การเมือง

ชาวบ้าน "คำสร้างไชย" อุบลฯ ครึ่งร้อยร้องอุตสาหกรรมจังหวัดปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ใช้มติปลอมในการขออนุญาตสร้างโรงไฟฟ้า เตรียมส่งเรื่องขอฟ้องต่อศาลปกครอง หัวหน้า ส.งานอุตสาหกรรมจังหวัดแจงการทำประชามติเป็นอำนาจของ อบต. ส่วนอุตฯจังหวัดทำได้เพียงจัดเวทีไกล่เกลี่ยไปเรื่อยๆ

 

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2552  ชาวบ้านคำสร้างไชย ต.ท่าช้าง อ.สว่างวีระวงศ์ จ.อุบลราชธานี เดินทางมายังห้องประชุมบัวทิพย์ 4 อาคารศูนย์ศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนการปฏิบัติงานโดยบิดเบือนและฉ้อฉลของสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากทราบมาว่าทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดได้จัดงานสัมมนาเรื่องเรื่องแนวทางการเฝ้าระวังการเกิดปัญหามลพิษจากสถานประกอบการ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเดินทางมาเป็นประธานกล่าวเปิดงาน

 

คดีตากใบ 4 ปี 3 เดือน พยานเบิกความ 76 ปาก นัดวันฟังคำสั่งศาลในคดีนี้ในวันที่ 10 เมษายน 2552 เวลา 09.00 น.

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 มกราคม 2552 ที่ห้องพิจารณาคดี 304 ศาลจังหวัดสงขลานัดไต่สวนพยานคดีปากสุดท้ายในคดีไต่สวนชันสูตพลิกศพผู้เสียชีวิตจากเป็นการขนย้ายผู้ชุมนุมที่หน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 ไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี จนมีผู้เสียชีวิต 78 คน รวมผู้เสียในที่ชุมนุมอีก 7 คน เป็น 85 คน โดยมีนายยิ่งยศ ตันชอร เป็นหัวหน้าองค์คณะผู้พิพากษา

 

โดยพยานปากสุดท้ายคนดังกล่าวคือ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) กรุงเทพมหานคร ในฐานะกรรมาธิการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเป็นพยานฝ่ายผู้คัดค้าน ซึ่งเป็นญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 78 คน

 

สภากาชาดสากลเอเชียใต้คาดมีพลเรือน 250,000 คน ติดอยู่กลางการปะทะระหว่างรัฐบาลศรีลังกา-พยัคฆ์ทมิฬ เผยการบรรเทาทุกข์เป็นไปด้วยความยากลำบาก ผู้บาดเจ็บสาหัส 200 คนไม่สามารถนำออกมาจากพื้นที่ปะทะได้ เหยื่อสงครามทำได้เพียงรอความตาย ด้านกองทัพศรีลังการุกคืบปิดล้อมพื้นที่ตอนเหนือ หวังเผด็จศึกภายในไม่กี่สัปดาห์นี้

แผนที่แสดงเขตที่รัฐบาลสามารถยึดคืนมาได้ในการสู้รบในช่วงไม่กี่เดือนมานี้ โดยล่าสุดเมืองมุลไลติวู เมืองทางตะวันออกเฉียงเหนือของศรีลังกา ซึ่งเป็นพื้นที่ยึดครองในเมืองของฝ่ายพยัคฆ์ทมิฬแห่งสุดท้ายก็เพิ่งถูกกอง ทัพรัฐบาลศรีลังกายึดคืนได้

 

สถานการณ์วิกฤตด้านมนุษยธรรมกำลังเกิดขึ้นในพื้นที่สู้รบระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มพยัคฆ์ทมิฬอีแลม ในทางตอนเหนือของประเทศ หลังจากกองทัพศรีลังกาเข้ายึดพื้นที่สำคัญของฝ่ายกบฏทางตอนเหนือไว้ได้ โดยสภากาชาดสากลระบุว่ามีประชาชนกว่า 250,000 คนติดอยู่กลางกับดักสงคราม

 

ชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากรณีปัญหาเขื่อนหัวนากว่า 500 คน รวมตัวที่ศาลากลาง จ.ศรีสะเกษ ติดตามการประชุมคณะทำงานฯ หลังช่วง 2 ปีที่ผ่านมาการทำงานหยุดชะงัก จี้เร่งแก้ปัญหาตรวจสอบทรัพย์สินและการรังวัดที่ดิน พร้อมให้ชี้แจงกรณีถมน้ำมูน เหตุขัดมติ ครม.25 ก.ค.43

28 ม.ค.2552 สมัชชาคนจนกรณีปัญหาเขื่อนหัวนา จาก อ.ราษีไศล อ. กันทรารมย์ อ. ยางชุมน้อย อ.อุทุมพรพิสัย จ.ศรีสะเกษ กว่า 500 คน ทำการชุมนุมหน้าศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ ตั้งแต่เมื่อเวลาประมาณ 9.00 น. เพื่อติดตามการประชุมคณะทำงานตรวจสอบทรัพย์สินผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนหัวนา จ.ศรีสะเกษ ในการแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งเร่งตรวจสอบทรัพย์สินของราษฎรและรับรองการรังวัดที่ดินในพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจาการก่อสร้างเขื่อนหัวนา

 

พร้อมเรียกร้องให้ชี้แจงกรณีที่มีข่าวจะมีการเสนอเรื่องเข้าคณะรัฐมนตรี ให้มีการถมแม่น้ำมูนเพื่อบังคับน้ำให้เปลี่ยนทางมาผ่านเขื่อนหัวนา เขื่อนขนาดใหญ่ 14 ประตู ในพื้นที่ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาการดำเนินการก่อสร้างโดยไม่มีการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม ทั้งที่มติครม.เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2543 กำหนดให้ยุติการดำเนินการใดๆ โดยเฉพาะการถมแม่น้ำมูนจนกว่าจะศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมแล้วเสร็จ

ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย (YPD) และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) ออกแถลงการณ์สนับสนุนมาตรการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และภาษีมรดกของรัฐบาลอย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนในด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ระบุทั้งสององค์กรจะทำหน้าที่ในการตามติดความคืบหน้าในการดำเนินการทุกขั้นตอน

เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย (YPD) และคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) ออกแถลงการณ์สนับสนุนมาตรการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และภาษีมรดกของรัฐบาลอย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชนในด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ระบุทั้งสององค์กรจะทำหน้าที่ในการตามติดความคืบหน้าในการดำเนินการทุกขั้นตอน โดยถือว่านี่คือพันธะสัญญาที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ไว้กับประชาชน

 

00000

มองต่างมุม "อาดังรีสอร์ท" ทับที่อุทยาน หัวหน้าอุทยานค้าน อดีต ส.ส.ปชป.อุ้ม เพราะเสียประโยชน์มหาศาลแก่นักลงทุน

สมยศ โต๊ะหลัง

 

 

จากสาเหตุกรมธนารักษ์มีที่ดินทับซ้อนกับอุทยานแห่งชาติตะรุเตา ในพื้นที่เกาะอาดัง จังหวัดสตูล และได้ใช้กฎระเบียบ ว่าด้วยการจัดหาผลประโยชน์ในที่ราชพัสดุ พ.ศ.2547 ให้บริษัท อาดังรีสอร์ท จำกัด เช่าที่ดินสร้างรีสอร์ทหรูบนเกาะอาดัง เนื้อที่ 5 ไร่ 11 ตารางวา ในราคาค่าเช่าเดือนละหนึ่งหมื่นบาทเศษระยะเวลา 25 ปี

 

โดยมีประธานหอการค้าจังหวัดสตูล เป็นหนึ่งในสองกรรมการบริษัท จนมีการก่อสร้างไปแล้วกว่าร้อยละ 70 ก่อให้เกิดความเห็นที่แตกต่างระหว่าง 2 หน่วยงานคืออุทยานฯกับกรมธนารักษ์