อยู่ตรงกลาง ใกล้บ้านโต๊ะครูจะมีบ้านใหญ่เป็นที่สำหรับเรียน ทั้งนี้ ปอเนาะแต่ละแห่งจะมีโต๊ะครูเพียงคนเดียวเป็นผู้สอนศาสนา ซึ่งคำสอนจะไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร และไม่มีระดับของชั้นเรียน


 


ปอเนาะ จะมีส่วนในการสร้างคนในพื้นที่ให้เรียนรู้ภาษามลายูได้ เป็นการเพาะบ่มให้คนรักภาษา ซึ่งสำหรับชาวมุสลิมมลายูนั้น ภาษามลายู มีนัยยะที่หมายถึงศาสนาอิสลามด้วย เช่นเดียวกับคำว่า ไทย หรือสยาม ในความรู้สึกของคน 3 จังหวัด จะหมายถึงพุทธศาสนา


 


ปอเนาะยังมีส่วนสร้างผู้นำทางศาสนาหรือผู้นำทางจิตวิญญาณ คือทำให้ผู้นำท้องถิ่นเป็นผู้ได้รับการนับถือสูงสุด และในบางครั้ง คนใน 3 จังหวัดอาจจะเชื่อผู้นำท้องถิ่นมากกว่า จุฬาราชมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำศาสนาอิสลามสูงสุด


 


ในขณะเดียวกัน ปอเนาะก็สร้างให้คนที่ผ่านปอเนาะมีคุณลักษณะบางอย่าง คือจะเป็นคนที่พอใจกับการใช้ชีวิตแบบง่ายๆ คล้ายๆกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นคนที่ดูสงบ ซึ่งจะกลายเป็นอัตลักษณ์พิเศษ


 


 


(โปรดติดตามอ่านตอน 2 วันพรุ่งนี้)

Comments

mamy

เรียนท่านพี่

แค่หาทางวางมาตรการแยกคนไทยแท้ๆออกจาก พวกไทยครึ่งมาเลย์ พยายามเดินเกมการเมืองแบบประนีประนอม กับเพื่อนบ้าน คนไทยที่เป็น GURU ทั้งหลายยังด่ากันถ้วนหน้า ไอ้พวกที่ด่าน่ะเคยลงไปใต้แถวนั้นไหม เคยคิดถึงหัวอกทหารตำรวจ และประชาชนที่นั่นไหม เปล่าเลย จัญไรชนพวกนี้มีแต่ "ด่า" อย่างเดียว สาเหตุคือ ไม่ชอบหน้าทักษิณ เกลียดทักษิณ ไม่อยากให้ทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรี มันคงอยากให้บิดามันมาเป็นกระมัง เพราะเห็นด่าไปทั่วไม่มีใครดี ข้อมูลที่เอามาด่าเอามาวิจารณ์ก็ลอกเอามาจากสื่อทั้งดุ้น ไม่เคยได้คิดว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร

มีใครรู้บ้างว่าพวกโจรใต้มันทำอะไรไว้ มั่ง ขนาดสถานที่ทรงงาน ที่ปกติไม่มีใครไปข้องเกี่ยวมันยังไม่ละเว้น ถึงขนาดมีพระราชเสาวณีย์ออกมาให้ปราบปรามอย่างจริงจัง สื่อบางฉบับยังเอาหูทวนลม หาเรื่องด่าทักษิณเฉย อภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังทราบเรื่องนี้ดี และพยายามลงแรงลงสมองเข้าช่วยด้วยใจจริง เพราะหากแก้ไขไม่เสร็จก็อย่าหวังไปเลยว่าชาติไทยจะไปรอด

ผมออกมาด่า "คนไทย" ที่สะเหร่อเป็นนักวิจารณ์ขี้คร่อกตามเวปตามสื่อต่างๆทุกวันนี้ ก็เพราะทุเรศสื่อทุเรศนักวิชาการ ที่วันๆเอาแต่นั่งสร้างภาพแต่ในห้องแอร์ ทุเรศคณะกรรมการสมานฉันท์ ที่แค่เสียงปืนปังเดียวก็เยี่ยวแตกเยี่ยวแตน แต่พอไกลพื้นที่ทำเป็นกร่าง พูดมากวิจารณ์ไปทั่ว ขนาดจะให้ นายกรัฐมนตรีไป ขออภัยโจร จัญไรชาติชั่ว มั่วข้อมูล บิดเบือนความจริง ทำสารพัดเพื่อให้ตัวเองเด่นดัง

กลยุทธ์ของ ทักษิณในการสร้างพันธมิตรกับสิงค์โปร์ โดยหวังจะให้สิงค์โปร์เป็น โล่ห์ปะทะ มาเลย์นั่นแม้จะได้ผล ก็ได้แค่ในช่วงแรก สิงค์โปร์ไม่ได้มีผลประโยชน์เพียงเจ้าเดียวในช่องแคบมะละกาครับ ท่านปรัศน์ มาเลย์มีเอี่ยวอยู่ 50/50 พี่ไทยจะสร้างแลนด์บริดจ์น่ะ สิงค์โปร์ยิ้มครับ เพราะเขาเตรียมเส้นทางไปสู่จีนแบบข้ามหัวมาเลย์เอาไว้นานแล้ว พอไทยสนองนโยบายจีนเตรียมเปิดทางออกสู่มหาสมุทรอินเดียจริงจัง สิงค์โปร์ได้เนื้อๆครับ มากกว่าสมัยได้แล้วต้องแบ่งกะมาเลย์อีก คนเสียประโยชน์จริงๆน่ะ มาเลย์ครับ

สารพัดผลประโยชน์ต่างๆที่ไทยจะได้รับ ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์การบิน(สุวรรณภูมิ) ศูนย์กลางท่องเที่ยวในเขตภูมิภาค (เชียงใหม่) ท่าเรือน้ำลึกขนาดยักษ์ เมืองท่าของ จีนแดง โรงกลั่นน้ำมันขนาดมหึมา ยังการขุดเจาะหลุมก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่จะเป็นของเราโดยไม่ต้องพึ่งปิโตรนาส จากหลุมเดิมที่ปัญหาจากความงี่เง่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ของชาวใต้บางคน จากการด้อยกว่าทั้งทางการศึกษา และการงาบสินบนของคนไม่รักชาติบางกลุ่มทั้งนักการเมืองด้วย ทำให้เราสูญเสียส่วนแบ่งในหลุมก๊าซให้แก่มาเลย์ เพราะไม่มีที่เอาขึ้นบก แถมท่านทักษ์ยังเล่นลูกแสบคือ ปิโตรนาสอยากได้เอาไป แต่ถ้าวางท่อไปพม่า พี่ไทยคิดค่าผ่านทาง ยิ่งทำให้ ทั้งมหาเด่ และนาจิ๊บ แถมด้วยนายอับาอะไรนั่นหนวดกระดิก แค้นทักษิณ 18 ชาติไปเลย เพราะกะว่าจะรวยกลับเป็นซวยไป

แถมเรื่องของเรื่อง พี่ไทยเรานั้นสดใสซาบซ่ามากในการจะได้เป็น แกนนำ ประชาคมอาเชี่ยน และมองไปให้ยาวเราจะเล่นกันแค่ 4 ไม้เท่านั้น คือ พี่ไทย ส่งต่อ สิงคโปร์ แล้วขว้างข้ามหัวไป บรูไน เวียตนาม ย้อนมาพี่ไทยอีก มาเลย์อินโดไอ้ปินส์ ตกกระป๋อง ลองคิดเอาละกันว่า มหาเด่แกจะ แค้นกระอักเลือดไหม แกวางหมากไว้แทบเป็นแทบตาย น้าทักษ์เล่น "หักดิบ" เอาซึ่งหน้า ไม่ต้องไปกังขา ขณะนี้ กองกำลังไม่ต่ำกว่า สามกองพลทัพบก และทัพเรืออีก สี่กองเรือ หันหน้ามาเพื่อ ประจันกะพี่ไทยแบบ "กูเอาจริง" ทำให้ กองทัพไทยที่ยังคงเอกลักษณ์เดิมๆไม่ผิดเพี้ยน คือ ถาม"มะกัน"ก่อน ซึ่งไม่เข้าใจว่า ถามไปทำเตี่ยอะไรเหมือนกัน สันดานมะกันในยุคนี้ไม่ใช่มะกันสมัยสงครามโลกที่สู้แบบ "เอาคืน" และ "เอาจริง" มะกันในปัจจุบันก็แค่ นักเลงโตที่ดีแต่กร่างเอากะพวกไร้ทางสู้เท่านั้น เจอประเทศที่เล่นแบบ ตายเป็นตายวะ มะกันก็ขี้หดตดหายเหมือนกัน เลยสงกะสัยว่าเรียกมันมาคุยทำไม มะกันมันรู้ตั้งแต่กลางปีที่แล้วๆว่า มาเลย์เคลื่อนกองกำลังมาประชิดชายแดนไทย คนไทยเสียอีกยัง "งั่ง" อยู่เลย

ในกลุ่มที่ปรึกษา "ทักษิณ" มีหลายคนที่ชอบเล่นเกมแบบเสี่ยงๆและชนลูกเดียว ไม่เล่นลูกกระทบชิ่ง การมุ่งหวังให้ จีน สนับสนุนเราเพียงด้านเดียว ย่อมทำให้ พี่เบิ้มมะกัน ไม่ค่อยพึงพอใจ ยิ่งนายบูด ผู้นำของมะกันที่ยิ่งนานวันยิ่งเพี้ยนไปทาง "คลั่งศาสนา" อเมริกาคือพระเจ้า นี่ชักเลอะเทอะ แผนการชักจูงให้ สุหนี่ กับ ชีอะห์ เข่นฆ่ากันเอง ยิ่งนานไปยิ่งไร้ผล เคสนี้อาจใช้ได้ในหมู่ประชาชนผู้โง่เขลาทั่วไป แต่ใช้ไม่ได้กับ การก้าวขึ้นเป็นผู้นำประเทศของนักการเมือง เพราะไม่ว่าสุหนี่หรือชีอะห์ เขาเหล่านั้นก็คือ พลเมืองคือคะแนนเสียงคะแนนนิยมทั้งนั้น พูดกันตามตรง อเมริกาขณะนี้หลายชาติเริ่มระอากับนโยบายของเมกา แต่จะอย่างไร เมกาก็ยังดำเนินงานตามแผนงานที่วางไว้ต่อเนื่องยาวนานได้ไม่สะดุด ทั้งการ ถล่มชโรเดอร์มิให้เป็นแกนนำยุโรป การป่วนตะวันออกกลางมิให้สงบ การแทรกแซง ในอัฟริกา การพยายามจุดปะทุเรื่องเกาหลีเหนือ รวมไปทั้งการพยายามขัดขวางการผูกมิตรระหว่างจีนแดงกับออสเตรเลีย

นี่คือส่วนของ อเมริกา หันมามองส่วนทาง รัสเซียกันมั่งไหม ญี่ปุ่นกับ เกาหลีอีกล่ะ คนไทยก็ยังก้มหน้าก้มตา จิกตีกัน เป็น "ไก่ในเข่ง" ที่รอเขามาจับเอาไปเชือดกินต่อไป
aaaaaaaaaaaaaa

ขอให้เอาประเด็นพวกนี้เข้าไปด้วยนะ

แล้วก็เอาคำถามนี้ไปด้วยนะ...ถ้าปอเนาะมันวิเศษปานนั้น ทำมันช่วยดับไฟใต้ไม่ได้ ปอเนาะช่วยดับไฟใต้หรือช่วยโหมกะพือไฟใต้...วันนี้พวกปอเนาะทำอะไรเพื่อดับไฟใต้บ้างแล้วยัง?

mamy

ผมจำต้องยกตัวอย่างมาให้เห็นกันเพ ื่อให้เห็นถึงการประเมินสถานการณ์ที่นั่น เรายัง "ต่ำชั้น"กว่าเขาอีกหลายขุมครับ

สถานการณ์ในภาคใต้จากความผิดพลาดท ี่สั่งสมกันมาหลายต่อหลายปี โดยการ หมกปัญหา และไม่เคยแก้ปัญหากันอย่างจริงจัง เพราะทุกรัฐบาลที่ผ่านมาล้วนแต่ทราบกันทั้งนั้นว่าทำไปแล้วต้องเกิดผลเช่นนี้ นักการเมืองที่เคยร่วมรัฐบาลคนไหนตอบว่าไม่รู้ มันตอแหลครับ รัฐบาลนี้ขอพูดตามตรงว่า เสือก เสือกเข้าไปแก้ในสิ่งที่ไม่มีใครอยากแก้ เพราะรัฐบาลนี้มองเห็น เงินที่หายออกไปจากระบบ เพราะเขาเป็นรัฐบาลนายทุน เงินจึงเป็นสิ่งที่ต้องการของพวกเขาเสมอ อีกประการคือ การแข็งข้อของโจรก่อการร้ายภาคใต้ที่นับวันยิ่งเหิมเกริม

ความแข็งแกร่งของกอ งกำลังผู้ก่อความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้ ไม่ใช่เรื่องแก้ไขกันง่ายๆ รายงานเกือบเจ็ดเล่มใหญ่ๆที่นำไปให้นายทักษ์อ่าน มิใช่นายทักษ์ไม่รู้ หากนายทักษ์จะเล่นการเมืองเพื่อเอาชื่อเสียงอย่างเดียว นายทักษ์ ออกมากล่าวขอโทษแล้ว ปล่อยให้มันเข้าสู่ระบบเดิม นั่นจบครับ นายทักษ์เสียหน้าเล็กน้อย แต่ไม่ต้องมาจุกจิกหัวใจเรื่องสามจังหวัดนี้ต่อไป พี่น้องไทยในสามจังหวัดนี้ก็อยู่ในสภาพเดิมๆต่อไป รอเวลาประกาศตัวตามที่นายนิติภูมิว่าไว้น่ะแหละ พี่หมูเอาอย่างนั้นหรือ นี่ผมถาม "คนใต้" อย่างพี่หมูจริงๆเลยนะ

การรบของนายทักษ์ต่อกองกำลังต่างๆที่นั่นเป็นการพยายา มช่วงชิงพื้นที่คืน ช่วงชิงการข่าวกลับคืน แผนงานต่างๆล้วนระดมกันลงมาเล่นแบบไม่อั้น เรื่องเงินไม่ต้องพูดถึง งานนี้ นายทักษ์ทุ่มไม่อั้น แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเรายังเป็น รองอีกหลายขุม ผมพยายามชี้ให้ทุกคนมองเห็นไปว่า หากศัตรูมองให้ได้เหมือนกันที่ผมมองเห็นเขาจะโจมตีเราได้อย่างไร

แผนงานทุกแผ นงานย่อมมีช่องโหว่รูรั่ว หากเจ้าหน้าที่ๆเข้าไปปฏิบัติงาน ไม่เข้าใจในแผนงานอย่างลึกซึ้ง และทำงานทุกอย่างเพื่อพยายามปิดช่องว่างรูรั่วนั้น เราก็จะพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนในอดีตที่ผ่านมาน่ะแหละ

สันดานผู้ใหญ่ในบ้าน เมืองเราที่ผมไม่อยากยอมรับนับถือคือ ชอบยึดถือว่าความเห็นข้านี้เป็นใหญ่ที่สุด ผู้น้อยก็มิกล้าเสนอหน้าคัดค้าน ทั้งที่รู้ว่าเหรียญมีสองด้าน ดังนั้นการพัฒนาชาติบ้านเมืองเราจึงเหมือนพายเรือในอ่าง วนเวียนไม่รู้จบแต่ไม่ไปไหนสักที

http://www.rimpingfunds.com/cgi-bin/YaBB/YaBB.pl?board=TH&action=display&num=1122288458&start=40

mamy

ทำไมชาวบ้านจึงยอมเป็นคลื่นมนุษย์หรือกำแพงคนให้กับผู้ก่อการร้าย
อันนี้น่าคิด ที่ชาวบ้านไม่น่าแสดงความเห็นอกเห็นใจ ปล่อยให้ตายไปต่อหน้าต่อตา
มันเกิดจากการที่ชาวบ้านเกลียดทางการไม่ว่าตำรวจ ทหาร ข้าราชการอย่างฝังใจมากครับ และต่อเนื่องยาวนาน
บันทึก

--------------------------------------------------------------------------------
นี่แหละคือสิ่งที่ พี่หมู เข้าใจผิด เพราะเอาข้อมูลมาจากสื่อ ผมมีเพื่อนเป็นคนยะลา อีกคนอยู่ บาเจาะ นราธิวาส มันทั้งสองเป็นคนกว้างขวางพอสมควร สิ่งหนึ่งที่สื่อไม่เคยไปถามคนในพื้นที่ และเป็นความจริงที่สุดคือ ชาวบ้านส่วนใหญ่มิได้ เกลียดกลัว ทหารตำรวจ ที่เข้าไปคุ้มครองพวกเขา แต่หวาดกลัว ว่าทหารตำรวจจะนำภัยไปสู่พวกเขามากกว่าเพราะว่า ทั้งทหารและตำรวจคือ "เป้า" ของผู้ก่อการร้าย เขาไม่อยากเจอลูกหลง

เมื่อก่อนมีเรื่องอะไร พอมีทหารตำรวจเข้าไปเรื่องจะสงบอย่างรวดเร็วเพราะ ทหารเอาจริง และไม่ค่อยมีการจับกุมให้ยุ่งยาก เห็นตัวจำกันได้ ใครชี้ตัวให้ ส่องเปรี้ยงเลย ดังนั้นกลุ่มผู้ก่อการต่างๆจึงหัวหด และอำนาจรัฐครอบครองพื้นที่อย่างแท้จริง ซึ่งนี่คือด้านที่ดูว่าดี แต่ด้านร้ายคือ เมื่อครอบครองอำนาจแล้ว ก็ตั้งตนเป็นมาเฟียเสียเองเรียกเก็บค่าคุ้มครอง ไม่จ่ายกรีดยางไม่ได้ ค้าของเถื่อน ค้าอาวุธ ค้าน้ำมันเถื่อน เปิดซ่อง เปิดบ่อน น่าน...ชัดเจนไหม ต่อมาเมื่อนานเข้าผลประโยชน์เริ่มมหาศาล การแบ่งโซนเริ่มล้ำแดนกัน สีเขียวเริ่มทับสีกากี สีม่วงสีจัญไรห่าเหวมากันให้เพียบ แถมส่วนกลางต่างเปลี่ยนหน้ากันมากอบโกย ทำให้ชาวบ้านเริ่มสับสนว่า ไผเป็นไผ ไอ้นั่นเพิ่งจะมารับส่วยไป ไอ้นี่โผล่เข้ามาเอาส่วยใหม่บอกยังไม่ได้จ่าย เอากะมันเด่ะ

กระทั่งเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็น รัฐบาลพลเรือนเต็มขั้นสมบูรณ์แบบ ความจัญไรเริ่มมาเยือนชาวบ้านใน สี่จังหวัดภาคใต้หนักขึ้น การตัดงบประมาณทางทหาร ทำให้กิจการค้าอาวุธสงครามเริ่มหายากขึ้น เอ๊ะพื้นที่มันสงบไปนี่ งั้น เปิดฉากสร้างความร้อนให้มันหน่อย เผาห่าอะไรก็ได้ให้มันดูน่ากลัว ยิงหัวคนมันเล่นสักห้าหกศพ เท่านี้ ก็ตั้งงบเบิกเหตุฉุกเฉินได้แล้ว ตั้งงบน่ะเร๊อะ เบิกซ้ำซ้อนก็ได้ง่ายจะตาย ขยันตั้งกันเข้าไปดิ หน่วยงานนั่นหน่วยงานนี่ เพื่อความสงบเรียบร้อยเร๊อะ เปล่า! เพื่อให้ท่านๆทั้งหลายที่ใกล้หมดบุญแต่เสือกใกล้ชิด ผู้มีอำนาจในส่วนกลางลงมา แสวงหาความร่ำรวยก่อนจะจบชีวิตราชการ มันจึงเกิดการ ล้ำแดนกันไม่รู้จบ ช่วงนั้น เจ้าบังเลาะห์ มันยังถามผมมาเลยว่า จะให้มันพึ่งใครดี เพราะ ตำรวจไป ทหารมา พอทหารไป นายอำเภอมา กรีดยางขายได้เงินมา ห้าพัน ส่วยเอาไปเสียสามพัน แล้วมันจะกินอะไร

นี่ผมไม่ใช่ "คนใต้" นะพี่หมู ผมยังรู้เลยว่าคนใต้มันคิดอะไร ผมลงไปทำงานที่นั่น ยังไปคุยกะพวกอิหม่ามในสุเหร่า ไปนั่งดื่มน้ำชากะ โต๊ะแช ผมถามเขาตรงๆเกี่ยวกะบ้านเมือง การคิดแบ่งแยกดินแดน เหล่าผู้อาวุโส ผู้รู้ของชนชาวไทยนับถือ อิสลามพวกนี้ ไม่ได้ โง่อย่างที่เราคิดกัน เขาเรียนรู้เขาฉลาดเข้าใจสถานะการได้ดีทีเดียว ผมถามเกี่ยวกับ สหพันธรัฐปัตตานี เขาก็ตอบกับผมมาตามตรงเพราะทึ่งที่ผมกล้าถาม ว่ามีจริง เมื่อก่อนนี้มีกลุ่มไทยสองสัญชาติ มาเกลี้ยกล่อม ให้จัดตั้งขบวนการกัน แรกๆ อิหม่ามก็หลงเชื่อไปกะเขา แต่ต่อมาเริ่มชัดเจนว่า ปลดแอกจากไทย แต่ไปอยู่ใต้อุ้งตีนมาเลเซีย แถมไม่ใช่จังหวัดซะด้วย มันจะกลายไปเป็น ฐานกำลังให้ กลันตัน ตรังกานู ไทรบุรี ต่างๆพวกนี้ รวมกันก่อการแยกดินแดนจากมาเลเซียอีกที แล้วตกลงชาตินี้จะรบกันจบสิ้นหรือไม่ รบกันไปเพื่ออะไร ถามไปว่าแล้วกับพวกผู้ก่อการต่างๆนี้ทำอะไรกัน อิหม่ามตอบตามตรงว่า มันเป็นเพียงผู้สนับสนุนของกลุ่มอิทธิพลต่างๆ พวกนี้จะมีสีคุม เราจ่ายค่าคุ้มครองให้ไปก็จบแล้ว ผมถามต่อว่า อิหม่ามนี่คือแผ่นดินไทย อิหม่ามก็เป็นคนไทย ใยต้องจ่ายค่าคุ้มครองห่าเหวอะไรนี่ด้วย อิหม่ามยิ้ม บอกมาว่า คุณอยู่เมืองกรุงไม่รู้หรอกว่า คนที่นี่อยู่อย่างไร ไม่จ่ายก็ทำงานไม่ได้ ไม่จ่ายกรีดยางไม่ได้ ไปหาปลาไม่ได้ เดินตลาดยังไม่ได้เลย เขาสั่งเก็บหมด จะโชคดีก็ตอน ในหลวงท่านเสด็จมาประทับน่ะแหละ ไม่มีส่วยไม่มีค่าคุ้มครอง

คำถามต่อไปถึง ข้าราชการที่ลงมาทำหน้าที่รักษาความสงบ อิหม่ามตอบว่า ใหม่ๆลงมาก็ต้องพาไปสำรวจพื้นที่ แล้วเขาก็ไปคุยไปแบ่งเขตกันเอง ผมถามไปว่าเขาบอกกันไหมว่าเอาส่วยไปให้ใคร อิหม่ามว่า เอาไปให้นายทำทุน เป็นโบนัสก่อนจะเลิกทำงาน(เงินเดือนพวกมันไม่พอกินน่ะ เห็นใจมันหน่อย) ถามต่อไปว่า โกรธหรือเกลียดชังทหารไหม เขาว่าไม่โกรธไม่ชังหรอก เพราะทหารให้ความคุ้มครองจริงจัง พวกเขาปลอดภัยทำมาหากินได้ ต่อมาเมื่อพรรคการเมืองลงไปแทรกในพื้นที่ จึงเกิดการแตกกลุ่ม น่าแปลกที่ไม่ยักไปเรียกเก็บค่าคุ้มครองจากพรรคการเมือง แต่ปรากฎว่ากลายเป็นชาวบ้านกลับต้องมาจ่ายค่าบำรุงพรรคการเมืองอีก....เออ...เอากะมั น

mamy

มีหลายเรื่องที่ผมหงุดหงิดเกี่ยวกับปัญหาภาคใต้ เราเป็นฝ่ายเสียเปรียบตลอดเวลาที่ผ่านมาเพราะเราหลงทางอย่างแรง เราใช้เจ้าหน้าที่ของรัฐชุดแล้วชุดเล่าเข้าไปทำงานในพื้นที่ โดยหารู้ไม่ว่าเรากำลังเล่นอยู่กับกลเกมการเมืองระหว่างประเทศ รัฐบาลต้องประกาศสงครามด้วยการตั้งวอร์รูมขึ้นมาสู้กันเลยทีเดียว สู้กันทั้งทางการทูต การทหาร การเมือง และการปกครอง ทั้งหมดนี้อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของคนๆเดียว ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษา ติดตาม และแก้ปัญหาวันต่อวันให้ทันเกมส์เขา จนในที่สุดเราต้องเดินเกมส์ล้ำหน้าเขาไปอีกขั้นหนึ่งให้จงได้

นายไซยิด ฮามิด อัลบาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของมาเลเซีย กำลังสร้างชื่อเสียงทางการเมืองให้กับตัวเองโดยการใช้ประเทศไทยเป็นบันไดไปสู่อำนาจส ูงสุดของมาเลเซีย คนๆนี้ไฝ่ฝันจะเป็นนายกฯและผมขอทำนายว่าเขาจะได้เป็นนายกฯจริงๆ

อย่าไปเดินตามเกมส์คนๆนี้ เราต้องสร้างเงื่อนไขขึ้นมาเพื่อทำให้คนๆนี้ไม่กล้าล้ำเส้น แผนการชั่วจากต่างชาติผมพอรู้ พวกเพื่อนบ้านนี่แหละตัวแสบ ในวันข้างหน้าอีกไม่ไกลจะเกิดสงครามเศรษฐกิจในหมู่อาเซียน ยิ่งไทยเร่งพัฒนามากเท่าใดก็จะเกิดการบั่นทอนด้วยการสร้างสถานการณ์ให้ไทยแย่ล งในสายตาต่างชาติมากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาเสียท่าเขาทุกเรื่อง กลายเป็นฝ่ายรับตลอด จากนี้ไปเราต้องเป็นฝ่ายรุก แต่อย่ารุกเข้าไปในกลเกมส์ของฝ่ายตรงข้าม มีอยู่สามสี่ชาติที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด แต่ละชาติหวังผลกันไปคนละเรื่อง ผมขอย้ำว่าคุณทักษิณแก้ปัญหานี้คนเดียวไม่ได้ครับ และขอยืนยันว่าที่ผ่านมาหลงทางกันเกือบทั้งหมด

นายหัวล้านตัวเตี้ยติดหนวดท้องพลุ้ยอัลบา รมต. ตปท กะนายเขา นายนาจิ๊บนี่ แสบอย่างที่ผมเคยว่าไว้ก็เห็นชัดตอนนี้แหละ นายคนนี้เขาพูดตามนาจิ๊บที่ขยิบให้พูด สองคนนี้ปี่กับกลองต้องเข้ากัน เพราะนาจิ๊บเป็นนายก อัลบาจะขึ้นเป็นรองทันทีเพราะตอนนี้ตัวเด่นกว่าไม่มี เขาเอาไทยไปเล่นการเมืองในประเทศเขาและเตะตัดขาไทยกลัว ฐานทางเศรษฐกิจเขาจะสะเทือนเนื่องจากปัญหาเรื่องความไม่ยุติธรรมในชนชาติเขาหน ึ่ง ในการลงทุนเขาหนึ่ง การขาดทรัพยากรบุคคลของเขาทำให้ นักลงทุนย้ายหนีมาที่ สามเหลี่ยมเศรษฐกิจทางใต้ไทยเยอะ หากไทยทำแลนด์บริดจ์มันก็สเทือนทั้ง สิงค์ทั้งมาเล หากภาคใต้ไทยเจริญอินโดก็สะเทือนด้วย ( นี่ความเห็นส่วนตัวผมนะครับ ) จริงอยู่หากเราทำแลนด์บริดจ์ สิงค์เอี่ยวด้วยแต่จะทำให้ท่าเรือสิงค์ถูกแชร์ไป แม้ช่วงแรกอาจจะไม่สะเทือนสิงค์ แต่ระยะยาวแล้วใครจะรู้

เขาต้องการทำให้ประเทศเขามีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น สังเกตุได้ตอนนี้จะมีชาวจีนเข้ามาเลเซียมากขึ้น ไปเที่ยวตามเกาะแก่งและทะเล บ่อนเกนติ้งด้วย เขาอิจฉาไทยครับตั้งแต่สมัยพลเอกเปรมทำท่องเที่ยวไทยบูมมาก

ยิ่งช่วงนี้ชาวตะ วันออกกลางมีปัญหาท่องเที่ยวแถบยุโรปเลยหนีเข้าเอเซีย ถ้าไทยมีปัญหา นักท่องเที่ยวจากจีนและตะวันออกกลางจะไหลเข้ามาเลและสิงคโปร์เยอะครับ ( ผมเดินทางเข้าออกเดือนละหนึ่งถึงสองเที่ยวอย่างน้อย ผมถึงเห็นกะตา เมื่อก่อนผมเห็นสนามบินKLIA เหงา ขนาด ต.ม.มาเลนั่งหาวเลยละ ตอนนี้คนมากขึ้นขนาดเรียงแถวรอคิวตรวจยาวเลย

และตอนนี้คนมาเลและสิงคโปร์ที่เ คยขับรถมา หาดใหญ่ มาเบตง เที่ยว หายเงียบไปมากๆเลย สมัยหวัดนกระบาดไทย มาเลประโคมข่าวทุกวัน ตอนที่พวกขัดผลประโยชน์วางระเบิดโรงแรม มาเลลงข่าวตั้งหลายวันและแนะนำคนอย่าเข้าไปเพราะอาจเกิดอันตราย

แล้วเราคนไทย จะคิดอย่างไร แต่อย่างหนึ่งคือคนไทยมันสารเลวที่ทำให้เกิดปัญหาต่างๆขึ้นจนไฟลามทุ่งคุมไม่ได้ คนมันจ้องจะเล่นก้นเพื่อนอย฿แล้วมันก็ได้โอกาสสิครับ

ต้องปรึกษามะกัน ไม่ปรึกษาได้ยังไงท่านป่วน มาเลเซียเป็นแหล่งลงทุนของมะกันเหมือนกัน มิหนำซ้ำเขายังจีบกันเรื่องการทหารแถวๆช่องแคบมะละกา มะกันยังต้องการขายอาวุธให้มาเลเซีย และมาเลเซียเป็นประเทศยุทธศาสตร์ที่อเมริกาต้องการมีอิทธิพลมากที่สุดในย่านนี ้ เพราะเป็นจิ๊กซอชิ้นสำคัญของคีมหนีบจีนในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นฐานทางทหารระดับยุทธศาสตร์โลกในการความคุมการเดินเรือบรรทุกน้ำมันจากตะวันออ กกลางไปยังญี่ปุ่น เกาหลีใต้และอเมริกาฝั่งตะวันตก

เวลานี้ที่เกาะกวมมีการฝึกทางทหารให้กับประเ ทศที่ตั้งอยู่ในเขตยุทธศาสตร์ทางทหารอย่างเร่งรีบ ประเทศไหนบ้างที่ตั้งอยู่ใกล้จุดควบคุมช่องแคบทางเดินทะเลให้ไปเปิดแผนที่โลกด ูเอง ทั้งเอเชีย ตะวันออกกลางและที่สำคัญคืออัฟริกาด้านที่อยู่ตรงข้ามกับตะวันออกกลาง

เวลาดูการเมืองท้องถิ่น หูตาต้องกว้างไกลไปยังการเมืองระหว่างประเทศด้วย จะทำอะไรตามอำเภอใจไม่ได้ ประเทศย่านแถบบ้านเราไม่ถามมะกันก่อนไม่ได้ครับ

ท่านป่วนอยู่แถวสำโรง จะทำอะไรต้องถามตะหานเรือก่อนมิใช่หรือ?
แล้วแถวบางซื่อ เกียกกายต้องถามใคร แล้วทางดอนเมืองละครับท่าน?.....เอิ๊กกกกก

รู้อยู่ครับท่านพี่ ว่าไงๆ พี่ไทยต้อง "หงอ" มะกันไว้ก่อน จนกว่าไทยจะรวบรวม "อาเชี่ยน" ได้ ผมแปลกใจที่ท่านพี่ อยู่ถึงเมืองมะกัน แต่อ่านรู้ได้เหมือนกะผมหรือมากกว่าผมที่อยู่เมืองไทย ผมตั้งกระทู้เรื่องประชาคมอาเชี่ยน พยายามชี้นำว่า ไทยเดินยุทธศาสตร์เพื่อรวบรวมประเทศแถวอาเชี่ยน เพื่อพยายามชี้ให้เห็นว่า ทักษิณเดินแผนงานอย่างไร ทำได้นี่ผลประโยชน์เข้าไทยมหาศาล พยายามให้ทุกคนหันหน้ากลับมามองประเทศชาติ มากกว่าความแค้นส่วนตัว น้อยคนนักที่มองเห็น ในกรุงเทพธุรกิจ ท่านผู้รู้ที่นั่นหาว่าผมเป็นสาวกทักษิณซะอีก ทั้งที่ขนาดลูกกะเป๋งทักษิณ เชิญผมเข้าพรรค ผมยังด่าสวน ปชป.ทำเป็นกระดี้กระด้าเข้ามาก็เจอ "ด่าเช็ด" กลับเช่นกัน

ส.ส.หน้าใหม่ๆในบ้านเรายังมองกันที่ พรรค และเงินในพรรค มองบ้านมองเมืองกันเป็นที่ไหน ยิ่งส.ส.ไทยรักไทยเขตผมนี่ ยิ่ง "โง่บัดซบ" เลย เขตบ้านผมนี่มีกรรมที่ไม่สามารถหา ผู้แทนราษฎร ดีๆได้สักคน แต่ละคนเข้ามานี่ มองประเทศแค่สมุทรปราการเท่านั้น

ช่วงนี้แหละครับที่ค่อนข้างหนักสมอง ว่าจะเดินเกมต่ออย่างไร เราเปิดเกมอัดเขาด้านการค้า การตลาด และช่วงชิงความได้เปรยบทางธุรกิจมาได้ แต่เราเพลี่ยงพล้ำไปแล้วในด้านการทหาร การศึก เพราะการมองภาพไม่กระจ่างของ ขงเบ้งจิ๋ว น่ะแหละ น้าชวนเรายิ่งห่วยแตก ตัดงบกลาโหมจ้อย โดยไม่ฟังเสียงทักท้วง อีตาทักษิณ แกไม่ค่อยเชื่อมือทหาร แกเชื่อ ตำรวจเพื่อนแกเท่านั้น มองไปที่กองกำลังบ้านเมืองเราตอนนี้ ผมไม่เห็น "มือดี"ด้านการรบสักคน ขนาดไปเอามาจากทัพฟ้าแล้วนะเนี่ย อาจเป็นเพราะเมืองไทย สงบมานาน และ น้าจิ๋ว ครองอำนาจอยู่นานเกินไป กองทัพเลยอ่อนแอ

คุณป่วนเคยเตือนผมเหมือนกันครับเกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาเลย์ เจ้าหน้าที่ทางการไทยจับทหารมาเลย์ได้ สองครั้งสองหนในเขตแดนไทย พวกเค้ากลับเงียบ ไทยก็ไม่เห็นทำเรื่องประณามอย่างเป็นทางการ กลับกุลีกุจอส่งคืนให้โดยง่าย ทีรองนายกของมาเลย์เสียอีกที่ให้ข่าวว่ามีการรายงานเห็นชายชุดดำ พวกก็เพิ่มกำลังทหารตรงชายแดนแล้ว สถานการณ์แบบนี้ไทยจะอยู่นิ่งเฉยไม่ได้แล้วครับ ผมว่าการทูตของไทยต้องไม่ใช่การตั้งรับอย่างนี้ การกระทำของมาเลย์ที่แสดงออกมานั้นไม่ใช่เพื่อนแน่นอน ผมไม่อยากเชื่อว่าการที่รองสุรเกียริต์ ไปร่วมงานศพนายกมาเลย์นั้นจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น เพราะดูเหมือนว่านายกฝั่งโน้นยังไม่สามารถควบคุม บริหาร ให้เป็นไปอย่างมีเอกภาพ รองนายก กับ รมต ต่างประเทศกำลังเล่นเกมส์ปะลองกำลังกันกับนายกตัวเองโดยใช้ไทยเป็นเครื่องมือ ผมคิดว่าเสถียรภาพทางการเมืองของมาเลย์น่าจะมีปัญหา
ผมดีใจมากๆ ที่เจ้าคณะจังหวัดปัตตานีออกมาพูดชัดๆ แบบที่ผมกำลังคิดอยู่ โดยความรู้สึกในภาพรวมแล้วการที่เจ้าหน้าที่เริ่มจับกุมผู้ต้องหาได้ทำให้เกิดความเช ื่อมั่นได้ในระดับหนึ่ง ผมยังสงสัยว่าที่นายกบอกว่าจะปิดเกมส์ให้เร็วที่สุดนั้นจะทำเช่นใด มีประสิทธิภาพแค่ไหน ส่วนตัวเห็นด้วยกับการส่ง พล อ. ไพศาล และ พล. อ พัลลภ ลงไปอัดพวกชั่วนั่นให้กระจุย

mamy

การเอาท่าน คงศักดิ์ ลงมาแก้ปัญหาภาคใต้ ผมถือว่า ท่านทักษิณ ยัง "ใจสู้" อยู่ครับ การปรับครมใหม่ครานี้ ไม่ผิดไปจากที่ผมคาดเท่าใดนัก ทักษิณยังมองภาคใต้เป็นเรื่อง รองบ่อน อยู่ ปัญหาใหญ่ที่ ประเทศไทยต้องทำให้ได้ค่อ เสริมฐานทางเศรษฐกิจ ให้ไทยยืนอยู่บนการค้าโลกให้ได้ สอง การผนึกกำลัง ประชาคมอาเชี่ยน สาม การรับมือการค้ากำไรของยักษ์น้ำมัน สี่ สร้างประเทศให้เป็น เมืองท่าของ ประชาคม อาเชี่ยน ห้า ปรับสภาวะปัญหาสามจังหวัดชายแดนใต้

เรามามองกันแบบชัดๆนะ ฆ่าคนเป็นพัน แต่สามารถผันเอาเงินตราที่หายไปในระบบกลับเข้ามาพัฒนาชาติได้ ไม่ใช่เงินน้อยๆนะ อันนี้ ไทยรักไทยคิด แต่อีกทางคือ ปล่อยให้คนในพื้นที่มันจนตายไปเอง อยู่แบบเดิมๆ เงินทองก็ไม่พอมาหมุนเวียนพัฒนาชาติ อันนี้ ปชป.คิด เราอยากได้กันแบบไหน ไม่ต้องไปพูดถึงเรื่องโกงกิน มันกินทั้งคู่อยู่แล้ว

ท่านว่าคนไทยส่วนใหญ่ในประเทศคิดแบบไหน ไทยรักไทย หรือ ประชาธิปัตย์

ระดับก่อการร้ายสาก ลแม้จะมีราวสามสิบเปอร์เซ็นต์ของกรณีร้ายๆ ที่เกิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนเอง
แต่ก็เป็นสิ่งที่ไม่น่าดูแคลนแต่อย่างไรครับเพราะอาศัยจังหวะจะโคลนที่ทางรัฐบาลบริหารแบบลักปิดลักเปิดในส่วนที่แล้วมา
ซึ่ งชาวบ้านไม่ใคร่ให้ความร่วมมือกับทางการนัก
รวมทั้งการฉกชิงผลประโยชน์ของเหล่ามา เฟีย และสีต่างๆ

การที่จะแยกขบวนการก่อการร้ายจากชาวบ้านได้
นับเป็นการคัดปลาป ิรันย่าจากปลาธรรมดา
การทำลายปิรันย่าที่ถูกต้อง ต้องไม่ทำลายชาวบ้านด้วย
ต้องให้ชาวบ้านร่วมมือกับรัฐเพื่อชี้ปิรันย่าตัวจ ริง

เห็นด้วยกับคุณคนแก่ที่ว่าการใช้ พรก. ฉุกเฉินในเนื้อหาไม่แตกต่างจากกฏอัยการศึกนัก
ดูเหมือนครั้งนี้คุณทักษิณจะเทมาหม ดหน้าตักในเรื่องแก้ปัญหาภาคใต้
แต่คงหาทางหนีทีไล่ไว้เรียบร้อยเพื่อแก้ต่างในภา ยหลัง

คนที่ละเมอด่าว่าทักษิณเผด็จการน่ะ พวกละเมอเพ้อพกครับ หากทักษิณจะเผด็จการจริง เขาทำไปนานแล้ว อำนาจในมือขณะนี้มีขนาดไหม แต่เขาทำไม่ได้ต่างหาก การที่ต้องออก พรก. หรือ พรบ.ในการแก้ปัญหาภาคใต้ ผมถือว่าเป็นการกระทำที่ อะลุ้มอล่วยที่สุดแล้ว ลองถามไอ้คนพูดว่าทักษิณสิครับว่า อ่านบทปกครองประเทศละเอียดหรือยัง หรือมีปากพูดแต่เอาดีใส่ตน เขาจะออก พรบจำต้องขอความเห็นชอบจาก สภา และการออก พรบ.ที่ว่ามาก็เป็นการออกแค่เพียงชั่วคราว มีระยะเวลายกเลิก หากจะต่ออายุต้องมาขอกันใหม่

อยากดูกฎอัยการศึกกันไหม ข้ามีอำนาจ อยากประกาศก็ประกาศไปเลย ไม่ต้องมารอขอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ มาขอให้สภาอนุมัติ แถมนำเสนอไปทูลเกล้าลงพระปรมาภิไธย แถมไม่มีกำหนดเวลายกเลิกอีกเอาตามความพอใจของผู้ทำงานนั้นๆ กฎอัยการศึกน่ะ แม่ทัพภาคก็สามารถสั่งได้ แต่พรบ. ไม่มีการลงพระปรมาภิไธย ยังนำไปใช้ไม่ได้

เอ๊ะหรือจะให้ทักษิณมันเป็น "เผด็จการ" ซะจริงๆเลยดีมั๊ย จะได้หายโง่กันสักที หาว่าเขาจำกัดเสรีภาพสื่อ บิดามารดาของคนทำสื่อนี่แม่งคงใหญ่น่าดู นึกอยากเขียนอะไรให้ใครเสียหายอย่างไรกูก็เขียนไป ผิดขึ้นมาแก้ตัวแค่คอลั่มภ์เล็กๆ เผลอๆมองไม่เห็น ผมเสียดายที่ไปร่วมมือกับพี่มานะ แพร่พันธ์ ในการดิ้นรนเอาเสรีภาพมาให้สื่อ เพราะเมื่อมันได้กันมาแล้ว มันทรยศต่ออุดมการของสื่อกันหมดสิ้นไม่มีเหลือ ดังนั้นอยากให้สื่อกลับไปอยู่ในขอบเขตจำกัดท่าจะดี มันจะได้สำนึกว่า อิสระภาพ นั้น ควรธำรงไว้เยี่ยงไร

อาจแก้ไขได้แค่บางส่วนครับ เกมนี้เขาอ่านทางไว้แล้ว และเขาน่าจะไปลากเอากลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชนมาเล่นกะเราด้วย นี่แหละที่จึงมีการพยายามล๊อบบี้เข้าไปนั่งเป็นเลขายูเอ็นของนายสุรเกียรติ แต่จะได้หรือเปล่านี่น่าสงกาสัยครับ...เหอ...เหอ ขนาดพี่ไทยด้วยกันเองยังงั่ง ไม่เชียร์กันเล้ย ให้ร้ายอีกต่างหาก

ผมเห็นด้วยกะท่านพี่คีรีที่ว่า ประเทศไทย "แทงกั๊ก" มาตลอด แต่หากมองที่ความจริง หากไม่แทงกั๊ก เราจะยืนตรงไหน ยืนข้างมะกันหรือ ตลอดเวลาที่ผ่านมา มะกันหาได้มีความ จริงใจต่อประเทศเราไม่ มีแต่จะเสวยผลประโยชน์ลูกเดียว แต่พอมะกันทำท่าจะเดือดร้อน เราน่ะแหละจะอ่วมกว่าเพื่อน

มหาเด่แห่งมาเลย์กะว่าจะก้าวขึ้นเป็น "ผู้นำ" ในภูมิภาคนี้ ลำพังเสือเจ้าเล่ห์อย่างน้าทักษ์เราน่ะกะถีบยันส่งไปเป็นทัพหน้าอยู่แล้ว แต่มหาเด่ไม่กินหมู และไม่ใช่หมู แผนน้าทักษ์เราเลยไม่ได้เรื่องกลับกลายเป็น ประเทศไทยโดดเด่นขึ้นมาเป็น เป้าล่อ ซะเอง จะว่าเข้าทางก็นับว่าใช่ แต่หากดูความในใจแล้วน้าทักษ์ชอบ แอบข้างหลังมากกว่า งานนี้ถือว่าผิดแผน ดังนั้นหากนาจิ๊บถลาขึ้นสู่อำนาจ น่าจะยอให้ตูดกระดก ยกให้เป็น เป้าล่อซะเลย จะดีกว่า เยาะเย้ยมหาเด่มันด้วย

ที่แปลกใจอยู่อย่างก็คือ กอส. ผมชอบใจที่คุณหมอประเวศออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันหน้าร่วมมือกัน รวมทั้งสื่อมวลชนด้วย แต่แปลกแฮะ ที่ท่านประธาน กอส. กลับบอกว่าให้นายกพูดคำว่าขอโทษแล้วเหตุการณ์จะสงบเอง เหมือนกับจะเป็นการบอกเป็นนัยๆ อะไรซักอย่างที่ผมไม่อาจรู้ได้

ถ้าเอาข้อมูลของคุณ งง มาประกอบการคิด หรือแม้แต่ใช้ความนึกคิดปกติของสามัญชน แล้วการพูดคำว่าขอโทษไม่น่าจะมีผลทำให้เหตุการณ์สงบลงได้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมีความสลับซับซ้อนมากกว่าที่หลายฝ่ายเข้าใจ จึงแปลกใจมากๆ ที่อดีดนายกรัฐมนตรีมีมุมมองเพียงแค่มุมเดียว แล้วสรุปออกมาว่ามุมที่เห็นนั้นใช่เลย

เรื่องภาคใต้นี่ผมว่าหากลองมองด้วยใจเป็นธรรมและเอาใจเขามาใส่ใจเราแล้วละก็ ผมว่าประชาชนแถบชายแดนก็เป็นเพียงเบี้ยที่ถูกใช้เป็นประโยชน์มาตลอดระยะเวลาอันยาวนา น ผู้ที่หาประโยชน์จากประชาชนทุกศาสนาเชื้อชาติที่นั่นก็คือ ผู้มีอิทธิพลทุกกลุ่มและผู้แสวงหาประโยชน์โดยเอาข้ออ้างแยกดินแดนมาอ้าง และคนนอกประเทศบางกลุ่มที่ต้องการร่วมวงร่วมฮุบผลประโยชน์ที่รอจังหวะอยู่วงนอ ก รอเพียงพวกตีงูให้กากินเท่านั้น
สุดเลวร้ายก็คือพวกคนที่เรียกตัวเองว่าคนไทยนั่น แหละตัวดี อย่างที่คุณป่วนเคยพูดไว้ข้างต้น ผมก็เคยบอกไว้แล้วว่ามันมหาศาลขนาดไหน ใครที่มันเคยได้มันก็ไม่ยอมเสียอะไรไปง่ายๆหรอกครับ
ผู้ที่แหลกราญก็คือหญ้ าแพรกอย่างประชาชนนั่นเอง

mamy

เรามาพูดกันแบบเรื่องจริงดีกว่าครับ ปัญหาภาคใต้ มองไปทางด้านยุทธวิธี กองกำลัง คนเรียนเสธมาอย่าง นายทักษ์ ถึงได้ว่า "โจรกระจอก" ผมเองก็ว่าพวกมันน่ะ แค่โจรกระจอกเช่นกัน

แต่โจรกระจอก กลายเป็น อภิมหาโจร ได้อย่างไร ผมได้พูดไว้หลายครั้งว่า การต่อกรกับโจรภาคใต้ คนไทยต้องเป็น "คนไทย" จริงๆ ไม่ใช่รักชาติแต่ปาก เพราะผลประโยชน์ภาคใต้นั้นมหาศาล รัฐบาลจะปราบได้ รัฐบาลต้องตั้งตัวเป็น "มาเฟีย" ให้ได้ ทีนี้ประชาชนในประเทศยินยอมกันหรือไม่ และคอนโทรลรัฐกันเป็นหรือไม่

การที่เอ่ยไปยังรัฐบาลทหาร เพื่อจะชี้ให้เห็นว่าเมื่อก่อนมีโจรหลากก๊กหลายเหล่ากว่านี้อีกครับ แต่การที่ไม่โด่งดังเพราะ รัฐเอาจริง และลองถามประชาชนชาวใต้รุ่นเก่าๆดู เขาจะว่าเมื่อก่อนนี้ อุ่นใจและเชื่อมั่นมากกว่าปัจจุบัน เพราะไม่ว่า จคม. ขบานการสหพันธรัฐ คอมมิวนิสต์ หรือกลุ่มโจรอะไร เจอ ทหารรัฐบาล เอ็งตายลูกเดียว ชาวบ้านจะอุ่นใจเมื่อเจอทหารตำรวจ แต่ปัจจุบัน ยิ่งเจอทหารตำรวจ ชาวบ้านจะยิ่งหนีให้ไกล เพราะกลัวลูกหลง กลัวของแถม

ทุกอย่างมีสองด้านคุณแซม การได้ใจประชาชน ทำให้ศักยภาพความเกรงกลัวในการปราบปรามอย่างเด็ดขาดเอาจริง ที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายเคยมีต่อกองกำลังของไทยสูญสิ้นไปโดยปริยาย เราได้ใจประชาชนที่อ่านแต่ข่าวเอาจากภายนอกเหตุการณ์ แต่เราไม่นึกถึงจิตใจประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ ผมถึงว่าอย่าไปมองแค่ด้านเดียวแบบสื่อประโคมโหมกัน

เห็นภาพเหตุการณ์ทา งโทรทัศน์ไหมครับ ไม่มีเสียงปืนสักเปรี้ยง แต่สื่อวิ่งกันเอาหัวซุก ถ่ายภาพการปิดกั้นถนนก็ถ่ายแบบใช้ซูมเอา วันนี้ 6 ต.ค. พอดี เมื่อปี 19 สื่อวิ่งถ่ายรูปที่สนามหลวง ที่หน้า ม.ธรรมศาสตร์ เสียงปืนเปรี้ยงปร้างไม่ขาดหู ดังระงม สื่อถือแค่กล้องถ่ายรูปธรรมดา วิ่งกันพล่านท่ามกลางกระสุนปืน ยามซวยก็โดนเข้ามั่ง รักษากันไป แต่ที่ทางใต้ไม่มีสักตัว

แต่พอเหตุการสงบลง สื่อเฮกันเข้าไป ถามกันให้มั่ว เขียนกันแบบว่าข้าเจ๋ง ข้ารู้ ข้าเห็น บางเรื่องแย้งกับภาพที่ออกมาสดๆก็มี เรายังเชื่อสื่อหัวปักหัวปำ เพราะเราต่างโดนครอบงำโดยสื่อ

การนำเสนอของสื่อพอเสร็จเรื่องมีสื่อไหนวิเครา ะห์ผลดีผลเสียออกมาอย่างเป็นธรรมกันบ้างไหม โน่นเฮโลสาระพาไปทำข่าวแต่สองผู้เสียสละโน่น พรรคการเมืองก็เสนอหน้าออกไป เอาคะแนนนิยมโน่น ทั้งสองพรรคน่ะแหละ ไม่มีใครแม่งดีกว่าใครหรอก เห็นใจนาวิกทั้งสองผู้กล้า กล่าวหาโจมตี กลุ่มผู้ก่อการร้ายว่าเลว เสนอข่าวออกมาในเชิงยกย่องด้วยซ้ำว่า อุกอาจแผนการเยี่ยม ข้างสื่อที่ไม่ชอบขี้หน้ารัฐบาล ก็หาเรื่องด่าว่าปล่อยให้สองนาวิกตาย แต่มีใครมาแยกแยะพิรุธ ข้อดีข้อเสีย เพื่อชี้ช่องหาทางป้องกัน ไม่มีสักตัว ข้างเชียรรัฐบาลก็ออกมากล่าวอ้างความชอบธรรม ข้างไม่ชอบรัฐบาลก็ออกมาตามฟอร์มเดิมคือ ด่า พรรคฝ่ายค้านก็ออกมาตำหนิ นี่กลายเป็นเรื่องเล่นการเมืองไปหมด

ไปดูความคิดของคนที่หมู่บ้านนั้น มีคนชั่วแฝงตัวในหมู่บ้านไม่กี่คน แต่ทุกวันนี้ หมู่บ้านนั้นกลายเป็นจำเลยสังคม หลายหลากความเห็นด่าเหมารวมทั้งหมู่บ้าน ยิ่งพลพรรคเชียร์รัฐบาลยิ่งถล่มหนัก พลพรรคเชียร์ฝ่ายค้านเลยได้โอกาสย่องไปทำคะแนน เตะหมูเข้าปากหมา นักการเมืองอีก สุดท้ายก็คือยังโดนกินเหมือนเดิมเพียงแต่เปลี่ยนตัวคนกินเท่านั้น

ขวัญกำลังใ จชาวบ้านที่นั่นและอีกหลายอำเภอหลายหมู่บ้านสูญสิ้น เวลา 17 ชั่วโมงที่ผ่านไป กองกำลังรัฐบาลไม่สามารถกอบกู้สถานการณ์ได้ ความฮึกเหิมเกิดที่ฝ่ายไหน ลองนึกไปถึงว่าหากเราเป็นทหารทำงานที่นั่นกันมั่งไหมว่าเราจะคิดอย่างไร นี่เป็นการ "ขวางกระแส" ของผมอีกครั้ง ขอให้กลับไปรวบรวมเหตุการณ์ต่างๆกันดู แต่ละคนก็เล่าเรียนกันมาไม่ใช่น้อย จะเห็นได้เลยว่า เราจะช่วงชิงความได้เปรียบได้อย่างไร เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตอนผมกำลังไม่ค่อยสบายอยู่ และเป็นช่วงที่กำลังวุ่นวายเรื่องโรงเรียนของลูกสาวอยู่ ดังนั้น จึงเป็นการเอาภาพต่างๆมาต่อเป็นจิ๊กซอว์ภายหลัง ดังนั้นจึงยิ่งชี้ชัดว่าเราโดนเขาเอา "ตีน"(ขออภัย)ลูบหน้าอย่างเต็มๆเลย แล้วทุกวันนี้เกิดอะไรขึ้น ความฮึกเหิมก่อให้เกิดอะไร

ปัญหาภาคใต้จะสงบได้ คนไทยต้องรักความเป็นไทย ต้องเข้าใจในสถานการที่นั่น ต้องเข้าถึงสถานการ และสุดท้ายต้องพัฒนาสมองและรู้จักหน้าที่ของตนให้ถ่องแท้ เอ็นจีโอชั่วๆไม่ใช่พ่อเรา มาเลย์ซ่าส์มาตบเปรี้ยงกลับไปเลย กองกำลังจัญไรอะไรโผล่มาขยี้ให้เหี้ยน สร้างความมั่นใจแก่คนในท้องถิ่นไปเลยว่า กองกำลังไทยยัง "เข้ม" เหมือนเมื่อก่อน และประชาชนจะมั่นใจยิ่งกว่านี้ว่า กองกำลังไทยจะไม่ "เอาซะเอง" เหมือนเมื่อก่อน รับรองสงบ สื่อไหนซ่าส์ก็ขอแสดงความนับถือมันซะ นักสิทธิมนุษยชนคนไหน กร่างนักก็เชิญไปเป็นกองกำลังที่นั่น ฝ่ายค้านตัวไหนปากดี ก็ให้ไปเป็นตัวประกันแทนทหาร ผมถามทุกท่านจริงๆว่า เราทำเพื่อให้ ประเทศเราสงบ เรายอมช่วยกันไหม ในใจผมยังเชื่อว่าเกินเก้าสิบเปอร์เซนต์คนไทยจะร่วมมือร่วมใจช่วยรัฐ สำคัญที่ว่ารัฐจะกล้าทำหรือเปล่าเท่านั้น

ใครอยากรู้ว่าทำไมผมถึงว่าเราช่วงช ิงความได้เปรียบได้ เมล์มา ผมจะบอกเฉพาะ"บางคน" เท่านั้น เพราะเชื่อว่าแผนนี้จะมาอีก ขงเบ้งก็ขงเบ้งเถอะ ผมมัน "โจโฉ"ว่ะ

mamy

ผมมัน "เด็กนอกแถว" รู้มาประสาประชาชนถือว่า รู้น้อย ด้วยซ้ำ การที่รู้คือมาจากการลงไปอยู่ในพื้นที่และ นิสัยที่ชอบศึกษาความเป็นอยู่ของท้องถิ่นต่างๆ สมัยก่อนมีใครกล้าลงไปทำงานในเขต 4 จังหวัดชายแดนใต้ ถ้าไม่ใช่เป็นคนใต้ หรือบางทีคนใต้แท้ๆยังไม่กล้าลง อีริกสันมีผมนี่แหละ ให้ลงไปเป็น ยิ้มเผล่ ชอบไปเสียอีก ก่อนมาอยู่อีริกสันก็ไปเฮกะผองเพื่อนบ่อย ที่นราธิวาส และยะลา เพื่อนที่ยะลาพาเที่ยวภาคใต้ซะทั่ว การเที่ยวเตร่ของผมคือการไปดูชีวิตความเป็นอยู่ ดูการประกอบอาชีพท้องถิ่น ดูลักษณะภูมิศาสตร์ของพื้นที่ต่างๆ ....โห...ยังกะทำงานเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ทีผู้ว่าราชการมันไปรับตำแหน่ง นั่งอยู่แต่ในเมือง ร้องหาแต่ข้าทาสบริวารมารับใช้ ไม่ทราบว่าเป็นเพื่อนๆพี่ท่านมั่งหรือไม่......ฮ่า

เหตุการณ์ยิ่งยุ่งหนักขึ้ นจากการที่เริ่มมีหน่วยงานมากมายขึ้น การล้ำเขตแดนหากินกันของแต่ละหน่วยงาน ทำให้เกิดการแตกแยกแตกคอกัน ต่างฝ่ายต่างใหญ่ ต่างฝ่ายต่างไม่ลดราวาศอกกัน เอ็งแรงมาข้าแรงกลับ ผลกระทบต่างๆไม่ได้ไปอยู่ที่พวกมัน แต่ดิ่งเข้าฟาดประชาชนจังๆคนบาดเจ็บล้มตายหาใช่ผู้ใดประชาชนตาดำๆล้วนๆ ก๊กนี้มากร่าง ก๊กโน้นมากวน ก๊กนั้นมาแกะ ฝ่ายประชาชนตาดำๆชักเห็นว่าไม่เข้าท่า วันดีคืนดี พี่ท่านยกพวกเข้าถล่มกัน ยังกะบ้านเมืองนี้ไม่มีกฎหมาย ก็เพราะกฎหมายคือพวกมันไง ยิงกันหูดับตับไหม้ คนตายน่ะเร๊อะ ประชาชน ขนาดเจ้าเลาะห์ที่รู้จักกะผมนี่ว่าเป็นคนที่เข้าได้กะทุกกลุ่ม ยังต้องสร้างบังเกอร์หน้าบ้าน ขุดหลุมเพลาะรอบบ้าน เพื่อจะได้ไว้ป้องกันครอบครัว ใครไม่รู้โปรดรู้ไว้ซะสมัยนั้นน่ะ 11 มม.ของทหารมีตรายูเอสด้วยกระบอกหนึ่งราคาไม่เกินสองร้อยบาท แถมกระสุนให้ 50 นัดด้วย น้อยหน่าเหล็ก ลูกละ 5 บาทจ้า สั่งมากมีส่วนลดให้อีกเอ้า ....โห...โปรโมชั่นดีกว่า มือถือปัจจุบันอีก เอ็ม 16 รุ่นสงครามเวียตนามที่ฮ๊อตล่าสุด ราคาแค่ ไม่เกินพันสอง พร้อมกระสุน สองร้อยนัด ยิงเสร็จขว้างหัวหมาไปได้เลย อย่าเสือกมีรอยนิ้วมือแกะรอยมาได้ละกัน

ที่เกริ่นๆมาเนี่ย มีในสื่อฉบับไหนบ้างครับ ถามจริงๆ เคยเห็นสื่อฉบับไหนไปนั่งกินน้ำชากะชาวบ้าน ไปนั่งเรียนคัมภีร์กูรอ่านกะเขาบ้าง ไปศึกษาการกรีดยาง ไปดูเขาจับปลา ทอดแห ตีอวน ไปนั่งเรียนรู้การทำอาหารบ้านเขา กินไปสูดปากไป หาน้ำกินตามให้ควั่ก ไปช่วยงานเขาจนบางทีเขารำคาญบอกมาว่าให้นั่งดูเฉยๆเหอะเพราะเกะกะ ผมอ่านเอาจากสื่อเกือบทุกฉบับเห็นมีแต่เขียนตามเหตุการณ์ รายงานไปแค่ตาเห็น หากเป็นการยิงกันก็เขียนเดาสุ่ม นั่งเทียนเอา เพราะเวลาเสียงปืนดังเปรี้ยงก็วิ่งหาที่ซุกตูดสั่นระริกกันแล้ว ดีที่ยังไม่มีรายงานมาว่ามีใครเยี่ยวราดมั่งน่ะ

ทำไมผมจึงนิยมคุณคนแก่ และมักไม่ค่อยโต้แย้ง ในเรื่องนี้ แต่กับคนอื่นทำไมผมจึงมักถามมักกระแทกเอาตรงๆ นิสัยผมไม่อ้อมค้อม และบอกตามตรงไม่เคยคิดเป็นศัตรูกะใคร ไม่เกลียดชังรัฐบาลใด แต่ก็ไม่โปรดปรานรัฐบาลใดหรือพรรคการเมืองใด ก็เพราะรู้เช่นเห็นชาติพวกมันทั้งนั้น มันก็คนเราก็คน สำคัญที่สุดคือ มองย้อนมาที่ตัวเราก่อน ว่าถ้าเป็นเราๆทำไหม คำตอบในใจผมที่กล้าพูดออกมาอย่างชัดเจนคือ "ทำ" เงินทองไม่เข้าใครออกใคร และรายได้ไม่ใช่น้อยๆ ใช้เวลาไม่ถึงปี สามารถพลิกผันฐานะจากยากจนให้มีความมั่งคั่งมั่นคงในอนาคตได้ และในสังคมปัจจุบัน เรา "นับถือ" กันด้วยอะไร มิใช่เงินตราหรอกหรือ

ต่อไปจะได้กล่าวถึงการสูญเสียประชาชนไปจาก อำนาจทหาร เราจะเห็นว่าอำนาจมืดที่ครอบงำในจังหวัดชายแดนใต้ ที่แผ่ขยายจนกล้าแข็งกว่าอำนาจรัฐ มาจากสาเหตุใด ท่าปรัศน์ถ้าว่าง ช่วยเสริมบ้างก็ดีครับ เพราะบางอย่างผมเองก็อาจหลุดไปบ้าง เนื่องจากทุกข้อความผมนั้น ผมพิมพ์สดๆไม่ได้มีการกลั่นกรองแต่งเรื่องอย่างสื่อเมืองไทยมันทำ
บันทึก

aaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaaa

mamy

ส่วนตามข ่าวเรื่องที่มาเลเซียเรียกร้องให้ไทยนั่งโต๊ะเจรจาเรื่องคนอพยพ131คนนั้น.....ได้ถูก ทักษิณปฏิเสธโดยบอกว่ายังไม่ถึงเวลา......และทักษิณเองยังให้สัมภาษณ์ว่านักการเมือง มาเลเซียเล่นการเมืองมากเกินไป....เป็นการกล่าวที่ค่อนข้างแข็งและต้องการให้ทางรัฐบ าลมาเลเซียได้รับรู้ถึงอุณหภูมิของทักษิณ...และให้รู้ว่าเราไม่ได้เดินตามเกมส์และถู กมาเลจูงจมูก

ในส่วนนี้ผมเห็นด้วยโดยส่วนตัวว่า...คุณทักษิณทำถูกต้องในระดับ ความแข็งที่ให้สัม๓ษณ์ไป....ไม่อ่อนไม่แข็งไป.....เพราะตลอดเวลาที่ผมอยู่มาเลเซียแล ะตามอ่านข่าวเมืองไทย.....นสพ. มาเลจะลงข่าวทางภาคใต้ไทยตลอดและบางครั้งก็มีการลงความเห็นที่เป็นโทษกับไทยโดยไม่รู ้ความจริง....แม้แต่ตัวนายนาจิ๊บกับ รมต.ต่างประเทศก็มักออกข่าวว่า....ไม่รู้เรื่องว่ามีพวกก่อการร้ายหนีเข้ามาเล....หา กไทยรู้ให้ส่งรายชื่อไปให้เขาสิ......โดยความจริง....พวกนี้จะถือสองสัญชาติจำนวนไม่ น้อยเลย....และโดยส่วนใหญ่เข้าๆออกและไปทำงานในมาเลก็มีมากมาย.....ส่งชื่อทางไทยไป. ..เวลาใช้สัญชาติมาเลมันก็ใช้อีกชื่อก็เยอะ.....แล้วมันทางมาเลมันจะไปเจอได้ไง ( ตามตัวอักษรไม่มี แต่ตัวจริงๆมันมี )

ผมถึงว่าคุณทักษิณพูดได้ดีแล้ว....เดี๋ยวสองคู่หูมาเลมันจะเห็นไทยเป็นหมูห รือควายให้มันจูง....ใครมีความเห็นอย่างไรก็เชิญตามสบายครับ

aaaaaaaaaaaaaaa

ตัดมาแปะเผื่อใครจะเอาไปเป็น "ข้อคิด" เข้าร่วมสัมมนาด้วย...เดี๋ยวสัมมนาเสร็จไม่รู้ได้บทสรุปเข้าทางใคร ว่า "ปอเนาะนั้นเป็นอัตตลักาณ์ของชาวมุสลิม ให้มันอยู่อย่างที่เป็นมาใครจะแตะต้องไม่ได้?" แบบ กรูจะได้ฝังหัวเยาวชนแต่เรื่องศาสนาอย่างเดียว ภาษามลายูภาษาเดียว ภาษาอื่นไม่ต้องไร้มัน วิชาสามัญอื่นไม่ต้องไปรู้มัน เดี๋ยวจะฝังหัวลัทธิศาสนาประวัติศาสตร์บ้าคลั่งๆ ไม่ได้.....ปอเนาะไหนไม่มีเจตนาแฝงเร้นแบบที่ว่านี้ก็ไม่ต้องร้อยตัวไป ...จะให้ดูแต่ตัวบุคคลน่ะมันไม่ได้หรอก..มันต้องดูที่หลักสูตรดูที่เนื้อหา ดูที่กิจกรรมด้วย ว่าพวกคุณสอนและปลูกฝัง "อะไร" กัน.....ทุกโรงเรียนในประเทศนี้เขาก็ดูกันได้ทั้งนั้น แล้วปอเนาะจะต้องถือ "อภิสิทธิ์" อะไร ที่จะต้องอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์กว่าดรงเรียนของศาสนาอื่นๆ ในประเทศนี้? หรือกฎการฆ่ารายวัน? จึงตีกันไว้ก่อนว่าหวังว่าสัมมนาเสร็จข้องสรุปจะไม่ออกมาแบบที่ว่า?

mamy

4 B ที่ ผศ.อิบราเฮ็ม กล่าวถึง มีดังนี้

B1 ได้แก่ Background หรือ ความเป็นมลายูทางประวัติศาสตร์ ทำให้เกิดกลุ่มที่มีอุดมการณ์ในการที่จะต่อสู้กับรัฐไทยและต้องการที่จะแบ่งแยกดินแดนชัดเจน ความรุนแรงของปัญหาก็ขึ้นกับความเข้มแข็งของ กลุ่มนี้

หึหึ

ไม่รู้ชาวบ้านต้องการแบ่งหรือ โครตpaw โคตรmae ที่มีดินแดนติดกันมันต้องการแบ่งกันแน่ และประวัติศาสตร์ก็น่าจะค้นไปให้ถึงยุคก่อนที่อิสลามจะเผยแพร่มาที่ดินแดนนี้ด้วยนะ.....อย่าตัดตอนมาอ้างมาศึกษากันเท่านั้น!

mamy

ปอเนาะ จะมีส่วนในการสร้างคนในพื้นที่ให้เรียนรู้ภาษามลายูได้ เป็นการเพาะบ่มให้คนรักภาษา ซึ่งสำหรับชาวมุสลิมมลายูนั้น ภาษามลายู มีนัยยะที่หมายถึงศาสนาอิสลามด้วย เช่นเดียวกับคำว่า ไทย หรือสยาม ในความรู้สึกของคน 3 จังหวัด จะหมายถึงพุทธศาสนา

ปอเนาะยังมีส่วนสร้างผู้นำทางศาสนาหรือผู้นำทางจิตวิญญาณ คือทำให้ผู้นำท้องถิ่นเป็นผู้ได้รับการนับถือสูงสุด และในบางครั้ง คนใน 3 จังหวัดอาจจะเชื่อผู้นำท้องถิ่นมากกว่า จุฬาราชมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำศาสนาอิสลามสูงสุด

ในขณะเดียวกัน ปอเนาะก็สร้างให้คนที่ผ่านปอเนาะมีคุณลักษณะบางอย่าง คือจะเป็นคนที่พอใจกับการใช้ชีวิตแบบง่ายๆ คล้ายๆกับแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และเป็นคนที่ดูสงบ ซึ่งจะกลายเป็นอัตลักษณ์พิเศษ

aaaaaaaaaaaaa

ก็เพราะมันพากันรู้แต่ภาษามลายูภาษาเดียวน่ะสิ....วันนี้ภาคใต้จึงได้ลุกเป็นไฟ...สร้างปราชญ์ไว้เยอะน่ะ ปราชญ์ที่สร้างไว้ ทำไมไม่ใช้ปัญญาดับไฟใต้ ที่กำลังก่อการทุกวันนี้วัยร่นมุสลิมทั้งนั้นรึป่าว? รึกี่เปอร์เซนต์

mamy

หากนายทักษ์จะเล่นการเมืองเพื่อเอาชื่อเสียงอย่างเดียว นายทักษ์ ออกมากล่าวขอโทษแล้ว ปล่อยให้มันเข้าสู่ระบบเดิม นั่นจบครับ นายทักษ์เสียหน้าเล็กน้อย แต่ไม่ต้องมาจุกจิกหัวใจเรื่องสามจังหวัดนี้ต่อไป พี่น้องไทยในสามจังหวัดนี้ก็อยู่ในสภาพเดิมๆต่อไป รอเวลาประกาศตัวตามที่นายนิติภูมิว่าไว้น่ะแหละ พี่หมูเอาอย่างนั้นหรือ นี่ผมถาม "คนใต้" อย่างพี่หมูจริงๆ

ppp

ถ้าพวกคุณไม่ยอมรับในสันติก็ช่วยไม่ได้
เจอกันในสนามรบก็แล้วกัน

mamy

ปอเนาะยังมีส่วนสร้างผู้นำทางศาสนาหรือผู้นำทางจิตวิญญาณ คือทำให้ผู้นำท้องถิ่นเป็นผู้ได้รับการนับถือสูงสุด และในบางครั้ง คนใน 3 จังหวัดอาจจะเชื่อผู้นำท้องถิ่นมากกว่า จุฬาราชมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำศาสนาอิสลามสูงสุด
aaaaaaaaaaaaaa

ไอ้ตรงนี้น่ะอันตรายเลย....แล้วหากไอ้ผูนำสูงสุดของมวลชนที่นำการศึกษาอยู่ในปอเนาะ มันไม่เชื่อจุฬาฯ แต่ไปเชื่อไอ้อะไรโน่นที่อยู่นอกประเทศหรืออยู่ข้างประเทศนี่..ก็แย่เลยใช่ไหม? อย่างที่แย่อยู่เวลานี้?

mamy

เห็นปัญหาของปอเนาะ...แล้วยัง? หรือเป็นปัญหาของประเทศไทยไม่ใช่ปัญหาของปอเนาะ?

mamy

ถ้าพวกคุณไม่ยอมรับในสันติก็ช่วยไม่ได้
เจอกันในสนามรบก็แล้วกัน

วันที่ 25/10/2548 14:19

ถูกแทงใจดำล่ะสิ....พวกหรลอกให้อีกฝ่ายสันติแล้วงพวกมรึงก็สอยเอาๆๆ ใช่ไหม?

mamy

ผมลงไปทำงานที่นั่น ยังไปคุยกะพวกอิหม่ามในสุเหร่า ไปนั่งดื่มน้ำชากะ โต๊ะแช ผมถามเขาตรงๆเกี่ยวกะบ้านเมือง การคิดแบ่งแยกดินแดน เหล่าผู้อาวุโส ผู้รู้ของชนชาวไทยนับถือ อิสลามพวกนี้ ไม่ได้ โง่อย่างที่เราคิดกัน เขาเรียนรู้เขาฉลาดเข้าใจสถานะการได้ดีทีเดียว ผมถามเกี่ยวกับ สหพันธรัฐปัตตานี เขาก็ตอบกับผมมาตามตรงเพราะทึ่งที่ผมกล้าถาม ว่ามีจริง เมื่อก่อนนี้มีกลุ่มไทยสองสัญชาติ มาเกลี้ยกล่อม ให้จัดตั้งขบวนการกัน แรกๆ อิหม่ามก็หลงเชื่อไปกะเขา แต่ต่อมาเริ่มชัดเจนว่า ปลดแอกจากไทย แต่ไปอยู่ใต้อุ้งตีนมาเลเซีย แถมไม่ใช่จังหวัดซะด้วย มันจะกลายไปเป็น ฐานกำลังให้ กลันตัน ตรังกานู ไทรบุรี ต่างๆพวกนี้ รวมกันก่อการแยกดินแดนจากมาเลเซียอีกที แล้วตกลงชาตินี้จะรบกันจบสิ้นหรือไม่ รบกันไปเพื่ออะไร

mamy

กลุ่มไทยสองสัญชาติ

ปลดแอกจากไทย แต่ไปอยู่ใต้อุ้งตีนมาเลเซีย แถมไม่ใช่จังหวัดซะด้วย มันจะกลายไปเป็น ฐานกำลังให้ กลันตัน ตรังกานู ไทรบุรี ต่างๆพวกนี้ รวมกันก่อการแยกดินแดนจากมาเลเซียอีกที แล้วตกลงชาตินี้จะรบกันจบสิ้นหรือไม่ รบกันไปเพื่ออะไร ?

พวกคนมุสลิมมลายูแก่ๆ สมัยก่อน อาจฉลาด กว่าพวกวัยร่นมลายูมุสลิมสมัยนี้ๆ มันโง่มันจึงถูกพวกแขกอีกประเทศหนึ่งหรอกให้ไปตายแทนเพื่อความมักใหญ่ใฝ่สูงของพวกชนชั้นปกครองของอีกประเทศหนึ่ง หรือพวกพลัดถิ่นที่อยู่ในประเทศนั้นได้อย่างง่ายๆ.....?

mamy

ปลดแอกจากไทย แต่ไปอยู่ใต้อุ้งตีนมาเลเซีย แถมไม่ใช่จังหวัด

3 จังหวัดใต้

นาย mamy นายโง่มากกกกก แต่ทำเป็นอวดฉลาด เขียนเรื่อง สร้างเรื่องโกหก ลอกลวง ตอแหล เพื่อสร้างความแตกแยก คิดว่าตัวเองเก่ง แต่โง่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ที่สุด ดันไปแสดงความโง่อวดชาวบ้านเค้า คิดหรือว่าคนอื่นจะโง่ๆๆๆๆ เหมือนตัวเอง เฮ้อ คิดแล้วกลุ้ม ที่มีคนโง่เช่นนายอยู่ในเมืองนี้มากเหลือเกิน

mamy

ของคุณที่ชมว่ะ แต่ที่อ่านนั่นเป็นความเห็นของคนที่นายเรียกว่า "นายมามี่" นิดหน่อยน่ะ ที่เหลือ "นายมามี" ที่นายเรียก ตัดแปะมาจากความคิดเห็นของคนอื่นด้วย(ว่ะ) เพราะอยากให้เป็นอีกด้านหนึ่ง ที่ผู้สัมมนาจะพกไปเข้าวงสัมมนา ถ้าไม่โง่งมคิดเห็นกันอยู่แต่ด้านเดียวกันน่ะ สำหรับนายให้คนอ่านที่พอจะมีกึ๋นเขาตัดสินละกันว่าใครโง่ใครฉลาด..นายมีกึ๋นแค่ไหนจะมาตัดสินฉัน? แต่นายจะตัดสินฉันยังไง ความจริงก็เป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ.......เป็นอีกด้านที่คนโง่อยากให้เป็นสิ่งที่คนฉลาดอย่างนายหรืออย่างนักวิชาการอะไรที่เขียนเรื่องปอเนาะและผู้เข้าร่วมสัมมนานำไปพิจารณา และขอบอกไม่ว่า "พวกนาย" จะคิดอย่างไร คนอีกค่อนประเทศหรือเกือบหมดประเทศเขาคิดเช่นนี้

mamy

"ปัจจุบัน มุสลิมสายรุนแรง แผ่อิทธิพลของตัวเองโดยการสร้างความน่าสะพรึงกลัวให้เกิดขึ้น ในหมู่ผู้คนของทุกชุมชนที่มีคนมุสลิมอยู่ ในทุกหนทุกแห่งในโลกที่มี "เงื่อนไข" เปิดให้พวกเขาสามารถเข้าไปก่อความรุนแรงได้ ด้วยการบิดเบือนศาสนาหรือยกเอาเนื้อหาบางตอนที่ระบุการใช้ความรุนแรงไว้จากคัมภีร์ทางศาสนาของอิสลาม มาใช้ ปลุกความบ้าคลั่ง ของคนมุสลิม ที่มี "บาดแผลทางจิตใจ" จากความไม่เป็นธรรมของสังคมในกรณีต่างๆ ให้ลุกขึ้นมา ๑) ฆ่าคนตาย ๒) ตาย/"สู้ตาย" และ ๓) ทำลายทรัพย์สินทำลายอารยะธรรมของคนความเชื่ออื่นๆ เสียจนสิ้นทรากได้ โดย "ไม่รู้สึกผิด" และคนมุสลิมสายรุนแรงที่ลุกขึ้นมาทำอย่างนี้ได้และญาติพี่น้องของพวกเขาจะรู้สึกมีความสุขใจ? มีความความภาคภูมิใจ? ที่จะได้ทำศพลูกหลานของตัวเองด้วย พิธีกรรมการทำศพของ "นักรบศักดิ์สิทธิ" อันเป็นลักษณะพิธีกรรมที่เป็นอัตตลักษณ์ของศาสนาและจะเป็นการปลุกเร้าให้คนที่เหลืออยู่ออกไป "เข่นฆ่า" ผู้คนความเชื่ออื่นหรือฝ่ายตรงข้าม และหรือ "สู้ตาย" แบบเดียวกันได้อีกเป็นวัฏจักร จนกว่า มุสลิมสายรุนแรงจะครอบครองดินแดนโลกทั้งใบ? เพราะถูกฝังหัวให้ คิดและเข้าใจและเชื่อว่า เป็นการตายเพื่อพระเจ้าใน "สงครามศักดิ์สิทธิ์"/jihad? และจะได้กลับไปสู่พระเจ้าหลังความตายจากการเข่นฆ่าล้างผลาญผู้คนเช่นนี้ ซึ่ง ถ้ามนุษยชาติไม่มืดมิดอวิชชาก็จะเห็นหรือเข้าใจได้อย่างง่ายๆ ว่า นี่นับเป็นเพียง การนำเอาศาสนามาใช้เป็น "เครื่องมือ" เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ทางการเมืองการสงคราม ในยามที่ต้องการ "โค่นล้มทำลายล้างฝ่ายตรงข้าม" ด้วยความรุนแรง (ส่วนในยามปกติ "ชนชั้นปกครอง/ชนชั้นนำ/ชนชั้นครอบงำสังคม/แกนนำการเคลื่อนไหว" ของมุสลิมสายรุนแรง ก็จะใช้ "ศาสนาเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์" ทุกทางอย่างเบ็ดเสร็จครบวงจร? เพื่อควบคุมประชาชนคนมุสลิมให้อยู่ในแถวตามที่พวกตนต้องการ-รัฐอิสลาม) นั่นเอง อันเป็นพฤติกรรมที่ "ชนชั้นปกครอง/ชนชั้นนำ/ชนชั้นครอบงำสังคม/แกนนำการเคลื่อนไหว" ของทุกความเชื่อทุกเชื้อชาติทุกภาษาทุกวัฒนธรรมก็ล้วนทำแบบนี้ ทำกันมานับตั้งแต่มนุษย์คิดเรื่องศาสนาขึ้นมาได้จนกระทั่งปัจจุบัน แต่พวกมุสลิมสายรุนแรงนำมาใช้อย่างเข้มข้นที่สุดกว่าทุกความเชื่อ โดยดูได้จากมุสลิมสายรุนแรง จะอาศัยการสร้าง อัตตลักษณ์ ที่ยึดติดไม่ยืดหยุ่นอันใครจะแตะต้องเปลี่ยนแปลงแม้แต่นิดเดียวมิได้ (taboo)�/ เช่น ภาษาพูด การแต่งกายที่เข้มงวด การไม่เคารพรูปเคารพ �การที่ผู้หญิงต้องคลุมหน้า ฯลฯ / มาควบคุมคนมุสลิมในชุมชนที่ตนมีอิทธิพล และเอาเรื่องเหล่านี้ มาเป็น "ข้อขัดแย้ง" ปลุกระดมให้ "สาวก" ของตน "พลีชีพ" ในการก่อความรุนแรงทำลายล้างเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก ด้วยข้ออ้างว่าความเชื่อหรือวัฒนธรรมอื่นจะเข้ามาทำลายลักษณะอัตตลักษณ์ที่พวกตนได้สร้างขึ้นไว้เหล่านี้] / ทำเช่นนี้ตลอดมาตั้งแต่ยุคประวัติศาสตร์ในอดีต จนถึงยุคปัจจุบัน � หมายถึง อิสลามดึกดำบรรพ์ / อิสลามสายรุนแรง เข้าไปอยู่ที่ไหน หรือไปเป็นใหญ่ที่ไหน ที่นั่น ก็จะต้องมีแต่อิสลามเท่านั้น! พฤติกรรมเช่นนี้ จึงเป็นภัยคุกคามต่อการอยู่ร่วมกันของเพื่อนมนุษย์ร่วมโลก ที่หลากหลายความเชื่อโดยตรง แม้แต่ความเชื่อแบบอิสลามเดียวกันแต่ต่างนิกายก็รบราฆ่าฟันกัน จึงยังมองไม่เห็นข้อดีของ มุสลิมสายรุนแรง เลยสักข้อ"

แล้วอย่างนี้ ถ้ามีคนเข้าใจอย่างนี้ การสัมมนาจะทำให้พวกเขาเข้าใจใหม่ว่ายังไง?

mamy

ดิฉันมีโอกาสไปร่วมงานศพที่ปะนาเระอีกครั้ง เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคณะสงฆ์ เพราะรัฐบาลฟังแต่ผู้นำศาสนาของอีกฝ่าย แต่กับพวกเราไม่เคยฟังเสียงเลย เมื่อไรเราสูญเสียก็บอกให้อดทนและใช้สันติ อยากให้คนที่บอกว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ ได้เห็นภาพที่ผู้เสียชีวิตถูกกระทำ มันทารุณโหดร้ายไม่แพ้ 2 นย. ชาวบ้านยืนยันว่าเด็กคนนึงวิ่งหนี ถูกมันยิงล้ม แล้วมันก็จับโยนใส่กองไฟ หลวงตาแก้วก็น่าสงสารมาก ใครเห็นภาพต้องร้องไห้ เมื่อวานซืน ที่ปะนาเระเช่นกัน ห่างจากที่บ้านเกาะไม่มากนัก มันไล่ยิงแล้วจับมาใส่รถแล้วเผาทั้งเป็น ถามหน่อยเถอะ กอส.เคยแสดงความเห็นอกเห็นใจเราบ้างไหม ฟังข่าววันนี้ ตรงกับที่นึกไว้ เสียงของเราส่วนน้อยไม่เป็นผลหรอก แต่อย่างน้อยก็ทำให้ผู้คนได้รู้ว่า พวกไทยพุทธรู้สึกอย่างไรกับ กอส.

http://www.navy22.com/webboard/show.php?Category=navy22&No=855

mamy

แน่จริงต้องวิพากษ์คัมภีร์ทางศาสนาด้วยสิ!ใครหว่าโง่?

mamy

แน่จริงให้อิสลามตัดเรื่องและข้อความที่ระบุถึงการใช้ความรุนแรงทุกคำออกไปจากคัมภีร์ทางศาสนาที่จะเอามาใช้สอนเยาวลขหรือลูกมนุษยืที่ถืออิสลามสิ...!

mamy

"11. ให้เข้าไปดูแลส่งเสริมสนับสนุนการจัดตั้งงบประมาณการจัดตั้งสถานศึกษาเอกชนสอนศาสนาให้มีความเป็นเอกภาพ สอดคล้องกับการศึกษาชาติและเป็นไปตามหลักการของศาสนาที่แท้จริงและบรอสุทธิ์ มุ่งให้เป็นไปเพื่อความสงบสุขของประเทศชาติโดยเคร่งครัด"
สาเหตุหนึ่งที่มีแถลงการณ์ข้อนี้เพราะ รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ แต่ไม่เข้าไปตรวจสอบอย่างจริงจัง เด็กส่วนหนึ่งที่ออกมาก่อการณ์มาจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม เพราะรัฐไม่เคยสำรวจตรวจสอบเลยว่าสอนอะไรกันบ้าง ก่อนเหตุการณ์ไม่สงบ เพื่อนเคยเล่าให้ฟังว่าสมัยเขาเรียนมัธยมปลาย เมื่อสิบกว่าปีมาแล้ว ที่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามแห่งหนึ่งในยะลา มีใบปลิวแจกกันในโรงเรียนเพื่อปลุกระดมให้รู้สึกอยากแบ่งแยกดินแดน เขาเองเป็นผู้หญิงยังอยากเข้าร่วมขบวนการเลย เขาบอกว่ามาเปลี่ยนใจเมื่อเขาได้เรียนสาขาประวัติศาสตร์ในระดับอุมศึกษา เลยเข้าใจว่าทำไมประวัติศาสตร์จึงเป็นเช่นนั้น แล้วคนที่ไม่ได้ศึกษาล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น ฟังอย่างนี้น่าจะเข้าใจแล้วว่า รัฐให้แต่เงินแต่ไม่เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด มันทำกันมานาน เลยยากในการแก้ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับข้อหาฆ่าพระก็เป็นนักเรียนโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ที่เปิดตาม พรบ.การศึกษา 2544 นั่นแหละ

mamy

เรียกร้องให้นักวิชาการอิสลาม วิเคราะห์ วิพากษ์ ปัญหาอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ประเมินปัยหาตามที่เป็นจริง โดยเฉพาะในกรณีปอเนาะ....คิดว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องหนักหนา ที่ปอเนาะจะต้องถูกตรวจสอบถูกประเมินคุณภาพ ทั้งหลักสูตรและกิจกรรม ถ้าพวกปอเนาะจะไม่มีเจตนาอะไรที่แฝงเร้น ก็ต้องไม่เรียกร้องอภิสิทธิ์เหนือโรงเรียนอื่นๆ

ppp

คุณ mamy เวลารบกัน คุณอย่าหนีเอาหางจุกตูดก็แล้วกัน

หวังว่าคงได้เจอกันในสนามรบนะครับ
ผมจะฆ่าคุณเอง

ppp

๒๗ มิถุนายน ๒๕๑๙

กิตติวุฒโฑภิกขุให้สัมภาษณ์หนังสือ จตุรัสว่า "การฆ่าพวกซ้ายหรือพวกคอมมิวนิสต์ไม่บาป" โดยให้เหตุผลว่า ใครก็ตามที่ทำลายชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ ถือว่าเป็นมาร มิใช่มนุษย์ ดังนั้นการฆ่าคอมมิวนิสต์จึงไม่บาป แต่เป็นการฆ่ามาร ซึ่งถือเป็นภาระหน้าที่ของคนไทยที่ต้องทำการฆ่านั้น หากเป็นการฆ่าเพื่อประเทศชาติแล้ว แม้จะเป็นบาปแต่ก็ได้บุญในแง่ของการปกป้องประเทศจากศัตรูมากกว่าจะได้บาป กิตติวุฒโฑเปรียบเทียบการฆ่านี้ว่า เหมือนการฆ่าปลาถวายพระ การฆ่าปลาเป็นบาป แต่การนำปลานั้นมาดักบาตรถวายพระ ถือว่าเป็นบุญมากกว่า

mamy

ไปดูเหยื่อที่ถูกฆ่ารายสิ ถ้าตาและใจคุณไม่บอดนะ ว่า มีสิทธิหนีกันหรือเปล่า? เพราะมันไม่ใช่เป็นการรบในสนามรบที่จะสู้กันซึ่งหน้า แต่มันเป็นลอบฆ่าลอบฆ่าลอบทำร้ายลอบวางระเบิด หรือกลุ้มรุมทำร้ายคนที่ไม่มีทางสู้...ทั้งนั้นไปดูสิ....และโทษที ฉันไม่ได้เห็นกับกิติวุฒิโท และฉันก็ไม่เห็นด้วยกับมุสิลมสายรุนแรง เพราะพวกมันเหมือนกัน ซึ่งอาจจะรวมทั้งคุณด้วยใช่มะ...ถึงมาข่มขู่กันแบบนี้แทนที่จะยกเหตุผลมาโต้? กิตติวุฒิโทหรือที่คุณอ้างก็ไม่ได้แตกต่างกันกับที่พวกมุสลิมสายรุนแรนฝังหัวกันว่าฆ่าคนนอกศาสนาไม่บาป พิจารณาดูสิ ต่างกันตรงไหน?

ถ้าเรียกร้องให้สมานฉันท์ต้องเรียกร้องพวกมุสลิมให้ต่อสู้ในแนวทางสันติ...ไหนบอกเป็นศาสนาเพื่อสันติด้วย ใช่ไหม?

และขอโทษฉันไม่ใช่ทหารหรือตำรวจ ฉันไม่ใช่นักฆ่า ฉันเป็นเพียงประชาชน ไม่ได้ถูกอบรมมาให้เป็นนักฆ่า นายควรไปท้าไปขู่คนที่ควรขู่ดีกว่า อย่างแม่ทัพภาค 4/หรือนายทักษ์ฯ อย่างนี้ เอาคนก่อปัญหาให้ตรงตัวไปเลยสิ หรือไอ้จอร์ช บูช อย่างนี้ เอาให้ตรงตัวหน่อย นายไปท้ารบให้หน่อยสิ..เอาซึ่งหน้านะไม่แบบลอบกัดน่ะ

มาขู่มาเข่นฆ่าประชาชนตาดำๆ ที่ไม่มีทางสู้ทำไม?

mamy

คุณ mamy เวลารบกัน คุณอย่าหนีเอาหางจุกตูดก็แล้วกัน

หวังว่าคงได้เจอกันในสนามรบนะครับ
ผมจะฆ่าคุณเอง

วันที่ 26/10/2548 12:40

คงไม่เจอหรอกนะยะ เพราะฉันสาปส่งสนามรบแล้วย่ะ....ตอนนี้เปลี่ยนมารบทางความคิดแล้วย่ะ...ฆ่าความคิดที่แย่ๆ ที่นำพามนุษยชาติไปสู่มุมอับได้ก็ถือว่าชนะแล้วนะยะ

ppp

งันมารบกันเลย

ppp

[email protected]
เล่นMป่าว
แอดมาได้น่ะคุณmamy

mamy

จะรบอะไรมิทราบ? ฉันบอกให้นายไปท้ารบกับคนที่คู่ควรกับนายโน่น ...ใครล่ะที่สั่งยิงเกลี้ยงมัสยิดน่ะ รึว่าถูกนายถนัดแต่จะรบกับคนที่ไม่มีทางสู้-อย่างประชาชนคนเดินดิน?

ในที่สุด กอส. ก็วินิจแนเหตุการณ์ภาคใต้มาไม่ต่างจากอะไรที่คนเขาก็คิดกันออกอยู่แล้ว....เช่น..

".....ข้อวินิจฉัยในที่นี้ชี้ชัดว่า ศาสนาไม่ใช่เหตุของความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่ก็เกี่ยวกับความรุนแรงนี้ในฐานะข้ออ้างที่คนบางกลุ่มนำมาใช้ให้ความชอบธรรมกับวิธีการรุนแรงของตน ที่สำคัญศาสนาก็ไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ถูกนำมาใช้ในการสร้างความชอบธรรมเช่นนี้

ประวัติศาสตร์และอัตตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ก็ถูกนำมาใช้เป็นข้ออ้างให้ความชอบธรรมกับการใช้ความรุนแรงด้วย....." คือเอาศาสนากับประวัติศาสตร์มาเป็นข้ออ้างให้กับการเข่นฆ่าคนต่างศาสนาและชาติพันธุ์ ตอนนี้ก็ฆ่ามุสิมด้วยกันเองเพราะไม่เข้ากับวิการที่ผิดหลักศาสนาของตน

นายไปทำจิฮาดกับตัวตนและจิตใจของนายตามหลักศาสนาของนายจะดีกว่ามาท้ารบกับฉัน นายแน่จริงนายไปท้าโน่น..พวกโน้น...พวกทหารสายเหยี่ยวในกองทัพไทยไป อย่างใครที่พัลลพๆ น่ะ น่ะตรงเลย

ถ้านายกระสันต์อยากลงสนามรบจริงๆ นะ โน่น นายบินไปอิรักเลย...

นี่แล้วนายก็ควรจะศึกษานี่ให้ลึกซึ้ง....

สัมภาษณ์มูนีร์ : ศาสนาต้องอำนวยประโยชน์แก่มนุษยชาติ (ตอนต้น)

โดย เกษียร เตชะพีระ

สัปดาห์ที่แล้ว ผมแนะนำประวัติโดยสังเขปของ มูนีร์ ซาอิด ธาลิบ (ค.ศ.1965-2004) นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนชั้นนำ ผู้เปรียบเสมือน ทนายสมชาย นีละไพจิตร+สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ของอินโดนีเซีย เขาถูกฆาตกรรมทางการเมืองด้วยสารพิษ arsenic อย่างอุกอาจ ระหว่างเดินทางด้วยสายการบิน Garuda ไปศึกษาต่อที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 7 กันยายน ศกก่อน และทางการยังจับตัวฆาตกรและผู้บงการไม่ได้ตราบเท่าทุกวันนี้

ก่อนมูนีร์เสียชีวิตไม่นาน เขาเปิดใจให้สัมภาษณ์แก่ อูลิล อับชาร์-อับดัลลาห์-อดีตรองประธานองค์การ Nahalathul Ulama (NU) อันเป็นองค์การชาวมุสลิมใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซียระหว่างปี ค.ศ.1994-1999 และปัจจุบันเป็นประธานเครือข่ายอิสลามเสรี(Jaringan Islam Liberal, JIL) กับสถาบันศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์(Lakpesdam)-เกี่ยวกับปรัชญาการดำเนินชีวิตและศรัทธาศาสนาของเขา

ที่สำคัญมูนีร์ได้เล่าความหลังครั้งเป็นนักศึกษาที่เคยเข้าร่วมเคลื่อนไหวในองค์การอิสลามหัวรุนแรง รวมทั้งข้อคิดและประสบการณ์ที่ได้ซึ่งทำให้เขาเปลี่ยนใจหันมาทำงานด้านสิทธิมนุษยชนแทนในเวลาต่อมา บทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ตีพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกเป็นภาษาอินโดนีเซียเมื่อวันที่ 13 กันยายน ศกก่อน และแปลเป็นอังกฤษลงในเว็บไซต์ของเครือข่ายอิสลามเสรีภายหลัง

ดู http://islamlib.com/en/page.php?page=article&id=724

อูลิล : ในฐานะนักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชน คุณคงเคยครุ่นคิดเกี่ยวกับความหมายของอิสลามในชีวิตการทำงานของคุณมาแน่ๆ คุณเล่าให้เราฟังหน่อยได้ไหมครับ?

มูนีร์ : ผมเข้าไปพัวพันกับแนวทางศาสนาสุดโต่งหรือหัวรุนแรงจากปี ค.ศ.1984-1989 ตอนนั้นผมถึงกับพกมีดติดตัวไปไหนต่อไหนในนามของการต่อสู้ขัดแย้งทางศาสนา แต่อันที่จริงแล้วผมอดรู้สึกไม่ได้ว่า มีอะไรบางอย่างขาดหายไปเกี่ยวกับหน้าที่ที่ศาสนาพึงมี

จนถึงจุดหนึ่ง ผมก็เริ่มตั้งคำถามว่าอิสลามบัญชาการให้ผมแยกตัวออกมาต่างหากและโดดเดี่ยวตัวเองจากชุมชนอื่นจริงหรือ มันเหมือนเกิดการสู้รบกันในใจผมเกี่ยวกับประเด็นที่ว่า : เอาเข้าจริงศาสนาอิสลามดำรงอยู่เพื่ออัลลอฮ์ หรือว่าดำรงอยู่เพื่อมวลมนุษย์ในอันที่จะสรรค์สร้างสังคมที่ดีกว่านี้โดยทั่วไปขึ้นมากันแน่?

ผมพบว่าศาสนาถูกเผยประกาศเพื่อเป้าประสงค์ประการหลัง ผมเห็นด้วยกับกุสดูร์ (อดีตประธานาธิบดีอับดูร์ราห์มาน วาฮิด) ว่าพระผู้เป็นเจ้าไม่จำเป็นต้องมีองค์รักษ์มาปกป้องพระองค์ดอก ศาสนาต้องอำนวยประโยชน์แก่มนุษย์ เราพร่ำพูดถึงพรที่อิสลามประทานให้แก่เอกภาพ(rahmatan lilalameen) โดยไม่เข้าใจแก่นแท้ของมัน

ท้ายที่สุด ผมจึงออกจากกลุ่มอิสลามสุดโต่งดังกล่าว เนื่องจากมันเหลือวิสัยที่ผมจะอยู่รอดต่อไปไหวในชุมชนที่แยกตัวต่างหากแบบนั้น ก็เพราะอิสลามเกื้อหนุนอารยธรรมนี่เอง อิสลามจึงพึงดำเนินงานเพื่อปรับปรุงชีวิตมนุษย์ให้ดีขึ้น

ตรงกันข้าม ทรรศนะสุดโต่งและไม่อดกลั้นอดออมทางศาสนาจะทำลายอารยธรรมของมนุษย์ลง คนจำนวนมากคิดว่าตนกำลังสร้างสรรค์สังคม กระนั้นก็ตาม ความจริงพวกเขากำลังสร้างสัญลักษณ์ที่ทำลายอารยธรรมต่างหาก

อูลิล : ประสบการณ์ของคุณน่าสนใจในแง่ที่มันเป็นเรื่องของบุคคลที่เป็นสมาชิกของชุมชนอันดับสอง-หมายถึงชุมชนทางศาสนาหรือชาติพันธุ์-แทนที่จะถือตนเป็นคนอินโดนีเซียอันดับแรกก่อนอื่นใดหมด?

มูนีร์ : บางครั้งความหลากหลายก็กระตุ้นให้เกิดทรรศนะสุดโต่งทางศาสนาหรือชาติพันธุ์ขึ้นมาเหมือนกัน ซึ่งพอเกิดแล้วมันก็จะถือว่ากลุ่มของตัวเองสำคัญอย่างเด็ดขาดสมบูรณ์และมองข้ามกลุ่มอื่น นอกจากทรรศนะสุดโต่งระหว่างต่างศาสนาแล้ว ทรรศนะอย่างเดียวกันก็เกิดภายในหมู่สำนักคิดต่างๆ ร่วมศาสนาด้วย ในอินโดนีเซียเราได้เห็นการนองเลือดมากมาย เนื่องจากความหลากหลายของวิธีเข้าสู่ปัญหาของสำนักต่างๆ ทางศาสนา จนชีวิตดูเหมือนเป็นสงครามแย่งชิงพื้นที่ในสวรรค์กัน อันนี้แหละคือปัญญา

อูลิล : ตอนไหนครับที่คุณตีตัวออกห่างทรรศนะสุดโต่ง?

มูนีร์ : มันเกิดจากคำถามหนึ่งที่ มาลิค ฟาจาร์ อาจารย์ของผมตั้งขึ้นตอนนั้น(มาลิค ฟาจาร์ ได้ขึ้นเป็นรัฐมนตรีศึกษาธิการต่อมา-บรรณาธิการ) แกบอกว่า "ฉันไม่เคยเจอนักศึกษาโง่เง่าอย่างเธอเลย เที่ยวพกจิตใจสู้รบไปไหนต่อไหนในนามศาสนาเพื่อจะได้ควบคุมครอบงำคนอื่น"

สำหรับผมตอนนี้ อิสลามนั้นเสรีและยอมรับความหลากหลาย อิสลามจะไม่มีสิทธิอำนาจอันใดเมื่อไม่เผื่อแผ่พื้นที่ให้คนอื่น คำถามนี้กลายเป็นบทแย้งความคิดกระแสหลักของหลายกลุ่มตอนนั้น นิกายสุดโต่งที่ผมเคยสังกัดก็ไม่เผื่อแผ่พื้นที่ให้คนอื่นเหมือนกัน

อูลิล : คุณช็อคไหมครับตอนที่มาลิก ฟาจาร์ ดุคุณเรื่องนี้?

มูนีร์ : ช็อคครับ แต่ผมก็รู้สึกได้แรงดลใจด้วย

ตอนนั้นผมเป็นนักกิจกรรมในสมาคมนักศึกษาอิสลาม(HMI) คำวิจารณ์ประการที่สองของอาจารย์มาลิคแกว่าอย่างนี้ครับ : "เรียนรู้ศาสนาอิสลามที่แท้จริงซะ! ช่วยไปอ่านธรรมนูญของสมาคมนักศึกษาอิสลามทีเถอะ จริงหรือเปล่าที่สมาคมนี้เอาแต่สร้างความขัดแย้ง หรือว่ามันมีภารกิจทางสังคมอยู่?"

ตอนหลังผมถึงพบว่า อิสลามตระหนักความจริงเรื่องความยุติธรรมในความสัมพันธ์ทางสังคมที่มีผู้กดขี่กับผู้ถูกกดขี่อยู่ และอิสลามควรเข้าข้างผู้ถูกกดขี่ เพื่อสร้างความยุติธรรมขึ้นมา ผมคิดว่าอิสลามเป็นเรื่องของความยุติธรรม ไม่ใช่การแยกตัวออกไปต่างหากอย่างที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้ นี่แหละที่ทำให้ผมทิ้งทรรศนะสุดโต่งไว้เบื้องหลัง และผมได้พบชุมชนใหม่ที่ยอมรับความหลากหลายแทน

อูลิล : คุณโชคดีที่ผ่านพ้นทรรศนะสุดโต่งโดยอาศัยได้กัลยาณมิตรที่ดีและตื่นรู้ขึ้นมา แล้วกับพวกหัวสุดโต่งทุกวันนี้ล่ะ จะมีทางตื่นรู้เหมือนคุณไหม?

มูนีร์ : ผมคิดว่ามีทางนะครับ ปัญหาหลักอยู่ตรงทรรศนะสุดโต่งนั้นมุ่งหน้าหาอำนาจการเมืองแทนที่จะพยายามเข้าใจความไม่ยอมอดกลั้นอดออมต่อคนอื่นอันเจ็บแค้นขมขื่นให้ลึกซึ้ง อันที่จริงทรรศนะสุดโต่งที่เกิดจากกิเลสตัณหาทางการเมืองเป็นอันตรายยิ่งกว่าความตื้นเขินทางศาสนาเสียอีก

ทุกวันนี้น่ะ ผมคิดว่าพวกหัวสุดโต่ง โน้มเอียงไปทางการเมืองมากกว่าเทววิทยาครับ

(อ่านคำสัมภาษณ์ตอนจบสัปดาห์หน้า) จาก มติชนรายวัน 05/08/2548

"สัมภาษณ์มูนีร์ : ศาสนาต้องอำนวยประโยชน์แก่มนุษยชาติ (ตอนจบ)"

โดย เกษียร เตชะพีระ

(คำสัมภาษณ์ มูนีร์ ซาอิด ธาลิบ(ค.ศ.1965-2004) นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนชั้นนำ ผู้เปรียบเสมือน ทนายสมชาย นีละไพจิตร+สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ของอินโดนีเซีย เกี่ยวกับปรัชญาการดำเนินชีวิตและศรัทธาศาสนาของเขาต่อไปนี้ ให้ไว้แก่อูลิล อับชาร์-อับดัลลาห์ ประธานเครือข่ายอิสลามเสรีของอินโดนีเซียไม่นาน ก่อนเขาถูกฆาตกรรมทางการเมืองด้วยสารพิษ arsenic อย่างอุกอาจระหว่างเดินทางด้วยสายการบิน Garuda ไปศึกษาต่อที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 7 กันยายน ศกก่อน คำแปลบทสัมภาษณ์ข้างล่างนี้เป็นตอนจบต่อจากสัปดาห์ก่อน)

มูนีร์ : ผมคิดว่าทรรศนะสุดโต่งเกิดขึ้นเมื่อสถานการณ์ทางสังคม-การเมือง สร้างแรงกดดันที่คุกคามชุมชน อย่างไรก็ตาม มันก็มีเหตุผลทางศาสนาต่างๆ นานาที่ให้ความชอบธรรมกับแรงกดดันทางการเมืองด้วย

ตัวอย่างเช่น ผู้คนให้ความชอบธรรมกับการใช้โศลกที่ว่าชาวยิวและคริสเตียนจะเป็นศัตรูกับอิสลามตลอดไป ผู้คนใช้โศลกทำนองนี้โดยไม่ดูเลยว่าบริบททางประวัติศาสตร์ของมันเป็นอย่างไร พวกเขาใช้มันราวกับว่าความเป็นศัตรูกับยิวและคริสเตืยนนั้นเป็นเรื่องถาวรอยู่เสมอ

ผมคิดว่ามีการนำเหตุผลมากมายมาใช้ให้ความชอบธรรมกับความกลัว ว่าจะเกิดอิสลามภิวัตน์ หรือคริสเตียนภิวัตน์ ความหวาดวิตกแบบนั้นมีอยู่ในทุกศาสนา บางคนทึกทักว่าพื้นที่ทางศาสนาจะถูกปิดกั้นถ้าหากอิสลามพ่ายแพ้ทางการเมือง พวกเขากังวลว่าจะมีคนที่ละหมาดในมัสยิดไม่เป็น หรืออ่านคัมภีร์อัลกุรอ่านไม่ออก ความกังวลเช่นนี้อาจกลายเป็นภัยคุกคามร้ายแรงที่ล่อใจเราให้พยายามควบคุมและบังคับคนอื่นให้นับถือศาสนา

ในบริบทแบบนี้แหละที่บังเกิดแนวคิดว่ารัฐจะต้องบังคับใช้ศาสนาทำนองเดียวกับที่ทรรศนะสุดโต่งเกิดขึ้น เนื่องจากความหวาดวิตกว่าจะถูกประเทศอื่นครอบงำ

อูลิล : ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่าพวกหัวสุดโต่งเชื่อว่าอิสลามกำลังถูกคุกคาม ดังนั้น ก็เลยต้องตีโต้กลับไปใช่ไหม?

มูนีร์ : ผมคิดว่าทีทรรศน์ทางศาสนาถูกกำหนดจากบริบทที่ผู้คนดำรงชีวิตอยู่ สำนักคิดอิสลามต่างๆ ดำรงอยู่ในบริบทและประวัติศาสตร์เฉพาะเหมือนกัน ในบริบทนี้ ศาสนาอาจกลายเป็นรูปแบบการต่อต้านสำหรับผู้ถูกกดขี่ได้ แต่พวกหัวสุดโต่งทางศาสนาไม่ควรโจมตีมนุษย์ที่ดูยังไงก็ไม่ใช้ผู้กดขี่ไปได้

ผมเห็นด้วยว่าอิสลามต้องสนองพลังงานให้การต่อสู้กับการกดขี่ แต่ไม่ใช่เพื่อเอาไปสู้กับบางศาสนา ตัวอย่างเช่น ที่เรายากจนไม่ใช่เพราะถูกคริสต์ศาสนาครอบงำ แต่เพราะถูกทุนหรือโครงสร้างครอบงำต่างหาก ฯลฯ

ผมคิดว่าศาสนาสามารถสนองพลังงานใหม่ให้ผู้คนต่อต้านการกดขี่ได้ตราบที่มีเป้าที่ชัดเจน แต่ศาสนาไม่ควรฉวยใช้สิทธิอำนาจของตนไปสู้กับคู่อริด้วยการร้องตะโกนว่า คาฟีร์ (kafir หมายถึงพวกนอกศาสนา) บ้างละ มูร์ทาดบ้างละ (murtad หมายถึงพวกทรยศศาสนา) เป็นต้น

อูลิล : ดูเหมือนศาสนาจะเป็นรูปแบบหนึ่งของการต่อต้านใช่ไหมครับ?

มูนีร์ : ผมเชื่อว่าอิสลามเป็นศาสนาของผู้ถูกกดขี่ อิสลามให้คำตอบแก่ปัญหาทางสังคมของพวกเขาขณะเดียวกัน บรรดาผู้ไม่ได้ถูกกดขี่ก็มีหน้าที่ช่วยเหลือพวกเขา และประกันว่าการกดขี่จะสิ้นสุดลง นั่นแหละคือสังคมอิสลามที่แท้จริง

การต่อสู้กับความยากจนเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากความยากจนนำพาผู้คนไปสู่การละทิ้งศาสนา ดังนั้น การต่อสู้กับความยากจนจึงเป็นบัญชาสำคัญสำหรับสังคมมุสลิม อิสลามไม่ได้บัญชาการเราให้สู้กับศาสนาอื่น แต่ให้ผู้กับการกดขี่และความยากจน ผมคิดว่านี่เป็นรากฐานสำคัญสำหรับสังคมและอารยธรรมมุสลิม

อูลิล : ถ้างั้นก็หมายความว่าวิธีมองทางศาสนาเช่นนี้ผลักดันคุณให้ปกป้องผู้ถูกกดขี่และต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนใช่ไหมครับ?

มูนีร์ : ผมเกิดในครอบครัวที่นับถือศาสนาในความหมายยึดเป็นบรรทัดฐานการประพฤติปฏิบัติ แต่ผมคิดว่าแค่นั้นมันไม่พอ การนับถือศาสนาควรไปเกินกว่าบรรทัดฐานการประพฤติปฏิบัติ อาทิ สมมติฐานที่ว่า การนับถือศาสนาหมายถึงต้องละหมาดวันละ 5 ครั้ง เป็นต้น อันนี้ถูกวิจารณ์โดยคัก นูร์ (นูร์ โคลิส มาญิด) ว่าเป็นเพียงการเคร่งศาสนาแต่ในทางสัญลักษณ์และรูปแบบเท่านั้น เราต้องตระหนักว่ามีคำกล่าวในละหมาดที่บงการให้ต้องกระทำบางอย่างในชีวิต

อย่างเช่นผมนึกไม่ออกว่าจะให้ผมกล่าวละหมาดว่า "ด้วยความเที่ยงแท้, คำละหมาดของข้า, พิธีกรรมของข้า, ชีวิตของข้าและความตายของข้า..." และขณะเดียวกันก็ยังทำตัวทุจริตฉ้อฉลและมองข้ามความยากจน ฯลฯ ได้อย่างไร ในกรณีเช่นนั้น พระผู้เป็นเจ้าคงประณามผมว่าเป็นคนเพิกเฉย ไร้ค่า และน่าทุเรศ

ในบริบทที่ว่านี้ เมื่อผมละหมาด ผมก็ต้องเข้าข้างคนยากจน และกัดฟันเลือกเพื่อทำให้ได้ตามคำบัญชา-อาทิ ปกป้องผู้ตกเป็นเหยื่อเป็นต้น-ในเมื่อผมได้หันหน้าหาความยุติธรรมแล้ว สำหรับผมชุมชนมุสลิมต้องเข้าข้างผู้ถูกกดขี่ มันเป็นสิ่งที่ผมเลือกและความเชื่อของผม การสร้างสังคมที่ยุติธรรมนั้นเป็นการต่อสู้ทางศาสนา สังคมยุติธรรมไม่ได้กำหนดให้ทุกคนต้องเป็นมุสลิม แต่ให้แสดงออกซึ่งแนวคิดของอิสลามเรื่องความยุติธรรมภายในสังคม

อูลิล : คุณคิดว่าคุณยังต้องระบุเอกลักษณ์ตัวเองว่าเป็นมุสลิมที่เคร่งครัดเวลาต่อสู้เพื่อความยุติธรรมอีกไหม หรือว่าการต่อต้านความอยุติธรรมที่ว่านี้มันข้ามพ้นเรื่องชื่อฉายาและสัญลักษณ์ไปแล้ว?

มูนีร์ : ผมไม่รู้จะอ้างตัวว่าเคร่งศาสนาได้หรือเปล่า แต่ผมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่เชื่อว่าการสถาปนาความยุติธรรม ซึ่งครอบคลุมและไม่เห็นแก่ตัวนั้นเป็นพลังงานสำคัญที่สุดในอิสลาม ผมคงละทิ้งอิสลามไปแล้วถ้าอิสลามไม่ส่งเสริมสิ่งนี้ และด้วยเหตุนี้แหละที่ผมชอบที่จะเลือกนับถืออิสลาม และผมไม่สามารถจะไปบังคับเคี่ยวเข็ญใครได้ ยอมรับว่าอิสลามเป็นศาสนาที่ครอบคลุม และดังนั้น เขาหรือเธอต้องกอดรับนับถืออิสลามได้ สำหรับผม เวลาผมชอบที่จะเลือกอะไรสักอย่าง นั่นควรจะกำกับควบคุมการกระทำและท่าทีของผมด้วย

ไม่ควรจะไปบังคับใครให้เข้ามาร่วมและใครก็มีสิทธิจะสถาปนากระบวนการอื่นๆ ขึ้นมาเหมือนกัน แต่เหนือสิ่งอื่นใด ศาสนาเป็นพลังงานสำคัญสำหรับต่อสู้ความอยุติธรรม ในเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าอิสลามมีอนาคตอันสดใส อิสลามที่ครอบคลุมไม่ได้มีไว้แสวงหาอำนาจหากแต่เป็นพลังงานสำคัญสำหรับคนชายขอบต่างหาก

อูลิล : คุณรู้สึกอย่างไรเรื่องสัญลักษณ์ของเอกลักษณ์ที่เปิดเผยโจ่งแจ้งมากๆ?

มูนีร์ : บางทีผมก็พยายามจินตนาการนะว่าคนที่ไม่ใช่มุสลิมจะเป็นยังไง เวลาเขาเจอมุสลิมที่สำแดงออกให้เห็นซึ่งบุคลิกลักษณะทางกายภาพของอิสลาม และอวดอ้างว่าตนครอบครองสัจธรรมหนึ่งเดียวที่มีอยู่ ผมเองยังรู้สึกเหมือนคนส่วนน้อยเลยเวลาผมเจอผู้ชายไว้เครายาวและหน้าผากมีรอยดำคล้ำ(เนื่องจากกระทบพื้นเวลาละหมาดเป็นประจำ-ผู้แปล) บางทีผมก็รู้สึกกังวลว่าจะถูกครอบงำโดยมาตรวัดสัจธรรมจำพวกนั้นเหมือนกัน

สำหรับผมแล้ว สัญลักษณ์เหล่านี้กลับเป็นผลเสียต่อพันธกรณีที่จะแนะนำศาสนาอิสลามให้คนอื่น และถึงไงบุคลิกลักษณะเหล่านี้มันก็เป็นผลผลิตที่เกิดจากวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อีกด้วย เราต้องจำแนกแยกแยะระหว่างวัฒนธรรมต่างๆ ของอาหรับในยุคท่านบีมุฮัมมัดกับอิสลามในฐานะที่เป็นศาสนา มันเป็นสองอย่างที่แตกต่างกัน

ฉะนั้น สัญลักษณ์วัฒนธรรมของอาหรับอย่างการสวมเสื้อคลุมจึงไม่ใช่โองการของอิสลามของพวกนั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตในตะวันออกกลาง คนอัฟกันสวมเสื้อคลุมไว้เครามานมนานแล้ว แต่นี่ไม่ใช่มาตรวัดของอิสลาม

สำหรับผม การใช้สัญลักษณ์สร้างความห่างเหินให้เกิดขึ้นและส่งผลเสียต่ออิสลามเอง ฉะนั้นเราต้องหลีกเลี่ยงมัน จะผูกไทหรือสวมเสื้อคลุมก็ไม่คุกคามหรือครอบงำสัจธรรมด้วยกันทั้งนั้น เสื้อผ้าเป็นผลผลิตทางวัฒนธรรม ไม่ใช่มีไว้ให้ความชอบธรรมกับการครอบงำดอก

จากมติชนรายวัน 12/08/2548

ppp

[emo4.gif][emo5.gif]

m

กลัวพัลลภ ปิ่นมณีสิ...

ได้อ่านได้เจอมา ก็นำมาฝากกัน

กรกฎาคม 2548
เรียน คุณอานันท์ ปันยารชุน

ดิฉันเป็นคนไทยธรรมดาๆคนหนึ่ง ที่เคยชื่นชม นับถือแนวความคิดของคุณและติดตามการทำงานของคุณมาช้านาน ดิฉันเชื่อในความตั้งใจดีของคุณ นานมาแล้วที่ดิฉันบอกใครๆว่าท่านเป้นนายกรัฐมาตรีที่ดีสุด เหมาะสมที่สุด และยังคิดเช่นนั้นอยู่ แต่วันนี้ดิฉันและคุณมีความเชื่อในสถานการณ์ภาคใต้ที่ต่างกัน ดิฉันไม่เคยมีอคติกับใครรวมทั้งคุณ ดิฉันถือว่าเราต่างคนต่างมีความเชื่อ เลยขอเรียนว่า ทำไมถึงมีความเชื่อที่ต่างจากคุณที่เห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดความเลวของเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ไม่เข้าใจวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ ( คงต้องรวมถึงดิฉันที่เป็นข้าราชการครูด้วย )
ดิฉันขอเริ่มจากสิ่งที่ตัวเองเห็นเมื่อเป็นครูภาคใต้มา 35 ปี

1. ชาวบ้านแท้ เป็นคนซื่อแต่เชื่อผู้นำอย่างหูหนวก ตาบอด ผู้หญิงขยันและอดทนอย่างเหลือเชื่อ ( เคยถามคนที่ไม่เคยคลุมหัวว่าทำไมเดี๋ยวนี้ต้องคลุม เธอบอกว่าผัวได้บุญ ) ในขณะที่ผู้ชาย ขี้เกียจ อ้างศาสนาเพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์ ( มีลูกกี่คนก็ได้ ยิ่งมากยิ่งดี เพราะถือว่าเป็นของขวัญจากพระเจ้า ) เชื่อในชีวิตหน้า ชีวิตนี้จะลำบากแค่ไหนก็ได้ ( ตายก็ได้ถ้าผู้นำชี้แนะ ขนาดที่มีลูกสาวสวย ผู้นำจะชี้เอาเป็นเมียก็ต้องให้ )

2. ผู้นำที่เลว ใช้ศาสนาทำให้ชาวบ้านอยู่ในระบบปิดไม่พูดภาษาไทย ไม่คิดว่าตัวเองเป็นคนไทย ไม่รับรู้โลกภายนอก เพื่อให้ตัวเองเป็นคนสำคัญ และมีอำนาจเหนือชาวบ้าน ( ผู้ปกครองนักเรียนแอบมาเล่าว่าอยากให้ลูกเรียนสูงๆ บ้าง ทีลูกผู้นำเขาส่งเรียนสูงๆ แต่ลูกเราเขาบอกให้เรียนปอเนาะได้บุญ เขาขอให้ครูช่วยหาทางให้ลูกเขาได้เรียนด้วย คูก็ช่วยแล้วมาน้ำตาตกทีหลัง เมื่อมาพบว่าเด็กมาเรียนจนจบปริญญาแล้วเขาไม่รู้จักเรา แถมบางคนทำท่าเหมือนเรามาอาศัยแผ่นดินเขาอยู่ )
3. โดยนิสัยคนพื้นเมืองที่มีความรู้และได้เป็นใหญ่ จะเห็นแก่ตัว ไม่ช่วยพัฒนาคนระดับล่างให้มีความรู้ ไม่รู้จักบุญคุณคนโดยเฉพาะคนนอกศาสนา ถ้าใครให้เขาจะรับ แต่ไม่ให้ตอบเพราะบาป นักการเมืองรุ่นเก่าจะเอื้อประโยชน์หับผู้นำศาสนาและชาวบ้าน ผ เพื่อคะแนนเสียง ) โดยยอมรับเรื่องที่ผู้นำปิดโลกของคนพื้นเมืองจากโลกภายนอก ทำให้คนพื้นเมืองอยู่ไปวันๆ อย่างไม่มีอนาคตในโลกนี้ เพราะโลกหน้าต่าง หากที่เป็นของจริง เมื่อชีวิตความเป็นอยู่ของเขายากจน ก็เป็นความผิดของรัฐบาลที่ไม่เข้าไปดูแล เมื่อเขาพูดไทยไม่ได้และไม่รู้ว่าที่นี่คือประเทศไทย เขาก็ต้องฟังผู้นำ ในอนาคตพวกเขาจะเป็นพลเมืองส่วนใหญ่ในพื้นที่เพราะมีลูกมาก และคนไทยอพยพหนีตาย จากนั้นก็เรียกร้องขอแผ่นดินที่มีแต่พวกเขา เรื่องนี้เล่นไม่ยากในเวทีโลกไม่ใช่ปรือ
4. ระยะหลังเริ่มมีขบวนการแบ่งแยกเชื้อชาติ และส่งเสริมให้ขับไล่ซือแย ( ไทยพุทธ ) ออกจากแผ่นดินรุนแรงขึ้น เนื่องจากได้เงินสนับสนุน ( จากไหนบ้างคุณน่าจะรู้ ) ได้ความฮึกเหิมของชาวอิสลามที่ร่ำรวยขึ้น และการปลูกฝังว่าอิสลามว่าเป็นพี่น้องกันทั้งโลก ( แต่อยู่ร่วมกับใครไม่ได้ ) เรื่องอย่างนี้เหมือนน้ำท่วมปาก แต่ไม่มีใครกล้าพูดดังๆ ให้พวกคุณฟัง เพราะเรากลัวตาย หารฆ่ารายวันเกิดขึ้นได้ เพราะผู้ร้ายไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
เรื่องที่พูดมานี้เพื่อจะบอกคุณว่า ในเมื่อคนพื้นเมืองถูกครอบงำให้คิดว่า พวกเขาไม่ใช่คนไทย แผ่ดินนี้เป็นของเขา ทุกสิ่งที่เราให้เขารับ แต่เขาของคุณพระเจ้าที่บันดาลให้เราให้จึงไม่มีบุญคุณต่อคนนอกศาสนา ดิฉันเจ็บใจเวลาที่เห้นพวกคุณแสดงความเห็นใจคนพวกนี้และว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของคนไทย คุณรู้กันบ้างไหมว่าทุกสิ่งที่เราทำ เราไม่เคยมีความคิดว่าเรื่องนี้ทำให้เฉพาะคนไทยเพราะเราทุกคนเป็นคนไทย ในจังหวัดที่ดิฉันเป้นครูมา 30 ปี ดิฉันไม่เคยเห็นส่วนข้าราชการไหนที่แบ่งเขาแบ่งเรา มีแต่เขานั่นแหละที่ทำตัวผิดแปลกแตกแยกมากขึ้นทุกวัน ถ้าคุณอยู่ที่นี่ซึ่งเป็นแผ่นดินไทย คุณจะรู้สึกอย่างไร เมื่อเขาเรียกย้องเอาโน่นเอานี่มากขึ้นทุกวัน ฉันจะต้องแต่งตัวอย่างนี้ ฉันจะต้องหยุดวันนี้ ฉันจะไม่ไหว้ครูร่วมกันคนพุทธ ฉันจะไม่เรียนวิชานี้ ฯลฯ ด้วยข้องอ้างว่าเพราะขัดกับหลักศาสนา แล้วเราก็ยอมเขาทุกเรื่อง และให้เห็นความแตกแยกชัดเจนขึ้นทุกวัน นักการเมืองที่เป็นพวกเขาก็พูดเอาแต่ได้และการเอาแต่ได้ของเขาโดยอ้างศาสนา ก็กดคนของเขาให้หูหนวกตาบอด ให้ขี้เกียจ ให้ไม่มีความรู้ เพื่อเขาจะได้ใช้คนพวกนี้เป็นฐาน โดยมีกลุ่มคนที่มองภาพรวมในเรื่องความไม่เท่าเทียมที่คนในสังคมชนบทได้รับ
( อย่างพวกสิทธิมนุษยชน ) เป็นเครื่องมือ ใจคอคุณจะให้ยอมจนกระทั่งคนไทยที่อยู่มน 3 จังหวัด ต้องพูดภาษาถิ่นที่โลกนี้เขาไม่พูดหันเพื่อเข้าใจเขาแต่เขาไม่ต้องหัดพูดภาษาไทยเพื่ออยู่ในโลกปัจจุบันได้กระนั้นหรือ ( แต่คั้นก็ยังช่วยอะไรไม่ได้หรอก เพราะเขาถูกสอนว่าเราเป็นคนนอกศาสนา นอกเชื้อชาติเขา ) ทำไมคนไทยที่มีภาษาถิ่นในภาคอื่น เขาไม่ทำกันอย่างนี้บ้าง ทำไมเขาถึงยอมพูดภาษากลางที่เป็นภาษาราชการ เพราะเขา
คิดว่าเป็นคนไทย แต่คนพวกนั้นไม่เคยคิดใช่ไหม แล้วเราจะยอมให้เขาคิดต่อไปหรือให้เขาเลิก คิดกันเสียที ให้เขาได้หลุดพ้นจากการครอบงำของคนที่หาประโยชน์จากความไม่รู้ของพวกเขาจะดีกว่าไหม ถ้าหวังดีกับคนพื้นเมืองจริงๆ

ดิฉันแปลกใจที่คนในกลุ่มคุณพร่ำพูดแต่เรื่องกรือเซะ เรื่องตากใบ ทำไมไม่เคยพูดถึงผลที่มาจากเหตุ คุณตัดตอนมาแต่ความผิดของเจ้าหน้าที่ได้อย่างไร ทำไมคุณไม่พูดบ้างว่าคนที่พาคนพวกนี้มาตายมีความผิดไหม บ้านเมืองมีกฏเกณฑ์กติกาในการอยู่ร่วมกันอย่างไร คนระดับคุณไม่เข้าใจพวกบ้าคลั่งลัทธิเชียวหรือ ทำไมต้องดูแลเอาใจคนพวกนี้ให้ฮึกเหิมว่ามีคนดีๆ ในสังคมอย่างพวกคุณคอยหนุนหลังอยู่ เขาใช้ประโยชน์จากพวกคุณ (ที่พวกดิฉัน แอบเรียกว่าพวกซื่อบริสุทธิ์) เพื่อสร้างภาพว่าเขาเป็นฝ่ายถูก ทั้งที่เขาก่อเหตุร้ายขึ้นในแผ่นดิน
ถ้าคุณเป็นครูมานานเท่าดิฉันที่เป็นคนภาคกลาง แต่ไปอยู่ที่นั่น คุณจะรู้ว่ามีความเปลี่ยนแปลงที่น่ากลัวขนาดไหน ดิฉันเคยไปไหนมาไหนในจังหวัดอย่างคนที่เป็นครู เจอลูกศิษย์ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เจอผู้คนที่มีอัธยาศัย แม่ค้าในตลาดพูดกันรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้บ้าง แต่ต่างฝ่ายต่างพยายามสื่อสารกัน จนดิฉันเชื่อว่าจะใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่นี่ได้ แต่สิบปีที่ผ่านมานี้ สถานการณ์เริ่มเลวร้ายลง จากการเรียกร้องของผู้ที่อ้างศาสนาทุกวันนี้ เราต้องอยู่ท่ามกลางการไม่ไว้ใจกัน ทุกอย่างเห็นชัดว่าเลวร้ายมากขึ้นจากการแยกตัวของพวกเขาที่เข้มงวดเรื่องการแต่งกาย เรื่องภาษา เรื่องศาสนา และจากเด็กที่เกิดเป็นจำนวนมาก
จนน่าตกใจ เขาเชื่อว่าลูกคือของขวัญจากพระเจ้า ยิ่งมีมากยิ่งดี แต่ไม่สนใจว่าจะเลี้ยงให้มีคุณภาพได้อย่างไร (รัฐบาลดูแลแก้ไขไปซิ) สังคมของเขาปัจจุบันนี้ผู้ชายก็ยังแสดงโวหารตามร้านน้ำชา ทำงานอืดๆเอื่อยๆ นึกจะพักก็พัก นึกจะเลิกก็เลิก (อันนี้ผู้พิมพ์เห็นด้วยกับครูผู้เขียน เพราะเพื่อนไปทำถนนที่ปัตตานี ต้องเอาคนงานอีสานไป เพราะคนที่โน่นไม่อดทนทำงาน ดีแต่เรียกร้อง)ไม่มีเงินก็ตั้งวงด่าว่าสังคมไม่เป็นธรรม ใครจะทำธุรกิจก็มีใบปลิวมาขอค่าคุ้มครองแล้ว ใครจะอยากมาลงทุน เขาพร่ำสอนกันว่าพวกคนเจ๊กคนไทยเอาเปรียบเขาทั้งที่มาอาศัยแผ่นดินเขาอยู่ คนที่เคยเป็นมิตรกันก็มองกันอย่างไม่ไว้ใจ ไม่ทักทายปราศรัยกันเหมือนเดิม ครูอิสลามบางคนที่ไม่ใช่คนที่นี่บอกว่าคงอยู่ไม่ได้ เพราะเขาไม่คลุมหัวก็โดนมองแปลกๆ จากพวกศาสนาเดียวกัน แต่พวกที่ไม่ใช่อิสลามก็มองเขาอย่างไม่ไว้วางใจ
ดิฉันเชื่อว่าในคณะกรรมการสมานฉันท์ที่เป็นฝ่ายอิสลาม จะต้องแสดงความคับแค้นนานับประการที่ได้รับจากบ้านเมือง ช่วยถามเขาด้วยนะคะว่าทุกวันนี้เขาโดนกดขี่จากใครเขาทำตัวกดขี่คนระดับล่างของเขาเองหรือใครทำ มีเรื่องอะไรบ้างที่ภาครัฐปิดโอกาสเขาไม่ให้ได้รับแล้วให้แต่ซือแย (ไทยพุทธ) จากอดีตจนถึงปัจจุบัน เคยบ้างไหมที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้า จะทรงคิดว่าเขาเป็นคนอื่น ท่านทรงมีเมตตากับทุกคนทุกหมู่เหล่าอย่างไม่เคยเลือกที่รักมักที่ชัง อย่างนี้แล้วข้าราชการของท่านจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร แผ่นดินนี้ประเทศนี้ให้ชีวิตกับเขาได้เจริญก้าวหน้ากว่าคนศาสนาเดียวกัน เขาควรสำนึกในบุญคุณ ของแผ่นดินและช่วยพัฒนาคนของเขา แต่เขากลับเลือกใช้ความกลัว ความไม่รู้ของชนชาติเดียวกับเขาเป็นฐานให้เขาได้เป็นใหญ่ต่อไป เขาทำลายผู้อื่น เพื่อให้ได้สิ่งที่เขาต้องการเขาคิดว่าทำถูกต้องแล้วหรือ แล้วพวกคุณก็พลอยเห็นดีเห็นงามสนับสนุนเขาไปด้วยทั้งที่คุณรู้เห็นอยู่เต็มตาว่า ประเทศที่ผู้นำแตกแยกเป็นก๊กเป็นเหล่า ประชาชนได้รับความเดือดร้อนแค่ไหน

ดิฉันขอประณามและสาปแช่งผู้อยู่เบื้องหลังความไม่สงบ จงประสบแต่ความวิบัติในชีวิตและขอให้บาปทั้งมวลสือต่อไปถึงลูกหลาน ให้เป็นผู้ที่ไม่มีแผ่นดินอยู่อาศัย สมกับที่บรรพบุรุษได้เนรคุณต่อแผ่นดินเกิด ขออย่าให้ได้รู้จักกับความสุขสงบเมื่อมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ และเมื่อล่วงลับไปสู่โลกหน้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์บนสรวงสวรรค์ย่อมรับรู้ในบาปชั่ว ไม่รับวิญญาณขึ้นไปอยู่กับพระองค์ ต้องตกนรกหมกไหม้จนชั่วนิรันดร์ เพื่อชดใช้ความผิดอันเลวร้ายที่ทำต่อมนุษย์ผู้บริสุทธิ์และแผ่นดินที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน

หนึ่งในครูภาคใต้

ปล. ดิฉันไม่มีความกล้าพอจะลงชื่อจริง เพราะเกรงจะเดือดร้อนไปถึงญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง บรรยากาศในจังหวัดที่ดิฉันอยู่เป็นอย่างนี้จริงๆ ถ้าจะกรุณาในฐานะที่ดิฉันเชื่อในความตั้งใจดีของคุณ โปรดอย่าได้ทำร้ายคนไทยที่อยู่สามจังหวัดภาคใต้อีกต่อไป ท้ายที่สุด ดิฉันขอเรียนว่าพี่น้องถามทุกวันว่าทำไมไม่กลับบ้าน แก่ป่านนี้แล้วจะทนอยู่ทำไมให้เขาเป็นห่วง ดิฉันก็บอกว่า ขออยู่บนผืนแผ่นดินไทยจนกว่าจะถึงวันที่ไม่ใช่แผ่นดินไทยอีกต่อไป และเมื่อถึงวันนั้นคงมีคนไทยที่มีชื่อเสียงอยู่ในปัจจุบัน ได้รับการจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังรู้ว่าเขาสมานฉันท์ เขาปกป้องสิทธิมนุษยชนกันจนคนไทยต้องถูกขับไล่ออกจากแผ่นดินไทย

คนพื้นที่ส่วนมากก็คิดเช่นนี้ล่ะค่ะ

m

นั่นคือความในใจของคนที่อยู่ในภาคใต้มา ๕๐ ปี

และอย่างนี้เป็นไง......
เราเป็นคนไทยพุทธในสามจังหวัดชายแดนใต้
เข้าใจในทุกความคิดเห็นที่กล่าวมา...พ่อเป็นคนที่นี่
เป็นครูใหญ่ในพื้นที่ลูกศิษย์ลูกหามากมาย...อยู่มาวันหนึ่ง
พ่อขับมอเตอร์ไซค์คันเก่าๆเข้ามาราชการในตัวเมือง
ถูกเด็กวัยรุ่นมุสลิมคึกคนองขับรถยนต์ไล่ชน...ครูนอนเจ็บอยู่กลางถนนมีคนรู้จักลูกศิษย์ลูกหามุสลิมเข้ามามุงดูมากมายแต่ไม่มีใครสนใจเพราะเขารู้จักว่าครูใหญ่คนนี้เป็น"ออแงซีแย"
(คนสยาม)สุดท้ายมีคนไทยพุทธซึ่งไม่รู้จักเลยว่าคนเจ็บเป็นใครไทยพุทธหรือมุสลิมแต่เขาก็เต็มใจช่วยส่งพ่อไปโรงพยาบาลแต่ถึงมือหมอช้าเกินไป....อนิจจา...สมานฉันท์...จะสมานกับใครจิตสำนึกในความเป็นไทยเขาก็ไม่มี....ไม่ช่วยกันแล้วอย่ามาซ้ำเติมกันเลย

นี่ก็ด้วย

อีกท่านนึง...เป็นครูดีที่ไม่น่าตาย
ขับรถมอเตอร์ไซด์เก่าไไปกลับโรงเรียนบ้านตอหลัง
.อ.ตากใบ จ.นราธิวาสและบ้านพักที่ต.กะลุวอ อ.เมือง
จ.นราธิวาส..โดยไม่มีอาวุธป้องกันตัว ใครๆทักครูก็บอก
ไม่เป็นไรขับรถไปกลับมาหลายปีอีกอย่างระยะทางระหว่างบ้าน
กับโรงเรียนก็เป็นเส้นทางที่คุ้นเคยบ้านช่องผู้คนแถวนี้
ก็เป็นลูกศิษย์(มุสลิม)ครูทั้งนั้น....แต่...อนิจจา..ระหว่าง
เส้นทางกลับบ้านในตอนเย็นของวันที่19 สิงหาคม 2548
ลูกศิษย์ที่ครูรู้จักดีเรียกให้หยุดพร้อมชี้ให้เพื่อนแนวร่วม
ยิงครูจนล้มคว่ำเสียชีวิตอยู่ข้างทาง...ครูกลับไม่ถึงบ้าน..
เพราะน้ำมือลูกศิษย์วัยรุ่นอิสลามคนนั้น....น่าเศร้านัก

คุณ m คุณกำลังใส่ร้ายป้ายสี

123

ขณะที่โลกกำลำงก้าวไปไกลเป็นเครือข่าย พวกที่คลั่งศาสนาคือพวกที่ยังเชื่อว่าโลกแบนและยังอยู่บนกระดองเต่า อีกพวกคือพวกยังนับถือเป็นแฟชั่น พวกนี้คือพวกที่เห็นว่าดวงอาทิตย์ยังเป็นศูนย์กลางของจักรวาล กับพวกสุดท้ายที่เยี่ยมที่สุดที่หัวแข็งไร้ศาสนา พวกเขาเห็นว่าจักรวาลนั้นกว้างไกลและช่างไร้ขอบเขตุ