ประชาไท

Syndicate content
Updated: 10 min 15 sec ago

จีนและการแผ่อิทธิพลกรณีโครงการสร้างคอคอดกระ

42 min 11 sec ago
pสื่อต่างประเทศนำเสนอข่าวกรณีที่ธุรกิจจีนเข้ามาสำรวจพื้นที่คอคอดกระร่วมกับคนในพื้นที่และอดีตนายพลเกษียณอายุของไทย ขุดประเด็นการสร้างคอคอดกระขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมคำถามว่านี่จะกลายเป็นการแผ่อิทธิพลจีนในรูปแบบใดบ้าง ไทยจะมีศักยภาพมากพอในการดีลเรื่องนี้หรือไม่ และใครที่จะเสียประโยชน์ นอกจากไทยแล้วใครที่มีโอกาสได้ประโยชน์อย่างแท้จริง/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4343/36376544570_b3c997c699_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strongที่มาของภาพประกอบ: Google Maps/strong/span/p p24 ส.ค. 2560 สื่อต่างประเทศอย่างเดอะนิวส์เลนและนิคเคอิเอเซียนรีวิวนำเสนอเรื่องแผนการสร้างคอคอดกระเชื่อมระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งเป็นโครงการที่ได่รับเงินสนับสนุนจากนักธุรกิจจีน แม้ว่าจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตามโครงการนี้เป็นสัญญาณเตือนเรื่องที่น่ากังวลอย่างการพยายามแผ่อิทธิพลจากจีนเพื่อครอบงำภูมิภาค นอกจากนี้โครงการนี้อาจจะทำให้เกิดผู้แพ้และผู้ชนะในระดับที่ห่างชั้นกันมากได้/p pเอเซียนนิคเคอิอ้างอิงเรื่องนี้จากแหล่งข่าวเป็นชาวประมงชื่อสิทธิชัย อายุ 48 ปี เขาบอกว่าเมื่อปีที่แล้วมีกลุ่มนายพลวัยเกษียณจากกรุงเทพฯ และนักธุรกิจจากจีนเรียกตัวเขา เพราะมีคนในพื้นที่บอกว่าเขารู้จักชายฝั่งแห่งนี้ดี พวกเขาจ้างสิทธิชัยให้เป็นไกด์และถามความคิดเห็นเขาเกี่ยวกับโครงการขุดคอคอดกระ ซึ่งเป็นโครงการเมกะโปรเจกต์มูลค่า 28,000 ล้านดอลลาร์ ที่จะเป็นการขุดเส้นทางน้ำ 135 กิโลเมตร/p pนิคเคอิระบุว่าการสร้างคอคอดกระดังกล่าวจะเป็นทางลัดที่ไม่ต้องผ่านพื้นที่ช่องแคบมะละกา โดยช่องแคบมะละกานั้นมีความคับคั่ง เสี่ยงต่อสินค้าหนีภาษี และมีความอ่อนไหวทางยุทธศาสตร์ แต่ก็เป็นเส้นทางการค้าที่คับคั้งที่สุดจากการที่มันเชื่อมระหว่างจีน ญี่ปุ่น และประเทศเอเชีตะวันออกอื่นๆ กับประเทศแถบที่มีน้ำมันอย่างตะวันออกกลางและตลาดใหญ่ในยุโรป แอฟริกา และอินเดีย การผ่านคอคอดกระย่นระยะการเดินทางลงอย่างน้อย 1,200 กม. ประหยัดวันเวลาเดินเรือลงได้ราว 2-3 วัน และเป็นเส้นทางทางเลือกใหม่สำหรับทางผ่านของเรือนพื้นที่ที่มีเรือผ่าน 84,000 ลำ ในปี 2559/p pกลุ่มนายพลเกษียณอายุของไทยรวมตัวกันเป็นองค์กรที่ชื่อสมาคมศึกษาและพัฒนาคอคอดกระร่วมมือกับมหาวิทยาลัยปักกิ่งของจีนกับบริษัทจีนอีกแห่งหนึ่งที่ไม่เป็นที่รู้จัก โดยบริษัทนี้ให้ทุนในการศึกษาประเมินการสร้างคอคอดกระถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย "หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง" อย่างเป็นทางการก็ตาม/p pเดอะนิวส์เลนส์ระบุว่าแนวคิดจะทำเส้นทางผ่านคอคอดกระนั้นมีมานานแล้วตั้งแต่ยุคคริสตศตวรรษที่ 19 ซึ่งอังกฤษและฝรั่งเศสเคยพยายามหาหนทางสร้างมาก่อนหน้านี้ แต่ก็เห็นว่ายากเกินไป อย่างไรก็ตามทางการอังกฤษเคยมีบันทึกว่าราชวงศ์แห่งสยามเคยทรงให้คำมั่นไว้ว่าจะไม่ให้ใครอื่นมาสร้างด้วยเช่นกัน ในช่วงคริสตทศวรรษ 1930s ก็เคยมีมีความกลัวว่าญี่ปุ่นจะมีแผนการสร้างคอคอดกระเพื่อให้ส่งกองทัพเรือไปโจมตีอังกฤษได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องผ่านฐานทัพอังกฤษในสิงคโปร์ แผนการจะสร้างทางผ่านจุดนี้มีมานานแต่ดูเหมือนว่านายทุนจากจีนจะกำลังมองโอกาสนี้/p pมีนักวิเคราะห์บางส่วนแสดงความกังวลในแง่ความมั่นคงว่าอาจจะทำให้จีนสามารถนำเรือบรรทุกน้ำมันผ่านได้ง่ายขึ้นขณะเดียวกันก็สามารถส่งเรือรบไปยังมหาสมุทรอินเดียได้ง่ายขึ้นด้วย โดยที่จีนส่งสัญญาณว่ากองทัพเรือของพวกเขาดูเตรียมพร้อมมากขึ้นในแถบทะเลอินเดียช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการเปิดท่าเรือแห่งใหม่ที่จิบูตีเป็นแห่งแรก/p pกระนั้นคอคอดกระอาจจะส่งในแง่ของการขนส่งทางเศรษฐกิจมากกว่าความมั่นคง ขณะที่คอคอดกระอาจจะส่งผลดีต่อการเป็นศูนย์บริการแห่งใหม่สำหรับทางผ่านท่าเรือโดยไม่ต้องพึ่งพาสิงคโปร์นั่นทำให้สิงคโปร์เสียประโยชน์จากการเป็นผู้ให้บริการทางผ่านท่าเรือมาโดยตลอด นับตั้งแต่ที่สิงคโปร์เปิดเส้นทางการค้าฝิ่นอินโด-แปซิฟิก อาศัยความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์สร้างความมั่งคั่งมาโดยตลอดจากการเป็นศูนย์รวมหรือ "ฮับ" จากบริการอย่างธนาคารไปจนถึงบริษัทกฎหมาย/p pเดอะนิวส์เลนส์ประเมินว่าผู้ที่จะได้รับประโยชน์มาที่สุดจากคอคอดกระคือศรีลังกาที่กลายเป็นแหล่งวางโครงการท่าเรือใหม่ของจีน รวมถึงโครงการเมืองท่าโคลอมโบที่อื้อฉาวโดยอยู่ภายใต้การควบคุมของจีนซึ่งทางการศรีลังกาหวังว่าจะทำให้ช่วยแก้ปัญหาในประเทศที่ตกค้างมาจากสงครามกลางเมือง 30 ปีได้ ขณะเดียวกันก็เป็นการสกัดกั้นนักลงทุนใหญ่ๆ อย่างญี่ปุ่นไปในตัว/p pขณะที่สิงคโปร์กำลังประสบปัญหาการขนถ่ายทางเรือจากอินเดียลดลงพวกเขาก็มีความตระหนักถึงภาวะเสี่ยงตรงนี้ และเริ่มประเมินศรีลังกาในฐานะคู่แข่งมากขึ้น ขระเดียวกันก็เล็งเห็นว่าศรีลังกาเองก็ยังมีปัญหาที่จะต้องจัดการก่อนที่จะสามารถแข่งขันการบริการมูลค่าสูงที่มีความซับซ้อนได้/p pนอกจากสิงคโปร์แล้วแน่นอนว่าชาวบ้านในพื้นที่ของไทยย่อมเสี่ยงได้รับผลกระทบจากโครงการนี้ นิคเคอิอ้างว่าขณะที่ทหารเกษียณเหล่านี้ยืมเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพลาดตระเวณพื้นที่จุดนี้ ในทางภาคพื้นดินพวกเขาก็ออกโครงการหว่านล้อมชาวบ้านที่ได้อาจจะรับผลกระทบจากโครงการนี้จนมีการลงนาม 100,000 รายชื่อสนับสนุนการสร้าง/p pอย่างไรก็ตามมิคเคอิประเมินว่าโครงการนี้ยังมีอุปสรรคเนื่องจากไม่ใช่ประเด็นหลักลำดับต้นๆ ที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา สนใจ ทำให้ผู้สนับสนุนโครงการนี้หวังว่าจะผลักดันในรัฐบาลถัดไป อีกประการหนึ่งคือการสนับสนุนจากประชาชนทั่วไป ผู้ที่ต้านการสร้างคอคอดกระกังวลในเรื่องความมั่นคงที่จะให้มีช่องทางผ่านประเทศ รวมถึงความกลัวเรื่องการแบ่งแยกดินแดนจากสามจังหวัดภาคใต้/p pทั้งนี้ นิโคลัส ฟาร์เรลลี นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) ยังคงไม่แน่ใจว่าประเทศไทยจะมีศักยภาพมากพอในการดำเนินข้อตกลงครั้งนี้หรือไม่ ทั้งในเรื่องการจัดหาทุนมากพอจะดำเนินการขุดครั้งใหญ่ในอีกไม่นานนี้ อย่างไรก็ตามถ้าหากนายพลเกษียณอายุที่สนับสนุนเรื่องนี้อ้างต่อรัฐบาลเผด็จการทหารว่าเป้นการส่งเสริมเศรษฐกิจของไทยที่กำลังเปราะบาง ก็มีโอกาสที่จะมีการดำเนินโครงการนี้/p pspan style="color:#0000cd;"เรียบเรียงจาก/span/p pspan style="color:#0000cd;"Alarm Bells Ringing over Thailand's Chinese-Funded Canal Plans, /spana href="https://international.thenewslens.com/article/76594"span style="color:#0000cd;"The News Lens/span/aspan style="color:#0000cd;", 23-08-2017/span/p divspan style="color:#0000cd;"Influential Thais in push for Kra Canal project, /spana href="https://asia.nikkei.com/Politics-Economy/Economy/Influential-Thais-in-push-for-Kra-Canal-project"span style="color:#0000cd;"Nikkei Asian Review/span/aspan style="color:#0000cd;", 07-08-2017/span/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/-w2OLp4uYbY" height="1" width="1" alt=""/

ประยุทธ์ ยันทหารไม่ได้มุ่งแต่ช็อปอาวุธยุทโธปกรณ์ ขออย่ารังเกียจ

1 hour 58 min ago
pพล.อ.ประยุทธ์nbsp;ปาฐกถา 'บางกอกโพสต์ ฟอรัม 2017'nbsp;ปาฐกถาในงาน “บางกอกโพสต์ ฟอรัม 2017” ยันทหารไม่ได้มุ่งแต่จัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ขออย่ารังเกียจ ชี้ทหารได้เข้าไปช่วยบรรเทาสาธารณภัยมาโดยตลอด ย้ำ รบ.ยึดหลักธรรมาภิบาลnbsp;/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4422/36725242016_637f6d8a6a.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ที่มาภาพ เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล/span/p p24 ส.ค. 2560 รายงานข่าวระบุว่าnbsp;วันนี้ (24 ส.ค. 60) เวลา 10.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวปาฐกถาในงานสัมมนาประจำปี “บางกอกโพสต์ ฟอรัม 2017” ณ ห้องวิภาวดี บอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าวnbsp;/p pa href="http://www.innnews.co.th/shownews/show?newscode=805724"สำนักข่าวไอเอ็นเอ็น/anbsp;รายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่าปัญหาทุจริตต้องยกระดับให้ดีขึ้น แม้หลายคนยังบอกว่ายังมีปัญหาอยู่ แต่ทั้งหมดเป็นไปตามกลไกของกฏหมาย nbsp;และต้องให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการและประชาชน โดยรัฐบาลได้เร่งรัดศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ หรือ ศอตช. เพื่อเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง ยืนยันให้ความเป็นกับทุกคดีและทุกเรื่องแต่ขึ้น ซึ่งการบังคับใช้กฏหมายทุกวันนี้ยังมีปัญหา มีการหยิบยกเพียง 1 คดีจากแสนหรือล้านคดีที่มีอยู่ จึงขอให้มองว่าเป็นเหมือนคดีธรรมดาในสังคมที่หากทำผิดก็ต้องพิจารณาในกระบวนการยุติธรรม หากปลุกระดมกันไปศาลก็ไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ และศาลถือเป็นศาลในพระปรมาภิไธยที่ตัดสินด้วยหลักฐานที่มีอยู่ จึงอย่าคิดกันเอาเอง และขออย่านำเรื่องนี้สร้างความวุ่นวายให้กับประเทศอีกnbsp;/p pหัวหน้า คสช. ยังกล่าวอีกว่า ทหารไม่ได้มุ่งแต่จัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ขออย่ารังเกียจทหาร เพราะทหารได้เข้าไปช่วยบรรเทาสาธารณภัยมาโดยตลอด เพราะข้าราชการไม่มีเครื่องมือที่เพียงพอ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากการทหาร เนื่องจากทหารอยู่ในค่ายสามารถเดินทางมาช่วยเหลือได้ทันที แต่ไม่ใช่อยู่ในค่ายเพื่อปฏิวัติได้ทันที เพราะหากจะทำก็สามารถทำตรงไหนก็ได้ ขณะเดียวกันส่วนตัวเป็นทหารยังไงก็ต้องเป็นทหาร แต่วันนี้มาทำการเมืองก็ต้องอดทนเพราะปัญหามีจำนวนมาก/p h3span style="color:#0000cd;"ยึดหลักธรรมาภิบาล/span/h3 pa href="http://www.thaigov.go.th/news/contents/details/6165"เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล/anbsp;รายงานสรุปปาฐกถาของ พล.อ.ประยุทธ์ ดังกล่าวด้วย โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า รัฐบาลบริหารประเทศโดยยึดหลักธรรมาภิบาล ยึดถือผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ และได้มีนโยบายในการพัฒนาประเทศเพื่อก้าวเข้าสู่โมเดล “ประเทศไทย 4.0” ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานการพัฒนาประเทศในระยะยาวเป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนไปสู่การเป็นประเทศที่มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ของรัฐบาล โดยกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ซึ่งเป็นการกำหนดเป้าหมายในการพัฒนาประเทศในระยะยาว และเพื่อให้การบริหารแผ่นดินเป็นไปอย่างต่อเนื่อง สามารถขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยมุ่งเน้นที่การบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาชน ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี เป็นการผนึกกำลังของทุกภาคส่วนภายใต้แนวคิด “ประชารัฐ” ที่ผนึกกำลังกับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ การวิจัยพัฒนา และบุคลากรทั้งในระดับประเทศและระดับโลกbr /br /ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติขึ้น ภายใต้คณะกรรมการเพื่อพิจารณากลั่นกรองเรื่องเสนอคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความปรองดอง (ป.ย.ป.) เพื่อทำหน้าที่จัดเตรียมสาระของยุทธศาสตร์ชาติให้มีความสมบูรณ์ที่สุด และตรงกับความต้องการของประชาชน และจะส่งมอบต่อให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติที่จะเกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงเดือนสิงหาคม 2560 nbsp;ทั้งนี้ เพื่อให้ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปีเกิดสัมฤทธิผล เครื่องมือสำคัญที่จะเป็นตัวช่วยในการขับเคลื่อนการทำงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ได้แก่ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระยะ 5 ปี ทั้งในส่วนของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ที่ประกาศใช้ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2559 และแผนพัฒนาฉบับต่อๆ ไป เพราะยุทธศาสตร์และแนวทางการพัฒนาที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะเป็นการเริ่มต้นสานต่อ และรองรับการพัฒนาที่ต่อเนื่องกันไปตลอด 20 ปี โดยเฉพาะแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ที่จะต้องเป็นเหมือนก้าวแรกในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีในอนาคต เป็นการวางรากฐานการพัฒนาในด้านต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายระยะยาวที่เชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ในระยะยาวทั้ง 6 ด้านของยุทธศาสตร์ชาติข้างต้นbr /br /พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงความยินดีที่ยุทธศาสตร์การพัฒนาทั้ง 10 ด้านของแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ว่า สะท้อนการไปถึงเป้าหมายในระยะ 20 ปีของยุทธศาสตร์ชาติอย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นใน 6 ยุทธศาสตร์แรกของแผนฯ ที่ตอบสนอง 6 ยุทธศาสตร์หลักของยุทธศาสตร์ชาติโดยตรง ได้แก่ (1) การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ (2) การสร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม (3) การสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน (4) การเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (5) การเสริมสร้างความมั่นคงแห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศสู่ความมั่งคั่งและยั่งยืน (6) การบริหารจัดการในภาครัฐ ป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบและธรรมาภิบาลในสังคมไทย รวมถึง 4 ยุทธศาสตร์ที่จะสนับสนุนการพัฒนาประเทศให้ขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ (7) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ (8) การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม (9) การพัฒนาภาคเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจnbsp; (10) การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการพัฒนาbr /br /ทั้งนี้การขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในช่วง 5 ปี ของแผนฯ ฉบับที่ 12 นับเป็นก้าวแรกและก้าวย่างที่สำคัญของการวางรากฐานที่แข็งแกร่งของประเทศ ไทยจะต้องเร่งกำจัดจุดอ่อนก่อนที่จะเร่งพัฒนาและเสริมจุดแข็งในช่วงเวลาต่อไป โดยมียุทธศาสตร์ระยะยาว 20 ปีเป็นเป้าหมายสำคัญที่ต้องบรรลุเป็นเป้าหมายที่เราอยากเห็นประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วตามเกณฑ์มาตรฐานนานาประเทศ และที่สำคัญคือ ประเทศไทยเป็นสังคมที่คนไทยมีความสุข กินอิ่ม นอนหลับ มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สังคมมีความสงบสุข สามัคคี ปรองดองสมานฉันท์ ความสำเร็จของการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะเกิดขึ้นได้ ต้องเกิดจากการบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายที่เป็นพลังประชารัฐเข้ามาร่วมรับผิดชอบและลงมือปฏิบัติอย่างจริงจังในการดำเนินการให้ประสบผลเป็นรูปธรรมตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และเพื่อให้พลังประชารัฐเป็นพลังที่สามารถนำพาประเทศไปสู่เป้าหมายได้/p pผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา ครม.ได้เห็นชอบสั่งซื้อ “อาวุธปล่อยนำวิถี” หรือเรียกสั้นๆ ว่าขีปนาวุธ “ฮาร์พูน บล็อก ทูว์”nbsp;ตัวเลขวงเงินจัดหาตามเอกสารของกองทัพเรือไทย 872 ล้านบาท ผูกพันงบ 3 ปี (2559-2560) และตลอด 3 ปี การบริหารงานในยุค คสช. มีการอนุมัติสั่งซื้ออาวุธกว่า 7 หมื่นล้านบาท เช่น รถถัง (38 คัน 6,985 ล้านบาท) รถเกราะล้อยาง (34 คัน 2,300 ล้านบาท) เฮลิคอปเตอร์ (10 ลำ 8,083 ล้านบาท) เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง -เรือตรวจการณ์ชายฝั่ง (10 ลำ 6,599 ล้านบาท) เรือดำน้ำ (3 ลำ 36,000 ล้านบาท) รวมทั้ง เครื่องบินฝึกนักบินขับไล่เบื้องต้นจากเกาหลีใต้ แบบ T50 - TH จำนวน 8 ลำ รวมมูลค่า 8,997 ล้านบาทโดยเป็นงบผูกพัน 3 ปีของกองทัพอากาศ เป็นต้นnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/07/72404" target="_blank"การ์ตูนปรี : พี่ตูนต้องวิ่งไปไกลแค่ไหนถึงได้อาวุธที่ #039;คสช#039; ช็อป ในช่วง 3 ปี/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/VCv8vkA6i58" height="1" width="1" alt=""/

หวั่นมือที่ 3 'ยิ่งลักษณ์' ขอ ปชช. ไม่ต้องมาศาลพรุ่งนี้ แนะฟังข่าวอยู่ที่บ้าน

4 hours 45 min ago
pยิ่งลักษณ์ โพสต์ขอประชาชนไม่ต้องมาศาลเพื่อให้กำลังใจตนพรุ่งนี้ หวั่นมือที่ 3 ก่อความวุ่นวwbrาย 'วัฒนา' เตือนหากมือที่ 3 ก่อเหตุ ผบ.ตร.ต้องรับผิดชอบ/wbr/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4398/35961472623_0637c774f4_b.jpg" style="width: 550px; height: 382px;" //p p24 ส.ค. 2560nbsp;ความเคลื่อนไหวก่อนการตัดสินของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีโครงการรับจำนำข้าว ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วันที่ 25 ส.ค.นี้ ล่าสุดวันนี้ (24 ส.ค.60)nbsp;เมื่อเวลา 10.55 น. ที่ผ่านมาnbsp;ยิ่งลักษณ์ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจnbsp;a href="https://www.facebook.com/Y.Shinawatra/photos/a.201001219944341.55522.105044319540032/1702761866434928/?type=3amp;theater"Yingluck Shinawatra/anbsp;ถึงผู้ที่จะเดินทางมาให้กำลังใจในวันพรุ่งนี้ว่า ไม่ต้องเดินทางมาศาลฯnbsp;และขอให้ทุกท่านให้กำลังใจตนโดยการรับฟังข่าวสารอยูwbr่ที่บ้าน เพื่อความไม่สุ่มเสี่ยงที่จwbrะเกิดปัญหาอันไม่คาดคิดจากผwbrู้ที่ไม่หวังดีต่อบ้านเมืองwbrnbsp;และไม่อยากให้เกิดความวุ่นวwbrายอันอาจเกิดจากมือที่สาม/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p"ดิฉันขออนุญาตกล่าวถึงวันฟัwbrงคำพิพากษาคดีของดิฉันที่ศาwbrลฎีกาฯ ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ดิฉันทราบถึงความห่วงใย และความเมตตา ของพี่น้องประชาชนที่รับรู้wbrถึงความทุกข์ร้อน และความยากลำบากที่ดิฉันประwbrสบอยู่ แต่ดิฉันเห็นว่าการเดินทางมwbrาศาลเพื่อให้กำลังใจดิฉันนัwbr้น ครั้งนี้เราจะไม่ได้พบปะ เห็นหน้า หรือสื่อความรู้สึกถึงกันไดwbr้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ด้วยเหตุที่ฝ่ายความมั่นคงไwbrด้จัดระเบียบของผู้ที่จะเดิwbrนทางมาศาลผิดไปจากทุกครั้ง ทั้งที่เจตนาของพวกเราทุกคนwbrเพียงต้องการมาให้กำลังใจซึwbr่งกันและกันเท่านั้น/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p div id="id_599e6b27a83685060977514"ทั้งนี้ ดิฉันมีความห่วงใยต่อทุกท่าwbrน ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชนwbrnbsp;หรือแฟนเพจ และไม่อยากให้เกิดความวุ่นวwbrายอันอาจเกิดจากมือที่สาม ดังเช่นที่ฝ่ายความมั่นคงใหwbr้เหตุผลมาโดยตลอด ดิฉันจึงขอให้ทุกท่านที่ห่วwbrงใย และต้องการให้กำลังใจดิฉัน ไม่ต้องเดินทางมาศาลฯในวันพwbrรุ่งนี้ และขอให้ทุกท่านให้กำลังใจดwbrิฉันโดยการรับฟังข่าวสารอยูwbr่ที่บ้าน เพื่อความไม่สุ่มเสี่ยงที่จwbrะเกิดปัญหาอันไม่คาดคิดจากผwbrู้ที่ไม่หวังดีต่อบ้านเมืองwbrnbsp;และต่อพวกเราทุกคน ขอขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ"nbsp;ยิ่งลักษณ์ โพสต์/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/div divnbsp;/div h3span style="color:#0000cd;"วัฒนา เตือนหากมือที่ 3 ก่อเหตุ ผบ.ตร.ต้องรับผิดชอบ/span/h3 divขณะที่วานี้nbsp;วัฒนา เมืองสุข สมาชิกพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ กับจอม เพชรประดับ ทาง a href="https://www.youtube.com/watch?v=gbvk3s7I_-E"Thais Voice/anbsp;กรณี รัฐบาล คสช.ใช้มาตาการกดดันทุกวิถีทางที่จะไม่ให้ประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจ ยิ่งลักษณ์ ว่า การเดินทางมาให้กำลังใจบุคคลที่เป็นที่รัก เป็นเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ และรับรองโดยยูเอ็น ดังนั้นประชาชนสามารถเดินทางมาให้กำลังใจอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ได้ แต่ต้องอยู่ในความสงบไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร เหตุที่ คสช.สะกัดกั้นทุกทางเพื่อไม่ให้ประชาชนเดินทางมามาก เพราะจะส่งผลสะเทือนต่อเสถียรภาพของตัวเอง เชื่อว่าไม่เฉพาะคนเสื้อแดง แต่คนที่ไม่พอใจ รัฐบาลคสช.อาจจะมาร่วมแสดงพลังด้วยก็ได้ ดังนั้นรัฐบาลเผด็จการย่อมกลัวพลังประชาชน อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผลการ จะออกมาอย่างไร พรรคเพื่อไทยยังไม่อาจจะแสดงท่าทีได้ เพราะหากผลออกมาเป็นคุณกับฝ่ายจำเลย ฝ่ายโจทก์ก็ต้องอุทรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา หรือหากผลออกมาเป็นโทษต่อจำเลย ยิ่งลักษณ์ก็ต้องอุทรณ์ต่อไปเช่นกัน ขั้นตอนยังต้องสู้กันอีกยาว/div pnbsp;/p div divnbsp;/div /div pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/08/72950" target="_blank"#039;ประยุทธ์#039; ไม่หวั่น ปชช.มาให้กำลังใจ #039;ยิ่งลักษณ์#039; - ตร.เชิญ นปช.พะเยา ให้ข้อมูลเคลื่อนไหวเชียร์/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2017/08/72943" target="_blank"Timeline: ปั้นนโยบายช่วยชาวนา เป็น ‘อาชญากรรมจำนำข้าว’/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Ecy8dtRQS8A" height="1" width="1" alt=""/

'ประยุทธ์' ไม่หวั่น ปชช.มาให้กำลังใจ 'ยิ่งลักษณ์' - ตร.เชิญ นปช.พะเยา ให้ข้อมูลเคลื่อนไหวเชียร์

Wed, 23/08/2017 - 23:13
pก่อนตัดสินคดีจำนำข้าวยิ่งลักษณ์ 'ประยุทธ์' ไม่หวั่น ปชช.มาให้กำลังใจ ผบช.ภาค 5 ตรวจยาเสพติดสถานีรถไฟเชียงใหม่ ปัดสกัดคนไปเชียร์ ตร.เชิญ นปช.พะเยา ให้ข้อมูลเคลื่อนไหวเชียร์ พร้อมเตือนให้หลีกเลี่ยง พร้อมคัดกรองรถผ่านแจ้งวัฒนะ แนะทางเลี่ยงบริเวณศาลฎีกาฯ วันตัดสิน/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4300/35910856570_606a422f5d.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"แฟ้มภาพ/span/p p23 ส.ค.2560 ความเคลื่อนไหวก่อนการตัดสินของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีโครงการรับจำนำข้าว ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วันที่ 25 ส.ค.นี้/p h3span style="color:#0000cd;"ประยุทธ์ไม่หวั่น ปชช.มาให้กำลังใจ/span/h3 pวันนี้ (23 ส.ค.60) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่าnbsp;ว่า สั่งจับตา จนเจ็บตาไปหมดแล้ว (นายกเอามือมาจับตาตัวเองด้วย) เพราะสื่อถามถึงกรณีนี้มาหลายครั้งแล้ว ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่เสียเวลา เสียสมอง และเสียงบประมาณ โดยไม่ใช่เรื่อง/p pต่อกรณีคำถามว่าเป็นห่วงสถานการณ์ในวันที่ 25 ส.ค.นี้ ที่ประชาชนจะเดินทางมาให้กำลังใจหรือไม่ นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่กังวล nbsp;เพราะเป็นเรื่องของประชาชนทั้งประเทศต้องช่วยกันรับมือ nbsp;หากเกิดอะไรขึ้น ประชาชนจะได้รับผลกระทบเอง ไม่ใช่ตนและรัฐบาล nbsp;ประชาชนจะต้องห่วงประชาชนด้วยกันเองด้วย เพราะรัฐบาลไม่ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้อง และไม่ต้องการใช้กำลังหรือบังคับใช้กฎหมาย เพราะต้องการให้ประชาชนได้ห่วงตัวเอง/p p“แม้จะเคลื่อนไหวอย่างไร ก็คงไม่เปลี่ยนแปลงผลคำตัดสินได้ เพราะจนถึงขณะนี้ ยังไม่มีใครทราบผลคำพิพากษา ขณะนี้องค์คณะผู้พิพากษาแต่ละคนมีเพียงคำพิพากษาส่วนตัว ซึ่งต้องนำมาร่วมกันในวันตัดสิน เพื่อทำออกมาเป็นคำพิพากษากลาง nbsp;แม้แต่ผมหรือใครก็ตาม ไม่มีใครรู้คำพิพากษาได้ ดังนั้น ขอให้ดูที่คำตัดสิน ซึ่งออกมาอย่างไร ก็มีกลไกลดำเนินการ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวnbsp;/p h3span style="color:#0000cd;"ผบช.ภาค 5 ตรวจยาเสพติดสถานีรถไฟเชียงใหม่ ปัดสกัดคนไปเชียร์ยิ่งลักษณ์/span/h3 divขณะที่วันเดียวกัน รายงานข่าวระบุว่า เมื่อเวลา 13.00 น. ที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร (ผบช.) ภาค 5 เดินทางมาตรวจความเรียบร้อย โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 33 กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ปิง ตำรวจรถไฟ และเจ้าหน้าที่สถานีรถไฟ สนธิกำลังดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ของสถานีรถไฟ/div divnbsp;/div divพล.ต.ท.พูลทรัพย์ ปฎิเสธว่า การเดินทางมาสถานีรถไฟครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการมาตรวจสอบประชาชนที่จะเดินทางไปให้กำลังใจยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 25 ส.ค.นี้ แต่อย่างใด แต่มาตรวจดูเรื่องยาเสพติดเป็นหลัก เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการจับกุมผู้ต้องหาและยึดของกลางยาเสพติดได้จำนวนมาก อาทิ ยาบ้า ที่นาพูล 1.1 ล้านเม็ด อ.แม่สาย จ.เชียงราย 4 แสน และที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ อีก 1 แสนเม็ด ซึ่งจากการสอบสวนและขยายผลพบว่ารถไฟก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ขบวนการค้ายาเสพติดจะใช้เป็นช่องทางในการลำเลียงยาเสพติด จึงมาขอความร่วมมือกับนายสถานีรถไฟให้เพิ่มความเข้มงวดกวดขันมากขึ้น/div divสำหรับการเข้มงวดตรวจสอบประชาชนที่จะเดินทางไปให้กำลังใจอดีตนายกรัฐมนตรีในวันตัดสินคดีรับจำนำข้าว/div divnbsp;/div divพล.ต.ท.พูลทรัพย์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ก็ทำงานกันตามปกติ รัฐบาลก็ไม่ได้ปิดกั้น แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย เจ้าหน้าที่เองพยายามควบคุมดูแลให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย โดยได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงาน ให้หนักแน่น ใช้อดทนอดกลั้น ทำทุกอย่างภายใต้กฎหมายปกติที่ใช้กันอยู่เป็นพื้นฐานก่อน ส่วนด่านตรวจต่างๆก็เข้มงวดอยู่แล้วจะเห็นได้จากการสกัดกั้นยาเสพติดได้จำนวนมาก/div div h3span style="color:#0000cd;"ตร.เชิญ นปช.พะเยา ให้ข้อมูลเคลื่อนไหวเชียร์ พร้อมเตือนให้หลีกเลี่ยง/span/h3 /div divศิริวัฒน์ จุปะมัดถา ผู้ประสานงานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พะเยา กล่าวว่า ช่วงเช้า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ.เมืองพะเยา ทั้งในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบมาหาตนที่บ้านถึงสองครั้ง โดยครั้งแรกเวลา 07.00 น. มาประมาณ 5 นาย สอบถามเรื่องการเดินทางเข้าร่วมให้กำลังนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 25 ส.ค.60 จากนั้นครั้งที่สองเวลาประมาณ 10.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.เมืองพะเยา จำนวน 5-6 นาย ครั้งนี้มาขอเชิญตัวไปให้ข้อมูลที่ สภ.เมืองพะเยา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งนั่งประกบคู่ตนไปด้วย โดยตนขับรถไปเองมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนั่งประกบไปเป็นเพื่อน 1 นาย ที่เหลือก็ขับรถของตำรวจตามกันไปถึง สภ.เมืองพะเยา/div divnbsp;/div divผู้ประสานงาน นปช.พะเยา กล่าวต่อว่า เมื่อมาถึง สภ.เมืองพะเยา เจ้าหน้าที่ตำรวจก็พาตนไปพบ ผกก.สภ.เมืองพะเยา และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงพะเยาที่จะเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร พร้อมรายละเอียดด้านอื่นๆ เช่น การเดินทาง จำนวนคน เป็นต้น ซึ่งตนแม้จะเป็นผู้ประสานงาน นปช.พะเยา แต่เนื่องจากตนเองไม่สามารถเดินทางเข้าไปร่วมให้กำลังใจแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในครั้งนี้ได้ เนื่องจากไม่สบายเป็นกระเพาะอาหารทะลุ และข้าวในนาจำนวน 5 ไร่ ที่เสียหายจากปูและศัตรูพืชกัดกินต้นข้าวต้องอยู่ซ่อมข้าว จึงออกนอกพื้นที่ไม่ได้ ดังนั้นการเดินทางของเสื้อแดงคนอื่นๆ ตนจึงไม่ทราบ ประกอบกับการเดินทางของแต่ละคนไม่มีการรวมกลุ่ม ต่างคนต่างเดินทางเอง ตนจึงไม่ทราบรายละเอียดมากกว่านี้/div divnbsp;/div div“อย่างไรก็ตามผมขอขอบคุณเจ้าหน้าที่บ้านเมืองทุกหน่วย ทั้งทหาร ตำรวจ กอ.รมน.พะเยา ปกครองจังหวัดพะเยา ที่ได้มีความเป็นห่วงว่าผมหรือคนเสื้อแดงจะเดินทางเข้าไปกรุงเทพมหานคร เพื่อร่วมแสดงพลังเชียร์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 25 สิงหาคม 2560 นี้นั้น เจ้าหน้าที่ได้ให้เหตุผลว่าเกรงจะมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น จึงเตือนหลีกเลี่ยงหรืองดร่วมให้กำลังใจดังกล่าว เพราะการเดินทางอาจจะไม่สะดวก หรืออาจจะเป็นเป้าทางการเมืองด้วย ซึ่งผมขอบคุณทุกหน่วยงานที่ห่วงใย สำหรับตัวผมเองไม่ได้เข้ากรุงเทพมหานครดังที่ให้เหตุผลไว้แล้ว ส่วนเสื้อแดงคนอื่นๆ ผมไม่ทราบว่าใครเดินทางอย่างไรบ้าง แต่ที่รู้คือ ต่างคนต่างไป และจะเริ่มเดินทางวันนี้( 23 ส.ค. 60) เท่านั้นเอง” นายศิริวัฒน์ กล่าว/div divnbsp;/div divรายงานระบุด้วยว่า ศิริวัฒน์ ได้เดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเชิญตัวจากที่บ้านในช่วงเช้า ขณะที่นายศิริวัฒน์ กำลังจะเข้าไปซ่อมข้าวในนา เมื่อให้ข้อมูลเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพะเยา เรียบร้อยก็กลับเข้าไปซ่อมข้าวในนาต่อ/div divnbsp;/div h3span style="color:#0000cd;"ตร.คัดกรองรถผ่านแจ้งวัฒนะ แนะทางเลี่ยงบริเวณศาลฎีกาฯ วันตัดสิน/span/h3 divวันเดียวกัน (23 ส.ค.ุจ) พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(รองผบช.น.) และ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจจราจร(ผบก.จร.) ออกประกาศประชาสัมพันธ์ว่าเนื่องจาก วันที่ 25 สิงหาคม เวลา 09.30 น. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว ที่ ยิ่งลักษณ์ดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจ และทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะมีการตรวจค้นคัดกรอง รถที่ผ่านบริเวณดังกล่าว ซึ่งอาจจะทำให้การจราจรชะลอตัวและเกิดการสะสมของปริมาณรถบ้าง จึงขอประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนหลีกเลี่ยง ถนน แจ้งวัฒนะ บริเวณหน้าศูนย์ราชการ/div divnbsp;/div div1. เส้นทางเลี่ยง พื้นราบ/div div1.1 ถนนแจ้งวัฒนะ ขาออก บริเวณ แยกหลักสี่ ทางแรก จากถนนวิภาวดี – เลี้ยวซ้ายแยกหลักสี่ ถนนกำแพงเพชร 6 – แยกบางเขน – เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนงามวงศ์วานขาออก อีกเส้นทาง จากถนนวิภาวดี – เลี้ยวขวาแยกหลักสี่ – ถนนกำแพงเพชร 6 ถนนสงประภา/div div1.2 ถนนแจ้งวัฒนะ ขาเข้า ทางแรก จากฝั่งอำเภอปากเกร็ดให้กลับรถใต้สะพานข้ามแยกคลองประปา – เลี้ยวซ้ายถนนประชาชื่น – เลี้ยวซ้ายเข้าถนนงามวงศ์วาน – มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อีกเส้นทาง จากฝั่งอำเภอปาเกร็ดให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนประชาชื่น – แยกศรีสมาน – เลี้ยวขวาไปสรงประภา ให้กลับรถใต้สะพานข้ามแยกคลองประปา/div divnbsp;/div div div2. เส้นทางเลี่ยง ทางด่วน/div divทางแรก ทางด่วนศรีรัช หรือ ทางด่วนขั้นที่ 2 แนะนำให้ใช้ทางลงด้านถนนงามวงศ์วานและ สรงประภาจะได้รับความสะดวกมากกว่า หรือ ทางยกระดับอุตราภิมุข หรือ ดอนเมืองโทลล์เวย์ แนะนำให้ใช้ทางลงงามวงศ์วาน,ดอนเมือง, อนุสรณ์สถานแห่งชาติ/div divnbsp;/div divจึงขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับทราบ เตรียมความพร้อมก่อนออกเดินทาง หากต้องการสอบถามข้อมูลเส้นทาง แจ้งอุบัติเหตุจราจร และข้อมูลสภาพจราจรเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร(บก.02) หมายเลขโทรศัพท์ 1197 ได้ตลอด 24 หรือ ผ่านแอพพลิเคชั่น POLICE I LERT U และ WWW.TRAFFICPOLICE.GO.TH กองบัญชาการตำรวจนครบาล ประชาสัมพันธ์/div /div pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/08/72943" target="_blank"Timeline: ปั้นนโยบายช่วยชาวนา เป็น ‘อาชญากรรมจำนำข้าว’/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/4Ux2kORIC9U" height="1" width="1" alt=""/

นักศึกษาจำเลยคดีประชามติเผย ถูกเจ้าหน้าที่มหา’ลัย ค้นห้องพัก ช่วง ครม. สัญจร

Wed, 23/08/2017 - 22:00
pเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการนักศึกษา ม.เทคโนโลยีสุรนารี เข้าตรวจค้นห้องพักนักศึกษาจำเลยคดีประชามติ หลังพบรายชื่อนักศึกษาอยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังช่วง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อประชุม ครม. สัญจร/p !--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4376/36618356871_09b3e285a7.jpg" style="width: 375px; height: 500px;" //p p23 ส.ค. 2560 วศิน พราหมณี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิศวะกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นหนึ่งในจำเลยคดีแจกเอกสารรณรงค์ประชามติ ร่วมกับจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ไผ่ ดาวดิน) ได้เปิดเผยกับประชาไทว่า ในวันที่ 21 ส.ค. 2560 เวลาประมาณ 15.00 น. ได้มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการนักศึกษา เข้ามาในหอพักภายในมหาวิทยาลัย แล้วมายังห้องที่ตนเช่าพักอยู่ โดยเจ้าหน้าที่ได้เคาะห้องพัก ระหว่างนั้นเพื่อนร่วมห้องพักไม่สะดวกที่จะเปิดประตูห้องพัก แต่เจ้าหน้าที่ได้ใช้กุญแจไขเปิดประตูห้องพักเข้ามาภายในห้องเอง โดยระหว่างนั้นตนไม่ได้อยู่ในห้องพัก เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเรียน/p pเพื่อนร่วมห้องพัก ได้เล่าให้วศิน ฟังว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการนักศึกษาได้ เข้ามาสอบถามว่า วศินยังอยู่ที่ห้องพักห้องนี้ไหม จากนั้นก็พยายามชวนคุยเรื่องอื่นๆ ทั่วไป แต่สังเกตได้ว่าเจ้าหน้าที่ได้เดินไปยังโต๊ะอ่านหนังสือของวศิน แล้วพยายามตรวจค้นหาเอกสารบางอย่าง หลังจากพบว่าไม่มีเอกสารที่ต้องการจึงได้ออกไปจากห้อง และฝากให้เพื่อนร่วมห้องพักบอกกับวศินว่า หากกลับมาที่ห้องพักแล้วให้ไปพบกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการนักศึกษาด้วย แต่หลังจากนั้นได้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของหอพักได้เดินทางเคาะประตูห้องพักอีกทั้ง 4 ครั้ง แต่ไม่พบตัววศิน เนื่องจากยังไม่ได้กลับมาที่ห้องพัก/p pล่าสุดวันนี้ วศิน ได้เดินทางไปพบกับเจ้าหน้าฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เพื่อสอบถามว่าต้องการพบตนด้วยเหตุผลใด เนื่องจากในสถานการณ์ปกติไม่เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวมาก่อน ทางเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงว่า เพียงแค่มีความเป็นห่วงว่ามีความเป็นอยู่อย่างไร เนื่องจากเห็นว่าตนเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่หอพักในมหาวิทยาลัย จึงต้องการไปพูดคุยเพื่อสอบถาม/p pวศิน เล่าต่อว่า ได้ตั้งคำถามกับฝ่ายกิจการนักศึกษาว่า ก่อนหน้านี้ ตนเองเคยถูกจับกุมดำเนินคดีจากการทำกิจกรรมแจกเอกสารณรงค์ประชามติร่วมกับ ไผ่ ดาวดิน ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเองก็รับรู้ จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัยประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จึงคาดว่าสองเรื่องนี้อาจจะเกี่ยวข้องกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่กองกิจการนักศึกษาได้พยายามบ่ายเบี่ยงว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องทางการเมือง แต่สุดท้ายก็ยอมรับว่า จากการณีที่มีการประชุม ครม. สัญจร ได้มีเอกสารรายชื่อเฝ้าระวังออกมาโดยรายชื่อส่วนใหญ่เป็นนักพัฒนาเอกชน (NGOs) แต่ในรายชื่อดังกล่าวมีชื่อของ วศิน ด้วย/p pอย่างไรก็ตาม วศิน ระบุว่า ไม่ได้มีการเตรียมก่อความวุ่นวาย หรือทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เพื่อประท้วงต่อต้านการเดินทางลงพื้นที่ ครม. สัญจร ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่อย่างใด/p pสำหรับการลงพื้นที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ได้จัดขึ้นที่ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 21-22 ส.ค. 2560 ทั้งนี้ การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี หน่วยงานด้านการรักษาความปลอดภัยมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองทั้งในและนอกเครื่องแบบ จำนวน 2,000 นาย กระจายกำลังทุกจุดที่นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีลงปฏิบัติภารกิจ รวมถึงจุดสูงข่มต่างๆ/p pสำหรับคดีของ วศิน และไผ่ ดาวดิน เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 2559 ที่ตลาดสดเทศบาลภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ โดยเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง สนธิกำลังเข้าจับกุม 2 คน หลังจากเดินแจกเอกสารรณรงค์ประชามติได้เพียง 300 เมตร ทั้ง 2 คนถูกตั้งข้อกล่าวหา ตามพ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง โดยเวลานี้คดียังอยู่ในการพิจารณาของศาลจังหวัดภูเขียว ส่วนไผ่ ดาวดิน ถูกจองจำอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษจังหวัดขอนแก่น จากคำพิพากษาศาลจังหวัดขอนแก่น ในคดีหมิ่นกษัตริย์ หรือฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากการแชร์รายงานข่าวจากเว็บไซต์ BBC Thai/p pstrongหมายเหตุ /strongมีการแก้ไขเนื้อหาเพื่อความถูกต้องเมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2560 เวลา 15.32 น. โดยเปลี่ยนเปลี่ยนจากเพื่อนร่วมห้องพักเป็นคนเปิดประตูให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการนักศึกษาเข้ามา เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายการนักศึกษาใช้กุญแจสำรองเปิดประตูเข้ามาในห้องพักเอง/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/k-Bp2K5n_PY" height="1" width="1" alt=""/

เพนกวินนำยื่น จม.ถึงผู้บริหาร จุฬาฯ แสดงกังวลกรณีสอบสวนเนติวิทย์และเพื่อน

Wed, 23/08/2017 - 20:58
pพริษฐ์ ชิวารักษ์ นำรายชื่อแสดงความเป็นห่วงกรณีสอบสวนเนติวิทย์และเพื่อนสมาชิกสภานิสิต ยื่นผู้บริหารจุฬาฯ nbsp;พร้อมกำลังใจเนติวิทย์ ชี้เพื่อเป็นการปกป้องและสนับสนุนเสรีภาพทางการแสดงออก/p div !--break--!--break--/div p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="true" allowtransparency="true" frameborder="0" height="315" scrolling="no" src="https://www.facebook.com/plugins/video.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FFahroongSK%2Fvideos%2F836162489882166%2Famp;show_text=0amp;width=560" style="border:none;overflow:hidden" width="560"/iframe/p p23 ส.ค.2560 เฟซบุ๊กแฟนเพจ 'a href="https://www.facebook.com/FahroongSK/videos/836162489882166/"Fahroong Srikhao ฟ้ารุ่ง ศรีขาว/a' รายงานว่าnbsp;พริษฐ์ ชิวารักษ์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตเลขาธิการกลุ่มการศึกษาเพื่อความเป็นไท เดินทางมาที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพร้อมเพื่อนจาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เพื่อนำจดหมายและรายชื่อผู้แสดงความห่วงใย กรณีสอบสวน เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาลnbsp; ประธานสภานิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเพื่อนสมาชิกสภานิสิต ไปยื่นให้กับผู้บริหารจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากกรณีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะสอบสวนเนติวิทย์และเพื่อนสมาชิกสภานิสิต ในวันที่ 25 ส.ค.นี้ ด้วยข้อกล่าวหาแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม กรณีเดินออกจากแถวขณะประกอบพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนเป็นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 3 ส.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้เนติวิทย์ เป็นคนเดียวที่โดนอีกข้อกล่าวหาคือใช้สถานที่ราชการจัดประชุมโดยไม่ได้รับอนุญาต กรณีทำ Public Hearing รับฟังปัญหาความเดือดร้อนของผู้ค้าสวนหลวงสแควร์ที่ห้องสภานิสิต/p div pจากนั้นพริษฐ์ จะไปพบกับเนติวิทย์ เพื่อให้กำลังใจ และแสดงการสนับสนุนและปกป้องเสรีภาพทางการแสดงออกของเพื่อนนิสิต แม้อยู่ต่างมหาวิทยาลัย/p pnbsp;/p /div pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/08/72800" target="_blank"#039;นอม ชอมสกี้#039; ส่งจม.ให้กำลังใจ #039;เนติวิทย์#039; - กว่า 100 นักวิชาการขอจุฬาฯ เปิดใจกว้าง/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2017/08/72746" target="_blank"เนติวิทย์ โดน 2 ข้อหา ใช้สถานที่โดยไม่รับอนุญาต และแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/sTHR3W5p748" height="1" width="1" alt=""/

วัฒนาร้องอธิบดีศาลอาญา ขอให้ไต่สวนคำร้อง หลัง พนง.สส.ปอท.ข่มขู่ทนายในศาล

Wed, 23/08/2017 - 20:30
pวัฒนายื่นหนังสือถึงอธิบดีศาลอาญา ขอให้ไต่สวนคำร้อง หลังถูก พนง.สส.ปอท.ข่มขู่ทนายในศาล "เอาปืนกรอกปาก"/p div !--break--!--break--/div p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4361/36756079385_328bb4e006.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ที่มาภาพ เฟซบุ๊กแฟนเพจ '/spana href="https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1911038972468873amp;id=1426666687572773"span style="color:#ff8c00;"Banrasdr Photo/span/aspan style="color:#ff8c00;"'nbsp;/span/p p23 ส.ค. 2560 เฟซบุ๊กแฟนเพจ 'a href="https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1911038972468873amp;id=1426666687572773"Banrasdr Photo/a' โพสต์ภาพพร้อมรายงานว่า วันนี้ (23 ส.ค.60) เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วัฒนา เมืองสุข อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย พร้อม นรินทร์พงศ์ จินาภักดิ์ ทนายความ เข้ายื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อขอให้ไต่สวนกรณีพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เนืองจากในวันที่พนักงานสอบสวนนำตนมาฝากขังที่ศาลอาญา เมือวันที่ 21 ส.ค. ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนได้แสดงกิริยาก้าวร้าว ข่มขู่ทนายความของตน โดยใช้คำพูดทำนองว่าจะเอาปืนกรอกปาก ถือว่าเป็นการแสดงอำนาจบาตรใหญ่และประพฤติตนไม่เหมาะสมในบริเวณศาล ทั้งนี้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นต่อหน้าทนายความหลายคนที่มาร่วมการไต่สวนในคดีของตน/p p"ผู้มีอำนาจได้ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเล่นงานฝ่ายตรงข้าม ผมเป็นหนึ่งในคนที่ถูกเล่นงานและถูกเลือกปฏิบัติ ปกติหากผู้ต้องหามาแสดงตัวต่อพนักงานสอบสวนด้วยตนเองซึ่งถือว่าไม่มีเจตนาจะหลบหนี เมื่อพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา สอบปากคำและพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จก็จะอนุญาตให้ผู้ต้องหากลับโดยไม่ต้องประกันตัว คดีของทุกคนถูกปฏิบัติเช่นนี้รวมทั้งคดีที่เกิดกับผมก่อนหน้านี้รวม 3 คดี ก็ได้รับการปฏิบัติแบบนี้เช่นกัน แต่พอผมออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลมากขึ้นรวมทั้งให้กำลังใจนายกยิ่งลักษณ์ ผมกลับถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มและถูกเลือกปฏิบัติโดยนำตัวผมมาขออำนาจศาลฝากขังทั้งที่ผมไปแสดงตัวกับพนักงานสอบสวนเอง ไม่มีเจตนาหลบหนี ไม่เคยยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานและไม่มีพฤติกรรมก่ออันตราย ดังนั้น ผมจึงแถลงคัดค้านจนมาสู่การข่มขู่ดังกล่าว หลายคนเป็นห่วงและขอให้ผมอดทนเพราะไม่อยากให้มีคดีเพิ่มขึ้น เนื่องจากคู่กรณีของผมคือเจ้าหน้าที่ของ บก. ปอท. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบคดีที่เกิดจากการโพสต์ข้อความทางเฟสบุ๊คโดยตรง แต่ผมเห็นว่าเป็นการทำหน้าที่เพราะเป็นการปกป้องสิทธิและเสรีภาพซึ่งเป็นของประชาชนด้วย อย่างไรก็ตาม โดยที่ผมได้ยื่นหนังสือต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาแล้วจากนี้ไปผมจะไม่มีความเห็นเรื่องนี้อีก ปล่อยให้เป็นดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาตามสมควร" วัฒนา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กnbsp;a href="https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=680944555435111amp;id=100005587187129"Watana Muangsook/a/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4436/36756079075_06e7586610_b.jpg" //p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/08/72922" target="_blank"เฟซบุ๊กไลฟ์ในศาล วัฒนาโดนอีกคดีข้อหา #039;ละเมิดอำนาจศาล#039; คุก 1 เดือน ปรับ 500 บ./a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/fO6o4o7VW_8" height="1" width="1" alt=""/

นักวิชาการเปิดเส้นทางบทบาทศิลปะต่อต้านประชาธิปไตย-รบ.ทหาร ย้ำควรแสดงออกได้เสรี

Wed, 23/08/2017 - 20:20
!--break--!--break-- p dir="ltr"ฉายวัฒนธรรมการใช้ภาพสื่อสารต่อต้านก่อน-หลัง คสช. ยึดอำนาจ หลายฝ่ายหยิบใช้ช่วงชิงพื้นที่รับรู้ ดราม่าไกลถึงเกาหลี ใต้รัฐประหารควรแสดงออกได้ตามสิทธิปกติ พิชญ์ตั้งคำถามบทบาทศิลปะ ศิลปินในขบวนต่อต้านประชาธิปไตยnbsp;เส้นทางแนวคิดศิลปะกับสังคม มองและขับเน้นประวัติศาสตร์การเมืองไทยผ่านวงการศิลปะ ถาม-ตอบ ศิลปะกับพลังแฝงตามบริบท พลังแห่งการตีความ มาตรวัดลักษณะสังคมและมุมมองต่อหมุดคณะราษฎร/p p dir="ltr" style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4429/36359239900_db000b9e72.jpg" //p p dir="ltr" style="text-align: center;"span style="color:#ffa500;"strongผศ.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ/strong/span/p p dir="ltr"22 ส.ค. 2560 มีงานเสวนา รัฐศาสตร์เสวนา ชุด ไทยศึกษากับการเมืองและสังคมไทย ครั้งที่ 1 หัวข้อ ทำการต่อต้านให้ปรากฎ : ศิลปะและการเมืองของการต่อต้านหลังรัฐประหาร 2557 โดย ผศ.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ จากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ห้องมาลัย ชั้น 12 อาคารเกษม อุทยานิน คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ โดยมี ผศ.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์nbsp;/p h3 dir="ltr"span style="color:#0000ff;"ฉายวัฒนธรรมการใช้ภาพสื่อสารต่อต้านก่อน-หลัง คสช. ยึดอำนาจ หลายฝ่ายหยิบใช้ช่วงชิงพื้นที่รับรู้ ดราม่าไกลถึงเกาหลี/span/h3 p dir="ltr"บัณฑิตกล่าวว่า ในกรณีของไทย ศิลปะกับการเมืองก็ถูกใช้กันอย่างต่อเนื่อง อยากยกคำพูดของอภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล เขียนสุนทรพจน์สำหรับการรับรางวัล “ยังมีสถานที่มากมายที่การจดจำและแบ่งปันเรื่องราวเป็นเรื่องอันตราย ผมรู้เพราะผมมาจากที่แบบนั้น คำถามคือ เราจะทำอย่างไรให้เกิดการเข้าถึงและการสื่อความหมายด้วยความเห็นอกเห็นใจ ในเมื่อแต่ละแห่งดดำเนินไปด้วยเหตุผลตรรกะที่แตกต่างกัน ผมไม่รู้คำตอบนั้น แต่ผมเชื่อว่าการส่องสว่างไปที่สิ่งๆ หนึ่งอาจจะพาเราพ้นจากความมืดมนและไปสู่ความสว่าง และแสงสว่างนั้นก็ย่อมสะท้อนกลับไปที่คูุณ เพราะสิ่งที่เราทำล้วนกระทบกับเราทั้งสิ้น” จริงๆ ก็สะท้อนเรื่องราวร่วมสมัยเรื่องการส่งต่อข้อความ การแชร์สิ่งต่างๆ ในเฟซบุ๊กเป็นเรื่องอันตรายเพราะการที่รัฐเข้าถึงพื้นที่สื่อออนไลน์ทำให้การส่งข้อความต่างๆ เป็นอันตราย/p p dir="ltr"ในรอบ 10 ปีมานี้ บทบาทศิลปินกับการเมืองก็มีไม่ใช่น้อย ในช่วงค้านกฎหมายนิรโทษกรรมของรัฐบาลยิ่งลักษณ์จะเห็นว่าการต่อต้านการนิรโทษกรรมชัดเจนมาก วสันต์เขียนรูปไปไว้ที่หน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย นอกจากนั้นยังมีไปเป็นคณะ เป็นมหาวิทยาลัย ที่กำแพงมหาวิทยาลัยศิลปากรก็มีการใช้โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์แนวคิดทั้งสองฝ่ายทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยกับการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง และกลุ่มที่จะไปเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. 2557/p p dir="ltr" style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4341/36616357981_41360de5bb.jpg" //p p dir="ltr" style="text-align: center;"font color="#ffa500"bภาพการแสดงออกของแนวคิดที่มีต่อการเลือกตั้งที่มหาวิทยาลัยศิลปากร (ภาพจากสไลด์นำเสนอ)/b/font/p p dir="ltr"ในท่ามกลางความพยายามที่จะปิดคูหาเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ก็มีหลายคนที่ใช้ความสร้างสรรค์ เช่นภาพที่คุณป้าเดินเข้าไปชูไฟฉายบริเวณมวลชน กปปส. ปิดล้อมคูหาเลือกตั้ง มันสะท้อนแทนคนที่อยากพูด อยากแสดงออกและต้องอาศัยความกล้าอย่างมาก การเข้ามามีส่วนร่วมในทางการเมืองในส่วนหนึ่งมันสร้างการต่อต้านให้ปรากฏ เพราะในเวลาวิกฤติของสังคม การพูดด้วยเหตุผลมันอาจจะไม่สื่อหรือไม่พอ แต่การพูดด้วยภาพและสัญลักษณ์มันกลับส่งความหมายได้ดีกว่า ดังนั้นการใช้วัฒนธรรมการมองเห็นมาใช้นำเสนอจึงมีนัยทางการเมืองที่สำคัญที่จะนำไปสู่การสนับสนุนการต่อต้านอย่างใดอย่างหนึ่ง/p p dir="ltr" style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4335/36585965952_5081b3834f_o.jpg" //p p dir="ltr"span style="color:#ffa500;"strongที่ ถ.ราชดำเนิน มีภาพปูแดงที่ทักษิณขี่ ที่ก้ามคว่ำประเทศไทยกลับด้าน บัณฑิตมองว่าสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของคนที่ไปร่วมกับ กปปส. เชื่อว่าถ้ากำจัดปูตัวยักษ์ตัวนี้และคนที่ขี่จะทำให้ประเทศไทยสงบสุข (ภาพจากสไลด์นำเสนอ)/strong/span/p p dir="ltr"ก่อนการรัฐประหารปี 2557 มีความพยายามจะจุดเทียนหน้าหอศิลปะและวัฒนธรรมกรุงเทพฯ แล้วก็โดนปรับ 2,000 บาทเพราะมีน้ำตาเทียนหยดบนพื้นที่ของหอศิลป์ฯ นอกจากจุดเทียนแล้วยังปล่อยลูกโป่ง เป็นอีกความพยายามที่ทำให้การต่อต้านปรากฎ จนการจุดเทียนและการติดป้ายไปใช้ตามที่ต่างๆ เช่นที่อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ในมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็มีการจุดเทียน/p p dir="ltr" style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4440/36585965102_b93de42aa4.jpg" //p p dir="ltr" style="text-align: center;"span style="color:#ffa500;"strongการแสดงออกด้วยลูกโป่งขาวที่อนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน/strong/span/p p dir="ltr"การสร้างการต่อต้านให้ปรากฏนั้นสำคัญเพราะมันเป็นหมุดหมายที่ทำให้คนสื่อสารได้ในเวลาอันรวดเร็วผ่านภาษาภาพ (Visual Language) มีกรณีหนึ่งหลังรัฐประหารก็มีน้องคนหนึ่งไปยืนเป่าสากที่สะพานรถไฟฟ้าบีทีเอสพร้อมแปะป้ายที่ร่างกายกล่าวถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) เนื่องจากมีกรณีการเรียกคนเข้าปรับทัศนคติ จะเห็นว่าหลังรัฐประหารก็ยังมีคนที่พยายามทำให้การต่อต้านปรากฎ ในทางกลับกัน ความพยายามของรัฐบาลที่จะส่งคนไปแทรกซึมก็สามารถเห็นได้ เช่นการปรากฎตัวของทหารในงานรำลึกครบรอบ 40 ปี เหตุการณ์ 6 ต.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์/p p dir="ltr" style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4423/36616357691_f3cc4a0937_o.jpg" //p p dir="ltr" style="text-align: center;"strongspan style="color:#ffa500;"กิจกรรมยืนเป่าสาก (ภาพจากสไลด์นำเสนอ)/span/strong/p p dir="ltr"ความเป็นไทยร่วมสมัยก็ชวนให้เราตีความความเป็นไทย หลังการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงที่สี่แยกราชประสงค์ หอศิลป์ กทม. กระทรวงวัฒนธรรม และรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมจัดงาน Imagine Peace ฝันถึงสันติภาพ และจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับกิจกรรมอื่นเช่น มีกิจกรรม Big Cleaning Day ที่สี่แยกราชประสงค์และวัดปทุมวนาราม สิ่งเหล่านี้ก็เป็นความพยายามใช้ศิลปะเป็นเครื่องเปลี่ยนมุมมองของสังคมที่มีต่อเรื่องใดๆ ก็มีมาอย่างต่อเนื่อง ทีนี้ถามว่าศิลปินที่เคยวิจารณ์สังคมอย่างวสันต์ เริ่มออกมาพูดอะไรหรือไม่ จนในที่สุดก็ออกมาทำงานชิ้นหนึ่ง แต่ไม่ใช่งานที่แสดงออกมาสาธารณะ แต่อัพเอาไว้ในเฟซบุ๊ก วสันต์ ระเบิดข้อความว่า “รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชาครองอำนาจมากว่า 3 ปีแล้ว ขอรวบรวมไว้ในโพสท์นี้ บอกเลยว่าทักษิณยังอาย” “เปรตบ้าทำรัฐประหารเพื่อตัวเองและทุนชั่วช้าสามานย์” และก็มีอีกรูปที่มีคำอธิบายว่า "เปรตบ้าเรือดำน้ำ อยากร่ำรวยจากการกินหัวคิว"/p p dir="ltr"การเปลี่ยนท่าทีของวสันต์สำหรับผมไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่จากคนที่พยายามให้เกิดการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แต่ตอนนี้ก็เริ่มออกมาพูดแล้ว ก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากว่านี้ มันชวนให้เราคิดว่า การนำเสนอการต่อต้านการรัฐประหารไม่ได้มาจากรูปแบบงานศิลปะจากมุมเดียวอีกต่อไป คนที่เคยสนับสนุนก็ไม่ได้มีท่าทีเหมือนเดิม/p p dir="ltr"ช่วงหลังรัฐประหารมีกรณีการนำงานศิลปะที่ใช้ในการชุมนุม กปปส. ไปแสดงที่หอศิลป์เมืองกวางจู เมืองกวางจูเป็นเมืองที่คนลุกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาลทหารที่เกาหลีใต้เมื่อทศวรรษที่ 1980 คนกวางจูถูกสังหาร ถูกทำร้าย คนตายนับร้อย คนกวางจูถูกประณามว่าเป็นพวกแดงในความหมายคอมมิวนิสต์สมัยนั้น ในที่สุดกวางจูก็สามารถเรียกร้องและเรียกคืนความยุติธรรมได้ และต่อมาก็มีการตั้งหอจดหมายเหตุ การรำลึกเมืองกวางจู เปิดงานแสดงศิลปะปีละ 2 ครั้งและมีหอศิลป์ที่นำศิลปินชั้นนำของโลกมาแสดงเพื่อยกย่องสปิริตการต่อสู้ เลยเป็นคำถามว่า กวางจูเลือกผิดงานหรือเปล่าเพราะนี่เป็นงานต่อต้านประชาธิปไตยจนเป็นการถกเถียงใหญ่ เสียงสนับสนุนก็บอกว่า งานชิ้นนี้กระทำในช่วง กปปส. แต่ไม่ใช่งานที่ต่อต้านประชาธิปไตย แล้วถ้าคิดว่า กปปส. คือความพยายามหนึ่งที่จะปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แล้วมันแยกความรับผิดชอบต่อสังคมออกจากกันได้หรือไม่ เป็นคำถามที่ตอบไม่ง่าย แต่ในพื้นที่ของกวางจูก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าสาธารณชนก็ต้องตอบ และคนที่กวางจูก็ต้องตอบว่าการเอางานที่สร้างสรรค์ในช่วง กปปส. มาแสดงในที่ๆ แสดงสปิริตต่อสู้กับรัฐบาลทหารอย่างกวางจูหรือไม่ จนเป็นการถกเถียงครั้งใหญ่ถึงขั้นที่กวางจูต้องจัดพื้นที่เสวนาสาธารณะให้แลกเปลี่ยนความเห็นกัน และสุดท้ายงานนี้ก็ไม่เคยถูกถอด/p p dir="ltr" style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/8/7386/27144517882_5b0af3f2b1_z.jpg" style="height: 358px; width: 500px;" //p p dir="ltr" style="text-align: center;"span style="color:#ffa500;"strongศิลปินนิรนามกลุ่ม Guerrilla Boys โพสต์ภาพอยู่เบื้องหน้าผลงาน "Thai Uprising/มวลมหาประชาชน" ผลงานศิลปะของสุธี คุณาวิชยานนท์ เมื่อ 25 พฤษภาคม 2559 โดยศิลปินนิรนามผู้สวมหน้ากากกอริลลายังถือกระดาษเขียนข้อความว่า "This work still waiting 'Junta' create democracy for them!!!" หรือ "ผลงานนี้ยังคงรอ 'รัฐบาลทหาร' เนรมิตประชาธิปไตยให้พวกเขา" และลงชื่อ Guerrilllaboys ท้ายข้อความ (a href="https://prachatai.com/journal/2016/05/65977"อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง/a)/strong/span/p p dir="ltr"นอกจากนั้นยังมีงานของ ตะวัน วัตุยา และกฤษดา ดุษดีวณิชย์ เป็นงานที่เหมือนภาพฟรานซิสโก โกยา ว่าด้วยการสังหารหมู่ แต่ตะวันพูดถึงนักโทษการเมือง ตอนนั้น ไผ่ จตุภัทร (จตุภัทร บุญภัทรรักษา' หรือ 'ไผ่ ดาวดิน') ถูกจับขังคุกแล้ว ในงานก็จะมีภาพเขียนที่เขียนโดยลูกเกด ชลธิชา แจ้งเร็ว นักกิจกรรมที่เคยถูกขังคุก ก็มาร่วมเขียนงาน condemned to be free (ถูกประณามเพื่อให้มีเสรีภาพ)/p p dir="ltr" style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4385/36755592885_51dc86396b_o.jpg" //p p dir="ltr" style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4420/36708753446_58694b0d6d_o.jpg" //p p dir="ltr" style="text-align: center;"span style="color:#ffa500;"strongภาพงาน Condemned to be Free (ภาพจากสไลด์นำเสนอ)/strong/span/p p dir="ltr"แล้วก็มีอีกภาพ แสดงเหตุการณ์ทางการเมืองในหลายปีที่ผ่านมา มีพรรคศิลปินของคุณวสันต์ มีการเคลื่อนไหวของ กปปส. มีศิลปินที่ห้อยนกหวีด และรายละเอียดอีกเยอะ แต่ที่น่าสังเกตคือมีมือที่ชูนิ้วกลางใส่ทุกคนในภาพ ที่ข้อมือประดับด้วยธงชาติไทย ภาพนิ้วกลางมาจากงานของอ้ายเหว่ยเหว่ย (ศิลปินและนักกิจกรรมผู้เป็นไม้เบื่อไม้เมากับทางการจีน) ที่ชื่อ Never Sorry ที่ไปตามที่ต่างๆ แล้วชูนิ้วกลาง/p h3 dir="ltr"span style="color:#0000ff;"ใต้รัฐประหารควรแสดงออกได้ตามสิทธิปกติ พิชญ์ตั้งคำถามบทบาทศิลปะ ศิลปินในขบวนต่อต้านประชาธิปไตย/span/h3 p dir="ltr"บัณฑิตกล่าวว่า ในรอบหลายปีที่ผ่านมาสังคมไทยยังอยู่ในภาวะวิกฤติที่เราพยายามทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง ในมุมมองการเมืองเรื่องสื่อภาพ มันมีภาพของการต่อต้านปรากฏมากขึ้น ทั้งในแบบทื่อๆ และแยบยล ในฝั่งผู้ที่เคลื่อนไหวทางการเมืองก็มีสีสันไม่น้อยไปกว่าฝั่งของศิลปินเช่นการรำลึกเหตุการณ์ปราบปรามประชาชนในปี 2553 ที่วัดปทุมวนารามที่แต่งตัวเหมือนผีไปเดินหาอะไรบางอย่าง ในวงการศิลปะก็คุยกันว่ามันสร้างสรรค์กว่างานศิลปะที่ผลิตโดยศิลปินจริงๆ เสียอีก/p p dir="ltr" style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4177/34371036840_3b7c6fd9f8.jpg" //p p dir="ltr" style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" src="https://www.youtube.com/embed/9q31UJRDCuI" frameborder="0" width="560" height="315"/iframe/p p dir="ltr" style="text-align: center;"strongspan style="color:#ffa500;"ภาพและวิดีโอกิจกรรมของญาติผู้เสียชีวิตในการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553nbsp;/span/strong/p p dir="ltr"ภายใต้เงื่อนไขของรัฐขณะนี้ การเคลื่อนไหวการเมืองจำกัดแต่ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ แล้วทหารก็ไม่รู้อะไรก็ไปตั้งข้อหาเขา อย่างเช่นกรณีที่มีการดำเนินคดีกับนักวิชาการในงานไทยศึกษาที่ จ.เชียงใหม่ ผมเองก็อยู่งานกับอาจารย์พิชญ์ อาจารย์ปิ่นแก้ว แต่กลับไปตั้งข้อหากับ อ.ชยันต์ วรรธนะภูติnbsp;ธีรมล บัวงาม ภัควดี วีระภาสพงษ์nbsp;ชัยพงษ์ สำเนียงnbsp;นลธวัช มะชัยnbsp;ซึ่งคนเหล่านี้เป็นนักวิชาการจริงๆ เพียงแต่ว่าเขาคับข้องใจกับการปรากฏตัวของทหารที่เข้ามาแบบไม่จ่ายสตางค์ค่าลงทะเบียน แต่มาเดิน มากินกาแฟ มาขอฟังล่ามแปลภาษา ซึ่งค่าจ้างล่ามวันหนึ่งเป็นหมื่นบาท แล้วพี่เล่นส่งคนที่ไม่รู้ภาษาอังกฤษมา มันก็ทำให้ทำให้บรรยากาศแลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการในระดับนานาชาติไม่ค่อยรื่นหูรื่นตาเท่าไหร่ คนก็เลยออกมาเขียนป้ายว่าเวทีวิชาการ ไม่ใช่ ค่ายทหารเท่านั้นเอง ไม่ใช่การชุมนุมทางการเมือง แล้วเอาเข้าจริง จะเป็นอะไรไปถ้าเป็นการเมือง ผมคิดว่าเราควรจะมีสิทธิ์พูด มีสิทธิ์บ่น ผมไม่คิดว่าจะเป็นปัญหา ตราบเท่าที่ผมไม่จับปืนขึ้นมาสู้กับใคร ไม่จับไม้ขึ้นมาตีกบาลใคร มันเป็นสิทธิ์ที่มนุษย์ปกติคนหนึ่งในสังคมปกติมี ยกเว้นว่าสังคมนั้นไม่ปกติ แน่นอน นี่คือสิ่งที่เราอยู่ร่วมกันในสังคมแบบนี้ เราจะเห็นมากขึ้นและขอทิ้งประเด็นทางทฤษฎี การเคลื่อนไหว การใช้ภาษาผ่านการมองเห็นมันง่ายกว่าการใช้ตัวอักษร เพราะถ้ามานั่งอธิบายก็จะยาวมาก แต่ถ้าใช้แบบผ่านการมองมันย่นย่อข้อถกเถียงและมีพลัง แต่มันก็อาจจะไร้พลังก็ได้ มันมีขีดจำกัดบางประการเหมือนกัน ในกลุ่มของวัฒนธรรมการมองเห็นมีการตั้งคำถามในประเด็นการเมืองชัดเจนมากขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน/p p dir="ltr"พิชญ์ เสนอแนะว่าสิ่งที่อยากให้เพิ่มในเปเปอร์หน้าคือ การสร้างต่อต้านให้ปรากฏทำงานอย่างไรในภาพรวมของขบวนการต่อต้านประชาธิปไตย หน้าที่ของของกลุ่มศิลปินในขบวนการใหญ่คืออะไร ไม่ได้รู้สึกว่ามันทำแค่ทำการต่อต้านให้ปรากฏ แต่มันทำหน้าที่สร้างรสนิยมกับชุมชนนั้น ทำให้เหนือกว่าพวกเสื้อแดง พวกไพร่ ทำให้ฉันรู้สึกว่ามีรสนิยม เป็นการใช้สถานะการยอมรับทางสังคมมาใช้ในพื้นที่การเมือง มันมีหน้าที่ที่ทำงานกว่าการสอดประสานกัน เพราะสุดท้ายก็ต้องกลับไปอยู่ที่เดิมคือทุกคนผลิตงานศิลปะได้ แต่เขาไม่ใช่ศิลปิน การเมืองของการต่อต้านการเมืองก็น่าสนใจ ตรรกะของศิลปินหรือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่บอกว่า “ถ้าไม่แย่จริงๆก็คงไม่ออกมาหรอก” เป็นหลักการเดียวกับทหารที่ทำรัฐประหารเลย/p p dir="ltr"อาจารย์จาก จุฬาฯ เจ้าของเปเปอร์กล่าวว่า สิ่งที่ตนสนใจคือการฝึกการรับรู้วัฒนธรรมการมองเห็น นึกถึงทั้งสังคมที่ถูกกำกับ มีบทที่ต้องแสดง ต้องเล่น ต้องนึกถึงสังคมทั้งสังคมในฐานะโรงละครและเราคือผู้เล่นที่ถูกมือที่มองไม่เห็นกำกับ ถูกกระแสวัฒนธรรม สังคมเกาะเกลาอยู่ การทำการต่อต้านให้ปรากฎก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของสังคม แต่การทำความเข้าใจปรากฎการณ์ดังกล่าวจะทำให้เข้าใจว่ามนุษย์ไม่หยุดนิ่ง และตัวกรองไม่ได้มีตัวเดียว มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย พรมแดนสังคมจะเปลี่ยน สิ่งใหม่ๆ จะเกิดขึ้นในพื้นที่ของนิยาย กวีนิพนธ์ ศิลปะ ถ้าจับตัวนี้ได้ก็จะรู้ว่าสังคมจะเคลื่อนไปทางไหน วัฒนธรรมการมองเห็นสำคัญเพราะมันเป็นพื้นที่ที่ข่าวสารถูกตีความได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นมันมีความแยบยลบางอย่างที่เทคนิคของฺศิลปินทำให้เราใช้จินตนาการและความคิดเพื่อคิดต่อได้ แต่มนุษย์จะธำรงไว้ซึ่งความสามารถในการคิดเกี่ยวกับวัฒนธรรมการมองเห็นได้มากน้อยเพียงใด/p h3 dir="ltr"span style="color:#0000ff;"เส้นทางแนวคิดศิลปะกับสังคม มองและขับเน้นประวัติศาสตร์การเมืองไทยผ่านวงการศิลปะ/span/h3 p dir="ltr"บัณฑิตตั้งคำถามว่า เวลาศิลปินเข้าไปสู่ปริมณฑลสาธารณะ ศิลปินมีความรับผิดชอบอย่างไรและต้องทำอย่างไรบ้าง วสันต์ สิทธิเขตต์ ศิลปินชาวไทยเคยพูดถึงบทบาทนักการเมือง และหน้าที่ของศิลปินในการสร้างเสริมประชาธิปไตย เคยนำเสนอว่านักการเมืองควรรับโทษในนรกอย่างไร วสันต์นำเสนอภาพนักการเมืองรับโทษในนรกที่ถูกเฉือนเนื้อตัวเองเป็นริ้วๆ แล้วก็กินเนื้อตัวเองเรื่อยๆ จนกว่าจะสิ้นกรรม หรือการสร้างงานชื่อ Truth is Elsewhere ด้วยการทำตัวหนังตะลุง 50 ตัว ตั้งชื่อตามนักการเมืองไทยที่มีชื่อเสียงที่เขาเชื่อว่าทำให้การเมืองเสื่อมทราม และนำมาแสดงเป็นหนังตะลุง วสันต์พากย์หนังตะลุงว่า “ควรจะตายดีกว่าไร้ประชาธิปไตย เหตุไฉนเราจึงมีชีวิตอยู่เมื่อเราไร้ซึ่งเสรี” ปี 2544 วสันต์ตั้งพรรคเพื่อกู เป็นพรรคศิลปินที่ต่อต้านทุนนิยม แต่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนักการเมือง ในปี 2548 ก็ตั้งพรรคการเมืองจริงๆ ชื่อพรรคศิลปิน โดยมุ่งกระจายอำนาจ กวาดล้างอิทธิพลมืดมาเฟีย ยึดทรัพย์นักการเมืองโจร และยึดหลักปกครองตนเอง/p p dir="ltr"วสันต์มีความตื่นตัวทางการเมืองและต่อต้านลัทธิจักรวรรดินิยมอเมริกัน บทกวีชิ้นหนึ่งเขาเขียนว่า “ไม่มีรัฐซะดีกว่า ถ้าชอบทำแต่ความจัญไร จะมีรัฐไปทำไมถ้าเอาใจแต่นายทุน ไม่มีกองทัพเสียจะดีกว่าถ้ารังแกประชาชน ชอบเข่นฆ่าคนยากจน ต้องจับขุนพลมาลงทันฑ์ ไม่มีศาลเสียดีกว่า ถ้าไม่มีความยุติธรรม เงินและปืนคอยชี้นำ เมืองต้องมืดดำเพราะกฎหมาย ไม่มีตำรวจเสียดีกว่า ถ้ารีดไถเป็นมือปืน อำนาจของเราต้องเอาคืน ถ้าปืนปกครองตนเอง ไม่ต้องศึกษาเสียดีกว่าถ้าสอนคนให้เป็นควาย ล้างสมองคนเมามาย มอบใจกายให้นายทุน...ไม่มีชีวิตเสียดีกว่า ถ้าไม่มีประชาธิปไตย ”จะมีชีวิตไปทำไม หากไร้ซึ่งอิสระเสรี”/p p dir="ltr"ในการก่อตั้งพรรคศิลปิน วสันต์ มุ่งให้เกิดการปฏิรูปการเมือง เขาบอกว่าเราเหมือนอยู่ในโลกระบอบปีศาจประชาธิปไตยจอมปลอมที่ผู้แทนราษฎรที่ถืออำนาจอยู่หลังฉากไม่ได้ทำให้รัฐบาลเป็นของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชน แต่เป็นรัฐบาลของนายทุน โดยนายทุนและเพื่อนายทุุน พรรคคุณวสันต์ถึงแม้ไม่ได้จดทะเบียนพรรคการเมือง แต่ใบปลิว ป้ายประชาสัมพันธ์ก็ถูกติดอยู่ตามท้องถนน ศิลปินคนอื่นๆ ก็ทำงานเกี่ยวกับการเมือง เช่น สุธี คุณาวิชยานนท์ ในนิทรรศการณ์กลุ่มชื่อประวัติศาสตร์และความทรงจำเมื่อปี 2544 ร่วมกับมานิต ศรีวานิชภูมิ และ หญิง กาญจนวนิช ตั้งห้องเรียนประวัติศาสตร์โดยสลักภาพนูนต่ำไว้กับโต๊ะเรียน 14 ตัว ทุกโต๊ะจะมีเรื่องราวต่างกันไป พูดถึงความสำคัญของประวัติศาสตร์การเมืองในแต่ละช่วง ไม่ว่าจะเป็นบทบาทของเสรีไทย เหตุการณ์ 6 ต.ค. 14 ต.ค. ทุกคนก็สามารถเอากระดาษมาทาบแล้วใช้สีทาถูบนกระดาษ แล้วก็จะได้ภาพนูนต่ำกลับบ้านเป็นที่ระลึก นอกจากห้องเรียนของสุธีแล้วยังมีวิดีโอชุดเดียวกัน เป็นห้องเรียนที่มีเรื่องราวบนกระดานดำเรื่องการเมืองสมัยใหม่ แต่บางสิ่งถูกลบไป ตอกย้ำความทรงจำทางการเมืองบางอย่างที่สูญหายและทำให้พร่าเลือนไปในสังคมไทย/p p dir="ltr"นอกจากนี้ก็มีงานของมานิต ศรีวานิชภูมิ ปีศาจสีชมพู เอาภาพฉากการเมืองที่สำคัญเช่นเหตุการณ์ 6 ต.ค. 2519 ไปตัดต่อภาพคนใส่เสื้อชมพูหรือ Pink man ปรากฏตัวในฉากการเมืองที่สำคัญและแสดงสีหน้าไม่สนใจไยดี nbsp;ในงานชิ้นเดียวกันก็มี หญิง กาญจนวนิช วาดภาพบุคคลสำคัญของไทยตั้งแต่ ร.4 ปรีดีพนมยงค์ และภรรยาของผู้ต้องหาคดีการสวรรคตของ ร.8 ทุกคนต่างมีน้ำตาไหลพราก แสดงความเสียใจ ศิลปินไทยจึงไม่ได้ปลอดไปจากการเมือง จะพบว่าศิลปินไทยก็ไม่ได้ปลอดจากการเมืองอย่างที่ได้ยกตัวอย่าง กรณีวสันต์ก็เป็นศิลปินคนหนึ่งที่มีบทบาทในทางการเมืองและการชุมนุมมาโดยตลอด/p p dir="ltr"อีกกลุ่มหนึ่งผมเรียกว่า่เป็นแนวทางศิลปะอีกแบบมากกว่า สังคมไทยมีศิลปะสมัยใหม่ด้วยความพยายามของคอร์ราโด เฟโรชี ชาวอิตาลี หรือที่รู้จักกันในชื่อศิลป์ พีระศรี ผู้มาเป็นช่างประติมากรให้รัฐบาลไทยสมัย ร.6 ผู้มีส่วนสำคัญในการถ่ายทอดแนวคิด ทักษะการสร้างศิลปะตามแนวศิลปะสมัยใหม่ เมื่อโลกเคลื่อน ศิลปะก็เคลื่อน ศิลปะสมัยใหม่คือการมีเอกลักษณ์ของตัวเองและสะท้อนปัจจัยเบื้องลึก ความรู้สึกนึกคิดของตัวเองที่มีต่อสังคมภายนอก ทำให้ ศิลปินมีความเป็นปัจเจกชน มีความเป็นเอกชนสูง ทำให้มนุษย์มีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น สามารถสะท้อนประเด็นได้อย่างอิสระอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่เมื่อพ้นยุคศิลปะสมัยใหม่มาก็เป็นศิลปะร่วมสมัยที่มาจากการที่มนุษย์ตั้งคำถามกับความเป็นสมัยใหม่ ที่หลายคนเรียกว่าโพสท์โมเดิร์น มันเคลื่อนตัวมาจากศิลปะสมัยใหม่ที่แต่เดิมศิลปินตั้งคำถามกับสังคมผ่านมุมมองของตนเอง แต่ศิลปะร่วมสมัยกระจายไปตามพื้นทีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย ภาพพิมพ์ หรือมีทีมงานผลิตผลงานแทนตัวศิลปินเองก็ได้ สิ่งที่สำคัญในศิลปะร่วมสมัยกลับกลายเป็นความคิดหรือ Conceptual Art และเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีต่างๆ ที่มีขึ้นมาใหม่ทำให้ขีดความสามารถในการทำศิลปะเป็นไปอย่างไม่มีขอบเขต/p p dir="ltr"ในช่วงหนึ่งก็มีคำถามเรื่องวัตถุประสงค์ของการมีหอศิลป์ว่าเป็นที่จัดปาร์ตี้ให้ผู้อุปถััมภ์และสมาชิกด้วยเงินภาษี ก็มีฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช ศิลปินที่ลงมือทำผัดไทยในพื้นที่หอศิลป์ให้คนกิน ทำให้งานของฤกษ์ฤทธิ์สัมผัสได้ กินได้ ลดระยะห่างระหว่างงานศิลปะกับผู้ชมผ่านผัสสะอื่นๆ นอกจากตา การข้ามพ้นสุนทรียศาสตร์ทำให้ฤกษ์ฤทธิ์และเพื่อนๆ มีอีกหลายคนเช่น เกเบรียล รอสโซ กลุ่มซูเปอร์เฟลกซ์ และกลุ่มอื่นๆ ถูกนักทฤษฎีศิลปะมองว่าเป็น Relational Aesthetic หรือสุนทรียศาสตร์เชิงสัมพันธภาพที่ไม่ได้สร้างระยะห่างระหว่างผู้ชมกับศิลปะ แต่สามารถสัมผัสเชื่อมโยงกันได้ แนวทางแบบนี้ทำให้เกิดกระแสของการทำศิลปะประเภท Participatory Art ให้ผู้ชมร่วมเขียน ร่วมโหวต ร่วมสร้างผลงานจากแต่เดิมที่ผู้ชมดูได้อย่างเดียว ศิลปะแนวนี้ถูกยกย่องเชิดชูในฐานะที่มันปลดปล่อยผู้ชมจากกฎเกณฑ์และแนวทางปฏิบัติของหอศิลป์ ทำให้ศิลปะเคลื่อนตัวไปสู่ความหมายใหม่เข้าถึงประชาชน เข้าถึงคนดู ถ้าพูดอย่างนี้ก็จะคิดถึงเรื่องในสังคมไทยที่มีเรื่องงานศิลปะเพื่อมวลชน ศิลปะเพื่อชีวิต หรือศิลปะเพื่อศิลปะ เรื่องนี้ถกเถียงกันเมื่อจิตร ภูมิศักดิ์ เริ่มสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยศิลปากรแล้วเอาแนวคิดของลีโอ ตอลสตอย เอาความคิดศิลปะแบบสังคมนิยมมาเผยแพร่ ในขณะที่กลุ่มที่มองศิลปะเป็นศิลปะก็จะบอกว่างานศิลปะมีความบริสุทธิ์ อลังการ nbsp;/p p dir="ltr"แนวคิดสองชุดดังกล่าวก็ปะทะกันในสังคมไทยจนกระทั่งมีเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 เป็นการปลดปล่อยงานศิลปะจากสถานศึกษา จากเดิมต้องเรียนศิลปะ แต่ตอนนั้นเริ่มมีศิลปินใหม่ที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ได้รับการยอมรับแม้ไม่มีความรู้อย่างเป็นทางการอย่างประเทือง เฮงเจริญและ จ่าง แซ่ตั้ง แต่พอเกิดเหตุการณ์ 6 ต.ค. ศิลปินที่ทำเรื่องการเมืองก็กระจัดกระจายหายไปจากเวที ที่ทำอยู่ก็ทำเงียบๆ ไม่ก็ทำแล้วก็ทำลายไป บทบาทศิลปินกับการเมืองหลัง 6 ต.ค. ก็ค่อยๆ ลดน้อยลง แต่พอมีแนวคิดศิลปะร่วมสมัยจำพวกศิลปะเชิงสัมพันธภาพที่ตั้งคำถามกับสังคม ทำให้บทบาทของศิลปินก็กลับมา/p h3 dir="ltr"span style="color:#0000ff;"ช่วงถาม - ตอบ: ศิลปะกับพลังแฝงตามบริบท พลังแห่งการตีความ มาตรวัดลักษณะสังคมและมุมมองต่อหมุดคณะราษฎร/span/h3 p dir="ltr"strongถาม:/strong ในแง่ศิลปะ ในช่วง กปปส. งานที่ฮิตส่วนมากจะเป็น hard copy งานเขียน งานวาดที่เก็บไ้ด้ แต่หลัง รัฐประหาร เป็นงาน performance art มันจะมาเร็วไปเร็วหรือเปล่า ไม่เกิดอิมแพคเท่างานแบบ Hard copy/p p dir="ltr"strongบัณฑิต:/strong ขึ้นอยู่กับบรรยากาศของสังคมด้วย อย่างเช่นภาพชูนิ้วกลางที่จตุรัสเทียนอันเหมินของ อ้ายเหว่ยเหว่ย มันแรงมาก และคนที่เข้าใจภาพนี้ได้ก็คงเข้าใจว่าเขาอยู่ในระบอบการเมืองแบบไหน เขาสู้กับใคร ถ้าศิลปะมันถูกอธิบายอย่างเหมาะสมในช่วงเวลาและถ้อยคำที่เหมาะสมมันจะมีพลังในตัวของมันเอง เพลงสู้ไม่ถอยในการชุมนุม กปปส กับม็อบ 14 ต.ค. ก็ให้ความรู้สึกต่างกัน/p p dir="ltr"strongถาม:/strong เวลาที่งานศิลปะถูกเผยแพร่สู่สาธารณะแล้วคนเข้าไปเสพ ในฐานะของศิลปิน เขาจัดการการตีความของคนเสพอย่างไร ควบคุมเนื้อหาที่เขาจะสื่อหรือไม่ และเวลางานศิลปะออกไปก็จะมีผู้ชมที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย มันจะนำไปสู่การต่อต้านมากขึ้นหรือไม่/p p dir="ltr"strongบัณฑิต:/strong ผมคิดว่าการตีความเป็นเรื่องยากที่จะกำกับ แต่ศิลปินที่ฉลาดจะพยายามกำกับพื้นที่การตีความให้ผู้ชมได้รับสารที่ตัวเองอยากจะสื่อผ่านเทคนิคการนำเสนอ ผ่านเรื่องเล่า ที่เหลือก็เป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะตีความ แต่ท้ายที่สุดการตีความก็เป็นของผู้ชม ทั้งนี้ผู้ชมก็ต้องมีความรู้พอๆ กับศิลปิน เช่นเดียวกันกับภาพชูนิ้วกลางของอ้ายเหว่ยเหว่ย/p p dir="ltr"strongถาม: /strongการเข้าถึงศิลปะที่แสดงให้เห็นถึงการขัดขืนมีข้อจำกัดอะไรหรือเปล่าสำหรับคนที่ไม่ใช่คนชั้นกลาง ไม่มีความเข้าใจเรื่องศิลปะและเข้าไม่ถึงโซเชียลมีเดีย/p p dir="ltr"strongบัณฑิต:/strong ขอเสนอไอเดียของ เรย์มอนด์ วิลเลียมที่บอกว่า ถ้าอยากรู้ว่าสังคมเปลี่ยนก็ต้องไปดูพื้นที่ cutting edge ของความรู้ก็คืองานเขียน ศิลปะ วรรณกรรม ดนตรี วรรณคดี ละคร เมื่อดูตอนแรกอาจจะไม่รู้เรื่อง แต่เมื่อเวลาผ่านไปสังคมจะตกตะกอนแล้วเข้าใจ และสำหรับผู้ชมที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงภายในก็คงเป็นขีดจำกัดซึ่งคนทำศิลปะ ทำงานสายสื่อต้องเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าถึง เพียงแต่เทคโนโลยีปัจจุบันมันทำให้คนเข้าถึงได้มากกว่าเดิมเช่นเฟซบุ๊ก เฟซบุ๊กไลฟ์ คนสมัย 14 ต.ค. ก็ไม่มี มันเปลี่ยนการมุมมองและลดช่องว่างของคนกับกคน เพียงแต่งานบางชิ้นต้องใช้เวลาถึงจะคิดได้ หรือบางทีก็เกิดฮีโร่โดยบังเอิญที่ไปคิดต่ออีกที แต่มันก็คืออำนาจของศิลปะที่มีพลังจากการตีความ/p p dir="ltr"strongถาม:/strong หมุดคณะราษฎรเป็นหมุดสมัยใหม่หรือศิลปะร่วมสมัย/p p dir="ltr"strongบัณฑิต/strong: ให้ความเห็นว่าหมุดคณะราษฎรมีเป้าหมายคือเป็นหมุดหมายย้ำเตือนเหตุการณ์บางอย่าง ในแง่ศิลปะไม่คิดว่าจะมีความเป็นศิลปะอะไรแต่มันคือสารที่ต่ำต้อยและตรงไปตรงมาที่สุด/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/xTQstumgCvE" height="1" width="1" alt=""/

ประชุมนานาชาติพัฒนาชนบท ชูประชาธิปไตย-สิทธิมนุษยชน ขจัดยากจนเอเชีย

Wed, 23/08/2017 - 19:43
pบังเกอร์ รอย จากวิทยาลัยเท้าเปล่า ร่วมถกผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ มธ. ถอดบทเรียน-พัฒนาชนบท ขจัดความยากจนและความเหลื่อมล้ำในเอเชีย ทำข้อเสนอถึงรัฐบาลประเทศต่าง ๆ ชู 3 ปมทรัพยากรธรรมศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน รวมทั้งคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4396/36583416272_f82890632c.jpg" //p p23 ส.ค.2560nbsp;โครงการ 100 ปี ชาตกาล ศาสตราจารย์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 2 - 4 ส.ค. ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมกับภาคีเครือข่ายเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้เชี่ยวชาญนานาชาติ เรื่อง “การพัฒนาชนบทเพื่อการขจัดความยากจนในเอเชีย” ณ โรงแรมเซ็นทารา จังหวัดอุดรธานี ในโอกาสที่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ยกย่องให้ศาสตราจารย์ ดร.ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นบุคคลสำคัญของโลก ผู้มีผลงานดีเด่นด้านการศึกษา สังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ในวาระ 100 ปี ชาตกาล เมื่อวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2559 nbsp;/p pการประชุมผู้เชี่ยวชาญนานาชาติครั้งนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้เชิญผู้เชี่ยวชาญจาก 19 ประเทศ จำนวนกว่า 200 คน มาร่วมกันถอดบทเรียน และหาแนวทางในการพัฒนาชนบท ขจัดความยากจนและความเหลื่อมล้ำในเอเชีย รวมถึงจัดทำข้อเสนอถึงรัฐบาลประเทศต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าวต่อไปnbsp; ในประเด็นหลัก 3 เรื่อง คือ (1) ทรัพยากรธรรมศาสตร์และสิ่งแวดล้อมnbsp; (2) ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน และ (3) คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดี/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/3Vv8XbLeoDQ" width="560"/iframespan style="color:#ff8c00;"วีดีทัศน์เปิดการประชุมnbsp;/span/p pประเด็นสำคัญของการประชุมครั้งนี้คือการชี้ให้เห็นความจำเป็นในการมีอยู่ของชนบท การทบทวนและแบ่งปันองค์ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาชนบทเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและขจัดความยากจนอย่างยั่งยืน รวมทั้งสร้างการตระหนักรู้ถึงปัญหาหลากมิติที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนชนบทในศตวรรษที่ 21 ผลลัพธ์ที่คาดหวังคือการตกผลึกความเห็นร่วมให้กลายเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อรัฐบาลและสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านการพัฒนาชนบทในอนาคต/p pรายงานระบุด้วยว่า มีบุคคลสำคัญหลายท่านได้ให้เกียรติมากล่าวถึงประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อการพัฒนาชนบท nbsp;เริ่มจาก นพ.ธีระเกียรติnbsp;เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นประธานเปิดการประชุม ได้กล่าวถึงความสำคัญของการจัดประชุมครั้งนี้ nbsp;อิทธิพลของอาจารย์ป๋วยต่อตนเอง nbsp;และบทบาทของอาจารย์ป๋วยต่อการพัฒนาชนบท nbsp;พร้อมทั้งนำเสนอนโยบายปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการเพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำในสถาบันการศึกษาของไทย nbsp;นพ.ธีระเกียรติ เน้นย้ำว่าในปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน รวมทั้งพยายามจัดสรรทรัพยากรให้กับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกลและยากจนอย่างทั่วถึง nbsp; nbsp;nbsp;/p pบังเกอร์ รอย ซึ่งเป็น 1 ใน 100 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลแห่งปี 2010 ของนิตยสารไทมส์ ได้แสดงปาฐกถาพิเศษ โดยกล่าวถึงประสบการณ์การเปิด “วิทยาลัยเท้าเปล่า” (barefoot college) ณ รัฐราชาสถาน ประเทศอินเดีย อันเป็นสถาบันการศึกษาที่รับเฉพาะผู้หญิงยากจนและไร้การศึกษา (อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้) เพื่อนำมาฝึกสอนวิชาชีพในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะสอนให้พวกเธอสามารถเป็นวิศวกรพลังงานแสงอาทิตย์ได้ภายใน 6 เดือน โครงการดังกล่าวของรอยได้รับการขนานนามว่า “โซลาร์มามาส์” nbsp;วิทยาลัยของรอยไม่เพียงฝึกสอนวิชาชีพให้กับผู้หญิงยากจนชาวอินเดียเท่านั้น แต่ยังนำผู้หญิงจากประเทศยากจนและประเทศกำลังพัฒนาอื่น ๆ มาฝึกอบรมร่วมกันและทำให้พวกเธอสามารถกลับไปสร้างพลังงานแสงอาทิตย์ที่หมู่บ้านของตนเองได้ วิทยาลัยของรอยได้รับการสนับสนุนจากทั้งรัฐบาลอินเดียและองค์กรด้านสตรีอีกหลายแห่งnbsp; จนถึงปัจจุบันวิทยาลัยเท้าเปล่าแห่งนี้ได้ฝึกอบรมวิชาชีพให้กับผู้หญิงยากจนไปมากกว่า 3 ล้านคนแล้ว ข้อสำคัญคือ ที่นี่ไม่มีการแจกปริญญาบัตรหรือใบรับรองให้กับผู้สำเร็จการศึกษาเหมือนสถาบันการศึกษาทั่วไป เพื่อเปลี่ยนมุมมองต่อการศึกษาว่าคนที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ และไม่มีใบปริญญา ก็สามารถเรียนรู้การเป็นมืออาชีพได้เช่นกัน (อ่านบทสัมภาษณ์บังเกอร์ รอย ได้ที่ a href="https://thestandard.co/barefoot-college-bunker-roy/"https://thestandard.co/barefoot-college-bunker-roy//a)/p pเวทีที่สำคัญที่สุดในการประชุมครั้งนี้ คือการให้ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมประชุมจากนานาประเทศได้ร่วมกันแบ่งปันบทเรียน ประสบการณ์และข้อคิดเห็นต่าง ๆ เพื่อสังเคราะห์ออกมาเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบายแล้วให้แต่ละบุคคลสามารถนำกลับไปขับเคลื่อนผลักดันเข้าสู่วาระของภาครัฐ และอีกส่วนหนึ่งได้มีการเสนอแนวทางการสร้างเครือข่ายความร่วมมือเกี่ยวกับการทำงานด้านการพัฒนาชนบทในอนาคต nbsp; nbsp; nbsp;nbsp;/p pข่าวน่ายินดีสำหรับประเทศไทย คือ ที่ประชุมของผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศ มีมติร่วมกันว่าให้ใช้ชื่อของอาจารย์ป๋วย ในฐานะบุคคลสำคัญที่เป็นแรงบันดาลใจด้านการพัฒนาชนบท nbsp;ตั้งเป็นชื่อเครือข่ายความร่วมมือด้านการพัฒนาชนบทระดับนานาชาติที่กำลังจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ โดยใช้ชื่อว่า “เครือข่ายการพัฒนาชนบท ป๋วย อึ๊งภากรณ์” (Puey Ungphakorn Rural Development Network) nbsp;nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/-Zn7jqkrh1A" height="1" width="1" alt=""/

ขวาจัดศึกษา: มองปรากฏการณ์ 'นีโอนาซี' อเมริกันในมุมจิตวิทยาและสังคมวิทยา

Wed, 23/08/2017 - 19:34
pปรากฏการณ์ 'นีโอนาซี' หรือกลุ่มเหยียดผิวขวาจัwbrดในอเมริกันช่วงที่ผ่านมาทำให้wbrนักวิทยาศาสตร์สนใจ มีการเผยแพร่งานวิจัยเชิงจิตวิwbrทยาพบว่ากลุ่มขวาจัดที่ใช้wbrความรุนแรงเหล่านี้มีบุคลิwbrกภาพเชิงลบแบบไม่สนใจผลกระทบต่wbrอคนอื่น หลอกใช้คนอื่น และหลงตัวเอง ขณะเดียวกันก็ทำตัวเองเป็น 'เหยื่อ' โดยให้ผู้อพยพหรืwbrอคนนอกประเทศเป็น 'แพะ'/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p!--break--!--break--/pp23 ส.ค. 2560 สื่อวิทยาศาสตร์สัญชาติสหรัฐฯ ไลฟ์ไซเอนซ์และสื่อ Vox เรียบเรียงขัอมูลศาสตร์แขนงต่wbrางๆ อย่างจิตวิทยาและข้อมูลทางสถิติwbrเพื่อพูดถึงปรากฏการณ์ที่กลุ่wbrมเชื้อชาตินิยมคนขาวแบบสุดโต่wbrงออกมาประท้วงและก่อเหตุรุwbrนแรงจนมีคนเสียชีวิตในช่วงสัwbrปดาห์ทีแล้ว อะไรที่ทำให้กลุ่มนีโอนาซีรวมตัwbrวกันภายใต้ "ความเกลียดชัง"/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pสเตฟานี ปาปาส ผู้เขียนให้สื่อไลฟ์ไซเอนซ์ระบุwbrว่ากลุ่มนีโอนาซีเหล่านี้ไม่ใช่wbrเรื่องใหม่ แต่จากการวิจัยทางสถิติwbrจากโครงการศึกษากลุ่มหัวรุwbrนแiงจากมหาวิทยาลัยวอชิงตันพบว่wbrาเมื่อเทียบระหว่างปี 2555 กับปี 2559 แล้ว มีกลุ่มขวาจัดหรือนีโอนาซีในอิwbrนเทอร์เน็ตเแสดงตัwbrวออกมาจำนวนมาก วัดจากการติดตามองค์กรกลุ่wbrมขวาจัดในทวิตเตอร์เมื่อปี 2555 มีผู้ติดตาม 3,542 ราย ในปี 2559 มีผู้ติดตามถึง 25,406 ราย เพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pอะไรเป็นแรงจูงใจของกลุ่มขวาจัwbrดเหล่านี้ มีงานวิจัยใหม่ๆ ที่เสนอออกมาในหลายมุมมอง มีงานวิจัยหนึ่งเน้นมองเรื่องบุwbrคลิกภาพด้านมืดสามอย่าง (ชอบหลอกใช้หาผลประโยชน์, ไม่สนใจผลกระทบต่อผู้อื่น และหลงตัวเอง) มีอยู่ในหมู่นีโอนาซีทั้งหลาย บางครั้งก็ใช้ด้านมืดเหล่านี้wbrมาหลอกชักจูงผู้คน อย่างไรก็ตามมีงานวิจัยอื่นที่wbrระบุว่าพวกสุดโต่งเหล่านี้มีwbrความต้องการมีที่ทางในกลุ่มชุwbrมชน (belonging) ทำให้แม้กระทั่งคนที่ไม่ได้มีwbrบรรพบุรุษเป็นคนขาวก็เข้าร่วมกัwbrบกลุ่มเหล่านี้เพราะรู้สึwbrกอยากได้รับการยอมรับเป็นส่วนร่wbrวมกับชุมชน/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pจอห์น เฉิง ศาตราจารย์ด้านเอเชียและเอเชีwbrยอเมริกันศึกษาจากมหาวิทยาลัยบิwbrงแฮมตันกล่าวว่า การเหยียดเชื้อชาติและความเชื่wbrอเรื่องเชื้อชาติในตัวมันเองไม่wbrได้อยู่บนพื้นฐานของตรรกะ อย่างน้อยก็ในเชิงวิทยาศาสตร์wbrแบบวัตถุวิสัย เฉิงมองว่าสาเหตุที่ฝ่ายขวาจัwbrดเป็นเช่นนี้มีสาเหตุที่มองได้wbrในมุมจิตวิทยาปัจเจกบุคคลและจิwbrตวิทยารวมหมู่ "พูดอีกอย่างหนึ่งคือคนเราเชื่wbrอในสิ่งที่ตนเองต้องการจะเชื่อ" เฉิงกล่าว/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pจากข้อมูลของนักวิจัยทำให้wbrปาปาสตั้งข้อสังเกตว่ากลุ่wbrมขวาจัดเหล่านี้มาพร้อมกัwbrบความนิยมของโดนัลด์ ทรัมป์ nbsp;ผู้นำพวกนีโอนาซีบางส่วนก็wbrแสดงความชื่นชมทรัมป์ เดวิด ดุ๊ก หัวหน้ากลุ่มคูคลักซ์แคลน กลุ่มที่เคยก่อความรุนแรงกัwbrบคนผิวสีถึงขั้นพูดกล่าวหาฝ่wbrายต่อต้านฟาสซิสต์ว่าเป็นกลุ่wbrมที่ใช้ความรุนแรง/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pกระนั้นในสหรัฐฯ ก็มีกลุ่มที่พยายามทำให้พวกเชื้wbrอชาตินิยมคนขาวแบบสุดโต่wbrงออกจากหนทางแบบนีโอนาซีพร้อมทั้wbrงเรียนรู้คนเหล่านี้ไปด้วย แซมมี รังเกล ผู้ร่วมก่อคั้งกลุ่ม "ชีวิตหลังความเกลียดชัง" (Life After Hate) ที่บำบัดพวกขวาจัดเหล่านี้เปิwbrดเผยว่ามีความเจ็บปวดทางการเมืwbrองบางอย่างที่เป็นแรงจูwbrงใจของพวกเขา/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pรังเกลเปิดเผยถึwbrงความเปราะบางคนขาวเหล่านี้ว่า สิ่งแรกที่คนขาวนีโอนาซีไม่wbrพอใจคือการนโยบายยืนยันสิทธิwbrของกลุ่มคนที่ถูกกีดกันในสังคม (Affirmative action) ซึ่งคนขาวมองว่า "ไม่เป็นธรรม" สำหรับพวกเขา ประการที่สองคือพวกเขาไม่wbrชอบคำอย่าง "อภิสิทธิของคนขาว" ที่ทำให้พวกเขาอับอายหรือรู้สึwbrกผิดกับการกระทำของบรรพบุรุwbrษพวกเขา อย่างไรก็ตามการพูดถึงนโยบายยืwbrนยันสิทธิคนด้อยโอกาสหรือเรื่wbrองอภิสิทธิของคนขาวเป็นเรื่wbrองปกติมากในการอภิปรายในสหรัฐฯ/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pรังเกลพูดถึงคนกลุ่มนี้ต่อไปว่wbrาหลังจากที่พวกเขาเจ็บปวดจากเรื่wbrองนี้แล้วพวกเขาก็จะหา "แพะ" รองรับความเจ็บปวดพวกนี้แทน จึงเข้าไปในเว็บของขวาจัดอย่wbrางสตอร์มฟรอนต์ รวมถึงเชื่อคำพูดของคนที่ดูมีอิwbrทธิพลที่กล่าวหาใส่ไฟ "พวกผู้อพยพ" นอกจากนี้ความเปราะบางของกลุ่wbrมนีโอนาซีมาจากการที่คนพวกนี้รู้wbrสึกขาดหายอะไรบางอย่wbrางไปในทางอารมณ์หรือทางสังคม ทำให้การเข้าร่วมกับกลุ่มนีwbrโอนาซีเป็นการทำให้พวกเขารู้สึwbrกเหมืออนตัวเองได้กลายเป็นส่wbrวนหนึ่งของอะไรที่ใหญ่กว่าหรืwbrอมีความหมายกว่าตัวพวกเขาเอง อย่างไรก็ตามจากการสำรวจของนัwbrกจิตวิทยา แพทริค ฟอร์ชเนอร์ พบว่าพวกขวาจัดมีจำนวนเพื่wbrอนสนอทเท่าๆ กับคนทั่วไป พวกเขาไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่wbrเหงาหรือโดดเดี่ยวเสมอไป/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pเรื่องเชื้อชาตินั้นเป็wbrนแนวความคิดที่มีอิทธิพลในประวัwbrติศาสตร์องสหรัฐฯ ตัวรังเกลเองเคยรอดชีวิwbrตจากการก่อจลาจลของกลุ่มนีwbrโอนาซีมาก่อนและเคยถูกจำคุกในช่wbrวงต้นยุคคริสตทศวรรษ 1990s รังเกลบอกว่าเรื่องเชื้อชาติถูwbrกนำมาอ้างใช้สร้างความเกลียดชัwbrงและความรุนแรงได้ง่าย การลดทอนความเป็นมนุษย์ของอีwbrกเชื้อชาติหนึ่งก็ทำให้พวกนีwbrโอนาซีเหล่านี้รู้สึกว่าตัwbrวเองอยู่เหนือกว่าชาวอเมริกัwbrนคนอื่นๆ และแม้กระทั่งกับฝ่ายขวาอื่นๆ/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pมีงานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งของมหาวิwbrทยาลัยอาร์คันซอ มีนักจิตวิทยา แพทริค ฟอร์ชเชอร์ และอาจารย์ด้านการจัดการ นูร์ คเทลลี สำรวจกลุ่มที่เรียกตัวเองเป็น "ขวาทางเลือก" ที่จริงๆ แล้วก็คือพวกเชื้อชาตินิwbrยมคนขาวแบบสุดโต่ง ซึ่งคนเหล่านี้เองก็นิยามไม่ได้wbrชัดเจนกว่าขวาทางเลือกที่ว่าเป็wbrนแบบใด พวกเขาค้นพบอีกว่าคนกลุ่มนี้มัwbrกจะลักษณะก้าวร้าว และมีบุคลิกด้านลบมากๆ ในแง่การไม่สนใจผลกระทบที่จะเกิwbrดกับคนอื่น ต่อต้านสังคม และขาดการเอาใจเขามาใสใจเรา/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pนอกจากนี้งานวิจัยเชิงจิตวิwbrทยายังค้นพบอีกว่าขวาจัดเหล่านี้wbrมีนิสัยพร้อมที่จะล่อลวงคนอื่wbrนเพื่อผลประโยชน์ตัวเอง และมีความหลงตัวเองมากกว่าคนที่wbrไม่ใช่ขวาจัด พวกเขายังมักจะลดทอนความเป็นมนุwbrษย์ของคนกลุ่มอื่นๆ รวมถึงกลุ่มทางการเมืองด้วย อย่างไรก็ตามมีบางเรื่องที่wbrพวกนิยามตนเองว่า "ขวาทางเลือก" เหล่านี้แตกต่างกัน คือบางส่วนจะเน้นกังวลเรื่wbrองการทุจริตของรัฐบาล แต่อีกส่วนหนึ่งจะเน้wbrนไปในแนวทางเชื้อชาตินิยมจัwbrดมากกว่า/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pฟอร์ชเชอร์กล่าวอีกว่ากลุ่wbrมขวาจัดเหล่านี้มัwbrกจะแสดงออกในเรื่องการคุwbrกคามคนอื่น การล่าแม่มดคนอื่นในโลกออนไลน์ (เช่นการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัwbrวของคนอื่น) โดยที่กลุ่มขวาจัดรายงานพฤติwbrกรรมแย่ๆ เหล่านี้อย่างตรงไปตรงมา สิ่งเหล่านี้เชื่อมโยงกับพฤติwbrกรรมก้าวร้าว ฟอร์ชเชอร์จึงบอกว่าควรมีการจริwbrงจังกับการป้องกันไม่ให้wbrพวกขวาจัดก่อเหตุรุwbrนแรงแบบในชาร์ล็อตต์สวิลล์อีก/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pในแง่ที่ว่ากลุ่มขวาจัดพวกนี้wbrจริงๆ แล้วเป็น "คนจน" หรือไม่ ผลการสำรวจวิจัยออกมาว่ากลุ่wbrมคนเหล่านี้ไม่ได้รู้สึกเป็นห่wbrวงกังวลอะไรทางเศรษฐกิจเลย อีกทั้งยังคงมีความเชื่อมั่wbrนในเศรษฐกิจของสหรัฐฯ แต่สิ่งที่พวกเขากลัวมากกว่าคือ "กลัวว่าตัวเองจะถูกแทนที่" จากกลุ่มผู้อพยพและคนนอกประเทศ เรื่องหลังนี้ทำให้พวกเขามองตัwbrวเองเป็น "เหยื่อ"/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pการจะนำกลุ่มขวาจัดออกมานั้นเป็wbrนเรื่องยาก มีงานวิจัยพบว่าคนที่ค้นพบว่wbrาตนเองก็ไม่ได้มีบรรพบุรุษเป็wbrนคนขาวก็ยังคงเข้าร่วมกับกลุ่wbrมเชื้อชาตินิยมคนขาวแบบสุดโต่wbrงต่อไป เคยมีการตรวจสอบจากนักวิwbrทยาศาสตร์ของสถาบันเพื่อสัwbrงคมและพันธุศาสตร์พบว่ามีคนที่wbrเข้าร่วมเว็บบอร์ดขวาจัดอย่wbrางสตอร์มฟรอนต์ที่ตั้งมาตั้งแต่wbrปี 2539 พบว่ามีหนึ่งในสามที่รู้สึก "ผิดหวัง" เมื่อพบว่าตนเองไม่ได้มีบรรพบุwbrรุษเป็นชาวยุโรป อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องน่wbrาแปลกสำหรับกลุ่มที่ให้คุณค่ากัwbrบความบริสุทธิ์ทางเชื้อชาติwbrพวกเขาไม่ขับไล่คนที่ไม่ได้มีwbrเลือดบริสุทธิ์ออกจากกลุ่มแต่wbrพยายามปฏิเสธหรือต่อต้wbrานการทดลองนี้มากกว่า บางครั้งถึงขั้นบอกว่wbrาการทดลองทางพันธุกรรมเช่นนี้wbrเป็น "การสมคบคบคิดของพวกยิว" ที่ทำให้คนขาวสงสัยในบรรพบุรุwbrษทางพันธุกรรมของตนเอง/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pในอีกมุมหนึ่ง นักสังคมวิทยาจากมหาวิทยาลัwbrยแคลิฟอร์เนีย แอรอน พานอฟสกี ก็ศึกษาพบว่าเว็บของพวกขวาจัwbrดอย่างสตอร์มฟรอนต์ก็มีการสร้wbrางความเป็นชุมชนและความรู้สึwbrกใกล้ชิด มีการให้คำปรึกษาเรื่องการเดท เรื่องการจัดการปัญหากับครอบคัwbrวที่อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับอุwbrดมการณ์ของพวกเขาแต่ก็มีลัwbrกษณะแบบชุมชน/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pทางด้านรังเกลให้คำแนะนำว่า เวลาเขาจะ "บำบัด" คนหลุ่มนี้เขาจะทำตัวให้ดูเหมืwbrอนว่า "ผมไม่ได้มาอยู่ตรงนี้เพื่อท้wbrาทายคุณ ผมอยู่เพื่อรับฟังคุณ ผมอยู่ที่นี่เพื่อร่วมพื้นที่กัwbrบคุณ" พอถึงจุดหนึ่งแล้วรังเกลเองก็wbrจะตั้งคำถามท้าทายความเชื่wbrอของพวกเขาแต่ด้วยบรยากาศที่มีwbrความเห็นใจและความจริงใจ อีกประการหนึ่งคือการสร้wbrางสภาพแวดล้อมที่มีการสนับสนุwbrนทางสังคมและการเห็นคุณค่wbrาความหมายในตัวเอง ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่พวกเขาต้wbrองการมาแทนที่สิ่งที่พวกเขาได้wbrรับจากการเข้าร่วมกับกลุ่มขวาจัwbrดได้/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pspan style="color:#0000cd;"strongเรียบเรียงจาก/strong/span/p pspan style="color:#0000cd;"Psychology of Hate: What Motivates White Supremacists?, Live Science, 17-08-2017nbsp;/spanbr /a data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?hl=enamp;q=https://www.livescience.com/60157-what-motivates-white-supremacists.htmlamp;source=gmailamp;ust=1503568505148000amp;usg=AFQjCNEFvxcVevRLpMUPgjPZ-KRUaBkS4Q" href="https://www.livescience.com/60157-what-motivates-white-supremacists.html" target="_blank"span style="color:#0000cd;"https://www.livescience.com/wbr60157-what-motivates-white-wbrsupremacists.html/wbr/wbr/span/a/p pspan style="color:#0000cd;"Psychologists surveyed hundreds of alt-right supporters. The results are unsettling., Vox, 15-08-2017/spanbr /span style="color:#0000cd;"a data-saferedirecturl="https://www.google.com/url?hl=enamp;q=https://www.vox.com/science-and-health/2017/8/15/16144070/psychology-alt-rightamp;source=gmailamp;ust=1503568505148000amp;usg=AFQjCNFlcwUCGJXh3OzBMH49z6b4vKS0tQ" href="https://www.vox.com/science-and-health/2017/8/15/16144070/psychology-alt-right" target="_blank"https://www.vox.com/science-wbrand-health/2017/8/15/16144070/wbrpsychology-alt-right/wbr/wbr/a/span/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/a7sWqxi_DhA" height="1" width="1" alt=""/

Timeline: ปั้นนโยบายช่วยชาวนา เป็น ‘อาชญากรรมจำนำข้าว’

Wed, 23/08/2017 - 18:49
pชวนสำรวจเส้นทางการปลุกปั้นนโยบายช่วยชาวนา เป็น ‘อาชญากรรมจำนำข้าว’ ไล่เรียงไทม์ไลน์ก่อนถึงวันพิพากษาคดีประวัติศาสตร์อีกหนึ่งคดี ซึ่งคำพิพากษาอาจส่งผลต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาลในอนาคต ใครบ้างที่มีส่วนเกี่ยวข้อง/p !--break--!--break-- pใกล้เข้ามาอีกเพียงไม่กี่อึดใจสำหรับคำพิพากษาคดีจำนำข้าว ซึ่งจะมีการชี้ขาดโดยคำตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในวันที่ 25 สิงหาคม 2560 โดยคดีดังกล่าวอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ฟ้อง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย ในข้อหากระทำความผิดต่อตำแหน่งราชการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ประกอบกับฐานความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม พ.ศ. 2554 มาตรา 123/1 จากกรณีปล่อยปละละเลยไม่ยับยั้งโครงการรับจำนำข้าวซึ่งทำให้รัฐได้รับความเสียหายมูลค่า 5 แสนล้านบาท/p pไม่ว่าผลของคำพิพากษาจะออกมาในรูปแบบใดก็ตาม แต่นัยสำคัญอย่างหนึ่งคือคดีนี้จะเป็นคดีที่ถูกจดจำในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย และอาจกลายเป็นบรรทัดฐานในการตัดสินใจดำเนินนโยบายของรัฐบาลต่อไปในอนาคต ดังที่ อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เคยให้สัมภาษณ์กับประชาไทไว้ว่า/p p“ผมคิดว่า ในที่สุดแล้ว ไม่ว่าคดียิ่งลักษณ์จะออกมาอย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราต้องมองข้ามไปให้ไกลกว่านั้นก็คือว่า คดียิ่งลักษณ์เป็นตัวชี้อนาคตสังคมไทย คือท้ายสุดแล้ว รัฐพันลึกจะคุมสังคมไทย เขาอาจจะอยู่อีก 10 ปี 20 ปี หรืออย่างที่อาจารย์เสกสรรค์ (ประเสริฐกุล) บอกว่าคงอยู่อีกนาน สังคมไทยจะเผชิญหน้ากับกลุ่มคณาธิปไตยภายใต้ฉากประชาธิปไตย และคณาธิปไตยกลุ่มนี้คือคณาธิปไตยที่ครองอำนาจในสังคมไทยมาเนิ่นนาน และประสงค์ที่จะครองต่อไปให้ยาวนานที่สุด สังคมไทยควรต้องคิดเรื่องนี้กันให้มาก” a href="https://prachatai.com/journal/2017/07/72489"(อ่านต่อที่นี่)/a/p pแต่ก่อนจะไปถึงจุดนั้นประชาไทชวนย้อนมองที่มาที่ไปที่เกิดขึ้นจากจุดเริ่มต้นโครงการจำนำข้าว สู่การนำเรื่องเข้าพิจารณากระบวนการยุติธรรม ก่อนจะถึงวันพิพากษา/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4405/36753877225_b14fa82681_z.jpg" style="width: 361px; height: 640px;" //p p style="text-align: center;"a href="https://c1.staticflickr.com/5/4405/36753877225_60cba13878_h.jpg"strongspan style="color:#ffa500;"คลิกดูภาพขนาดใหญ่ที่นี่ /span/strong/a/p h2span style="color:#0000ff;"strongจากนโยบายที่ใช้หาเสียงสู่คดีความทางอาญา /strong/span/h2 pหลังจากชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2554 เมื่อรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้เข้าแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ภารกิจหนึ่งที่รัฐบาลรับปากว่าจะทำให้สำเร็จเพราะเป็นหนึ่งในนโยบายที่ใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งทั่วไปคือ การผลักดันโครงการรับจำนำข้าว ท่ามกลางกระแสการตั้งคำถามต่อความเสี่ยง และความเสียหายของรัฐ จากการดำเนินนโยบายดังกล่าว/p h3strongผ่านไปแค่ปีเดียวมีผู้ยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ตรวจสอบคดีจำนำข้าว/strong/h3 pผ่านไปได้ราวปีเศษนับจากวันที่ 7 ตุลาคม 2554 วันแรกที่มีการเริ่มดำเนินนโยบาย ถึงวันที่ a href="http://m.matichon.co.th/readnews.php?newsid=1350302221amp;grpid=03amp;catid="15 ตุลาคม 2555/a strongสมศักดิ์ โกศัยสุข /strongหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่ ได้ยื่นเรื่องต่อประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช) ขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล/p pโดยสมศักดิ์กล่าวว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช. ได้ติดตามนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาล และมีข้อมูลว่าการดำเนินการก่อให้เกิดปัญหาอย่างมาก โดยเฉพาะการทุจริตเชิงนโยบาย ทั้งยังได้ให้ข้อเสนอแนะกับรัฐบาลไปแล้ว พรรคการเมืองใหม่เห็นว่า การใช้คำว่ารับจำนำเป็นนโยบายที่ไม่ถูกต้องตามความหมายที่แท้จริง นอกจากนี้ ยังขัดกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 84 ว่าด้วยรัฐต้องสนับสนุนเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรม นอกจากนี้ยังมีผู้ที่ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. ไต่สวนกรณีโครงการรับจำนำข้าวอีกคือ strongประมนต์ สุธีวงศ์/strong ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) , strongนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม/strong สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงเวลาห่างกันประมาณ 1 ปี/p h3strongป.ป.ช. เริ่มกระบวนการไต่สวนความผิด /strong/h3 pจากการยื่นเรื่องไปยัง ป.ป.ช. ในช่วงเวลาดังกล่าว ทำให้เมื่อวันที่ a href="https://www.isranews.org/isranews-news/18045-nacc-rice.html"4 ธันวาคม 2555/anbsp; strongกล้านรงค์ จันทิก /strongกรรมการ ป.ป.ช.แถลงภายหลังการประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ว่า ที่ประชุมมีมติตั้งอนุกรรมการไต่สวนบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จากกรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ตามที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ยื่นคำร้องมา เนื่องจากเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอ โดยมีกรรมการ ป.ป.ช. 3 คน ประกอบด้วยตน strongวิชา มหาคุณ/strong และ strongพล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง/strong ร่วมกันรับผิดชอบ/p pa href="https://www.thairath.co.th/content/390596"20 ธ.ค. 2557/a วิชา มหาคุณ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว ได้แถลงความคืบหน้าในกระบวนการไต่สวนว่า นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ และรักษาการผู้อำนวยการวิจัยนโยบายเศรษฐกิจรายสาขาด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมชนบท สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้นำข้อมูลที่ทีดีอาร์ไอ ลงพื้นที่เก็บข้อมูลทำวิจัยเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว แล้วพบความผิดปกติ โดยเฉพาะใบส่งมอบข้าว มามอบให้กับอนุกรรมการไต่สวน ตอนนี้ข้อมูลเกี่ยวกับทุจริตโครงการรับจำนำข้าว อยู่ในมือ ป.ป.ช. เป็นจำนวนมาก ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อการไต่สวน และยังทำให้สามารถขยายผลได้ โดยหลังจากนี้ จะมีการไต่สวนผู้รับซื้อข้าวให้ครบ และคาดว่า ประมาณกลางเดือนมกราคม คณะทำงานคงสรุปได้ว่า จะสามารถแจ้งข้อกล่าวหาได้หรือไม่/p h3strongป.ป.ช. แจ้งข้อกล่าวหา บุญทรง พร้อมลงมติให้ไต่สวน ยิ่งลักษณ์ เพิ่มเติม/strong/h3 pต่อมาเมื่อวันที่ a href="https://news.voicetv.co.th/thailand/94268.html"16 มกราคม 2557/a ป.ป.ช. มีมติแจ้งข้อกล่าวหากับ บุญทรง เตริยาภิรมย์ พร้อมพวกรวม 15 ราย ในข้อหาทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หลังจากไต่สวนพบว่า ไม่มีการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ กับทางประเทศจีนจริงตามที่สัญญากล่าวอ้าง ซึ่งไม่ปรากฏว่ารัฐวิสากิจของประเทศจีนที่เข้ามาทำสัญญาซื้อขายได้รับมอบหมายจากทางการประเทศจีน และไม่มีการส่งข้าวออกนอกราชอาณาจักรไทย/p pทั้งนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังมีมติเห็นชอบตามอนุคณะกรรมการเสนอ ให้ไต่สวนเพิ่มเติมยิ่งลักษณ์ นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) โดยเห็นว่าได้ละเลย ไม่ระงับยับยั้ง การดำเนินการโครงการรับจำนำข้าว ทั้งที่ทราบข้อท้วงติงและความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา หรือกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง/p h3strongกปปส. ออกโรงกดดัน ปั่นกระแส ‘ยิ่งลักษณ์ โกงข้าว’ พร้อมกดดันออมสินไม่ปล่อยกู้เงินให้รัฐบาลจ่ายชาวนา/strong/h3 pในฝั่งความเคลื่อนไหวการเมืองบนท้องถนน เมื่อวันที่ a href="http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9570000007166"20 มกราคม 2557/a strongถาวร เสนเนียม /strongแกนนำ กปปส.เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้นำมวลชนเดินทางมาถึงสำนักงานใหญ่ ธนาคารออมสิน ตามที่strongสุเทพ เทือกสุบรรณ/strong เลขาธิการ กปปส.ประกาศบนเวทีเมื่อคืนวันที่ 19 มกราคม 2557/p pโดยเมื่อเดินทางไปถึง strongลิขิต กลิ่นถนอม/strong ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจธนาคารออมสิน และรองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคล ออกแถลงการณ์กับผู้สื่อข่าวในนามของสหภาพฯ โดยระบุว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่าธนาคารออมสินปล่อยกู้ในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลนั้น ทางสหภาพฯ ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่า หากมีการปล่อยกู้ดังกล่าวจริง strongทางสหภาพแรงงานฯ และชาวออมสินพร้อมจะรวมพลังคัดค้านและต่อต้านอย่างถึงที่สุด เพราะพวกเรามีหน้าที่ปกป้ององค์กร และเงินฝากของประชาชน ด้วยชีวิต เกียรติและศักดิ์ศรี และหากมีใครมาคิดบ่อนทำลายธนาคารคนผู้นั้นจะต้องบรรลัยย่อยยับ/strong/p pstronguทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ได้เตรียมน้ำ-กาแฟ-ขนม พร้อมโต๊ะหน้าอาคารไว้ให้ กปปส.พักผ่อนด้วย/u/strong/p h3strongป.ป.ช. มีมติแจ้งข้อกล่าวหา ยิ่งลักษณ์ /strong/h3 pต่อมา a href="http://www.tcijthai.com/news/2014/28/scoop/3773"28 มกราคม 2557/a ป.ป.ช. มีมติให้ดำเนินการไต่สวน ยิ่งลักษณ์ ในกรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งการดำเนินโครงการรับจำนำข้าว ที่ก่อให้เกิดความเสียหายที่เห็นได้อย่างชัดเจน รวมทั้ง strongป.ป.ช. เคยมีหนังสือเตือนไปแล้วถึง 2 ครั้ง/strong โดยให้รวมสองกรณีไว้ในคราวเดียวกันคือ การไต่สวนเพื่อชี้มูลความผิดตามมาตรา 157 และการพิจารณาคำร้องกรณีที่ประธานวุฒิสภาส่งเรื่องที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน 146 คน ร้องขอให้ถอดถอน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากตำแหน่ง จากการดำเนินการนโยบายรับจำนำข้าวที่ผิดพลาด ส่งผลขาดทุนกระทบต่อการส่งออกข้าว และstrongถัดมา 21 วัน/strong ในวันที่ a href="http://www.thairath.co.th/content/404442"18 กุมภาพันธ์ 2557/a ป.ป.ช. มีมติเรียก ยิ่งลักษณ์ มาเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2557 โดยระบุความผิดของผู้ถูกกล่าวหาว่า(โดยยิ่งลักษณ์ได้ส่งทนายความเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแทน จากนั้น ป.ป.ช. มีมติขยายเวลาให้ยิ่งลักษณ์เข้าชี้แจงข้อกล่าวหาในวันที่ 31 มีนาคม 2557)/p p“ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการหรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และเป็นการจงใจใช้อํานาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 178 อันเป็นเหตุแห่งการถอดถอนออกจากตําแหน่งตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 270”/p h3strongผู้จัดการออนไลน์รายงานข่าว ชาวนาฆ่าตัวตาย เพราะไม่ได้รับเงินจำนำข้าว/strong/h3 pa href="http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9570000017124"18 กุมภาพันธ์ 2557/a ผู้จัดการออนไลน์ รายงานข่าว พิเชษฐ์ เพชรรัตน์ ชาวนาอำเภอราชสาส์น จ.ฉะเชิงเทรา เกิดความเครียดกินยาฆ่าแมลงจนเกือบหมดถัง กว่าครอบครัวจะเห็นและนำส่งโรงพยาบาล พิเชษฐ์ ก็เสียชีวิตแล้ว/p pพี่ชายผู้ตาย เผยว่าพิเชษฐ์ ได้ไปกู้ยืมเงินจาก ธกส.เพื่อต่อทุนเกือบ 200,000 บาท หวังจะได้รับเงินจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล จำนวน 170,000 บาท มาใช้หนี้ แต่เกือบ 5 เดือน ยังไม่ได้เงิน ทำให้เงินที่กู้ยืมมาเริ่มหมด สุดท้ายหาทางออกให้กับชีวิตไม่ได้ จึงคิดสั้นฆ่าตัวตาย/p pซึ่งศพได้นำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดจระเข้ตาย และได้ฌาปนกิจศพไปเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา strongนับเป็นรายที่ 8 แล้ว ที่ฆ่าตัวตายเพราะความเครียดจากโครงการรับจำนำข้าว/strong/p h3strongพญาราชสีห์แห่งเวทีแจ้งวัฒนะ พามวลชนกดดันอัยการสูงสุดให้ดำเนินคดีกับ ยิ่งลักษณ์/strong/h3 pa href="http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9570000023079"27 กุมภาพันธ์ 2557/a strongพุทธะอิสระ /strongแกนนำ กปปส.เวทีแจ้งวัฒนะ พร้อมด้วยstrong ระวี รุ่งเรือง/strong ประธานเครือข่ายชาวนาไทย และstrongณัฐวัฒน์ ชั้นอินทร์งาม/strong ผู้ประสานงานชาวนา นำชาวนาจำนวนหนึ่งเดินทางมายังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อทวงถามความคืบหน้าในการดำเนินการทวงเงินค่าจำนำข้าวจากรัฐบาล รวมทั้งเอาผิดต่อ ยิ่งลักษณ์ กรณีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ภายหลังจากที่มายื่นเรื่องเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557/p pปรเมศวร์ อินทรชุมนุม อัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติราชการในหน้าที่เลขานุการอัยการสูงสุด และวินัย ดำรงค์มงคลกุล ผู้ตรวจการอัยการ มาให้คำตอบเรื่องดังกล่าว ว่าการดำเนินการขาดเอกสารจากชาวนา อาทิ ใบประทวนข้าว จึงทำให้ไม่สามารถดำเนินการคืบหน้าได้/p pเมื่อมวลชนได้รับคำตอบเช่นนี้ก็ไม่พอใจ ต่างส่งเสียงตะโกนด่า และเป่านกหวีดขับไล่ ทำให้พุทธะอิสระต้องขอให้เงียบเสียง พร้อมประกาศว่าการกระทำของ อัยการสูงสุดเหมือนไม่ให้ความสำคัญปัญหาชาวนาถูกโกง เพราะยื่นเรื่องไว้กว่า 2 สัปดาห์แล้ว/p h3strongยิ่งลักษณ์ ชี้แจงข้อกล่าวหา พร้อมระบุกระบวนการไต่สวนไม่เป็นธรรม /strong/h3 pa href="http://www.manager.co.th/Politics/viewnews.aspx?NewsID=9570000036325"31 มีนาคม 2557/a ยิ่งลักษณ์ เข้าชี้แจงข้อกล่าวหา โดยชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรมีความยาว 151 หน้า สาระสำคัญที่ได้ชี้แจงต่อ ป.ป.ช. คือ ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมชี้ว่าstrong กระบวนการรับคำร้องและการเริ่มต้นคดีของ ป.ป.ช. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีการใช้อำนาจเกินขอบเขต คณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงไม่ชอบด้วยกฎหมาย คณะกรรมการ ป.ป.ช.ดำเนินการไต่สวนโดยไม่เป็นธรรม รวบรัด รีบร้อน เร่งรีบ อย่างเป็นพิเศษ ฯลฯ/strong a href="http://www.manager.co.th/Politics/viewnews.aspx?NewsID=9570000036325"(อ่านสาระสำคัญฉบับเต็มที่นี่)/a ขณะเดียวกันยิ่งลักษณ์ ขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.สอบพยานเพิ่มเติมอีก โดยอ้างว่าแต่ละคนล้วนเป็นบุคคลที่เกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมด สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการ ที่มาของโครงการ รวมไปถึงผลดีระหว่างดำเนินโครงการว่าเป็นอย่างไร รวมทั้งขอขยายเวลาส่งเอกสารเพิ่มเติม/p pหลังจากการยื่นขอให้ไต่สวนพยานเพิ่มเติม 11 ปาก ก็มีการยื่นขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. สืบพยานเพิ่มอีกถึงสองครั้ง รวมพยานที่ยิ่งลักษณ์มอบหมายให้ทนายความคือ บัญชา ปรมีศณาภรณ์ และนรวิชญ์ หล้าแหล่ง เข้ายื่นขอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีทั้งสิ้น 17 ปาก/p pทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาความเหมาะสม และมิติด้านข้อมูลที่พยานแต่ละคนจะมาให้ปากคำแล้ว เพื่อลดความซ้ำซ้อนด้านข้อมูลจึงมีมติอนุมัติให้มีการสืบพยานเพิ่มเพียง 4 ปาก คือ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รักษาการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รักษาการรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ ยรรยง พวงราช รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และมีมติไม่ลงตรวจสอบสต๊อกข้าวเพิ่มเติมตามคำร้องของยิ่งลักษณ์/p h3strongป.ป.ช. มีมติถอดถอนซ้ำ ยิ่งลักษณ์ หลังถูกศาล รธน. ถอดถอนเหตุย้ายถวิล เปลี่ยนศรี เพียง 1 วัน/strong/h3 pท้ายที่สุดวันที่ a href="https://thaipublica.org/2014/05/nacc-sued-yingluck/"8 พฤษภาคม 2557/a หลังจากวันที่strongศาลรัฐธรรมนูญ/strong ได้ตัดสินความผิดให้ถอดถอนยิ่งลักษณ์กรณีโยกย้ายstrongถวิล เปลี่ยนศรี/strong เพียงหนึ่งวัน ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ในการชี้มูลความผิดฐานละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี โดยมีมติเป็นเอกฉันท์ชี้มูลให้ถอดถอน ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และถัดมาถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 strongคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)/strong เข้ายึดอำนาจการปกครอง/p pในวันที่ a href="http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9570000080887"12 กรกฎาคม 2557/a ป.ป.ช. มีมติให้ดำเนินคดีอาญากับยิ่งลักษณ์/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4379/35944871213_7191ebcf50_z.jpg" style="width: 500px; height: 261px;" //p h2span style="color:#0000ff;"strongก่อนจะถึงวันพิพากษา /strong/span/h2 h3strongสนช. ลงมติถอดถอน ยิ่งลักษณ์ กรณีจำนำข้าว ตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี /strong/h3 pa href="https://www.thairath.co.th/content/476615"23 มกราคม 2558/a strongสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)/strong ซึ่งได้มาจากการแต่งตั้งโดย คสช. ลงมติถอดถอนยิ่งลักษณ์ strongอดีตนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี/strong จากการกรณีไม่ระงับยับยั้งความเสียหายโครงการจำนำข้าว ด้วยคะแนนเสียง 190-8 เสียง และงดออกเสียง 8 เสียง บัตรเสีย 3 เสียง strongส่งผลให้ยิ่งลักษณ์ โดนโทษตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี/strong/p h3strongอัยการสูงสุดยื่นเรื่องฟ้องคดียิ่งลักษณ์ /strong/h3 pสำหรับการดำเนินคดีความทางอาญากับยิ่งลักษณ์นั้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ a href="http://www.posttoday.com/politic/348278"19 กุมภาพันธ์ 2558/a โดยstrongอัยการสูงสุด/strong ได้ยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตราnbsp;157nbsp;และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2554nbsp;มาตรา 123/1nbsp;ซึ่งละเลยไม่ยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท ต่อมาอีกหนึ่งเดือนองค์คณะผู้พิพากษา มีคำสั่งประทับรับฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อม.22/2558 โดยองค์คณะผู้พิพากษาซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาประกอบด้วย/p p1.ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา/p p2.วิรุฬห์ แสงเทียน ประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา/p p3.ธนฤกษ์ นิติเศรณี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา/p p4.ธนสิทธ์ นิลกำแหง ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา/p p5.ศิริชัย วัฒนโยธิน รองประธานศาลฎีกา/p p6.ชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกา/p p7.วีระพล ตั้งสุวรรณ รองประธานศาลฎีกา/p p8.อุบลรัตน์ ลุยวิกกัย ประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา/p p9.ธานิศ เกศวพิทักษ์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา/p h3strongศาลออกนั่งบัลลังก์ครั้งแรก ยิ่งลักษณ์ประกันตัว 30 ล้านบาท ศาลสั่งห้ามออกนอกประเทศ/strong/h3 pต่อมาวันที่ a href="https://thaipublica.org/2015/05/plegd-rice-85/"19 พฤษภาคม 2558/a ศาลออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีความครั้งแรก โดยยิ่งลักษณ์ ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และพร้อมสู้คดี วีระพล ตั้งสุวรรณ รองประธานศาลฎีกา ในฐานะผู้พิพากษาเจ้าของสำนวน ได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้กับ ยิ่งลักษณ์ ฟัง มีใจความโดยสรุปว่า ระหว่างเดือนสิงหาคม 2554 – เดือนพฤษภาคม 2557 จำเลยดำรงตำแหน่งเป็นนายกฯ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและเจ้าพนักงานตามกฎหมาย มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 รวมถึงเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ คดีนี้จำเลยได้ดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวเปลือก รวม 5 โครงการ ได้แก่ ข้าวนาปี 2554/2555 ข้าวนาปรัง 2555 ข้าวนาปี 2555/2556 ข้าวนาปรัง 2556 และข้าวนาปี 2556/2557/p pระหว่างดำเนินการตามนโยบายนี้ มีข้อทักท้วงทั้งก่อนและระหว่างดำเนินการจากหลายหน่วยงาน ทั้ง strongป.ป.ช., สตง., กระทรวงการคลัง, สำนักงบประมาณ รวมไปถึงพรรคฝ่ายค้าน/strong ว่านโยบายนี้มีแนวโน้มจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อคุณภาพข้าว บิดเบือนกลไกตลาด และเกิดปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ซึ่งจำเลยและคณะรัฐมนตรี จะต้องดำเนินการอย่างรอบคอบระมัดระวัง ทั้งในการกำหนดราคารับจำนำอย่างสมเหตุสมผล และมีมาตรการป้องกันความเสียหายจากการทุจริตและระบบเศรษฐกิจของประเทศ/p pstrongทั้งนี้ยิ่งลักษณ์ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยยื่นหลักทรัพย์เป็นบัญชีเงินฝาก 30 ล้านบาท ศาลอนุญาตให้ประกัน แต่มีเงื่อนไขห้ามจำเลยเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล/strong/p h3strongศาลยกคำร้องรอการพิจารณา หลังยิ่งลักษณ์ยื่นพิจารณาขอบเขตอำนาจศาล /strong/h3 pa href="http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9580000098484"31 สิงหาคม 2558/a ศาลออกนั่งบัลลังก์ เริ่มกระบวนการตรวจหลักฐานและพยานบุคคล พยานเอกสารของฝ่ายโจทก์และจำเลย ทั้งนี้ศาลได้อ่านคำร้องของจำเลยขอให้ศาลรอการพิจารณาคดีไว้ชั่วคราว เนื่องจากเห็นว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาฯ แต่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองและได้ทำความเห็นส่งไปให้ศาลปกครองพิจารณา ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา 10 แล้ว โดยโจทก์ได้รับสำเนาและคัดค้านว่า คดีนี้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกาฯ ไม่ได้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง/p pองค์คณะฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ และพ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2542 มาตรา 9 (1) บัญญัติให้ศาลมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่มีมูลแห่งคดีเป็นการกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่ตามกฎหมายอื่น แม้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 จะถูกยกเลิกไปแล้ว แต่ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 24/2557 ก็ยังให้ พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาฯ มีผลใช้บังคับต่อไป/p pเมื่อคดีนี้โจทก์ฟ้อง กล่าวหาจำเลยเกี่ยวกับความรับผิดในการปฏิบัติหน้าที่และขอให้ลงโทษทางอาญา ซึ่งตามพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ.2542 มาตรา 11 (1)-(9) ไม่มีกรณีใดเลยที่ให้ศาลปกครองมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีอาญา strongดังนั้น กรณีที่จำเลยยื่นคำร้อง จึงไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดฯ มาตรา 10 วรรคหนึ่ง จึงไม่มีเหตุที่จะรอการพิจารณาคดีไว้ชั่วคราว ให้ยกคำร้อง/strong/p h3strongศาลยกคำร้อง หลังยิ่งลักษณ์ขอศาลไม่รับบัญชีพยานโจทก์ ซึ่งเห็นว่าเพิ่มเติมเข้ามาโดยไม่สุจริต/strong/h3 pส่วนที่ทนายจำเลย ยื่นคำร้องเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2558 คัดค้านพยานบุคคล 23 ปาก และพยานเอกสารของโจทก์ โดยอ้างว่าโจทก์เพิ่มเติมพยานโดยไม่สุจริต มุ่งเอาเปรียบจำเลยโดยไม่เป็นธรรม เพราะเป็นพยานหลักฐานที่ไม่มีการไต่สวนมาก่อน จึงขอให้ศาลไม่รับบัญชีพยานดังกล่าวเข้าสู่สำนวน/p pองค์คณะฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า แม้ พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาฯ มาตรา 5 ให้ศาลยึดรายงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช.เป็นหลักในการพิจารณาคดี แต่ก็ให้อำนาจศาลไต่สวนหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้ตามที่เห็นสมควร โดยศาลมีอำนาจเรียกเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากบุคคล หรือเรียกบุคคลมาให้ถ้อยคำ และจำเลยก็มีสิทธิ์นำพยานเข้าไต่สวนเพื่อหักล้างพยานหลักฐานโจทก์ได้อยู่แล้ว strongกรณีนี้จึงไม่มีเหตุที่จะไม่รับบัญชีพยานของโจทก์ตามที่จำเลยคัดค้าน ให้ยกคำร้องดังกล่าว/strong/p pต่อมาวันที่nbsp; a href="https://thaipublica.org/2015/10/plegd-rice-95/"29 ตุลาคม 2558/a ศาลได้กำหนดให้อัยการโจทก์นำพยานไต่สวนทั้งหมด 14 ปาก ส่วนพยานจำเลยมีทั้งหมด 42 ปาก ขณะที่การไต่สวนพยานเริ่มต้นนัดแรกในวันที่ 15 มกราคม 2559 และสิ้นสุดลงในวันที่ 29 กรกฎาคม 2560/p h3span style="color:#000000;"strongศาลยกคำร้อง หลังยิ่งลักษณ์ขอศาลออกไปเผชิญสืบโกดังข้าว 16 แห่งในจังหวัดอ่างทอง/strong/span/h3 pอย่างไรก็ตามในวันที่ a href="https://www.thairath.co.th/content/987737"29 มิถุนายน 2560/a ยิ่งลักษณ์ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลออกไปเผชิญสืบโรงสีข้าว และคลังข้าวจังหวัดอ่างทอง 16 แห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปตรวจแล้วไม่พบความเสียหาย เพื่อตรวจสอบให้พบความจริงว่า ข้าวเสียหรือไม่นั้น strongศาลเห็นว่าข้าวเป็นธัญพืชชนิดหนึ่งที่เสื่อมได้ตามกาลเวลา ขณะนี้ผ่านมาเป็นเวลา 2 ปีเศษแล้ว เป็นปัญหาข้อเท็จจริง การเดินเผชิญสืบไม่จำเป็นแก่คดี จึงให้ยกคำขอของจำเลย/strong/p h3strongศาลยกคำร้อง หลังยิ่งลักษณ์ขอศาลพิจาณาการเพิ่มเติมพยานเอกสาร 7 หมื่นของโจทก์ ซึ่งไม่อยู่ในสำนวน ของ ป.ป.ช. /strong/h3 pa href="https://www.matichon.co.th/news/598609"7 กรกฎาคม 2560/a ยิ่งลักษณ์ ยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามาตรา 5 ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 ขัดหรือแย้งกับมาตรา 235 วรรค 6 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 หรือไม่ strongหลังโจทก์อาศัยช่องทางตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาฯ เพิ่มเติมพยานหลักฐานใหม่โดยเฉพาะพยานเอกสารเกือบ 7 หมื่นแผ่นเข้ามาในคดี ทั้งที่ไม่อยู่ในสำนวนของ ป.ป.ช./strong ขณะที่รัฐธรรมนูญที่เพิ่งประกาศใช้บัญญัติว่า "การพิจารณาของศาลฎีกาฯ ให้นำสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. เป็นหลักในการพิจารณา" และกำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมว่า "เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ให้ศาลมีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมได้"/p pa href="https://prachatai.com/journal/2017/07/72506"21 กรกฎาคม 2560/a strongศาลยกคำร้องขอส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมาย โดยให้เหตุผลว่า การพิจารณาคดีนี้ศาลได้ให้โอกาสทั้งสองฝ่ายเต็มที่แล้ว/strong ในการพยานหลักฐานเข้าไต่สวน จึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามรัฐธรรมนูญ 2560/p h3strongยิ่งลักษณ์ แถลงปิดคดี ระบุหมดใจถูกดำเนินคดีโดยไม่เป็นธรรม/strong/h3 pa href="https://thaipublica.org/2017/08/plegd-rice-104/"1 สิงหาคม 2560/a ยิ่งลักษณ์ แถลงปิดคดี โดยระบุตอนหนึ่งว่า strongดิฉันขอใช้โอกาสนี้ กล่าวกับทุกท่านอย่างหมดใจในวันนี้ ในเรื่องที่ดิฉันถูกดำเนินคดีโดยไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม/strongและตลอดเวลาที่ดิฉันได้นั่งรับฟังการพิจารณาคดีนี้ นับตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม 2559 และสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2560 รวมการไต่สวนของศาลในคดีนี้ทั้งหมด 26 นัด เป็นเวลา 1 ปี 6 เดือนที่ดิฉันไม่เคยขาดนัดพิจารณาคดีของศาลแม้แต่สักครั้งเดียว ทั้งนี้เพราะstrongดิฉันมั่นใจในความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาที่มีต่อดิฉัน/strong/p pด้วยความเคารพต่อทุกท่านที่เป็นองค์คณะในการพิจารณาคดีนี้ หากมีถ้อยคำใดที่ดิฉันเปิดใจกล่าวอย่างตรงไปตรงมานั้น ดิฉันไม่ได้มีเจตนาอื่นใดและไม่ได้ประสงค์จะใส่ร้ายหรือใส่ความผู้ใด strongดิฉันเพียงต้องการให้การพิพากษาคดีที่ดิฉันถูกกล่าวหาในครั้งนี้เป็นไปโดยถูกต้อง เที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญกฎหมาย ภายใต้หลักนิติธรรมที่ดิฉันไม่เคยได้รับจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. และโจทก์ในคดีนี้มาก่อน /strong/p pa href="https://thaipublica.org/2017/08/plegd-rice-104/"(อ่านคำแถลงปิดคดีของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่นี่)/a/p h2span style="color:#0000ff;"strong25 สิงหาคม 2560 ศาลนัดฟังคำพิพากษา/strong/span/h2 pspan style="color:#000000;"......................................................................................................................................................................../span/p pnbsp;/p pemหมายเหตุ: /emเจ้าของสำนวนคดีจำนำข้าว เดิมเป็นวีระพล ตั้งสุวรรณ รองประธานศาลฎีกา แต่แจ้งขอถอนตัวจากองค์คณะหลังได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นประธานศาลฎีกา จึงเปลี่ยนเจ้าของสำนวนใหม่เป็นชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกาbr /nbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/AzrWZ5-Kyko" height="1" width="1" alt=""/

สตั้น 10 วิ ทหารเบิกความยันชูป้ายค้านรัฐประหาร = ทำลายประชาธิปไตย ต้องรับโทษ

Wed, 23/08/2017 - 16:27
pผบ.ร้อย.สห.มทบ.23 พยานโจทก์คดี ‘ไผ่’ และ ‘ดาวดิน’ ชูป้ายต้านรัฐประหาร ระบุ การชูป้ายดังกล่าว เป็นการทำลายประชาธิปไตย ต้องรับโทษและถูกปรับทัศนคติ ด้านอัยการทหารขอแก้ฟ้องขอศาลนับโทษคดีนี้ต่อจากคดี 112 โดยไม่ให้หักวันขังที่ทับซ้อนกับหมายขังคดีนั้น/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm1.staticflickr.com/350/18918492315_21c832ec77.jpg" style="width: 500px; height: 387px;" //p p23 ส.ค. 2560 a href="http://www.tlhr2014.com/th/?p=4972"ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน/a รายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา ศาลมณฑลทหารบกที่ 23 (มทบ.23) นัดสืบพยานคดีชูป้ายคัดค้านรัฐประหาร หมายเลขคดีดำที่ 61/2559 ซึ่ง จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ nbsp;‘ไผ่ ดาวดิน’ อดีตนักศึกษา/นักกิจกรรม เป็นจำเลย ในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ที่ 3/2558 ชุมนุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปnbsp;/p pศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิฯ รายงานด้วยว่า ก่อนเริ่มสืบพยาน อัยการศาล มทบ.23 ได้ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง (ครั้งที่ 2) ศาลรับไว้ โดยทนายจำเลยขอยื่นคำแถลงคัดค้านคำร้องดังกล่าวในนัดหน้า ศาลจึงยังไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องตามที่ยื่นคำร้องมา โดยขอดูคำคัดค้านของทนายจำเลยก่อน/p pโดยในวันนี้ (22 ส.ค.60) อัยการนำพยานโจทก์ ร.อ.อภินันท์ วันเพ็ชร ผู้บังคับกองร้อยสารวัตร มทบ.23 ซึ่งเป็นผู้ร่วมจับกุมจำเลยกับพวกในวันเกิดเหตุ เข้าตอบคำถามค้านของทนายจำเลย ต่อจากที่เคยเข้าเบิกความตอบโจทก์ไว้ในการสืบพยานนัดแรก เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้การพิจารณาคดีนี้ยังคงเหลือการสืบพยานโจทก์อีก 3 ปาก และพยานจำเลย 3 ปาก โดยนัดต่อไป โจทก์จะนำพยานที่เป็นนักข่าว ซึ่งบันทึกภาพเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ และพนักงานสอบสวนในคดีเข้าเบิกความ ในวันที่ 29 ก.ย.นี้/p pร.อ.อภินันท์ เบิกความตอนหนึ่งว่า การรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 57 คสช. ได้ฉีกรัฐธรรมนูญ 2550 แต่พยานไม่เห็นว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย หรือเป็นกบฎในราชอาณาจักร แต่เป็นการกระทำที่น่าชื่นชมและสนับสนุน จำเลยจึงไม่ควรมาคัดค้าน การกระทำของจำเลยกับพวกที่ไปชูป้าย “คัดค้านรัฐประหาร” นั้น แม้จะเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต แต่เป็นการทำลายประชาธิปไตย สมควรได้รับโทษและปรับทัศนคติ/p pสำหรับบรรยากาศภายในศาล มทบ.23 มีศิลปินและประชาชนทั่วไปเดินทางมารอให้กำลังใจ จตุภัทร์ และร่วมฟังการพิจารณาคดีกว่า 60 คน โดยสารวัตรทหารจัดให้เข้าเยี่ยม ‘ไผ่’ ที่ห้องขังใต้ศาลรอบละ 5 คน และอนุญาตให้เข้าฟังการพิจารณาคดีได้เพียง 15 คน เนื่องจากห้องพิจารณามีขนาดเล็ก ทั้งนี้ มีตัวแทนของคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) เข้าร่วมสังเกตการณ์การพิจารณาคดีด้วย โดย จตุภัทร์มีสีหน้าสดชื่น และนั่งฟังการซักค้านพยานด้วยความสนใจ/p pทั้งนี้ คำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้อง (ครั้งที่ 2) ของโจทก์ ระบุว่า เนื่องจากขณะนี้จำเลยอยู่ระหว่างต้องโทษจำคุกฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยข้อมูลอันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง มีกำหนดโทษ 2 ปี 6 เดือน ตามคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 1945/2560 ของศาลจังหวัดขอนแก่น ยังไม่พ้นโทษ โจทก์จึงมีความประสงค์ขอเพิ่มเติมคำบรรยายฟ้อง และคำขอท้ายฟ้อง เพื่อให้ถูกต้องตรงความเป็นจริง โดยในส่วนของคำขอท้ายฟ้อง โจทก์ได้ขอเพิ่มเติมจากเดิมที่ระบุว่า “กับขอศาลได้โปรดนับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีหมายเลขดำที่ 1370/2559 ของศาลจังหวัดภูเขียว และริบป้ายประท้วงของกลางด้วย” เป็นnbsp;“กับขอศาลได้โปรดนับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีหมายเลขดำที่ 1370/2559 ของศาลจังหวัดภูเขียว และขอศาลได้โปรดนับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกในคดีหมายเลขแดงที่ 1945/2560 ของศาลจังหวัดขอนแก่น และมิให้หักวันคุมขังคดีนี้ออกจากระยะเวลาจำคุกตามคำพิพากษาเนื่องจากทับซ้อนกับวันรับโทษจำคุกในคดีดังกล่าว และริบป้ายประท้วงของกลางด้วย”/p pคำขอท้ายฟ้องที่โจทก์ขอเพิ่มเติมมาในส่วนของการนับโทษนี้ หากศาลอนุญาตจะมีผลให้ กรณีที่ศาล มทบ.23 ลงโทษจำคุกจตุภัทร์ในคดีนี้ จตุภัทร์จะต้องถูกขังต่อจาก 2 ปี 6 เดือน ซึ่งเป็นโทษในคดี 112 ไปอีก โดยไม่หักวันที่ถูกขังตามหมายขังของศาล มทบ.23 ในระหว่างพิจารณา ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ศาลขอนแก่นขังจตุภัทร์ในคดี 112 (นับตั้งแต่วันที่a href="http://www.tlhr2014.com/th/?p=3828"นายประกันขอถอนประกัน/anbsp;คือ วันที่ 27 มี.ค. 60 จนถึงวันที่ศาล มทบ.23 จะมีคำพิพากษา) ซึ่งเท่ากับว่าอัยการทหารต้องการให้จตุภัทร์รับโทษยาวขึ้น ซึ่งทนายจำเลยจะได้ทำคัดค้านยื่นต่อศาลต่อไป/p pก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดขอนแก่นa href="http://www.tlhr2014.com/th/?p=4906"อ่านคำพิพากษาเป็นการลับ/anbsp;พิพากษาให้จตุภัทร์มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมฯ มาตรา 14(3) ลงโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน โดยให้นับโทษต่อจากคดีอาญาหมายเลขดำที่ 61/2559 ของศาล มทบ.23 ตามที่พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นขอไว้ในคำฟ้องเช่นกัน/p pปัจจุบันจตุภัทร์ถูกขังอยู่ที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษจังหวัดขอนแก่น ตามหมายขังระหว่างอุทธรณ์ในคดี 112 ของศาลจังหวัดขอนแก่น, หมายขังระหว่างพิจารณาของศาล มทบ.23 ในคดีชูป้ายคัดค้านรัฐประหารนี้ และหมายขังระหว่างพิจารณาในคดีประชามติของศาลจังหวัดภูเขียว/p div class="note-box" pศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้สรุปคำให้การพยานของnbsp;ร.อ.อภินันท์ ไว้ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่nbsp;a href="http://www.tlhr2014.com/th/?p=4972"http://www.tlhr2014.com/th/?p=4972/a/p /div pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/07/72590" target="_blank"ทหารชี้ ‘ไผ่ ดาวดิน’ ไม่ยอมถูกปรับทัศนคติหลังชูป้าย ‘ค้านรัฐประหาร’ จึงถูกดำเนินคดี/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Rw_FrAH_ZVk" height="1" width="1" alt=""/

'ประยุทธ์' โอดคนไทยไม่เข้าใจ ชี้ต่อให้ตนออกไป นักลงทุนก็ไม่กลับมา เหตุต้นทุนมันสูง

Wed, 23/08/2017 - 15:04
pพล.อ.ประยุทธ์ ชี้คนไทยยังไม่เข้าใจ เหตุนักลงทุนต่างชาติย้ายฐานไปต่างประเทศ เพราะต้นทุนสูงไม่มีนวัตกรรมใหม่ๆ มาแข่ง ระบุต่อให้ตนเองออกไป เขาก็ไม่กลับมา ยันไม่ท้อคะแนนนิยมลดลง แม้ความนิยมเหลือศูนย์ก็จะอยู่ต่อ/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4376/35917008474_054db9225c.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ. 2560 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล (ที่มาเว็บไซต์ทำเนียบฯ)nbsp;/span/p p23 ส.ค. 2560 a href="https://www.matichon.co.th/news/638622"มติชนออนไลน์/aรายงานว่า วันนี้ (23 ส.ค.60)nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลอุตสาหกรรม ประจำปี พ.ศ.2560 ซึ่งจัดโดยกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมกล่าวมอบโอวาทให้ว่า เช้านี้รู้สึกเหนื่อย ก็น่าจะจากการลงไปปฏิบัติภารกิจในต่างจังหวัดตลอด 2 วันมานี้ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็มีงานต่อเนื่องมาหลายวัน แต่เมื่อเจอพวกเราทุกคนก็จะมีแรงฮึดขึ้นมา ซึ่งต้องทำงานกันต่อไป เหนื่อยไม่ได้อยู่แล้ว และยิ่งได้เห็นทุกคนมีรอยยิ้ม ก็ยิ่งดี/p p“เหตุที่นักลงทุนต่างชาติย้ายฐานการลงทุนไปต่างประเทศ คนไทยยังไม่เข้าใจว่าเขาย้ายทำไม กลายเป็นว่ามาว่าผม ถ้าผมไม่อยู่ แล้วเขาจะกลับมาหรือไม่ อ้าว ผมจะไปให้ แต่เขาไม่มาหรอกครับ เพราะต้นทุนมันสูง และการผลิตก็ยังไม่มีนวัตกรรมใหม่ๆ มาแข่งขัน ดังนั้น จึงต้องเปลี่ยนแปลงทางโครงการสร้างทั้งหมด อย่าให้เขามาพูดได้ว่า แม้แต่คนไทยยังไม่ลงทุนเลย ซึ่งเป็นเพราะผมอยู่ ไหนใครบอกว่า ผมอยู่แล้วไม่มีใครมาลงทุน แล้วคิดว่าถ้ามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นนักการเมืองเข้ามา การลงทุนจะดีขึ้นหรือไม่ ผมไม่อยากยุ่งกับการเมือง” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวnbsp;/p divพล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า ทุกหน่วยงานต้องมีธรรมาภิบาล หากมีการร้องเรียนเรื่องการทุจริตเข้ามา ตนจะให้ศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) โดยมีหน่วยงานตรวจสอบของทางราชการให้เข้าไปตรวจสอบทันที ฉะนั้น อย่าทุจริต เพราะเงินมาจากภาษีเป็นเงินของท่าน ตายไปก็เอาไปบาทเดียว ทั้งนี้ ไม่ได้ดูถูกใคร แต่เห็นใจลูกน้องท่าน หากเกิดการทุจริตลูกน้องก็โดนตรวจสอบ เพราะเขาเป็นคนทำเอกสาร/div divnbsp;/div h3span style="color:#0000cd;"ไม่ท้อคะแนนนิยมลดลง แม้ความนิยมเหลือศูนย์ก็จะอยู่ต่อ/span/h3 divขณะที่วานนี้ (22 ส.ค.60) a href="https://news.voicetv.co.th/thailand/517588.html"Voice TV /aรายงานด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าnbsp;ประทับใจการเดินทางลงพื้นที่ จ.นคาราชสีมา ทั้งเรื่องคน อาหาร สถานที่ และหายเหนื่อยเมื่อได้เจอประชาชน พร้อมชี้แจง เรื่องที่พูดกฎหมายห้ามมีกิ๊ก ว่าเป็นการพูดเล่น เพือไม่ให้ประชาชนที่มาฟังปราศรัยง่วง เพราะเป็นคนตลก ชอบสร้างความสนุก ขู่พ่อบ้านเล่น แต่สื่อกลับไปเสนอข่าวที่จริงจังnbsp;/div pพล.อ.ประยุทธ์ ยังระบุ ว่าไม่ต้องเอาผลสำรวจความนิยมมาชี้วัด เพราะอย่างไรก็ไม่ท้อแท้ แม้จะเหลือศูนย์ก็จะอยู่ต่อตามกฎหมายnbsp;/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/R2chFLOK1xI" height="1" width="1" alt=""/

'เอ็มพาวเวอร์' ขอรัฐยุติล่อซื้อชี้กระทบสิทธิ หลัง จนท.บุกจับกุม พนง.บริการที่นนทบุรี

Wed, 23/08/2017 - 14:11
pมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ ออกแถลงการณ์ปม จนท.บุกทลายเพื่wbrอได้จับผู้หญิงเอาผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้wbrาประเวณีnbsp;ที่โรงแรมศรีสุข จ.นนทบุรี ขอรัฐยุติการล่wbrอซื้อโดยทันที ทบทวน ก.ม.ดังกล่าว ไม่ให้พนักงานบริการมีความผิดnbsp;/wbr/wbr/wbr/p p!--break--!--break--/p p23 ส.ค.2560 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ว่า 21 ส.ค.60 มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ ออกแถลงการณ์ต่อกรณีที่wbrเจ้าหน้าที่บุกจับกุมwbrพนักงานบริการ สืบเนื่องจากวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา การบุกทลายเพื่wbrอได้จับผู้หญิงเอาผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้wbrาประเวณี ที่โรงแรมศรีสุข จ.นนทบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเป็นการปฏิwbrบัติการที่ร่วมมือกันของส่wbrวนกำกับสืบสวนและปราบปราม กรมการปกครอง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงwbrของมนุษย์ จ.นนทบุรี เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการ จ.นนทบุรี กอ.รมน.จ.นนทบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ อส.ตำรวจ ทหาร กว่าnbsp;50nbsp;นาย เพื่อเข้าจับกุมหญิงสาวnbsp;22nbsp;คน นั้น/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ ระบุว่าการล่อซื้อและจับกุมดังกล่าwbrวเป็นประเด็นที่ที่มีความห่วงใยwbrในด้านสิทธิมนุษยชนกันมาอย่างช้wbrานาน ด้วยเหตุที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้nbsp;wbrโดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่wbrเกี่ยวข้องยุติการล่wbrอซื้อโดยทันทีnbsp;ยุติการใช้กำลังรุนแwbrรงบุกทลาย ในการตรวจสถานบริการnbsp;แก้ไขทำให้wbrไม่มีการรีดไถต่อไป บังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานwbrกับพนักงานบริการ และnbsp;ให้มีการทบทวน พ.ร.บ.ปรามค้าประเวณี ไม่ให้พนักงานบริการมีความผิดnbsp;/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pรายละเอียดแถลงการณ์ :nbsp;/p div class="note-box" h3 align="center"span style="color:#0000cd;"พนักงานบริการ ทวงถามให้รัฐบาลปฏิบัติตามอนุสัญญา CEDAW/span/h3 pวันที่ 21 สิงหาคม 2560/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; ในกลางดึกของวันที่ 19 สิงหาคม 2560 มีการบุกทลายเพื่อได้จับผู้หญิงเอาผิดตาม emพระราชบัญญัติ/emป้องกันและปราบปรามการemค้าประเวณีที่/emโรงแรมศรีสุข จังหวัดนนทบุรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเป็นการปฏิบัติการที่ร่วมมือกันของส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม กรมการปกครอง กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนนทบุรี เจ้าพนักงานปกครองชำนาญการจังหวัดนนทบุรีnbsp; กอ.รมน.จ.นนทบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ อส. ตำรวจ ทหาร กว่า 50 นาย เพื่อเข้าจับกุมหญิงสาว 22 คน strongemข้อมูลที่สื่อรายงานยังระบุอีกว่านี่เป็นการปฏิบัติการการล่อซื้อก่อนมีการจับกุม/em/strong/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; กฎหมายได้จำกัดปฏิบัติการการล่อซื้อไว้อย่างชัดเจน ระบุตามประมวลกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา พ.2477 มาตรา 226 ระบุไว้ว่าstrongemพยานวัตถุ พยานเอกสาร หรือพยานบุคคลซึ่งน่า จะพิสูจน์ได้ว่าจำเลยมีผิดหรือบริสุทธิ์ ให้อ้างเป็นพยานหลักฐานได้ แต่ต้องเป็นพยานชนิดที่มิได้เกิดขึ้นจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวงหรือโดยมิชอบประการอื่น/em/strong/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; การล่อซื้อพนักงานบริการเป็นประเด็นห่วงใยด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยมานาน ตั้งแต่ก่อน 2546br /ปี 2559 พนักงานบริการสมาชิกมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ ได้ร้องขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม) a href="#_ftn1" name="_ftnref1" title=""[1]/aตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนจากการล่อซื้อ nbsp;กสม.นำโดยคุณ อังคณา นีละไพจิตร ได้ทำการตรวจสอบnbsp; ระหว่างที่มีการตรวจสอบนั้นก็มีการล่อซื้อ บุกทลาย กวาดจับพนักงานบริการที่สถานประกอบการ ‘นาตารี อาบ อบ นวด’nbsp; ซึ่งกสม.โดยคุณ อังคณา นีละไพจิตร ได้มีการตรวจสอบการปฏิบัติต่อพยานและเหยื่อจากการล่อซื้อและบุกทลายสถานประกอบการนาตารีbr /nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีได้ลงนามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (CEDAW) และมีผลบังคับใช้กับประเทศไทย nbsp;มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ ได้ส่งรายงานเงาa href="#_ftn2" name="_ftnref2" title=""[2]/a ต่อคณะกรรมการ CEDAW ในรายงานของเราได้ระบุการล่อซื้อและความรุนแรงที่เกิดจาการบุกทลายซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ห่วงใยประเด็นหนึ่งของผู้หญิงในประเทศไทย/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; คณะกรรมการ CEDAW ได้ถามคำถามต่อรัฐบาลไทย ซึ่งรัฐไทยได้นำเสนอรายงาน CEDAW เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา strongemคณะกรรมการ /em/strongstrongemCEDAW ได้แสดงความห่วงใยการใช้การล่อซื้อและการบุกทลายซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิผู้หญิงที่ทำงานเป็นพนักงานบริการในประเทศไทย/em/strong/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; ในครั้งนี้มีตัวแทนรัฐบาล 31ท่านที่ได้เดินทางไปตอบคำถามของคณะกรรมการnbsp; CEDAW นำโดยรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์nbsp; ปลัดกระทรวงมหาดไทยnbsp; เมื่อมีการถามเรื่องการล่อซื้อและการบุกทลาย ตัวแทนรัฐบาลไทยได้ตอบคำถาม นำโดยพล.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง ผู้บัญชาการสำนักยุทธศาสตร์ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผบช.สยศ.ตร.)nbsp; ว่าstrongem“เรื่องกรณี ล่อซื้อ ปฏิบัติการนี้ เราใคร่ขอยืนยันให้ความมั่นใจว่าคณะกรรมการฝ่ายยุทธการตำรวจไม่เคยมี นโยบายปฏิบัติการเช่นนี้เลย และไม่สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติใช้วิธีนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย ยินดีรับฟังข้อมูลหรือการร้องเรียนจากทุก ๆ คนเกี่ยวกับการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง และพร้อมเสมอที่จะทำการสอบสวนเอาผิดต่อเจ้าหน้าที่เหล่านั้น “a href="#_ftn3" name="_ftnref3" title=""supstrongsup[3]/sup/strong/sup/a/em/strong/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; คณะกรรมการ CEDAW ได้ส่งข้อสรุปและสังเกตจากการรายงานของรัฐบาลไทยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา a href="#_ftn4" name="_ftnref4" title=""[4]/a ซึ่งคณะกรรมการ CEDAW ได้แสดงความเห็นเน้นย้ำไปถึงผลกระทบด้านลบต่อสิทธิมนุษยชนของผู้หญิงจากกฎหมายemพระราชบัญญัติ/emป้องกันและปราบปรามการemค้าประเวณีและการปฏิบัติการของเจ้าพนักงานของรัฐที่บังคับใช้กฎหมายโดยเฉพาะการล่อซื้อและบุกทลายสถานบริการ /emประเด็นข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการ emCEDAW/em a href="#_ftn5" name="_ftnref5" title=""supemsup[5]/sup/em/sup/a มีว่า/p p style="margin-left:36.0pt;"strong“/strongstrongemข้อ /em/strongstrong26/strongstrongem./em/strongstrongnbsp;emคณะกรรมการกังวล/em….em คณะกรรมการยังมีข้อสังเกตด้วยความกังวลด้วยว่า พนักงานบริการหญิงมักถูกสันนิษฐานว่ากระทำความผิดฐานค้าประเวณีตามพระราชบัญญัตินี้และถูกจับกุมและปฏิบัติอย่างดูหมิ่น ในการใช้กำลังรุนแรงบุกเข้าตรวจค้นสถานบริการ และตกเป็นเป้าการล่อซื้อของตำรวจ คณะกรรมการยังกังวลอีกกับรายงานที่ว่า มีเจ้าหน้าที่ร่วมมือกับการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากผู้หญิง /em…..em“/em/strong/p p style="margin-left:36.0pt;"strongemข้อ /em/strongstrong27/strongstrongem./em/strongstrongnbsp;emคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญเสนอแนะต่อรัฐไทย/em…/strong/p p style="margin-left:36.0pt;"strongemnbsp;(/em/strongstrongd/strongstrongem)/em/strongstrongnbsp;emยุติการใช้กำลังรุนแรงในการตรวจค้นสถานบริการโดย ยุติการล่อซื้อ และการรีดไถทันที nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;ให้นำตัวเจ้าหน้าที่ดำรวจที่เกี่ยวข้องกับการกระทำเหล่านั้นมาลงโทษ/em/strong/p p style="margin-left:36.0pt;"strongemnbsp;(/em/strongstrongf/strongstrongem)/em/strongstrongnbsp;emประกันว่าจะมีการบังคับใช้กฎหมายแรงงานและสวัสดิการสังคมกับสถานบันเทิงทุกแห่ง โดยเฉพาะสำหรับผู้หญิงที่เป็นพนักงานของสถานบริการที่จดทะเบียนตามกฎหมาย/em/strong/p pnbsp;/p pstrongnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; เครือข่ายผู้หญิงและผู้หญิงเพศหลากหลายในประเทศไทยที่ติดตามการปฏิบัติตามอนุสัญญา/strong CEDAW ซึ่งมูลนิธิnbsp; เอ็มพาวเวอร์ และพนักงานบริการ รู้สึกยินดีที่ตัวแทนรัฐบาลไทยได้ให้หลักประกันอย่างจริงใจต่อคณะกรรมการ CEDAW ว่ารัฐไทยไม่เคยมีนโยบายการล่อซื้อ ฯ และการที่คณะกรรมการ CEDAW ให้ความสำคัญและแนะให้รัฐไทยตระหนักว่าพนักงานบริการมีสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายแรงงานเท่าเทียมกับผู้หญิงที่ทำงานในอาชีพnbsp; อื่น ๆ/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; เมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา strongน/strongstrong./strongstrongส/strongstrong./strongstrongไหม/strong strongจันตา/strong ตัวแทนจากมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ ได้ร่วมแถลงข่าวที่สถานทูตเนเธอร์แลนด์nbsp; กับเครือข่ายผู้หญิงและผู้หญิงเพศหลากหลายในประเทศไทยที่ติดตาม CEDAW nbsp;ไหมได้แสดงออกถึงความรู้สึกเราเข้าถึงความยุติธรรม ของสังคมและความโล่งใจที่พนักงานบริการในประเทศไทยได้รู้ว่า คณะกรรมการ CEDAW ได้เสนอให้รัฐบาลยุติการล่อซื้อและบุกทลายโดยทันที ไหมกล่าวว่า em“ไม่ว่าการค้าประเวณีจะมีความผิดหรือไม่ก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า เจ้าหน้าที่รัฐหรือใครจะ สามารถกระทำการหรือเลือกปฏิบัติกับพนักงานบริการยังไงก็ได้ /ememเจ้าหน้าที่ต้อง/ememปฏิบัติตามกฎหมาย เราเป็นผู้หญิงที่ทำงาน เราเป็นแม่และเป็นหัวหน้าครอบครัว เราสมควรได้รับสิทธิที่จะได้ความคุ้มครองตามกระบวนของกฎหมายอย่างเป็นธรรม/ememเราต้อง/ememได้รับการปฏิบัติโดยการคำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์/emem “/em/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; ผ่านมาแค่สามวัน ความรู้สึกที่เรายินดีก็กลับกลายเป็นความผิดหวังและสับสนแทน เราสับสนว่าทำไมการล่อซื้อและบุกทลายได้เกิดขึ้นnbsp; หลังจากไม่กี่อาทิตย์ที่ตัวแทนรัฐบาลไทยให้คำมั่นสัญญาต่อคณะกรรมการ CEDAW ว่า ไทยไม่มีนโยบายการล่อซื้อ บุกทลาย nbsp;และไม่สนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้วิธีการนี้ ? nbsp;ซึ่งยังคงเกิดการล่อซื้อและบุกทลายโดยไม่คำนึงถึงการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของเรา เจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ยังคงไม่ให้การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามที่ได้ให้คำสัญญากับคณะกรรมการ CEDAW ไว้/p pnbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; เราเรียกร้องให้รัฐบาลไทย โดยเฉพาะกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้กลับไปดูคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้ต่อคณะกรรมการ CEDAW nbsp;nbsp;nbsp;ณ กรุงเจนีวา และให้ปฏิบัติตามข้อผูกพัน โดยเฉพาะที่ต้องทำตามข้อเสนอแนะ คือbr /nbsp;/p p1.nbsp;nbsp;nbsp; strongยุติการล่อซื้อ โดยทันที/strong/p p2.nbsp;nbsp;nbsp; strongยุติการใช้กำลังรุนแรงบุกทลาย ในการตรวจสถานบริการ /strong/p p3.nbsp;nbsp;nbsp; strongแก้ไขทำให้ไม่มีการรีดไถต่อไป/strong/p p4.nbsp;nbsp;nbsp; strongบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานกับพนักงานบริการ /strong/p p5.nbsp;nbsp;nbsp; strongให้มีการทบทวน พ.ร.บ. ปรามค้าประเวณี ไม่ให้พนักงานบริการมีความผิด/strong/p p style="margin-left:36.0pt;"nbsp;/p p style="text-align: right;"มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์/p p align="right"nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; 322 เชียงใหม่แลนด์/p p align="right"nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; ถ.ช้างคลาน อ.เมือง/p p align="right"จ.เชียงใหม่ 50100/p p align="right"nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp; nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;nbsp;โทรศัพท์:แฟกซ์: 053-282504Email cm.empowerfoundation.org/p div pnbsp;/p hr align="left" size="1" width="33%" / div id="ftn1" pa href="#_ftnref1" name="_ftn1" title=""[1]/a คำร้องการตรวจสอบหมายเลข 352/2559/p /div div id="ftn2" pa href="#_ftnref2" name="_ftn2" title=""[2]/a แรงงานเงาของมูลนิธิEmpower ต่อ CEDAW มิถุนายน 2560 nbsp;June 2017 http://tbinternet.ohchr.org/_layouts/treatybodyexternal/Download.aspx?symbolno=INT%2fCEDAW%2fNGO%2fTHA%2f27511amp;Lang=en/p /div div id="ftn3" pa href="#_ftnref3" name="_ftn3" title=""[3]/a a href="http://webtv.un.org/search/consideration-of-thailand-contd-1505th-meeting-67th-session-committee-on-elimination-of-discrimination-against-women/5493644368001/?term=thailand"http://webtv.un.org/search/consideration-of-thailand-contd-1505th-meeting-67th-session-committee-on-elimination-of-discrimination-against-women/5493644368001/?term=thailand/a/p /div div id="ftn4" pa href="#_ftnref4" name="_ftn4" title=""[4]/a CEDAW Concluding Observations Thailand http://tbinternet.ohchr.org/_layouts/treatybodyexternal/Download.aspx?symbolno=CEDAW%2fC%2fTHA%2fCO%2f6-7amp;Lang=en/p /div div id="ftn5" pnbsp;/p /div /div /div pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/2EaQ6TL-BJc" height="1" width="1" alt=""/

ยังไม่ลด ผู้ประกันตนว่างงาน ก.ค. 2560 สูงสุดในรอบ 11 เดือน

Wed, 23/08/2017 - 13:05
pเดือน ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา ผู้ประกันตนที่ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในระบบประกันสังคมพุ่ง 156,791 คน สูงที่สุดในปีนี้และสูงที่สุดตั้งแต่เดือน ก.ย. 2559/p p!--break--!--break--/p p23 ส.ค. 2560 สำนักเศรษฐกิจการแรงงานเปิดเผยตัวเลข a href="http://warning.mol.go.th/upload/7.NewlabourEcojuly2017.pdfThumbnails_2017-08-18_11-25-51.pdf"เศรษฐกิจแรงงาน ประจำเดือน ก.ค. 2560/a พบในด้านสถานการณ์การจ้างงานจากข้อมูล ณ เดือน ก.ค. 2560 มีลูกจ้างที่มีนายจ้างในระบบประกันสังคม (ม.33) จำนวน 10,653,972 คน มีอัตราการขยายตัว 2.54% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา (เดือน ก.ค. 2559) ซึ่งมีจำนวน 10,389,934 คน หากพิจารณาอัตราการเปลี่ยนแปลง (YoY) ของเดือน ก.ค. 2560 เทียบกับ เดือน มิ.ย. 2560 พบว่าในเดือน ก.ค. 2560 มีอัตราการขยายตัว (YoY) อยู่ที่ 2.54% ขยายตัวจากเดือน มิ.ย. 2560 (YoY) ซึ่งอยู่ที่ 2.16% สถานการณ์การจ้างงานขยายตัวมากกว่า 1% จึงถือว่าสถานการณ์การจ้างงานอยู่ในภาวะปกติ/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm5.staticflickr.com/4436/36703053126_bb68fff34d_o_d.png" style="width: 580px; height: 297px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm5.staticflickr.com/4413/36703052706_4701fa63fa_o_d.png" style="width: 580px; height: 359px;" //p pด้านสถานการณ์การว่างงาน จากข้อมูล ณ เดือน ก.ค. 2560 มีผู้ว่างงานจำนวน 156,791 คน มีอัตราการขยายตัว (YoY) อยู่ที่ 2.04% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว (เดือน ก.ค.2559) ซึ่งมีจำนวน 153,661 คน และเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (มิ.ย. 2560) พบว่ามีจำนวน 156,587 คน โดยมีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ 0.13% (MoM) ทั้งนี้จากข้อมูลอัตราการว่างงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เดือน ก.ค. 2560 อยู่ที่ 1.2% มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับอัตราการว่างงานของเดือน มิ.ย. ซึ่งอยู่ที่ 1.1% นอกจากนี้ยังพบว่า เดือน ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา ผู้ประกันตนที่ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในระบบประกันสังคมยังสูงที่สุดตั้งแต่เดือน ก.ย. 2559 หรือสูงสุดในรอบ 11 เดือน/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm5.staticflickr.com/4333/36703053986_4067dcedae_o_d.png" style="width: 580px; height: 346px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm5.staticflickr.com/4414/36703053476_f45beaeeec_o_d.png" style="width: 580px; height: 305px;" //p pสถานการณ์การเลิกจ้าง อัตราการเลิกจ้างลูกจ้างในระบบประกันสังคมมาตรา 33 คิดจากจำนวนผู้ประกันตนที่สำนักงานประกันสังคมจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสาเหตุเลิกจ้าง ต่อจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 เดือน ก.ค. 2560 ผู้ประกันตนที่สำนักงานประกันสังคมจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสาเหตุเลิกจ้างมีจำนวนทั้งสิ้น 21,100 คน คิดเป็นร้อยละ 0.20 เท่ากับเดือน มิ.ย. 2560 ที่ร้อยละ 0.20 และลดลงจากปีที่แล้วที่ร้อยละ 0.27/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/jymGck4NtFo" height="1" width="1" alt=""/

ฎีกายืนประหาร 4 จำเลย คดี M79 ลงที่ชุมนุม กปปส.หน้าบิ๊กซี รับสารภาพเหลือคุกตลอดชีวิต

Wed, 23/08/2017 - 01:52
!--break--!--break-- pnbsp;/p p style="text-align: center;"img alt="" src="http://farm4.staticflickr.com/3708/12717256873_258a7f7946_z.jpg" style="width: 500px; height: 373px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ที่มาของภาพ: เพจ Police Spokesmen/span/p p style="text-align: center;"nbsp;/p p23 ส.ค.2560 nbsp;จากเมื่อวันที่nbsp;4 ก.ย.58 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาคดีใช้เครื่องยิงกระสุนระเบิด M79 ลงที่หน้าห้าง Big C ราชดำริ เมื่อ 17.00 น. วันที่ 23 ก.พ.57 ในขณะที่มีการชุมนุมของ กปปส. แรงระเบิดส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บสาหัส 9 ราย บาดเจ็บ 12 ราย และทรัพย์สินเสียหาย คดีนี้มีจำเลย 4 คนคือ ชัชวาล(ชัช) ปราบบำรุง (จำเลยที่ 1), สมศรี (เยอะ) มาฤทธิ์ (จำเลยที่ 2), สุนทร (ทร) ผิผ่วนนอก (จำเลยที่ 3) และทวีชัย (วี) วิชาคำ (จำเลยที่ 4) ซึ่งตำรวจจับกุมเมื่อวันที่ 15 ก.ค. 57 ซึ่งถูกควบคุมตัวโดยทหารอยู่ก่อนที่กองพันสารวัตรทหารที่ 11 และยึดรถกระบะ 3 คัน ศาลตัดสินประหารชีวิต แต่รับสารภาพชั้นสอบสวนลดโทษจำคุกตลอดชีวิตnbsp;ในความผิดต่อชีวิตฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน , ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, ทำร้ายร่างกาย, พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490 และความผิด ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งจำเลยทั้ง 4 คน อุทธรณ์คำพิพากษา และต่อมา 27 ก.ค.59 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำคุกตลอดชีวิตตามศาลชั้นต้น/p pล่าสุดวานนี้ (22 ส.ค.60) a href="http://www.tlhr2014.com/th/?p=4959"ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน/a รายงานว่าnbsp;ศาลอาญากรุงเทพใต้มีนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาคดีดังกล่าว โดยศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ประหารชีวิตจำเลยทั้ง 4 แต่เนื่องจากรับสารภาพในชั้นสอบสวนเหลือโทษจำคุกตลอดชีวิต/p pไทยรัฐออนไลน์ รายงานด้วยว่าnbsp;ภาวิณี ชุมศรี ทนายความของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ดูแลคดีให้จำเลย เปิดเผยว่า คำพิพากษาของศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามา จึงพิพากษายืนให้จำคุกไว้ตลอดชีวิต ซึ่งจำเลยทั้งหมดต้องรับโทษตามคำพิพากษาที่ให้จำคุกตลอดชีวิต ขณะที่ตลอดเวลาการพิจารณา ตั้งแต่ศาลชั้นต้น จำเลยทั้ง 4 ไม่ได้รับการประกันตัวแต่อย่างใด/p pนอกจากนี้ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้nbsp;สรุปความคำพิพากษาศาลฎีกา ไว้ดังนี้nbsp;/p div class="note-box" pตามที่จำเลยอุทธรณ์ประเด็นที่โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากคดีนี้อยู่ในอำนาจสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตามมติคณะกรรมการคดีพิเศษให้คดีความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษ กรณี สุเทพ เทือกสุบรรณ กับพวกถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญาสืบเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่กรุงเทพฯ และบางจังหวัดรวมถึงบุคคลอื่นที่มีส่วนในการกระทำความผิดด้วยและความผิดที่ต่อเนื่องหรือเกี่ยวพันกัน แต่การกระทำความผิดของจำเลยทั้ง 4 เป็นการกระทำต่อผู้ชุมนุม กปปส. ไม่ได้เป็นการกระทำความผิดร่วมกับสุเทพ เทือกสุบรรณหรือพวกในการก่อเหตุ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีนี้ ประเด็นที่จำเลยฎีกาจึงฟังไม่ขึ้น/p pประเด็นที่จำเลยกล่าวอ้างว่าระหว่างที่อยู่ในการควบคุมตัวของทหารตามกฎอัยการศึกเป็นเวลา 7 วัน มีการทำร้ายร่างกายเพื่อให้สารภาพ ศาลเห็นว่าเป็นเพียงการกล่าวอ้างลอยๆ เท่านั้น และในตอนที่ถูกส่งต่อให้ตำรวจก็ไม่มีการแจ้งต้องพนักงานาอบสวนในเรื่องนี้ อีกทั้งจำเลยที่ 1 ที่เข้าร่วมชุมนุมเรียกร้องกับกลุ่ม นปช. น่าจะเข้าใจเรื่องสิทธิเสรีภาพเป็นอย่างดีแต่เมื่อมีการนำตัวมาแถลงข่าวและทำแผนก็ไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ และหากมีการทำร้ายร่างกายจำเลยทั้ง 4 จริงวันแถลงข่าวและทำแผนก็น่าจะปรากฏร่องรอยอยู่บ้าง นอกจากนั้นในคำให้การของ นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กสม. ที่เข้าตรวจจำเลยทั้ง 4 ในเรือนจำ ก็ไม่ได้มีการตรวจพบบาดแผลและตามที่จำเลยอ้างถึงเอกสารการประชุม กสม. ก็ไม่ปรากฏว่ามีการพูดถึงกรณีของจำเลยทั้ง 4 คน/p pอีกทั้งในการแถลงข่าวและทำแผนประกอบคำรับสารภาพก็เป็นโอกาสที่จำเลยทั้ง 4 จะได้ชี้แจงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างการควบคุมตัว ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้เบิกความว่าตนเคยเข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่ม นปช.น่าจะเข้าใจเรื่องสิทธิเสรีภาพเป็นอย่างดีจึงน่าจะมีการให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ และในวันดังกล่าวจำเลยทั้ง 4 ก็ยังไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพและขอขมาต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตด้วย และหากมีการทำร้ายร่างกายจริงก็ต้องปรากฏร่องรอยบาดแผลหลงเหลืออยู่ให้เห็นในระหว่างการแถลงข่าว/p pจำเลยอ้างว่าเมื่อถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวนแล้วในระหว่างการสอบปากคำไม่มีผู้ที่ไว้วางใจและทนายความ ในเอกสารสอบปากคำจำเลยได้ปรากฏลายมือชื่อของทนายความและยังมีเอกสารรับรองของทนายความที่เข้าร่วมการฟังสอบปากคำมาด้วย อีกทั้งพนักงานสอบสวนที่ทำการสอบปากคำพยานจำเลยยังมาเบิกความยืนยันอีกด้วยว่ามีการให้ทนายความเข้าร่วมฟังการสอบปากคำด้วย ศาลจึงเห็นว่าพนักงานสอบสวนคงไม่นำผู้ที่ไม่ได้เป็นทนายมาเข้าร่วมฟังการสอบสวน/p pศาลฎีกาจึงพิจารณาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ คือ ตัดสินประหารชีวิตในข้อหาร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และพกพาอาวุธไปที่สาธารณะลง 2 ปี แต่การสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษ 1 ใน 3 ในข้อหาร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนลงโทษคงเหลือจำคุกตลอดชีวิต และพกพาอาวุธคงเหลือจำคุก 1 ปี 4 เดือน เมื่อรวมโทษแล้วศาลให้ลงโทษเพียงสถานเดียวคือจำคุกตลอดชีวิตเท่านั้น และศาลสั่งให้ริบเครื่องยิงกระสุนระเบิด M79 และเครื่องกระสุนไว้เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุส่วนรถยนต์ทั้ง 3 คันเป็นเพียงพาหนะที่ใช้อำนวยความสะดวกในการกระทำความผิดจึงไม่สามารถริบได้ ให้คืนเจ้าของ/p pคดีนี้จำเลยทั้ง 4 คนในคดีนี้ถูกจับกุมเมื่อวันที่ 6-8 ก.ค.57 โดยทหารและใช้อำนาจควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก พวกเขาทั้ง4คน ถูกนำตัวไปสอบสวนในค่ายทหาร โดยไม่มีโอกาสได้ติดต่อญาติหรือทนายความ จึงไม่มีใครทราบสถานที่ควบคุมตัวเป็นเวลา8-9 วัน ซึ่งหมายความว่าพวกเขาอยู่ในการควบคุมตัวของทหารเกินระยะเวลาที่กฎอัยการศึกได้อนุญาตไว้ ก่อนถูกส่งตัวเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พวกเขาถูกกล่าวหาตามพฤติการณ์และข้อหาตามที่กล่าวถึงข้างต้น ภายหลังทนายความสามารถเข้าถึงได้จึงได้รับการร้องเรียนจากจำเลยว่าพวกตนถูกซ้อมทรมานระหว่างการสอบสวนของทหาร (อ่านประมวลคดีนี้ได้nbsp;a href="https://tlhr2014.wordpress.com/2015/09/03/weapon_m79_bigc/"ที่นี่/a)/p pศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อวันที่ 5 ก.ย. 58 ให้ตัดสินประหารชีวิตในข้อหาร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และพกพาอาวุธไปที่สาธารณะลง 2 ปี แต่การสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา จึงลดโทษ 1 ใน 3 ในข้อหาร่วมกันฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนลงโทษคงเหลือจำคุกตลอดชีวิต และพกพาอาวุธคงเหลือจำคุก 1 ปี 4 เดือน เมื่อรวมโทษแล้วศาลให้ลงโทษเพียงสถานเดียวคือจำคุกตลอดชีวิตเท่านั้น และศาลสั่งให้ริบเครื่องยิงกระสุนระเบิด M79 และเครื่องกระสุนไว้เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุส่วนรถยนต์ทั้ง 3 คันเป็นเพียงพาหนะที่ใช้อำนวยความสะดวกในการกระทำความผิดจึงไม่สามารถริบได้ ให้คืนเจ้าของ (อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นได้nbsp;a href="https://tlhr2014.wordpress.com/2015/09/04/weapon_m79_bigc-judge/"ที่นี่/a)/p pภายหลังศาลชั้นต้นพิพากษาจำเลยทั้งสี่ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดีในประเด็นว่าพวกตนไม่ได้ร่วมกันกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา และพวกตนถูกทำร้ายร่างกายระหว่างการสอบสวนภายในค่ายทหารระหว่างถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึกและถูกบังคับให้สารภาพและไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพด้วย ทั้งนี้ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณายืนตามศาลชั้นต้น (อ่านสรุปคำพิพากษาอุทธรณ์ได้nbsp;a href="http://www.tlhr2014.com/th/?p=1319"ที่นี่/a)/p /div pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2016/07/67108" target="_blank"ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุกตลอดชีวิตคดียิง M79 ที่ชุมนุม กปปส. หน้าบิ๊กซี/a /div div class="field-item even" a href="/journal/2015/09/61210" target="_blank"พิพากษาประหาร 4 คนคดี M79 หน้าบิ๊กซี รับสารภาพเหลือจำคุกตลอดชีวิต/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/PVSZGSIvIWI" height="1" width="1" alt=""/

ประยุทธ์แจ้ง ก.ม.ห้ามมีกิ๊ก แค่พูดเล่นกับ ปชช. ย้ำเป็นคนตลก ไม่อยากให้คนที่มาฟังง่วง

Tue, 22/08/2017 - 18:35
pพล.อ.ประยุทธ์ แจงปม ก.ม.ห้ามมีกิ๊ก เป็นการพูดเล่น เพื่อให้ประชาชนผ่อนคลาย ย้ำเป็นคนตลก ไม่อยากให้คนที่มาฟังง่วง ส่วนพูดกับกบนั้น เพียงต้องการเปรียบเทียบกับนิทาน เรื่องเจ้าชายกบ ขอสื่ออย่าสนใจ/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4393/35898477944_0042c8981f.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ภาพ พล.อ.ประยุทธ์ ขณะเยี่ยมชมกิจกรรมนโยบายของรัฐบาลและพบปะประชาชน ณ ศูนย์การเรียนรู้และขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง บ้านหนองขี้เหล็ก หมู่ที่ 4 ต.วังหิน อ.โนนแดง จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา (ภาพจาก เว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล)/span/p p22 ส.ค.2560 จากกรณีวานนี้ (21 ส.ค.2560)nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวขณะลงพื้นที่เพื่อพบปะกับประชาชนในจ.นครราชสีมา ตอนหนึ่งว่าnbsp;ใครผัวทิ้งมาบอกตน เรื่องนี้ผิดกฎหมายไม่ได้ กฎหมายให้มีเมียเดียว จะมีกิ๊กก็ไม่ได้ กฎหมายกำลังออก (a href="https://prachatai.com/journal/2017/08/72918"อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม/a) นั้นnbsp;/p pล่าสุดวันนี้ (22 ส.ค.60) พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ถึงกรณีดังกล่าว ว่า เป็นการพูดเล่น เพื่อให้ประชาชนผ่อนคลายในระหว่างที่ตนเองได้มอบนโยบายกับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งใช้เวลานาน เพราะปกติตนเองเป็นคนอารมณ์ดี สนุกสนาน/p p"ผมเป็นคนตลก ไม่อยากให้คนที่มาฟังง่วง" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว/p pพล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวด้วยว่า ยังมีเรื่องที่ตนเองพูดกับกบนั้น ตนเองเพียงต้องการเปรียบเทียบกับนิทาน เรื่องเจ้าชายกบ ดังนั้น จึงขอให้สื่อฯ อย่าสนใจแต่เพียงเรื่องที่ตนเองไม่ได้พูดจริงจัง เป็นเพียงการพูดหยอกล้อ แต่ขอให้ไปสนใจประเด็นที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์กับประเทศมากกว่า และการที่มีบางสื่อฯ ระบุว่าจะไม่มาทำข่าวการลงพื้นที่ของตนเองนั้น ก็ไม่ได้ทำให้ตนเองไม่พอใจ และย้ำว่าการลงพื้นที่ก็ทำเพื่อสาธารณะ และสิ่งที่ต้องการให้สื่อนำเสนอ ไม่ใช่การชมรัฐบาล แต่ต้องการให้สื่อลงมาเห็นว่า รัฐบาลได้ทำอะไรไปเพื่อประชาชนแล้วบ้า/p pที่มา :nbsp;a href="http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=146684amp;t=news"TNN Thailand 24 Hours/anbsp;และ a href="https://news.voicetv.co.th/thailand/517564.html"Voice TV/a/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/08/72918" target="_blank"ประยุทธ์เผยเตรียมคลอดกฎหมายห้ามมีกิ๊ก ขออย่าไล่เพราะยังไม่ไป/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/ti3iAHKgTyc" height="1" width="1" alt=""/

รพ.มเหสักข์แจ้งไม่รับสิทธิบัตรทอง กระทบ ปชช.นับแสน ลุ้นย้ายหน่วยบริการ

Tue, 22/08/2017 - 18:03
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4380/36593331181_8bf7d64286.jpg" //p p22 ส.ค.2560 มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค รายงานว่า การเตรียมออกนอกระบบของ รพ.มเหสัwbrกข์ ทำให้กระทบกับประชาชนที่ใช้สิwbrทธิบัตรทอง กว่าแสนราย จากการสอบถามผู้ใช้สิทธิwbrบางรายแจ้งว่า ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่wbrโรงพยาบาลได้แจ้งให้ผู้ป่วยที่wbrเข้าไปรักษาหรือไปพบแพทย์wbrตามใบนัด จะถูกแจ้งให้หาโรงพยาบาลเพื่อย้wbrายสิทธิไปรักษาnbsp;สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 13 เร่งประสานโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครให้เป็นหน่wbrวยรับช่วงต่อ ซึ่งทาง รพ.มเหสักข์ จะให้บริwbrการไปถึง 30 ก.ย. นี้nbsp; ช่วงระหว่างรอเปลี่ยนโรงพยาบาลผู้ป่วยสามารถใช้สิทธิได้ที่โรงพยาบาลwbrเดิมไปก่อน/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4368/35923092083_74d3d2cd6b.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"สุวรรณา ธนบุญสมบัติ ผู้ประสานงานศูนย์รับเรื่องร้wbrองเรียนเขตป้อมปราบ-พระนคร/wbr/span/p pสุวรรณา ธนบุญสมบัติ ผู้ประสานงานศูนย์รับเรื่องร้wbrองเรียนเขตป้อมปราบ-พระนคร กล่าวถึงปัญหาที่ได้รับเรื่องร้wbrองเรียนในชุมชนว่า ตอนนี้ รพ.มเหสักข์ได้ส่งจดหมายถึwbrงชาวบ้านที่ใช้สิทธิบัwbrตรทองใน รพ. เพื่อแจ้wbrงการลาออกโครงการบัตรทอง ทำให้ชาวบ้านหลายรายวิตกกัwbrงวลเรื่องไม่มีที่รองรับการใช้wbrสิทธิบัตรทอง จึงรีบหารพ.เพื่อย้ายสิทธิเอง และเกรงว่าหากให้สปสช.ดำเนิwbrนการจัดสรรจะได้รพ.ที่อยู่ไกลที่wbrพักอาศัยเดินทางลำบาก/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p“ชาวบ้านกังวลมากหากแจ้งย้ายสิwbrทธิช้าจะทำให้ได้รพ.ที่ไกลบ้wbrานเดินทางลำบาก หรืออาจจะไม่มีรพ.ที่รองรับสิwbrทธิเลย จึงอยากให้สปสช.รีบประสานรพ.ที่wbrจะรองรับผู้ใช้บริการทุกรายที่wbrต้องย้ายออกจากรพ.มเหสักข์ด้วย” สุวรรณา กล่าว/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4357/35923092043_24451e10b5.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ชนัญชิดา ตัณฑผลิน ผู้ประสานงาน ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุwbrขภาพประชาชน กรุงเทพฯ/wbr/span/p pชนัญชิดา ตัณฑผลิน ผู้ประสานงาน ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุwbrขภาพประชาชน กรุงเทพฯ กล่าวว่า เบื้องต้นขอให้ผู้ใช้บริการติwbrดตามประกาศของสปสช.อย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้ได้ติดต่wbrอประสานงานหาหน่วยบริการรองรับ อย่าเพิ่งตื่นตระหนก รีบลงทะเบียนย้ายหน่วยบริการ เพราะทาง สปสช.จะจัดสรรให้ผู้รับบริwbrการได้มีที่รักษาพยาบาลครบทุwbrกราย แต่หากมีข้อสงสัย ให้ติดต่อสอบถามได้ที่ ศูนย์ประสานงานหลักประกันสุwbrขภาพประชาชน หรือ สายด่วนสปสช. 1330nbsp;/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p p“หากสปสช.จัดสรรหน่วยบริการให้wbrแล้ว ทางผู้ใช้บริการไม่ได้รัwbrบความสะดวกก็สามารถแจ้งย้ายเปลี่wbrยนสิทธิ์หน่วยบริการได้ ในรอบปีสามารถย้ายสิทธิ์ได้ 4 ครั้ง nbsp;จึงไม่อยากให้ตื่wbrนตระหนกในตอนนี้” ชนัญชิดา กล่าว/wbr/wbr/wbr/wbr/p pทั้งนี้ สปสช.จะจัดโต๊ะรับลงทะเบีwbrยนในรพ.มเหสักข์ 1-15 ก.ย.นี้ หาก ผู้ใช้บริการ มีความจำเป็นเข้ารับบริการที่wbrรพ.มเหสักข์ในวันที่29-30 ก.ย.nbsp;wbrและยังต้องพักรักษาตัวใน รพ.nbsp;wbrมเหสักข์ นั้น ทาง สปสช. จะจัดหาหน่วยบริการรัwbrบส่งต่อหรือรับผิดชอบค่าใช้จ่wbrายจนกว่าจะออกจาก โรงพยาบาล/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/7yAcmPcOf6U" height="1" width="1" alt=""/

นิธิ เอียวศรีวงศ์: ความหวังไม่รู้ดับของไผ่ ดาวดิน

Tue, 22/08/2017 - 16:20
div !--break--!--break--/div div style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4427/35921839313_b92a124636_o.jpg" /br /span style="color:#ff8c00;"strongไผ่ ดาวดิน / จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา/strong/span/div pnbsp;/p pผมยอมรับว่า ตลอด 3 ปีกว่าที่ผ่านมา ไม่มีครั้งไหนที่ผมรู้สึกสิ้นหวังกับบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองเท่ากับครั้งนี้ เมื่อได้ทราบคำพิพากษากรณีไผ่ ดาวดิน/p pไผ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดอิสระของตนเอง คนรุ่นใหม่เช่นนี้เป็นความหวังของทุกประเทศ เพราะพวกเขาคือพลังสำคัญที่จะทำให้สังคมเปลี่ยนไปสู่สภาวะที่ดียิ่งขึ้น แต่ไผ่และที่จริงสังคมไทยโดยรวม กลับต้องสูญเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์เมื่อเอาเขาหรือคนอย่างเขาไปจำขัง ทั้งนี้โดยความสมยอมของคนในระบบและความจำนนของคนนอกระบบ/p pตลอดกว่า 3 ปีที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าสังคมไทยยังเหลือช่องว่างแคบๆ เล็กๆ ที่เปิดให้ผู้คนซึ่งมองหาทางเลือกทางการเมืองที่ต่างจากที่ถูกยัดเยียดมาให้ ได้พอดิ้นรนขยับขยายผลักดันได้บ้าง แม้อย่างจำกัดจำเขี่ยเต็มทีก็ตาม พื้นที่เล็กๆ ตรงนี้ไม่เพียงแต่ต่ออายุให้แก่เสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่านั้น แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่สามารถขยายตัวออกไปได้ในระยะยาว/p pคำพิพากษากรณีไผ่ ทำให้ผมตระหนักว่า พื้นที่แคบๆ เล็กๆ ดังกล่าวนั้นไม่มีมากไปกว่ายุทธศาสตร์และยุทธวิธีของผู้มีอำนาจจะกำหนดขึ้น การมีอยู่ของพื้นที่นั้นไม่ใช่เพื่อเสรีภาพ แต่เพื่อการครอบงำโดยสมบูรณ์/p pผมรู้ดีว่า ความสิ้นหวังต่ออนาคตของบ้านเมืองเช่นนี้เป็นอารมณ์ความรู้สึก ซ้ำเป็นอารมณ์ความรู้สึกที่พวกเขาอยากจะเพาะให้เกิดในใจพวกเราให้มากด้วย เพราะมันทำให้พวกเขามีอำนาจที่ยั่งยืนมั่นคงกว่า ผมจึงรวบรวมสติปัญญาเพื่อมองหาเหตุผลว่าทำไมเราจึงควรรักษาความหวังของเราไว้ แม้ในยามที่ไม่มีเหตุที่จะมองโลกในแง่อื่นได้ นอกจากในแง่ร้าย/p pอาจเพราะสนใจประวัติศาสตร์มาชั่วชีวิต จึงง่ายมากที่จะเตือนสติตนเองว่า ช่วงชีวิตของเรา ของเขา ของมัน ล้วนเป็นช่วงสั้นๆ แทบไม่กี่ลมหายใจก็หมดแล้ว สิ่งที่เราหวังจะเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เป็นเรื่องเวลาทางประวัติศาสตร์ ไม่เกิดในช่วงชีวิตเรา ก็ช่วงชีวิตลูก ไม่เกิดในช่วงชีวิตลูก ก็ช่วงชีวิตหลาน/p pโดยเฉพาะในโลกยุคใหม่และยุคปัจจุบัน เมื่อโลกหมุนเร็วขึ้นอย่างมาก/p pในช่วงทศวรรษ 2420 จะมีคนกรุงเทพฯ สักกี่คนคิดว่า ขุนนางซึ่งถืออำนาจในการบริหารและผลประโยชน์จำนวนมหาศาลอันเป็นผลจากการบริหาร จะกลายเป็นข้ารับใช้พระเจ้าแผ่นดินอย่างไม่มีทางต่อรองได้เลย แต่อีกเพียง 20 ปีต่อมา ลูกหลานตระกูลขุนนางเก่าแก่ขนาดไหนก็ตาม ล้วนเป็นข้าราชการที่ได้รับพระราช­ทานเงินเดือนตามแต่ท่านจะกำหนดลงมา ไม่อาจมีปากมีเสียงใดๆ ได้อีกเลย/p pเช่นเดียวกับในทศวรรษ 2440 จะมีคนกรุงเทพฯ คนไหนคิดบ้างว่า พระราชอำนาจอันเปี่ยมล้นและไร้ขีดจำกัดของพระเจ้าแผ่นดินในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์จะสิ้นสุดลงในเวลาอีกเพียงไม่เกิน 35 ปีข้างหน้า/p p20 ปีและ 35 ปี จะว่านานก็นานในชีวิตคน แต่สั้นกระจิริดในประวัติศาสตร์ เวลาจึงอยู่ฝ่ายเราเสมอ/p pจากประวัติศาสตร์อีกเหมือนกัน เรานอนใจได้เลยว่า ไม่ว่าในระบอบปกครองใดๆ ก็ตาม ความเห็นชอบมีความสำคัญเสมอ ปัญหาอยู่ที่ว่า จะต้องเป็นความเห็นชอบของใครบ้าง/p pประวัติศาสตร์บอกเราว่า ผู้มีอำนาจ ไม่ว่าจะมากล้นสักเพียงไร ย่อมต้องแสวงหาความเห็นชอบจากกลุ่มคนที่มีศักยภาพจะเป็นภัยต่ออำนาจของตนได้เสมอ การใช้กำลังเข่นฆ่าคนเหล่านี้ลงทั้งหมด นอกจากเป็นไปไม่ได้แล้ว ยังเกิดผลร้ายแก่อำนาจของตนเองด้วย เช่นพ่อค้าใหญ่ๆ ทั้งหลายมีศักยภาพจะต่อต้านอำนาจของผู้ครองรัฐได้ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม แต่หากฆ่าหรือริบทรัพย์พ่อค้าใหญ่ทั้งหมดเสียแต่ต้น ก็ไม่มีใครนำโภคทรัพย์มาแก่ท้องพระคลังได้ดีไปกว่าคนกลุ่มนี้ จะต้องใช้เวลาอีกนานมากกว่าช่องทางหาเงินเข้าท้องพระคลังใหม่ๆ จะสัมฤทธิ์ผลเท่าช่องทางเดิม ผู้ครองอำนาจอาจตายเสียก่อนที่จะรวยล้นฟ้าก็ได้/p pใครบ้างที่มีศักยภาพจะเป็นภัยต่ออำนาจของเผด็จการในเมืองไทยได้ คำตอบคือคนหน้าเดิมๆ ทั้งหลายที่ไม่เคยเสียส่วนแบ่งของอำนาจไปแต่อย่างใด ไม่ว่าจะอยู่ในระบอบปกครองแบบไหน คนเหล่านี้ได้รับการเอาใจจากเผด็จการทหารอยู่แล้ว แต่กลุ่มที่น่าสนใจกว่าคนหน้าเดิม คือคนหน้าใหม่ ซึ่งค่อยๆ มีศักยภาพมากขึ้นในระยะประมาณ 1 ศตวรรษที่ผ่านมา นั่นคือสามัญชนหรือประชาชนธรรมดาทั่วไป/p pคนประเภทนี้มีมาตั้งแต่โบราณแล้ว ถึงแม้มีจำนวนมากเป็นมหาชน แต่ไม่มีศักยภาพจะเป็นภัยต่ออำนาจของชนชั้นปกครองได้ เพราะขาดเครือข่ายและการจัดตั้งอย่างที่ชนชั้นปกครองมี อีกทั้งไม่มีความจำเป็นจะต้องไปยุ่งเกี่ยวกับชนชั้นปกครองมากนัก เนื่อง­จากมีกลวิธีทางเศรษฐกิจ, สังคมและวัฒนธรรมที่จะกันมิให้อำนาจของชนชั้นปกครองเข้ามาใกล้ชิดตัวจนเกินไป (เช่นหนีเข้าป่า)/p pแต่ภายใต้สถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่ คนกลุ่มนี้ไม่อาจหลบอำนาจของชนชั้นปกครองได้อย่างแต่ก่อนแล้ว เกิดความจำเป็นต้องเข้ามาต่อรองอำนาจมากขึ้นตามลำดับ จนไม่นานมานี้เองก็กลายเป็นหนึ่งในเงื่อนไขหลักของการตัดสินใจทางการเมือง/p pแม้ว่าในปัจจุบัน ประชาชนแตกร้าวกันทางการเมืองและสังคมอย่างหนัก กลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่งสนับสนุนการยึดอำนาจของกองทัพก็จริง แต่นั่นไม่น่าไว้วางใจแต่อย่างไร การที่มวลชนจำนวนมากที่ร่วมกับแกนนำพันธมิตรฯ และกปปส. สามารถเคลื่อนไหวทางการเมืองให้เกิดผลได้ด้วยตนเอง (ส่วนความจริงเบื้องหลังอาจไม่ใช่อย่างที่เขาคิด แต่ประสบการณ์ของแต่ละคนทำให้พวกเขาเชื่อว่าเป็นฝีมือของพวกเขาล้วนๆ) จะเป็นประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงไปชั่วลูกชั่วหลาน ซึ่งหมายถึงเส้นทางทางการเมืองที่คนกลุ่มนี้จะเลือกเดินไปชั่วลูกชั่วหลานเหมือนกัน ฉะนั้นตราบเท่าที่พวกเขายังไปกับเผด็จการได้ เผด็จการก็ปลอดภัย/p pแต่ที่ไปกันได้กับเผด็จการก็เพราะความแตกร้าวบาดหมางกับคนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีประสบการณ์ที่ลืมไม่ลงอย่างเดียวกัน ไม่มีความแตกร้าวบาดหมางใดๆ ในโลกนี้ที่อาจดำรงอยู่ได้ชั่วนิรันดร์ สักวันหนึ่งรอยแผลของความบาดหมางก็จะเลือนลง ถึงตอนนั้นเผด็จการทหารก็จะเผชิญกับ"มวลมหาประชาชน" (ที่แท้จริง) ถึงวันนั้น อำนาจของอาวุธยุทธภัณฑ์และกำลังรบ จะไม่สามารถหยุดประเทศไทยให้นิ่งอยู่กับที่ได้อีกต่อไป ฝันร้ายส่วนหนึ่งของคนไทยย่อมจะบรรเทาลง/p pผมไม่ได้หมายความว่า เส้นทางสู่ประชาธิปไตยจะกลับคืนมา บ้านเมืองของเรายังอาจต้องเผชิญเผด็จการในรูปแบบอื่นต่อไป แต่ต้องเป็นเผด็จการที่แสวงหาความเห็นชอบจากคนส่วนใหญ่ มากกว่าแสวงหาการยอมจำนน/p pแรงกดดันจากภายนอกจะทำให้ฝันร้ายนี้ดำรงสืบเนื่องต่อไปยาวนานนักไม่ได้ ผมไม่ได้หมายความถึงแรงกดดันทางการเมืองจากมหาอำนาจ เมื่อสิ้นสงครามเย็น ประเทศไทยไม่มีความสำคัญมากพอที่มหาอำนาจใดจะแทรกแซงการเมืองภายในมากไปกว่าการแสดงท่าที หากจะมีบางส่วนในกองทัพก่อรัฐประหารซ้อนขึ้นวันใด เชื่อผมเถิดว่าอเมริกันไม่เกี่ยว, จีนไม่เกี่ยว และรัสเซียก็ไม่เกี่ยว เป็นเรื่องของการแย่งอำนาจกันในกลุ่มชนชั้นปกครองของไทยเอง/p pแต่ผมหมายถึงแรงกดดันจากความเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี, ด้านความคิดอ่าน, ด้านวัฒนธรรม, ด้านเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดในโลกกว้าง ซึ่งจะมีความรุนแรงกว่า, รวดเร็วกว่า และแผ่ไพศาลกว่า ความเปลี่ยนแปลงสู่"ความทันสมัย"หรือความเป็นตะวันตกของคริสต์ศตวรรษที่ 19 เสียอีก ระบอบเผด็จการของไทยปัจจุบัน ถอยหลังไปไกลเกินกว่าจะอยู่ในโลกอย่างนั้นได้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่ระบอบนี้จะดำรงอยู่อย่างยืนนาน ไม่ว่าในประเทศไทยหรือประเทศใดในโลก/p pปัญหาสถาพรของระบอบอัตตาธิปไตยทุกชนิดในทุกสมัยก็คือ จะสืบทอดอำนาจโดยสงบได้อย่างไร แม้แต่ระบอบกษัตริย์ในสมัยโบราณ ซึ่งเป็นระบอบอัตตาธิปไตยที่วางระเบียบแบบแผนของการสืบทอดอำนาจอย่างรัดกุมที่สุด ก็หนีการชิงราชสมบัติ, สงครามกลางเมือง, การจลาจล, การลอบสังหาร หรือสงครามระหว่างรัฐไม่พ้น เมื่อจำเป็นต้อง"ผลัดแผ่นดิน"/p pคงจำได้ว่า ถนอม-ประภาสจำเป็นต้องปล่อยวางอำนาจควบคุมกองทัพบกในพ.ศ.2515 ผลที่ตามมาคือ 14 ตุลาคม 2516/p pกล่าวโดยสรุปก็คือ ระบอบที่ทำให้คนไทยสิ้นหวังต่อบ้านเมืองของตนเองนี้ ไม่มีทางที่จะดำรงอยู่นานได้ แล้ววันใหม่ก็ต้องผุดขึ้นมาจนได้ จะเป็นเมื่อไรไม่ทราบได้ ในชั่วชีวิตของผมอาจไม่ได้เห็น แต่ในชั่วชีวิตของไผ่จะได้เห็นอย่างแน่นอน/p pเพียงแต่ว่า วันใหม่ที่มาถึงอาจไม่ตรงกับความหวังของเรานักก็ได้ (แต่ผมมั่นใจว่าดีกว่าวันนี้แน่) ไผ่ได้ใช้สติปัญญาและความกล้าหาญอย่างน่าสรรเสริญ ก็เพื่อทำให้วันใหม่ที่จะมาถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นั้น ใกล้เคียงกับความหวังของเรามากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แม้แต่ที่เขาถูกจองจำอยู่ในวันนี้ ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างวันใหม่ให้ตรงกับที่พวกเราหวัง คือนับแต่นี้ ลูกหลานของพวกเราทุกคนจะไม่ถูกจำขังอย่างไผ่อีก/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/YLtwi93vA5o" height="1" width="1" alt=""/

'เลขาฯ กสม.' แจง กรรมการสิทธิฯ ดำเนินงานการเงินโปร่งใส สตง.ตรวจทุกปี

Tue, 22/08/2017 - 16:12
pสนง.คณะกรรมการสิทธิฯ โต้เครือข่ายติดตามการทำงาน กสม. ยันดำเนินงานการเงินโปร่งใสnbsp;ตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นประจำทุกปี นำเสนอรายงานฯ ต่อรัฐสภา-ครม. รวมทั้งเผยแพร่ต่อสาธารณะชนทางเว็บไซต์ของ กสม. ทุกปี/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"nbsp;img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4390/36334710570_bd8c5d075b_b.jpg" style="width: 550px; height: 800px;" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"จดหมายจาก กสม.ถึงบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท/span/p p22 ส.ค. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (22 ส.ค.60) บรรณาธิการหนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท ได้รับจดหมายด่วนที่สุด จากสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เลขที่ สม 0004/2461 ลงวันที่ 21 ส.ค.2560 จาก ภิรมย์ ศรีประเสริฐ เลขาธิการ กสม. เรื่อง ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมูลนิธิศักยภาพชุมชนแถลงข่าวกล่าวหา กสม.nbsp;/p divหนังสือจาก เลขาฯ กสม. ระบุว่า ตามที่ประชาไท เมื่อวันที่ 18 ส.ค.ที่่ผ่านมา ได้ลงเผยแพร่บทความ เรื่อง nbsp;"คณะตรวจสอบ กสม. เผยกรรมการสิทธิฯ ไม่อิสระ ทำงานลำบาก ไม่จริงจัง การเงินไม่โปร่งใส" ของมูลนิธิศักยภาพชุมชุน ทางเว็บไซต์ https://prachatai.org/journal/2017/08/72865 ระบุว่า เมื่อวันที่ 17 ส.ค. 2560 มูลนิธิศักยภาพชุมชนได้แถลงข่าวเปิดตัวรายงานติดตามการทำงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ประเทศไทย 2559 ที่สมาคมผู้บำเพ็ญประโยชน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ โดยในการแถลงข่าว ชลิดา ทาเจริญศักดิ์ เลขานุการเครือข่ายติดตามการทำงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า "เรื่องการเงินของ กสม. ก็ไม่โปร่งใส มีกรรมการ กสม. คนหนึ่งบอกว่า งบประมาณที่ได้มาแต่ละปีนั้นมีมูลค่าราว 300 ล้านบาทและเพียงพอ ส่วนงบประมาณที่เหลือก็ไม่ต้องส่งกลับแต่ให้ทบเข้าไปในงบประมาณ แต่ กสม. ไม่เคยทำรายงานการเงินออกมาให้รัฐสภาและสาธารณะเลย" นั้น/div divnbsp;/div div divสำนักงาน กสม. ขอเรียนว่า ตามที่บทความดังกล่าวระบุว่า "เรื่องการเงินของ กสม. ก็ไม่โปร่งใส ... แต่ กสม. ไม่เคยนำรายงานการเงินอกมาให้รัฐสภาและสาธารณะเลย" นั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด ทั้งนี้ สำนักงาน กสม. ได้ทำหนังสือถึง ชลิดา เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีข้างต้นnbsp;/div divnbsp;/div div divในหนังสือถึง ชลิดา นั้น สำนักงาน กสม. ระบุว่า ได้นำเสนอและเผยแพร่รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของ สำนักงาน กสม. ซึ่งที่ผ่านมาการตรวจสอบจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปัจจุบัน ไว้ในรายงานผลารปฏิบัติงานประจำปีของ กสม. พร้อมทั้งนำเสนอรายงานฯ ต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี รวมทั้งเผยแพร่ต่อสาธารณะชนทางเว็บไซต์ของ กสม. เป็นประจำทุกปี ดังเช่นประกฎในหน้า 77 - 100 ของรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2558 อันเป็นอำนาจหน้าที่ของ กสม. ตามมาตรา 15 ของ พ.ร.บ.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 2542 ซึ่งท่านสามารถตรวจสอบรายงานดังกล่าวได้ทางเว็บไซต์ http://www.nhrc.or.th/NHRCT-Work/Annual-reports-(๑).aspx nbsp;ทั้งนี้เนื่องจากรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานงบการเงินของสำนักงาน กสม ประจำปี 2559 ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และยังมิได้แจ้งผลการตรวจสอบให้สำนักงาน กสม. ทราบ ซึ่งสำนักงาน กสม. จะได้นำเสนอในรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2559 ต่อไป/div div divnbsp;/div divสำนักงาน กสม. ขอให้ท่านโปรดตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ถูกต้องก่อนเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดคลาดเคลื่อนในข้อเท็จจริง อันจะทำให้เกิดความเสียหายและความเจ้าใจผิดในการทำหน้าที่ของ กสม. ดังนั้น จึงขอให้ท่านแก้ไขบทความดังกล่าวให้ถูกต้องตามความเป็นจริง และเผยแพร่เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสาธารณะชรในวงกว้าง/div /div /div /div p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4360/36334710380_7576d0e60a_o.jpg" style="width: 550px; height: 1278px;" //p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/08/72865" target="_blank"คณะตรวจสอบ กสม. เผยกรรมการสิทธิฯ ไม่อิสระ ทำงานลำบาก ไม่จริงจัง การเงินไม่โปร่งใส/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/kB4v8rbXZvw" height="1" width="1" alt=""/