กวีประชาไท

2010-11-20 23:22
ทอดแขนชี้ลงสู่เบื้องน้ำแม่ของ อะโหสิลบโสกหมองพะยาบาด ตายยากแสน ท่ละมานการฮวมชาด สงคามเพื่อเอกะลาดปดป่อยลาว อะโหสิเดลัดสานหมู่ช้างม้า คบเลี้ยวกินชิ้นมังสาข้าพะเจ้า เฮือล่องของหลายเติบนำหัวลาวเฮา ไผจุดเผานะคอนหลวงเวียงจัน สุดอาลัย พะแก้วพากหอพะ แต่ก่จะอดไจย่างอึดกั้น ส้างสามิดคตะพาบไหม่ฮ่วมกัน ข้ามก่ายความคัดง้างบั้นตะกี้
2010-11-19 00:29
ปัญญาชนน่ะหรือ? มีที่ไหน? นี่คือเมืองไทย! อย่าได้ฝัน! ตื่น! ตื่น! อย่าหลับกลางวัน ติดคุกสักหมื่น-พัน ก็ปล่อยไป   กฎหมายหมิ่น? น่ะหรือ คือปัญหา? เฮ้ย! บ้า! พูดเป็นเล่นไปได้! ไม่เห็นนักวิชาการเมืองไทย ติดคุก-เข้าข่าย สักคนหนึ่ง!   ตาสี-ยายสา นั่นน่ะหรือ? ขันติธรรมไม่ถือเป็นที่พึ่ง เอะอะ ก็โวย นี่ นั่น มึง! สอดบัตรกันอึง ไม่กลัวใคร   สมควรแล้วที่เกิดมาโง่ ไม่มีปัญญาอวดโวได้! ติดคุกประหน่อยสักเป็นไร คุณค่าเทียบไม่ได้เท่าขี้ผง!   มาเถิด! คนชั้นปัญญาชน
2010-11-17 21:33
เมื่อการฆ่าเวียนมาถึง ...ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นครเน่าโสมมอันมืดบอด เหยื่อสังหารแห่งอ้อมกอด ...อำมหิต แสงสว่างทางปัญญาไม่เปล่งแสง ยังจำแลงแฝงกายอภิสิทธิ์ ปัญญาชนสิ้นแล้วทุกความคิด เหลือเพียงร่างไร้ชีวิต ...โอ้! อนิจจา
2010-11-17 19:53
เราถูกหลอกชัดชัดรัฐประหาร อ้างว่าไม่ต้องการ “แดงพาลเหลือง” ค.ม.ช.ใส่ไคล้ให้ขุ่นเคือง เขากุเรื่องเคลื่อนกำลังรถถังมา น่าฉงนคนไฉนให้รอยยิ้ม เสียบบุปผาพักตร์พริ้มบนธงผ้า ขอถ่ายรูปคู่ทหารเป็นขวัญตา โอ!สิบเก้ากันยามายาการ แถมขอบคุณบิ๊กบังกุมบังเหียน ท่านช่วยเปลี่ยนฝันร้ายกลายเป็นหวาน ระงับเลือดหลั่งนองสองฝั่งธาร เป็นบุญคุณคุ้มกบาลอยู่นานปี ไม่ตั้งใจยึดอำนาจชาติจำเป็น มิอาจเห็นไทยรบไทยให้บัดสี แต่แล้วไยใครเข่นฆ่าไร้ปรานี เมื่อวันที่สิบเมษาผ่านฟ้ามัว
2010-11-15 23:16
  “มนุษย์นั้นเท่าเทียมกัน จะถูกพรากไปไม่ได้  ไม่ว่าจะเป็นชีวิต เสรีภาพ และการแสวงหาซึ่งความสุข  เมื่อใดก็ตามที่ระบอบของการปกครอง  กลายเป็นตัวทำลายซึ่งจุดหมายปลายทางดังกล่าว  ก็ย่อมเป็นสิทธิของประชาชนที่จะเปลี่ยนแปลงหรือล้มล้างได้" (คำประกาศอิสรภาพของเมริกา)  
2010-11-15 07:45
  ลมหนาว คราวนี้ นานนัก ลมรัก พัดโรย นาไร่ ลมว่าว พัดว่าว วิ่งไว หัวใจ ไหวหวาน วานวัน     หมอกหม่น ละเมอ ลอยมา
2010-11-11 19:17
ตอนแม่วัยเก้าขวบ  เหมือนหนู แม่เล่าว่าอดสู  อนาถสิ้น ตาจูงแม่มุงดู  ร่างดับ นิสิตนักศึกษาดิ้น  ด่าวแค้นคนตุลา ตาชี้รอยเลือดค้าง  สนามหลวง แดงสาดแดงชัดดวง  ดอกช้ำ แม่เก็บกิ่งมะขามพวง  พลัดอก กระสุนเฉียดเลียดคูน้ำ  ถลอกช้ำขาแขน ตาจำแม่จดไว้  ใจจาร จงเล่าสืบลูกหลาน  รับรู้ สำนึกแน่นสันดาน  สมองเด็ก ป.สี่จิตหาญสู้  สาปผู้สังหาร ปีนี้หนูเก้าขวบ  เท่ากัน แม่บอกวัฏจักรผัน  กลับย้อน รำลึกราษฎร์ดำเนินวัน  นองเลือด ราวช่วยซ้ำภาพซ้อน  ฉากนั้นนานฉาย
2010-11-09 11:47
(๑. คำถามของความชั่ว) มาจากไหนกันเล่าผู้เฒ่าเอ๋ย เป็นครั้งแรกที่เคยเข้าเมืองหลวง คนบ้านนอกคอกตื้อสะดือกลวง  ไยมาทวงสิทธิิเสรีธรรม เป็นผู้ก่อการร้ายมิใช่หรือ  แถมยังถืออาวุธเตรียมกระหน่ำ พวกบั้งไฟหลาวแหลนไม้ไผ่ลำ  มายี่ย่ำย่านไฮโซให้มัวซัว นึกอย่างไรถึงจ้องอยากล้มเจ้า   พวกหูเบางี่เง่าถูกเป่าหัว ไม่เคารพสถาบันชอบพันพัว  คอมมิวนิสต์คิดชั่วไม่ภักดี รับเงินจากทักษิณมากี่ร้อย  ขนชาวดอยต่างด้าวมาถึงนี่ ทิ้งไร่นาสาโททำไมมี  รีบกลับไปเดี๋ยวนี้ฤดูนา
2010-11-06 10:30
หนาวลมเหนือล่อง...มาจากห้องหุบเขา โศกเสียงกาเหว่า...พลัดลูกเมียผัว ฝนเม็ดสุดท้าย...ขาดสายใบบัว ผ่านชั้นฟ้ารั่ว...รัวล่มจมเมือง หยาดเลือดรอยนั้น...เหมือนสิ้นกลิ่นคาว ดวงดาวหน้าหนาว...เล่าทอแสงเหลือง ร่ายพิธีกรรม...ร่ำความเปล่าเปลือง ท่องมนต์เป่าเมือง...เรื่องร้อนตกตาย
2010-11-06 09:06
           คือตราชู ผู้ชี้ เสรีสิทธิ      คือศาลสถิต ยุติธรรม นำสมัย      คือหลัก ประกัน ประชาธิปไตย      มิใช่  อภิชน  คนชั้นฟ้า !                 ครุยที่สวม นั้นมา จากภาษี       รถที่ขี่  เงินใคร ให้หรูหรา       ข้าวที่กิน ดินที่ย่ำ บ้านงามตา       ล้วนแต่เงิน ของมหา ประชาชน                มิได้ อวตาร มาโปรดสัตว์        แต่เป็น "ลูกจ้างรัฐ"  ตั้งแต่ต้น        ให้อำนาจ แล้วอย่าหลง ทนงตน        ว่าเป็นคน เหนือคน  ชี้เป็น-ตาย                     เสาหลัก ต้องเป็นหลัก อันศักดิ์สิทธิ์

Pages

Subscribe to กวีประชาไท