ประชาไท

Syndicate content
Updated: 11 min 26 sec ago

'ศูนย์ทนายสิทธิ' ร้องรัฐเลิกใช้ ก.ม.ที่เอื้อต่อผู้ถูกคุมขังจะถูกทรมาน

Mon, 26/06/2017 - 23:33
pศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ออกแถลงการณ์เนื่องในวันสนับสนุนผู้wbrเสียหายจากการทรมานสากล ชี้ความพยายามในการป้องกัน การนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และการเยียวยาผู้เสียหายของรัwbrฐไทยไม่ประสบผลสำเร็จทั้งเชิwbrงโครงสร้wbrางทางกฎหมายและแนวทางปฏิบัติ/wbr/wbr/wbr/wbr/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://i0.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/06/WhatsApp-Image-2017-06-26-at-21.11.49.jpeg?resize=1024%2C512" style="width: 500px; height: 250px;" //p p26 มิ.ย. 2560nbsp;ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ออกแถลงการณ์เนื่องในวันสนับสนุนผู้wbrเสียหายจากการทรมานสากล ระบุว่า ความพยายามในการป้องกันการทรมาน การนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และการเยียวยาผู้เสียหายของรัwbrฐไทยไม่ประสบผลสำเร็จทั้งเชิwbrงโครงสร้wbrางทางกฎหมายและแนวทางปฏิบัติ/wbr/wbr/wbr/wbr/p pศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน nbsp;เรียกร้องด้วยว่า รัฐไทยต้องยกเลิกการบังคับใช้wbrและแก้ไขกฎหมายที่อาจก่อให้เกิwbrดความเสี่ยงต่อผู้ถูกคุมขังว่wbrาจะถูกทรมานและยกเว้wbrนการตรวจสอบความชอบด้wbrวยกฎหมายโดยศาล รวมถึงกฎหมายที่ยกเว้นความรับผิwbrดของผู้กระทำการทรมาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ.ร.บ.wbrกฎอัยการศึก 2457 พ.ร.ก.การบริwbrหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 13/2559 ต้องสอบสวนโดยพลันต่wbrอข้อร้องเรียนว่ามีการทรมาน โดยหน่วยงานที่มีความเป็นอิwbrสระและเป็นกลาง ให้ความคุ้มครองพยานและผู้ร้wbrองเรียนโดยสุจริตว่ามีการซ้wbrอมทรมานเกิดขึ้น รวมถึงกำหนดมาตรการเยียวยาผู้wbrเสียหายจากการทรมานอย่างมีประสิwbrทธิภาพ/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p divรวมทั้งต้องเร่งดำเนิwbrนการออกกฎหมายภายในให้เป็wbrนไปตามอนุสัญญาต่อต้wbrานการทรมานและการปฏิบัติหรืwbrอการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุwbrษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี รวมถึงเร่งดำเนินการเข้าเป็wbrนภาคีพิธีสารเลือกรับตามอนุสัwbrญญาต่อต้านการทรมานฯ (OPCAT) เพื่อให้มีกลไกป้องกัwbrนการทรมานระดับชาติ (National Prevention Mechanism) ในการตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมตัwbrว/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/div pรายละเอียดแถลงการณ์ :nbsp;/p div class="note-box" div style="text-align: center;"strongแถลงการณ์เนื่องในวันสนับสนุนผู้wbrเสียหายจากการทรมานสากล/wbr/strong/div div style="text-align: center;"strongโดย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน/strong/div div style="text-align: center;"strongวันที่ 26 มิถุนายน 2560/strong/div divnbsp;/div divความพยายามในการต่อต้wbrานการทรมานระดับสากลของรัฐไทย เริ่มขึ้นในวันที่ 2 ตุลาคม 2550 เมื่อรัฐไทยภาคยานุวัติเข้าเป็wbrนภาคีอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่wbrนที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือที่wbrย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention Against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment) และนับแต่อนุสัญญา มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 รัฐไทยมีหน้าที่ต้องปรับปรุงแก้wbrไขการดำเนินการทั้งด้านบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ ให้สอดคล้องกับข้อบังคับในอนุสัwbrญญาฯ ซึ่งรวมถึงการบัญญัติให้wbrการทรมานเป็นความผิwbrดอาญาโดยกฎหมายภายในประเทศ กำหนดกลไกการสืบสวนและดำเนินคดีwbrเพื่อลงโทษผู้กระทำความผิด และกำหนดมาตรการเยียวแก่ผู้เสีwbrยหายจากการทรมาน/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/div divnbsp;/div divตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่าน นอกจากความล่าช้าในการอนุวัติwbrการเพื่อให้มีกฎหมายภายในบังคัwbrบใช้เป็นการเฉพาะต่wbrอการกระทำความผิดฐานทรมาน ในระยะสามปีที่ผ่านมา ภายหลังการรัฐประหาร ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุwbrษยชนพบว่า มาตรการทั้งด้านบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติของรัฐไทยภายใต้wbrการนำของคณะรักษาความสงบแห่wbrงชาติ (คสช.) นอกจากจะขัดขวางมิให้มีการดำเนิwbrนคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างมีwbrประสิทธิภาพแล้ว ประกาศและคำสั่งบางฉบับที่wbrออกในนาม คสช. ที่ออกตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจัwbrกรไทย nbsp; (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ยังสร้างภาวะให้ผู้ที่ถูกควบคุwbrมตัวด้วยอำนาจรัฐ เสี่ยงต่อการตกเป็นผู้เสีwbrยหายจากการทรมาน โดยไม่สามารถเรียกร้องให้มีwbrการตรวจสอบความชอบด้wbrวยกฎหมายในการควบคุมตัว รวมถึงไม่wbrอาจตรวจสอบการกระทำของเจ้าหน้wbrาที่รัฐได้อีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำสั่งที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัwbrฐควบคุมตัวบุคคลไว้โดยไม่เปิwbrดเผยสถานที่ควบคุมตัวอย่างเป็wbrนทางการได้ไม่เกินเจ็ดวัน ไม่ได้พบญาติหรือทนายความ และไม่มีการตรวจสอบคำสั่wbrงโดยองค์กรตุลาการ ทั้งการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่wbrวราชอาณาจักร ผ่านคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2559 กรณีนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุwbrษยชนของสหประชาชาติ ตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิwbrทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ได้มีข้อสรุปเชิงเสนอแนะต่wbrอประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2560 ให้ทบทวนและแก้ไขคำสั่งดังกล่wbrาวให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่wbrางประเทศ เพื่อเป็นหลักประกันไม่ให้เกิwbrดการควบคุมตัวไม่ชอบ แต่รัฐไทยยังคงใช้อำนาจดังกล่wbrาวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนเสี่ยงต่อการถูwbrกทรมาน และปราศจากหลักประกันสิทธิwbrและเสรีภาพ ยิ่งไปกว่านั้น รายงานผลของคณะกรรมการสิทธิมนุwbrษยชนแห่งชาติต่อข้อร้องเรียนผ่wbrานศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุwbrษยชน ว่ามีผู้ถูกกระทำทรมานโดยเจ้wbrาหน้าที่รัฐภายหลังการรัwbrฐประหารในปี 2557 อย่างน้อย 14 กรณี ฉบับลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 ยังระบุว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติwbrไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้wbrอย่างเต็มที่ เนื่องจากมีอุปสรรคเรื่wbrองระยะเวลาในการเข้าถึงพยานหลัwbrกฐานและความร่วมมือของหน่wbrวยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ข้อร้องเรียนว่ามีwbrการทรมานภายหลังการรัwbrฐประหารในกรณีของ กริชสุดา คุณะเสน สรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน หรือจำเลยในคดีระเบิดราชประสงค์ ล้วนไม่ได้รับการตรวจสอบจากหน่wbrวยงานที่เป็นอิสระและเป็นกลาง รวมถึงในบางกรณีเจ้าหน้าที่รัwbrฐกลับข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีกับผู้wbrเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/div divnbsp;/div divศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุwbrษยชนเห็นว่า ความพยายามในการป้องกันการทรมาน การนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และการเยียวยาผู้เสียหายของรัwbrฐไทยไม่ประสบผลสำเร็จทั้งเชิwbrงโครงสร้wbrางทางกฎหมายและแนวทางปฏิบัติ nbsp;และเนื่องในวันสนับสนุนผู้เสีwbrยหายจากการทรมานสากล ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุwbrษยชนมีข้อเรียกร้องต่อรัฐไทย ดังนี้/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/div divnbsp;/div div1. รัฐไทยต้องยกเลิกการบังคับใช้wbrและแก้ไขกฎหมายที่อาจก่อให้เกิwbrดความเสี่ยงต่อผู้ถูกคุมขังว่wbrาจะถูกทรมานและยกเว้wbrนการตรวจสอบความชอบด้wbrวยกฎหมายโดยศาล รวมถึงกฎหมายที่ยกเว้นความรับผิwbrดของผู้กระทำการทรมาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชบัญญัติwbrกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 พระราชกำหนดการบริwbrหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 13/2559nbsp;/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/div divnbsp;/div div2. รัฐไทยต้องทำการสอบสวนโดยพลันต่wbrอข้อร้องเรียนว่ามีการทรมาน โดยหน่วยงานที่มีความเป็นอิwbrสระและเป็นกลาง ให้ความคุ้มครองพยานและผู้ร้wbrองเรียนโดยสุจริตว่ามีการซ้wbrอมทรมานเกิดขึ้น รวมถึงกำหนดมาตรการเยียวยาผู้wbrเสียหายจากการทรมานอย่างมีประสิwbrทธิภาพ/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/div divnbsp;/div div3. รัฐไทยต้องเร่งดำเนิwbrนการออกกฎหมายภายในให้เป็wbrนไปตามอนุสัญญาต่อต้wbrานการทรมานและการปฏิบัติหรืwbrอการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุwbrษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี รวมถึงเร่งดำเนินการเข้าเป็wbrนภาคีพิธีสารเลือกรับตามอนุสัwbrญญาต่อต้านการทรมานฯ (OPCAT) เพื่อให้มีกลไกป้องกัwbrนการทรมานระดับชาติ (National Prevention Mechanism) ในการตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมตัwbrว/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/div divnbsp;/div div style="text-align: center;"ด้วยความเคารพต่อสิทธิเสรีwbrภาพของประชาชน/wbr/div div style="text-align: center;"ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน/div /div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/USHUdHoQY6E" height="1" width="1" alt=""/

'ศูนย์ทนายสิทธิ' ร้องรัฐเลิกใช้ ก.ม.ที่เอื้อต่อผู้ถูกคุมขังจะถูกทรมาน

Mon, 26/06/2017 - 23:33
pศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ออกแถลงการณ์เนื่องในวันสนับสนุนผู้wbrเสียหายจากการทรมานสากล ชี้ความพยายามในการป้องกัน การนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และการเยียวยาผู้เสียหายของรัwbrฐไทยไม่ประสบผลสำเร็จทั้งเชิwbrงโครงสร้wbrางทางกฎหมายและแนวทางปฏิบัติ/wbr/wbr/wbr/wbr/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://i0.wp.com/www.tlhr2014.com/th/wp-content/uploads/2017/06/WhatsApp-Image-2017-06-26-at-21.11.49.jpeg?resize=1024%2C512" style="width: 500px; height: 250px;" //p p26 มิ.ย. 2560nbsp;ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ออกแถลงการณ์เนื่องในวันสนับสนุนผู้wbrเสียหายจากการทรมานสากล ระบุว่า ความพยายามในการป้องกันการทรมาน การนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และการเยียวยาผู้เสียหายของรัwbrฐไทยไม่ประสบผลสำเร็จทั้งเชิwbrงโครงสร้wbrางทางกฎหมายและแนวทางปฏิบัติ/wbr/wbr/wbr/wbr/p pศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน nbsp;เรียกร้องด้วยว่า รัฐไทยต้องยกเลิกการบังคับใช้wbrและแก้ไขกฎหมายที่อาจก่อให้เกิwbrดความเสี่ยงต่อผู้ถูกคุมขังว่wbrาจะถูกทรมานและยกเว้wbrนการตรวจสอบความชอบด้wbrวยกฎหมายโดยศาล รวมถึงกฎหมายที่ยกเว้นความรับผิwbrดของผู้กระทำการทรมาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ.ร.บ.wbrกฎอัยการศึก 2457 พ.ร.ก.การบริwbrหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 13/2559 ต้องสอบสวนโดยพลันต่wbrอข้อร้องเรียนว่ามีการทรมาน โดยหน่วยงานที่มีความเป็นอิwbrสระและเป็นกลาง ให้ความคุ้มครองพยานและผู้ร้wbrองเรียนโดยสุจริตว่ามีการซ้wbrอมทรมานเกิดขึ้น รวมถึงกำหนดมาตรการเยียวยาผู้wbrเสียหายจากการทรมานอย่างมีประสิwbrทธิภาพ/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p divรวมทั้งต้องเร่งดำเนิwbrนการออกกฎหมายภายในให้เป็wbrนไปตามอนุสัญญาต่อต้wbrานการทรมานและการปฏิบัติหรืwbrอการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุwbrษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี รวมถึงเร่งดำเนินการเข้าเป็wbrนภาคีพิธีสารเลือกรับตามอนุสัwbrญญาต่อต้านการทรมานฯ (OPCAT) เพื่อให้มีกลไกป้องกัwbrนการทรมานระดับชาติ (National Prevention Mechanism) ในการตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมตัwbrว/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/div pรายละเอียดแถลงการณ์ :nbsp;/p div class="note-box" div style="text-align: center;"strongแถลงการณ์เนื่องในวันสนับสนุนผู้wbrเสียหายจากการทรมานสากล/wbr/strong/div div style="text-align: center;"strongโดย ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน/strong/div div style="text-align: center;"strongวันที่ 26 มิถุนายน 2560/strong/div divnbsp;/div divความพยายามในการต่อต้wbrานการทรมานระดับสากลของรัฐไทย เริ่มขึ้นในวันที่ 2 ตุลาคม 2550 เมื่อรัฐไทยภาคยานุวัติเข้าเป็wbrนภาคีอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน และการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่wbrนที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือที่wbrย่ำยีศักดิ์ศรี (Convention Against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment) และนับแต่อนุสัญญา มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 รัฐไทยมีหน้าที่ต้องปรับปรุงแก้wbrไขการดำเนินการทั้งด้านบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ ให้สอดคล้องกับข้อบังคับในอนุสัwbrญญาฯ ซึ่งรวมถึงการบัญญัติให้wbrการทรมานเป็นความผิwbrดอาญาโดยกฎหมายภายในประเทศ กำหนดกลไกการสืบสวนและดำเนินคดีwbrเพื่อลงโทษผู้กระทำความผิด และกำหนดมาตรการเยียวแก่ผู้เสีwbrยหายจากการทรมาน/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/div divnbsp;/div divตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่าน นอกจากความล่าช้าในการอนุวัติwbrการเพื่อให้มีกฎหมายภายในบังคัwbrบใช้เป็นการเฉพาะต่wbrอการกระทำความผิดฐานทรมาน ในระยะสามปีที่ผ่านมา ภายหลังการรัฐประหาร ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุwbrษยชนพบว่า มาตรการทั้งด้านบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติของรัฐไทยภายใต้wbrการนำของคณะรักษาความสงบแห่wbrงชาติ (คสช.) นอกจากจะขัดขวางมิให้มีการดำเนิwbrนคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างมีwbrประสิทธิภาพแล้ว ประกาศและคำสั่งบางฉบับที่wbrออกในนาม คสช. ที่ออกตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจัwbrกรไทย nbsp; (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 ยังสร้างภาวะให้ผู้ที่ถูกควบคุwbrมตัวด้วยอำนาจรัฐ เสี่ยงต่อการตกเป็นผู้เสีwbrยหายจากการทรมาน โดยไม่สามารถเรียกร้องให้มีwbrการตรวจสอบความชอบด้wbrวยกฎหมายในการควบคุมตัว รวมถึงไม่wbrอาจตรวจสอบการกระทำของเจ้าหน้wbrาที่รัฐได้อีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำสั่งที่ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัwbrฐควบคุมตัวบุคคลไว้โดยไม่เปิwbrดเผยสถานที่ควบคุมตัวอย่างเป็wbrนทางการได้ไม่เกินเจ็ดวัน ไม่ได้พบญาติหรือทนายความ และไม่มีการตรวจสอบคำสั่wbrงโดยองค์กรตุลาการ ทั้งการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่wbrวราชอาณาจักร ผ่านคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 และคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2559 กรณีนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุwbrษยชนของสหประชาชาติ ตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิwbrทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ได้มีข้อสรุปเชิงเสนอแนะต่wbrอประเทศไทยเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2560 ให้ทบทวนและแก้ไขคำสั่งดังกล่wbrาวให้สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่wbrางประเทศ เพื่อเป็นหลักประกันไม่ให้เกิwbrดการควบคุมตัวไม่ชอบ แต่รัฐไทยยังคงใช้อำนาจดังกล่wbrาวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนเสี่ยงต่อการถูwbrกทรมาน และปราศจากหลักประกันสิทธิwbrและเสรีภาพ ยิ่งไปกว่านั้น รายงานผลของคณะกรรมการสิทธิมนุwbrษยชนแห่งชาติต่อข้อร้องเรียนผ่wbrานศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุwbrษยชน ว่ามีผู้ถูกกระทำทรมานโดยเจ้wbrาหน้าที่รัฐภายหลังการรัwbrฐประหารในปี 2557 อย่างน้อย 14 กรณี ฉบับลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2558 ยังระบุว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติwbrไม่สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้wbrอย่างเต็มที่ เนื่องจากมีอุปสรรคเรื่wbrองระยะเวลาในการเข้าถึงพยานหลัwbrกฐานและความร่วมมือของหน่wbrวยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ข้อร้องเรียนว่ามีwbrการทรมานภายหลังการรัwbrฐประหารในกรณีของ กริชสุดา คุณะเสน สรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน หรือจำเลยในคดีระเบิดราชประสงค์ ล้วนไม่ได้รับการตรวจสอบจากหน่wbrวยงานที่เป็นอิสระและเป็นกลาง รวมถึงในบางกรณีเจ้าหน้าที่รัwbrฐกลับข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีกับผู้wbrเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/div divnbsp;/div divศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุwbrษยชนเห็นว่า ความพยายามในการป้องกันการทรมาน การนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ และการเยียวยาผู้เสียหายของรัwbrฐไทยไม่ประสบผลสำเร็จทั้งเชิwbrงโครงสร้wbrางทางกฎหมายและแนวทางปฏิบัติ nbsp;และเนื่องในวันสนับสนุนผู้เสีwbrยหายจากการทรมานสากล ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุwbrษยชนมีข้อเรียกร้องต่อรัฐไทย ดังนี้/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/div divnbsp;/div div1. รัฐไทยต้องยกเลิกการบังคับใช้wbrและแก้ไขกฎหมายที่อาจก่อให้เกิwbrดความเสี่ยงต่อผู้ถูกคุมขังว่wbrาจะถูกทรมานและยกเว้wbrนการตรวจสอบความชอบด้wbrวยกฎหมายโดยศาล รวมถึงกฎหมายที่ยกเว้นความรับผิwbrดของผู้กระทำการทรมาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชบัญญัติwbrกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 พระราชกำหนดการบริwbrหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 13/2559nbsp;/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/div divnbsp;/div div2. รัฐไทยต้องทำการสอบสวนโดยพลันต่wbrอข้อร้องเรียนว่ามีการทรมาน โดยหน่วยงานที่มีความเป็นอิwbrสระและเป็นกลาง ให้ความคุ้มครองพยานและผู้ร้wbrองเรียนโดยสุจริตว่ามีการซ้wbrอมทรมานเกิดขึ้น รวมถึงกำหนดมาตรการเยียวยาผู้wbrเสียหายจากการทรมานอย่างมีประสิwbrทธิภาพ/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/div divnbsp;/div div3. รัฐไทยต้องเร่งดำเนิwbrนการออกกฎหมายภายในให้เป็wbrนไปตามอนุสัญญาต่อต้wbrานการทรมานและการปฏิบัติหรืwbrอการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุwbrษยธรรมหรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี รวมถึงเร่งดำเนินการเข้าเป็wbrนภาคีพิธีสารเลือกรับตามอนุสัwbrญญาต่อต้านการทรมานฯ (OPCAT) เพื่อให้มีกลไกป้องกัwbrนการทรมานระดับชาติ (National Prevention Mechanism) ในการตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมตัwbrว/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/div divnbsp;/div div style="text-align: center;"ด้วยความเคารพต่อสิทธิเสรีwbrภาพของประชาชน/wbr/div div style="text-align: center;"ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน/div /div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/_0smIzbHVIw" height="1" width="1" alt=""/

ศาลภูเขียวนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดี 31 ชาวบ้านบ่อแก้วรุกป่า 30 ต.ค. 60

Mon, 26/06/2017 - 21:18
p dir="ltr"ศาลภูเขียวกำหนดรับฟังคำสั่งและฟังคำพิพากษาศาลฎีกา วันที่ 30 ต.ค.2560 คดีระหว่างองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้(อ.อ.ป.)ฟ้องขับไล่ชาวบ้านชุมชนบ่อแก้ว จำนวน 31 คน ข้อหาจำเลยและบริวารกระทำการบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม/p !--break--!--break-- p dir="ltr" style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4236/34738669503_248bd814e2_o.jpg" style="width: 448px; height: 336px;" //p p dir="ltr"26 มิ.ย.2560 ชาวบ้านชุมชนบ่อแก้ว ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จังหวัดชัยภูมิ รวมทั้งชาวบ้านสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน(คปอ.) กว่า 100 คน เดินทางมายังศาลจังหวัดภูเขียว เพื่อมาร่วมรับฟังนัดไต่สวนคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่เสียชีวิต และฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีบุกรุกสวนป่าคอนสาร(สวนป่ายูคาลิปตัส) คดีระหว่างองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ฟ้องขับไล่ นายนิด ต่อทุน จำเลยที่ 1 พร้อมพวกรวม 31 คน ในข้อหาว่าจำเลยและบริวารได้กระทำการบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม/p p dir="ltr" style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4285/34738670393_30e50c19e9_o.jpg" style="width: 448px; height: 336px;" //p p dir="ltr"ถนอมศักดิ์ ระวาดชัย ทนายความศูนย์ศึกษาและพัฒนานักศึกษาเพื่อสิทธิมนุษยชน แจ้งว่า nbsp;ตามที่ศาลจังหวัดภูเขียวมีคำสั่งนัดไสวนคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยที่ 13 (ตา ปลื้มวงษ์) ที่ได้เสียชีวิตเมื่อวันที่ nbsp;25 มิ.ย. 2558 ภายหลังการไต่สวน ศาลพิเคราะห์จำเลยที่ 3 เสียชีวิตในวันที่ nbsp;25 มิ.ย.2558 จริง โดยมีสวย ปลื้มวงษ์ เป็นภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายและเป็นทายาทผู้มีสิทธิ์รับของจำเลยที่ 13 ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยที่ 13 ถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จึงให้รวบรวมถ้อยคำสำนวนส่งศาลฎีกา กำหนดรับฟังคำสั่งและฟังคำพิพากษาศาลฎีกา วันที่ 30 ต.ค.2560 เวลา 10.00 น./p h3 dir="ltr"span style="color:#0000ff;"strongที่มาของพื้นที่พิพาทสวนป่าคอนสาร/strong/span/h3 p dir="ltr"ในส่วนของพื้นที่พิพาทนั้น เกิดขึ้นนับแต่ ปี พ.ศ. 2521 หลังจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) ได้ดำเนินการปลูกสร้างสวนป่าคอนสาร ตามเงื่อนไขการสัมปทานทำไม้ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม ในบริเวณเนื้อที่ทั้งสิ้น 4,401 ไร่ อย่างไรก็ตาม การปลูกสร้างสวนป่าไม่ได้ดำเนินการในพื้นที่เป้าหมาย คือบริเวณป่าเหล่าไฮ่ แต่ได้นำไม้ยูคาลิปตัสเข้ามาปลูกทับที่ดินทำกินชาวบ้าน nbsp;จนนำมาสู่ปัญหาส่งผลกระทบให้หลายครอบครัวถูกอพยพออกจากที่ทำกิน nbsp;ชาวบ้านจึงได้ออกมาเคลื่อนไหวมานับแต่นั้น กลายเป็นข้อพิพาทเรื่อยมา/p h3 dir="ltr"span style="color:#0000ff;"strongที่มาของการถูกดำเนินคดี เกิดขึ้นหลังจาก/strong/span/h3 p dir="ltr"ในวันที่ 17 ก.ค. 2552 ชาวบ้านผู้เดือดร้อนเข้าปฏิบัติการยึดพื้นที่พร้อมกับจัดตั้ง “ชุมชนบ่อแก้ว ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ” nbsp;ขึ้นมาเพื่อแสดงสัญลักษณ์ความเป็นเจ้าของพื้นที่ และเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม โดยมีเป้าหมายร่วมกัน คือ การปกป้องสิทธิในที่ดินของชุมชน นอกจากนี้เพื่อรอคำตอบในการแก้ไขปัญหาสวนป่าคอนสารจากรัฐบาล ภายหลังจากการดำเนินการแก้ไขปัญหาของหน่วยงานภาครัฐเป็นไปอย่างล่าช้า ตามที่ชาวบ้านมีข้อเรียกร้อง คือ ให้ยกเลิกสวนป่าคอนสารโดยเด็ดขาด ให้จัดสรรที่ดินให้ชาวบ้านผู้เดือดร้อนในรูปแบบโฉนดชุมชน และในระหว่างการแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านสามารถทำประโยชน์ในพื้นที่ เพื่อเตรียมการพัฒนาพื้นที่นำร่องโฉนดชุมชน จำนวนเนื้อที่ 1,500 ไร่ อย่างไรก็ตาม องค์การอุตสาหรรมป่าไม้ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องดำเนินคดีชาวบ้าน ตามลำดับ ดังนี้/p p dir="ltr" style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4261/34738670083_348abddc1e_o.jpg" style="width: 448px; height: 336px;" //p h3 dir="ltr"span style="color:#0000ff;"strongลำดับการถูกดำเนินคดี/strong/span/h3 p dir="ltr"วันที่ 27 ส.ค.2552 nbsp;องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.)เป็นโจทก์ยื่นฟ้องขับไล่ นายนิด ต่อทุน และพวกรวม 31 คน ข้อกล่าวหาว่าจำเลยและบริวารได้กระทำการบุกรุกเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าภูซำผักหนาม จึงขอให้ศาลได้มีคำสั่งขับไล่ออกจากพื้นที่ พร้อมกับรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และไม้ผลไม้ยืนต้นที่ปลูกไว้/p p dir="ltr"วันที่ 28 เม.ย.2553 nbsp;ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ จำเลย ที่ 1 ถึง 31 และบริวารออกจากพื้นที่พิพาทสวนป่าคอนสาร กับให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ต้นไม้ ที่ได้นำไปปลูกไว้ในพื้นที่พิพาท nbsp;ซึ่งจำเลยได้อุทธรณ์ และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีไว้ชั่วคราว แต่ในขณะเดียวกันโจทก์ยื่นคำให้การแก้อุทธรณ์และคัดค้านคำร้องขอทุเลาการบังคับคดีชั่วคราว/p p dir="ltr"วันที่ 13 ธันวาคม 2553 ศาลได้มีคำสั่งไม่อนุญาตให้มีการบังคับคดีชั่วคราวตามที่จำเลยยื่นคำร้อง และโจทก์ได้วางเงินต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อติดหมายบังคับคดีในพื้นที่พิพาท ในวันเดียวกัน/p p dir="ltr"วันที่ 4 ก.พ. – 16 มี.ค. 2554 ทำให้ชาวบ้านได้เคลื่อนไหว โดยการเดินเท้าทางไกลจากคอนสาร ถึง กทม.เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งการให้ ออป.ถอนการบังคับคดี และเร่งประกาศพื้นที่โฉนดชุมชนในพื้นที่พิพาทสวนป่าคอนสาร nbsp;ตามที่ได้ผลักดันให้รัฐบาลสมัยนั้นมีมาตรการทางนโยบายเพื่อคุ้มครองสิทธิที่ดินดังกล่าว/p p dir="ltr"วันที่ 2 มีนาคม 2554 ผลการเจรจาระหว่างผู้แทนชาวบ้านกับ อ.อ.ป.นำมาสู่ข้อตกลง 3 ข้อคือ 1. ออป.จะไม่เร่งรัดบังคับคดี nbsp;2. การนำพื้นที่จำนวนประมาณ 1,500 ไร่ ไปดำเนินการโฉนดชุมชน ให้ผู้แทน ออป. สำนักนายกรัฐมนตรี และชาวบ้านผู้เดือดร้อน ลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกัน และ 3. การใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ให้นำข้อกำหนดของ ออป.มาปรับปรุงให้เกิดการยอมรับร่วมกัน แต่การปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีการส่งมอบพื้นที่โฉนดชุมชนให้แต่อย่างใด nbsp;นอกจากจำนวนพื้นที่เดิม (ประมาณ 86 ไร่) ที่ชาวบ้านร่วมกันยึดเข้ามาได้ในวันที่ 17 ก.ค.2552/p p dir="ltr"วันที่ 21 ธันวาคม 2554 ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากพื้นที่ภายใน 30 วัน ต่อมาในวันที่ 21 มีนาคม 2555 จำเลยได้ฎีกา/p p dir="ltr"วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2560 ศาลจังหวัดภูเขียวนัดจำเลยทั้ง 31 คน ฟังคำพิพากษาศาลฎีกา แต่ศาลไม่สามารถอ่านคำพิพากษาได้ เนื่องจากจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 13 เสียชีวิต ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเรียกให้ทายาทของผู้เสียชีวิตมารับมรดกความ nbsp;ศาลจึงได้อนุญาตตามที่ทนายจำเลยขอ nbsp;โดยได้มีคำสั่งให้เลื่อนการอ่านคดีออกไป และมีคำสั่งเรียกให้ทายาทของจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 13 ที่เสียชีวิต มายื่นคำร้องขอรับมรดกความภายใน 15 วัน คือวันที่ 16 พ.ค.2560 และศาลมีคำสั่งนัดไต่สวนคำร้องขอรับมรดกความของทายาท จำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 13 ในวันที่ 2 มิ.ย.2560/p p dir="ltr"วันที่ 2 มิ.ย.2560 ศาลมีคำสั่งนัดไต่สวนคำร้องขอรับมรดกความ แต่เนื่องจากเอกสารทะเบียนสมรสของผู้เป็นภรรยาของจำเลยไม่คบถ้วน ต้องไปขอคัดสำเนาที่ทำการอำเภอคอนสาร ศาลจึงมีคำสั่งเลื่อนนัดไต่สวนคำร้องขอรับมรดกความ ไปเป็นวันที่ 26 มิ.ย.2560/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/1KJ7MYVAm0Y" height="1" width="1" alt=""/

กระทรวงดิจิทัลทุ่ม 10 ล้าน จัดตั้งศูนย์ความมั่นคงไซเบอร์คุมทำผิด พ.ร.บ.คอม 24 ชม.

Mon, 26/06/2017 - 21:12
p dir="ltr"กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมจัดงบ 10 ล้าน ที่มิใช่งานก่อสร้าง ตั้งโครงการ ว่าจ้างเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง รวบรวมข้อมูล รายงานการกระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ผลัดเวรกันตลอด 24 ชั่วโมง/p p!--break--!--break--/p p dir="ltr"มีเอกสารที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หัวข้อ “ขอบเขตของงาน: โครงการบริหารจัดการศูนย์ปฏิบัติการความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์” มีเนื้อหาว่าด้วยขอบเขตงานของโครงการ และแนบมาด้วยรายละเอียดงบประมาณโครงการบริหารจัดการศูนย์ปฏิบัติการฯ/p p dir="ltr"nbsp;(a href="http://mict.go.th/assets/portals/1/files/600623_TOR.pdf"ดูเอกสารตัวเต็มทั้งหมด/a)/p p dir="ltr"จากเอกสาร พบว่าศูนย์ปฏิบัติการฯ ถูกจัดตั้งขึ้นมาเพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้/p ul li dir="ltr" p dir="ltr"เฝ้าระวังวิเคราะห์การกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และ พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560/p /li li dir="ltr" p dir="ltr"เพื่อสนับสนุนงานเฝ้าระวัง การจัดเก็บและพิสูจน์หลักฐาน งานด้านกฎหมาย และภาษา ในการนำเทคโนโลยีที่จะทำให้การใช้งานเพื่อการสืบค้นเป็นไปได้รวดเร็ว มีหลักฐานในการรวบรวมข้อมูลหาผู้กระทำผิดตามกฎหมายได้/p /li li dir="ltr" p dir="ltr"เพื่อเช่าใช้บริการเครือช่ายอินเทอร์เน็ตและระบบงานสนับสนุนการดำเนินการเฝ้าระวังการจัดเก็บหลักฐานและการติดตามตรวจสอบหลังจากมีคำสั่งศาลให้ระงับการเผยแพร่แล้ว/p /li /ul p dir="ltr"ทางศูนย์ปฏิบัติการฯ จะจัดให้มีเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติงานอย่างน้อย 18 คน โดยผลัดเวรกันตลอด 24 ชั่วโมง “โดยต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำในช่วงเวลา 08.30 น. ถึงเวลา 16.30 น. ถึงเวลา 08.30 น. จำนวน 3 คน” โดยเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้มีหน้าที่ตรวจสอบและรายงานผลการตรวจสอบเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม และรายงานผลการตรวจสอบแก่ผู้ว่าจ้า ตรวจสอบและรายงานผลการตรวจสอบสถานการณ์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่อาจจะมีผลกระทบต่อความไม่สงบ หรือข้อมูลข่าวสารต่างๆ ผ่านอีเมล์วันละ 2 ช่วงเวลา ได้แก่ 10.00 น. และ 18.00 น./p p dir="ltr"เจ้าหน้าที่กลุ่มนี้ยังต้องทำหน้าที่ดำเนินการเก็บพยานหลักฐานข้อมูลทางคอมพิวเตอร์เกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม หรือติดตามข้อมูลที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าจ้าง และจัดทำสรุปผลการดำเนินการ และรายงานให้ผู้ว่าจ้างทุกเดือน/p p dir="ltr"นอกจากนั้นยังมีการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานที่กองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อทำหน้าที่ประสานงานและตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ตรวจสอบข้อร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับการใช้งานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ประสานงานกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตหรืออื่นๆ ประสานงานข้อมูลด้านกฎหมาย ค้นหาข้อมูลบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและสรุปผล/p p dir="ltr"นอกจากนั้นยังมีตารางแสดงวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรและราคากลาง (ราคาอ้างอิง) ในการจัดซื้อจัดจ้างที่มิใช่งานก่อสร้าง โดยมีวงเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรร 10 ล้านบาท วันกำหนดราคากลาง 21 มิ.ย. 2560/p p dir="ltr"span style="color:#0000ff;"strongรายละเอียดงบประมาณ/strong/span/p div class="note-box" p dir="ltr"nbsp;/p p dir="ltr" style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4215/34738409013_6e94d4665b_c.jpg" style="height: 354px; width: 650px;" //p p dir="ltr" style="text-align: center;"a href="https://www.flickr.com/photos/prachatai/34738409013/sizes/o/"ดูภาพขนาดใหญ่/a/p p dir="ltr"nbsp;/p p dir="ltr" style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4277/34738408473_858dfd0ee5_c.jpg" style="height: 462px; width: 650px;" //p p dir="ltr" style="text-align: center;"a href="https://www.flickr.com/photos/prachatai/34738408473/sizes/o/"ดูภาพขนาดใหญ่/a/p /div divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/6WrtL95qzxc" height="1" width="1" alt=""/

แอมเนสตี้-ICJ ติงไทยออก 'พ.ร.บ.ทรมาน-อุ้มหาย' ล่าช้า วอนเร่งทำตามสัญญา

Mon, 26/06/2017 - 20:45
pแอมเนสตี้และ ICJ ออกแถลงการณ์วันสนับสนุนผู้เสียหายจากการทรมานสากล ติงไทยให้คำมั่นสัญญาป้องกันและปราบปรามการทรมานบนเวทีนานาชาติแต่ไม่ปฏิบัติตาม พร้อมวิดีโอคลิปวงคุย พ.ร.บ. (ป้องกันและต่อต้านการทรมานฯ) ยังไม่มี ความยุติธรรมยังไม่มา...../p p!--break--!--break--/p p26 มิ.ย. 2560 แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) ออกแถลงการณ์ร่วม แสดงความยินดีที่ไทยให้คำมั่นสัญญาในเวทีนานาชาติว่าจะป้องกันและปราบปรามการทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐในประเทศ เนื่องใน "วันสนับสนุนผู้เสียหายจากการทรมานสากล" หรือ "วันต่อต้านการทรมานสากล" ซึ่งตรงกับวันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี และในโอกาสใกล้ครบรอบ 10 ปีที่ไทยได้ให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯnbsp;/p divอย่างไรก็ตาม แอมเนสตี้และ ICJ พบว่าคำมั่นสัญญาต่างๆ ของทางการไทยเป็นเพียงเอกสารที่ยังไม่ได้ถูกนำไปปฏิบัติจริงแต่อย่างใด โดยเฉพาะการผ่านร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย (พ.ร.บ.ทรมานและอุ้มหาย) ซึ่งถูกทำให้ล่าช้าซ้ำแล้วซ้ำอีก/div divnbsp;/div div"ปัจจุบัน มีการใช้กฎหมายและคำสั่งต่างๆ ที่เปิดช่องให้ประชาชนถูกทหารควบคุมตัวได้โดยไม่มีคำสั่งศาล ไม่สามารถเข้าถึงทนาย ครอบครัว หรือความช่วยเหลือทางการแพทย์ได้นานถึงหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งข้อมูลของเราพบว่าการทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐมักเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ดังกล่าว" ปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เปิดเผย/div divnbsp;/div divการทรมานโดยเจ้าหน้าที่ในประเทศไทยแทบจะไม่ได้รับการสอบสวนอย่างทันท่วงที อิสระ และเป็นกลางตามมาตรฐานระหว่างประเทศ มีการลอยนวบพ้นผิดมากมาย ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เสียหาย ญาติของผู้เสียหาย และนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการทรมานยังถูกคุกคามทางกฎหมายจากการฟ้องร้องหมิ่นประมาทอีกด้วย/div divnbsp;/div divแอมเนสตี้พร้อมกับ ICJ เรียกร้องให้ทางการไทยผ่าน พ.ร.บ.ทรมานและอุ้มหาย สอบสวนการทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐอย่างอิสระ โปร่งใส และเป็นกลาง นำตัวผู้กระทำผิดควรถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมในศาลพลเรือน ตลอดจนกำหนดกลไกป้องกันการทรมานระดับประเทศ และอนุญาตให้คณะกรรมการต่อต้านการทรมานระหว่างประเทศเข้าตรวจเยี่ยมด้วย/div p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="true" allowtransparency="true" frameborder="0" height="316" scrolling="no" src="https://www.facebook.com/plugins/video.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2FPrachatai%2Fvideos%2F10154745412326699%2Famp;show_text=0amp;width=560" style="border:none;overflow:hidden" width="560"/iframe/p pเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมาแอมเนสตี้ฯ และองค์กรพันธมิตรจัดวงเสวนาหัวข้อ พ.ร.บ. (ป้องกันและต่อต้านการทรมานฯ) ยังไม่มี ความยุติธรรมยังไม่มา.....nbsp;โดยสมชาย หอมลออ ที่ปรึกษากฎหมายอาวุโส มูลนิธิประสานวัฒนธรรม อิสมะแอ เต๊ะ ประธานองค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี สมศักดิ์ ชื่นจิตร บิดาของผู้ที่กล่าวอ้างว่าถูกทรมาน และวิลาวัล เกิดแก้ว น้องสาวของผู้ที่กล่าวอ้างว่าถูกทรมาน/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/KJ5gfED0gbw" height="1" width="1" alt=""/

การ์ตูนวันต่อต้านการซ้อมทรมานและแถลงการณ์จี้รัฐลงทุนมาตรการป้องกัน

Mon, 26/06/2017 - 20:28
divการ์ตูนวันต่อต้านการซ้อมทรมานฉบับภาษาไทย และแถลงการณ์เรียกร้องให้ทุกประเทศลงทุwbrนในมาตรการป้องกันเพื่อป้องกันการซ้อมทรมาน/wbr/div div !--break--!--break--/div div style="text-align: center;"nbsp;/div p26 มิ.ย. 2560 รายงานข่าวจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม แจ้งว่า วันนี้นี้เป็นวันสากลสนับสนุนการต่wbrอต้านการทรมาน เราจึงขอรำลึกและเชิดชูเกียรติwbrให้กับเหยื่อและผู้รอดพ้wbrนจากการทรมาน และยืนยันว่าเราจะทำงานร่วมกัwbrบเครือข่ายทั่วโลกในการต่อต้wbrานการทรมานในทุกรูปแบบ ณ ปัจจุบัน การซ้อมทรมานและการปฏิบัติอย่wbrางโหดเหี้ยมนั้นยังเกิดขึ้นอยู่wbrในหลายๆที่ทั่วโลก ดังนั้นเราจึงได้ตั้งคำถามขึ้wbrนมาว่า เราจะทำอย่างไรเพื่อยุติwbrการกระทำเหล่านี้? สิ่งแรกที่เราต้องทำในการป้องกัwbrนการทรมานนั้นคือ เราต้องลดหรือจำกัดความเสี่ยงที่wbrจะเกิดการซ้อมทรมาน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายใต้wbrการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่wbrตำรวจ nbsp; โดยผ่านมาตรการการป้องกัน อาทิ การเข้าถึงทนายความ nbsp;และการแจ้งให้ญาติทราบถึwbrงสถานที่ควบคุมตัว/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pงานวิจัยอิสระที่ชื่อว่า การปัองกันการทรมานทำได้จริงไหม “Does Torture Prevention Work?” ที่ศึกษามาตรการการป้องกัwbrนการทรมานใน 16 ประเทศในระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมาโดย APT the Association for the Prevention of Torture พบว่า มาตรการป้องกันเมื่อได้นำมาใช้wbrในทางปฏิบัติมีผลอย่างมีประสิwbrทธิภาพที่สุดในการยุติการทรมาน nbsp;รายงานฉบับนี้ยังได้มีข้wbrอเสนอแนะที่สำคัญเพื่อให้รัฐต่wbrางๆ ได้นำไปใช้ได้อย่างมีขั้นตอนได้wbrในการป้องกันการทรมาน/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pการป้องกันการทรมานไม่ใช่แนวคิwbrดใหม่nbsp; สามสิบปีที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 26 มิถุนายน ปี 1987 ที่อนุสัญญาต่อต้านการทรมาน มีผลบังคับใช้และเรียกร้องให้รัwbrฐสมาชิกทำให้การทรมานเป็นความผิwbrดอาญาและมีมาตรการป้องกัwbrนการทรมานในประเทศ และในวันเดียวกันสภายุโรปก็ได้wbrรับรองอนุสัญญาต่อต้wbrานการทรมานของสภายุโรปด้วย รวมทั้งก่อตั้งคณะกรรมการที่มีwbrหน้าที่ตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุwbrมตัวในเวลาใดก็ได้wbrโดยประเทศสมาชิกของสภายุโรปnbsp; สมาชิกขององค์การสหประชาชาติwbrจำนวนครึ่งหนึ่งเป็นรัฐสมาชิwbrกในพิธีสารเลือกรับอนุสัญญาต่wbrอต้านการทรมานตั้งแต่ได้รัwbrบการรับรองว่าเป็wbrนระบบสากลในการตรวจเยี่ยมสถานที่wbrควบคุมตัวของผู้ถูกคุมขัง/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pการที่จะไม่ยอมรับว่าคำสารภาพที่wbrได้จากการทรมานใช้ได้ในระบบยุติwbrธรรมทางอาญาเป็นการป้องกัwbrนการทรมานที่สำคัญ nbsp;และในหลายๆบริบท วิธีการสืบสวน การสอบถามและการสอบสวนของเจ้wbrาหน้าที่รักษากฎหมายมีความสำคัwbrญในการป้องกันการทรมานได้nbsp;nbsp; ดังนั้นเราเรียกร้องให้ทุwbrกประเทศรับรองและปรับปรุงวิธีwbrการ จริยธรรม เทคนิคในการสืบสวนสอบสวนผู้ต้wbrองสงสัย พยาน เหยื่อ โดยปราศจากการบังคับข่มขู่ nbsp;และวิธีการสอบสวนต้องใช้หลัwbrกการที่อยู่บนพื้นฐานที่ว่าทุwbrกคนยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่wbrาศาลจะตัดสิน nbsp;อีกทั้งทุกประเทศต้องนำหลัwbrกการด้านสิทธิมนุษยชนมาใช้เป็wbrนแนวทางร่วมกับแนวทางอื่น เพื่อป้องกันอาชญกรรมและสร้างสัwbrงคมให้ปลอดภัยและมั่นใจได้/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pวันนี้ เราผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านการต่wbrอต้านการทรมานทั้งหมดนี้ ขอเรียกร้องให้ทุกประเทศลงทุwbrนเรื่องการป้องกันการทรมาน โดยสร้างมาตรการป้องกัwbrนการทรมานและการปฏิบัติอย่wbrางโหดเหี้ยม ในเวลานี้ ผู้เสียหายจากการซ้อมทรมานหนึ่wbrงคนก็มากเกินพอแล้ว ผู้นำของทุกๆประเทศจึงต้องให้wbrความสำคัญกับการยุติและยับยั้wbrงการซ้อมทรมานอย่างเด็ดขาด และวิธีที่ดีที่สุดในการยุติwbrการทรมาน คือการทำงานร่วมกันเพื่อให้wbrโลกใบนี้ปราศจากการซ้อมทรมาน/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/wbr/p pstrongการ์ตูนวันต่อต้านการซ้อมทรมานฉบับภาษาไทย :nbsp;/strong/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4263/34737430043_83a975fce0_z.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4211/35507508446_6b2f201cbb_z.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4261/34737429543_ea08767a9e_z.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4215/35507507896_0d5bc96688_z.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4260/35416254941_28498e10b9_z.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4284/35507507436_6617696eb2_z.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4239/35507507116_1bb81ab08d_z.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4257/35507506816_a0398ac979_z.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4208/35507506556_3cb9850261_z.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4233/35507506246_07fc33bcdc_z.jpg" //p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/izTmUeeVov4" height="1" width="1" alt=""/

ปากีสถานออกหนังสือเดินทางโดยให้การยอมรับ 'คนข้ามเพศ' เป็นครั้งแรก

Mon, 26/06/2017 - 20:26
pเป็นครั้งแรกที่ปากีสถาน ประเทศที่มีภาพลักษณ์อนุรักษ์นิยมจัด ออกหนังสือเดินทางให้คนข้ามเพศโดยระบุเป็นเพศอื่นนอกเหนือจากชายหญิงได้ ในปากีสถานก็เป็นหนึ่งในประเทศเอเชียใต้ที่มีคนข้ามเพศที่เรียกว่า "ฮิจรา" อยู่จำนวนมาก พวกเธอมีความเกี่ยวโยงกับพิธีกรรมทางศาสนาแต่ก็ยังคงถูกกีดกันและถูกรังแกอยู่/p !--break--!--break-- p26 มิ.ย. 2560 ถึงแม้ว่าปากีสถานจะเป็นหนึ่งในประเทศที่อนุรักษ์นิยมจัด มีหลายประเด็นที่พวกเขาล้าหลังไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ยังทำให้การรักเพศเดียวกันยังเป็นอาชญากรรม การปล่อยให้มีการแต่งงานกับเด็ก การพยายามทำให้การทำร้ายคู่รักเป็นสิ่งถูกต้องตามกฎหมายnbsp;/p pอย่างไรก็ตามเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วพวกเขาก็ทำเรื่องที่ดูก้าวหน้าผิดหูผิดตาอย่างการออกหนังสือเดินทางให้กับคนข้ามเพศ (Transgender) ระบุเป็นเพศอื่นนอกจากชายหรือหญิงได้/p pผู้ที่ได้รับหนังสือเดินทางแบบดังกล่าวนี้เป็นคนแรกของปากีสถานคือ ฟาร์ซานา จาณ หญิงข้ามเพศและประธานของ "ทรานส์แอ็กชั่นปากีสถาน" องค์กรส่งเสริมสิทธิของชุมชนคนข้ามเพศในปากีสถาน เพจขององค์กรนี้โพสต์ในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา ระบุว่า ทางการปากีสถานออกหนังสือเดินทางที่ระบุเพศของเธอว่าเป็นเพศ "X" ซึ่งพวกเขามองว่าเป็นการที่ทางการยอมรับเพศสภาพของคนข้ามเพศ และขอบคุณรัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายในที่รับฟังพวกเขา/p pสื่อ Vox ระบุว่านี่เป็นเรื่องน่าแปลกใจเนื่องจากปากีสถานเป็นประเทศที่คนข้ามเพศมักจะถูกใช้ความรุนแรงทำร้ายและตำรวจกับหมอก็มักจะปฏิเสธไม่ให้ความช่วยเหลือ/p pอย่างไรก็ตามในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลปากีสถานก็ดูจะก้าวหน้ามากขึ้นพอสมควรในเรื่องการยอมรับสิทธิของคนข้ามเพศ ในปี 2555 นักกิจกรรมที่เป็นคนข้ามเพศเอาชนะในการต่อสู้ทางกฎหมายทำให้รัฐบาลยอมระบุทางเลือกเพศแบบที่สามลงในบัตรประจำตัวประชาชนได้ และเมื่อต้นปีนี้ชุมชนคนข้ามเพศก็ได้รับการยอมรับในตัวตนมากขึ้นจากการที่จะมีการระบุตัวตนของพวกเขาในสำมะโนประชากรปี 2560 นอกจากนี้ยังมีแผนการสร้างมัสยิดที่เปิดกว้างกับคนทุกเพศสภาพและเพศวิธีในเมืองหลวงอิสลามาบัด/p pในวัฒนธรรมเอเชียใต้จะมีการระบุถึงตัวตนหญิงข้ามเพศแบบหนึ่งคือฮิจรา (Hijra) ที่แยกออกเป็นเพศต่างหากไม่ใช่หญิงหรือชาย ตั้งแต่ยุคคริสตศตวรรษที่ 16 เป็นต้นมาก็มักจะมองว่าฮิจรานำมาซึ่งโชคดี และในศาสนาฮินดูก็เชื่อว่าพวกเธอมีอำนาจเชิงพิธีกรรมทางศาสนาถึงแม้ว่าฮิจราบางคนจะเป็นชาวมุสลิมโดยเฉพาะในปากีสถาน ไม่เพียงแค่ในปากีสถานเท่านั้น ประเทศอินเดีย เนปาล และบังกลาเทศก็ให้การยอมรับเพศสภาพของฮิจราเช่นกัน โดยที่อินเดียเคยเพิ่มทางเลือกของเพศพวกเธอไว้ในหนังสือเดินทางหรือเอกสารทางการอื่นๆ ก่อนหน้าปากีสถานแล้ว/p pแต่ถึงแม้ว่าฮิจราจะได้รับการยอมรับในระดับทางการ ในระดับสังคมทั่วไปของปากีสถานพวกเธอยังคงถูกข่มเหงรังแกจากตำรวจและถูกล่วงละเมิดทางเพศ แม้ว่าพวกเธอจะมีบทบาทสำคัญในพิธีการแต่งงานและพิธีกรรมเพื่อความอุดมสมบูรณ์ ความสำคัญของพวกเธอบวกกับการกดดันจากนักกิจกรรมเพื่อคนข้ามเพศน่าจะมีส่วนทำให้รัฐบาลยอมรับตัวตนของคนข้ามเพศที่เคยเป็นกลุ่มประชากรชายขอบมาก่อน สื่อ NPR เคยระบุว่าในปากีสถานมีประชากรฮิจราอยู่ราว 50,000 คน/p pนอกจากอินเดีย เนปาล และปากีสถานแล้ว ยังมีเยอรมนีและนิวซีแลนด์ที่ให้การรับรองสถานะคนข้ามเพศหรือคนที่ระบุเป็นเพศอื่นนอกเหนือจากชายหญิงลงในหนังสือเดินทาง และอีกหลายประเทศที่อนุญาตให้เปลี่ยนอัตลักษณ์ทางเพศในเอกสารทางกฎหมายได้โดยไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองทางการแพทย์/p pVox ระบุว่าน่าเสียดายที่ประเทศอย่างสหรัฐฯ ยังคงมีหนังสือเดินทางที่ยึดกับเพศแบบสองขั้วอย่างชายหญิง และสำหรับคนข้ามเพศที่ต้องการเปลี่ยนการระบุเพศตนเองจากชายเป็นหญิงหรือหญิงเป็นชายต้องอาศัยใบรับรองทางการแพทย์อ้างอิงเรื่องการแปลงเพศด้วย นั่นหมายความว่าในประเด็นเรื่องเพศหลากหลายแล้วปากีสถานก้าวหน้าออกนำสหรัฐฯ ไปแล้ว/p pnbsp;/p pustrongเรียบเรียงจาก/strong/u/p pPakistan just issued its first passport with a transgender category, Vox, 23-06-2017/p pa href="https://www.vox.com/world/2017/6/23/15861620/pakistan-transgender-passport-human-rights" target="_blank"https://www.vox.com/world/2017/6/23/15861620/pakistan-transgender-passport-human-rights/a/p pustrongข้อมูลเพิ่มเติมจาก/strong/u/p pa href="https://en.wikipedia.org/wiki/Hijra_%28South_Asia%29" target="_blank"https://en.wikipedia.org/wiki/Hijra_(South_Asia)/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/4KZH3KvLkUE" height="1" width="1" alt=""/

ศาลให้ประกัน 'รังสิมันต์ โรม' แล้ว

Mon, 26/06/2017 - 14:53
pศาลทหารสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราว รังสิมันต์ โรม แล้ว หลังยื่นหลักทรัพย์ประกัน คดีหอศิลป์ 10,000 บาท คดีแจกเอกสารรณรงค์ประชามติ ปี 59 ที่ บางพลี 50,000 บาท พร้อม MOU คาดปล่อยตัวเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครnbsp;20.00 น.nbsp;/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4264/34700512824_ae56152820.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4240/35374359492_48078810d1.jpg" //p p style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"ภาพเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัว รังสิมันต์ โรม ไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพ หลังศาลทหารอนุมัติฝากขังnbsp;/span/p p26 มิ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ เมื่อเวลา 14.30 น. ศาลทหารสั่งให้ปล่อยตัวชั่วคราว หรือให้ประกันตัว รังสิมันต์ โรม สมาชิกกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย แล้ว หลังยื่นหลักทรัพย์ประกัน คดีหอศิลป์ กทม. 10,000 บาท คดีแจกเอกสารรณรงค์ประชามติ ปี 59 ที่นิคมอุตฯ บางพลี 50,000 บาท/p pพร้อมเงื่อนไข ห้ามกระทำการใดๆ อันมีลักษณะเป็นการยั่วยุ ปลุกปั่น ชักชวน ปลุกระดม ไม่ว่าด้วยวิธีใดๆ เพื่อให้มีการชุมนุมอันจะก่อให้เกิดภัยอันตรายใดๆ อันกระทบต่อความเสียหาย หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือกระทำการใดๆ เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน รวมทั้งห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาต/p pผู้สื่อข่าวประเมินว่าจะปล่อยตัวเวลาประมาณ 20.00 น. ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร/p div pโดยเมื่อช่วงสายวันนี้ รังสิมันต์ ถูกควบคุมตัวจาก สภ.บางเสาธง มายังศาลทหาร หลังถูกเจ้าหน้าจับกุมตัววานนี้ จากกรณีการไม่ไปรายงานตัวกับศาลทหารในคดีแจกใบปลิวรณรงค์โหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ที่บางเสาธง เมื่อปี 2559 รวมทั้ง ขัดประกาศ คมช. ที่ไม่พิมพ์ลายนิ้วมือ นอกจากนี้ยังมีคดีขัดคำสั่ง คสช. ที่ 3/58 กรณีชุมนุมที่หอศิลป์ ครบรอบ 1 ปี/p pเพจ a href="https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1884799911759446amp;id=1426666687572773"Banrasdr Photo/a รายงานด้วยว่า ขณะผ่านสื่อมวลชน รังสิมันต์ โรม ได้กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับการแจกเอกสารโหวตโน แต่เป็นเพราะว่าตนจะไปยื่นหนังสือขอให้มีการเปิดเผยรายละเอียดข้อตกลงรถไฟไทย-จีน ที่ทำเนียบรัฐบาล/p /div pnbsp;/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2017/06/72107" target="_blank"จับรังสิมันต์ โรม นอนคุก 1 คืนคดีประชามติปี 59 เตรียมส่งฟ้องศาลทหารพรุ่งนี้/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/LCsAdkjx3KM" height="1" width="1" alt=""/

85 ปี 24 มิถุนายน 2475: ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ รัฐไทยไม่ได้อยู่เพื่อสังคม-ไร้การสร้างสถาบันรองรับ

Mon, 26/06/2017 - 14:47
p‘ธเนศ’ ย้ำ รัฐของไทยเป็นรัฐที่ไม่ได้อยู่เพื่อสังคม มุ่งใช้อำนาจผ่านระเบียบทางศีลธรรม มีลำดับชั้น ไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างสถาบันรองรับ เน้นแต่ผู้นำที่มีบารมี/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4263/35154565160_221b3a237a_z.jpg" style="width: 540px; height: 359px;" //p pในโอกาสครบรอบ 85 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชสู่ประชาธิปไตย รายงานการสัมมนาชิ้นนี้คือส่วนหนึ่งของการรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น ในหัวข้อ ‘การเมืองกับประวัติศาสตร์-ประวัติศาสตร์กับการเมือง ตอน การเมืองในชีวิตประจำวัน (Politics of Everyday Life’ จัดโดยภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ณ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย/p pธเนศ อาภรณ์สุวรรณ ธรรมศาสตราภิชาน วิทยาลัยนานาชาติปรีดีย์ พนมยงค์ กล่าวว่า/p p“ผมจะพยายามหาความหมายของประวัติศาสตร์ในแง่ของคนที่ต้องทำงานด้านนี้ คือนิยามของประวัติศาสตร์ทุกคนก็คงรู้ที่เป็นนิยามแบบท่องจำ แต่ผมจะพูดถึงในแง่ของคนที่ต้องใช้จริงๆ ผมใช้เวลากว่า 30 ปีกว่าจะสรุปได้ แล้วผมก็สรุปไว้ในหน้าสุดท้ายของบทความผมว่า สำหรับวิชารัฐศาสตร์และประวัติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเมืองไทย รัฐศาสตร์จะยกระดับเป็นศาสตร์วิชาการที่มีน้ำยา หมายความว่ามีพลัง มีระบบ มีการอธิบาย แต่เวลาเอาไปโชว์ในเวทีอื่นนอกเมืองไทยจะไม่มีน้ำหนัก ที่เป็นเช่นนี้เพราะว่า รัฐศาสตร์ไทยนั้นขาดพันธมิตรที่ใกล้ชิดก็คือประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์ไทยไม่มีประวัติศาสตร์ที่ลึก คือประวัติศาสตร์ที่ผ่านการค้นคว้าชั้นต้น ชั้นรอง ผ่านการตรวจสอบจนได้ข้อสรุปที่เป็นการตีความ เช่นเรื่อง 24 มิถุนายน 2475 จนตอนนี้ผ่านมา 85 ปี ประวัติศาสตร์นี้ยังคงดำเนินต่อไป มันยังไม่จบ แล้วมันเกี่ยวกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่ใหญ่มากของประเทศไทย/p p“ลองเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ปฏิวัติใหญ่ของฝรั่งเศส 1789 เขารบกันหลายรอบ แต่พอไปถามคนฝรั่งเศสทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ด้านการเมืองว่า 1789 ล้มเหลวใช่ไหม มีคน React ต่อคำถามนี้ว่าเป็นคำถามที่ดีมาก หรือในวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันชาติอเมริกา มีคนอเมริกันลุกขึ้นมาถามเลยว่า ทำไมเจฟเฟอร์สันเขียนคำประกาศเอกราชว่าคนเราเกิดมามีสิทธิเท่าเทียมกัน มันไม่จริง มีคนถูกจับเข้าคุก ถูกซ้อม เพราะฉะนั้นคำประกาศเอกราชนี้มันใช้ไม่ได้ เพราะไม่เป็นความจริง คติเรื่องความเท่าเทียมกันหรือเสรีภาพมันไม่จริง มีการนำคนมาเป็นทาสตั้ง 4 ศตวรรษ ถึงจะมีการเลิกทาสแล้ว อีก 100 ปีก็ยังไม่ได้ให้เสรีภาพจริงๆ กับเขาจนถึงปี 1964 ฉะนั้น ประวัติศาสตร์ของอเมริกาจึงมีความไม่จริง/p p“แต่คนในอเมริกามองว่าพอโค่นล้มอำนาจกษัตริย์ได้แล้วก็ถือว่าประสบความสำเร็จ คืออำนาจกลับมาอยู่ที่ประชาชนเรียบร้อยแล้ว แต่หลังจากนั้นจะมีการนำมาบิดเบือนอย่างไรเขาถือว่าไม่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ 1776 และ 1789 เพราะฉะนั้นการเมืองมันเดินไปข้างหน้าแบบเป็นระบบได้ แต่การเมืองไทยไม่เดินเป็นระบบ มันวิ่งเป็นวัฏจักรวงกลม แล้วมันก็ย้อนมาอยู่ที่เก่า ไม่ได้ไปไหน ปัญหาของประวัติศาสตร์ไทยคือการที่เราไปเรียนตำราฝรั่ง ตำราของโลกที่เป็นสมัยใหม่ โลกสมัยใหม่ทั้งหลายมันเป็นโมเดลของตะวันตก/p p“เหตุการณ์ปฏิวัติฝรั่งเศส 1789 มันเดินเป็นเส้นตรง นำไปสู่การสร้างอะไรใหม่ๆ ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเลือกตั้ง กฎหมายสิทธิ มันไม่กลับสู่อันเดิม ไม่ว่าจะดีเลวอย่างไรก็ไปของมันเรื่อยๆ มันไม่เคยเดินเป็นวงกลมเหมือนของเมืองไทยและประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การที่ประวัติศาสตร์เดินเป็นวงกลมไม่ได้หมายความว่ามันไม่ได้อยากเดินเป็นเส้นตรง แต่เป็นเพราะเงื่อนไขการสร้างสถาบันสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบรัฐสภา รัฐธรรมนูญ กฎหมาย รวมไปถึงโรงเรียน มหาวิทยาลัย ระบบเศรษฐกิจ ระบบการค้า ทั้งหมดนี้ไปส่งเสริมความมั่นคง ประสิทธิภาพ และการเคลื่อนตัวของรัฐสมัยใหม่ ในขณะที่สังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมดเหมือนกัน คือไม่มีการเคลื่อนตัวของสถาบัน ผมจึงคิดว่าสิ่งที่เรียกว่าสถาบันไม่ประสบความสำเร็จ ฉะนั้น สิ่งแรกที่ต้องทำคือสร้างสถาบันใหม่หรือหน่วยงานใหม่ ซึ่งจะทำได้ก็ต้องสร้างระบบเศรษฐกิจก่อน เพราะระบบเศรษฐกิจเดิมทำไม่ได้/p blockquotep style="text-align: center;"span style="color:#ff8c00;"strong“รัฐของไทยเป็นรัฐที่ไม่ได้อยู่เพื่อสังคม แม้กระทั่งเส้นแบ่งระหว่างรัฐกับสังคมก็ยังเบลออยู่ บางช่วงมันเลยเข้ามาปะทะกัน คาบเกี่ยวกัน แย่งพื้นที่และอำนาจกัน ใครแพ้ก็ถอยแล้วต่างคนต่างก็ไปหาจุดหมายของตัวเองต่อไป ดังนั้น จุดหมายที่รัฐแบบไทยถนัดที่สุดคือการใช้อำนาจ โดยใช้อำนาจนี้ผ่านระเบียบทางศีลธรรมหรือ Moral Order"/strong/span/p /blockquote p“ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงในยุโรปและอเมริกามีสถาบันรองรับ คนที่เข้ามาแบบนอกระบบจึงไม่มีอะไรเอื้อต่อการมีความชอบธรรม แต่พอมาดูรัฐในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มันไม่ได้เกิดขึ้นโดยการมีสถาบันจริงๆ รองรับ มันก็เลยเปิดช่องให้ตัวคนเข้ามายึดอำนาจได้ แล้วก็สร้างหน่วยงานขึ้นมาเอง มันก็จะได้แต่งานของตัวเองที่เสริมสร้างเครือข่ายของตัวเองให้เข้มแข็งและอยู่ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ ของไทยแทนที่รัฐจะเป็นสถาบัน รัฐเลยเป็น Agent ที่ประกอบไปด้วย Agent ของกลุ่มต่างๆ เข้ามารวมตัวกัน ทะเลาะกัน แย่งกัน กลุ่มไหนที่ได้เปรียบก็ชนะไป เพราะฉะนั้นตอนที่ฝรั่งเศสปฏิวัติมันจะเป็นไปตามสูตร Law and Order มีการสร้างกฎใหม่ๆ แต่ของไทยไม่มี เพราะว่า Law and Order ทำให้สังคมมีมาตรฐานและอิสระที่จะดำรงอยู่ได้และเสริมสร้างความมั่นคงของรัฐ/p p“รัฐของไทยเป็นรัฐที่ไม่ได้อยู่เพื่อสังคม แม้กระทั่งเส้นแบ่งระหว่างรัฐกับสังคมก็ยังเบลออยู่ บางช่วงมันเลยเข้ามาปะทะกัน คาบเกี่ยวกัน แย่งพื้นที่และอำนาจกัน ใครแพ้ก็ถอยแล้วต่างคนต่างก็ไปหาจุดหมายของตัวเองต่อไป ดังนั้น จุดหมายที่รัฐแบบไทยถนัดที่สุดคือการใช้อำนาจ โดยใช้อำนาจนี้ผ่านระเบียบทางศีลธรรมหรือ Moral Order ซึ่งเป็นเป้าหมายของผู้นำรัฐเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องไปสถาปนาศีลธรรมของตัวเอง เอาโมเดลของเยอรมันหรือของญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกมาเพราะเชื่อว่าพลเมืองเขามีคุณภาพเพราะมีวัฒนธรรม ฉะนั้น ผู้นำทหารเลยต้องมีศีลธรรม แล้วศีลธรรมนี้มันก็แผ่กระจายออกไปในฐานะผู้ปกครอง พวกไพร่ทั้งหลายได้ซึมซับว่านี่คือบารมีที่คุณจะต้องยอม ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ยั่งยืน คือการทำให้คนซึมซับความยิ่งใหญ่อลังการของตัวผู้นำ/p p“รัฐในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีการสร้างความประทับใจผ่านนาฏศิลป์ นาฏกรรม สุนทรียศาสตร์nbsp; ภาพวาด คติต่างๆ วรรณคดี เช่น ขุนช้างขุนแผน รามเกียรติ์ ซึ่งเป็นวรรณกรรมที่ศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่ สิ่งพวกนี้สอนให้เรารู้ว่า เราอยู่ในช่วงไหนของสังคม Hierarchy ไหน คนไม่เท่ากัน คนต้องจงรักภักดี คนต้องเชื่อฟังผู้นำ อันนี้คือคำสอนทางศาสนาของรัฐที่ต้องทำต่อๆ กันมา คือในสังคมไทยเรารับมาจากต่างประเทศหลายเรื่อง แต่สิ่งที่เราไม่รับเลยคือคติพจน์แบบใหม่ ซึ่งก็คือวิธีคิดที่ทำให้ปัจเจกชนคนธรรมดาเป็นเจ้าของชีวิตตัวเองจริงๆ เป็น Subject ที่เป็น I จริงๆ อยู่เหนือ Object ต่างๆ มันไม่เกิด คติพจน์เรื่อง Subject ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Subjectivism หรือ Subjectivity ซึ่งเป็นทฤษฎีพวก Post Modern เขาพูดเรื่อง Subject กันเยอะมาก เพราะว่าตัวละครเอกของเขาเป็น Subject แล้วตัวละครตัวนี้ผลักดันทุกอย่าง ในขณะที่ Subject ของเรามันยังเป็น Subject จริงๆ ในแบบโบราณก็คือ ข้าบ่าว สิ่งเหล่านี้ถูกประทับด้วยวรรณกรรมไปจนถึงปรัชญาต่างๆ ทางศาสนาก็จะเน้นหนักเรื่องความไม่เท่าเทียม/p p“ประวัติศาสตร์มันก็แปลก พูดง่ายๆ คือถ้าการเมืองหรือสังคมไม่เปลี่ยนไป ข้อมูลเดิมก็จะเหมือนเดิมตลอดเวลา คือไม่มีอะไรมากกว่านั้น แต่พอเหตุการณ์เปลี่ยน เราเห็นอะไรบางอย่างเกิดขึ้น เราก็มาคิดได้ว่า ถ้าเหตุการณ์เดิมมันเกิดขึ้นเมื่อ 50 ปีที่แล้วมันจะเป็นอย่างไรบ้าง ผมก็เลยนึกถึงช่วงที่พันธมิตรชุมนุม มีหลายคนมากที่ไปช่วยกันเซ็นชื่อ มีทั้งอาจารย์รวมทั้งผมด้วย เซ็นเพื่อให้ไป Recall ทักษิณ ผมยังซีร็อกซ์เก็บไว้เลย เป็นคลื่นใหญ่มากที่พวกนักศึกษาออกมาคัดค้านรัฐบาล เสร็จแล้วผมก็มานั่งนึกว่า ตอน 2500 ก็เป็นคลื่นนักศึกษาจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ออกมาคัดค้านรัฐบาลจอมพล ป. เยอะที่สุด ในที่สุดก็นำไปสู่การรัฐประหารของจอมพลสฤษดิ์/p p“ผมก็เลยตั้งคำถามว่า สองเหตุการณ์นี้มีอะไรที่คล้ายกันไหม ผมพยายามกลับไปอ่านประวัติศาสตร์ 2500 ซึ่งเรารู้จักกันในนาม ‘เลือกตั้งสกปรก’ ปัญหาคือพอได้กลับไปหาหนังสืออ่านพบว่าหนังสือที่เขียนแบบมีหลักฐานจริงๆ เป็นเรื่องเป็นราวมีเพียงเล่มเดียวเท่านั้น มันเป็นไปได้อย่างไร เหตุการณ์ใหญ่ขนาดนี้ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมหาศาลมีคนศึกษาเพียงเล่มเดียว นอกนั้นส่วนใหญ่คือเขียนตามความรู้สึกเพราะเขาเขียนในช่วงที่เหตุการณ์จบไปแล้ว เพราะฉะนั้นทั้งหมดมันถูกกำกับไว้ด้วยความรู้สึกช่วงหลังเหตุการณ์รัฐประหาร เขาไม่สนใจไปหาแล้วว่าเลือกตั้งสกปรกมันสกปรกขนาดไหน เขาก็ค้นแค่หนังสือพิมพ์ 2-3 ฉบับ ซึ่งแต่ละฉบับก็เป็นคำวิพากษ์วิจารณ์ของคอลัมนิสต์/p p“พอผมลองไปหาอ่านดูก็พบว่าช่วงก่อนยึดอำนาจของจอมพลสฤษดิ์ จอมพล ป. ร่วมมือกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ฟ้องศาลให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ แต่ว่าศาลไม่ใช่คนตัดสินเพราะเป็นการยึดอำนาจ ก็เลยจบไป เลยคิดว่าถ้ายังไม่ยึดอำนาจแล้วการตัดสินเกิดขึ้นก่อน จะเกิดอะไรขึ้น ประเด็นที่ผมจะพูดถึงคือ แล้วนักศึกษาจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ออกไปทำไม ผมบังเอิญอ่านเจอบันทึกของนักศึกษาธรรมศาสตร์คนหนึ่ง เขาเขียนบอกว่า ตอนที่จะออกไปประท้วงจอมพล ป. ฝ่ายจุฬาฯ เขาติดต่อมา ฝ่ายธรรมศาสตร์บอกว่ายังไม่ไป รอดูก่อน จนสุดท้ายพอมันผ่านไปเรื่อยๆ นักศึกษาก็เห็นใจเลยออกไปช่วย มันก็คล้ายๆ พันธมิตรนะ ประเด็นของผมที่น่าสนใจคือว่า หลังจากนั้นมาจนถึง กปปส. การออกมาประท้วงของชนชั้นกลาง นักศึกษา อาจารย์ มีผลต่อการเรียกรัฐประหาร/p p“ถ้าเราเริ่มวิเคราะห์จาก 2500 มันไม่ใช่เพราะรัฐบาลทุจริตอย่างเดียว แต่ว่ามันมีการเคลื่อนไหวของคนนอกรัฐบาล แล้วเป็นคนที่มีเสียง มีการยอมรับ คือนักการเมืองกับสื่อเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน หนังสือพิมพ์ก็ด่าพวกนักการเมืองตลอดเวลาในคอลัมน์ พอมีใครโยนระเบิดเข้ามา พระเอกจริงๆ ก็ออกมา แล้วก็ออกมาด้วยการชูธงศีลธรรม เพราะเราไม่ใช่นักการเมือง เพราะเราเป็นคนมือสะอาด เพราะเราเป็นคนมีความรู้ ก็คือมันเป็นกลุ่มคนที่มาฐานะในสังคม คือคนที่มีฐานะในสังคมไทยเวลาพูดจะมีน้ำหนัก แล้วคนที่ออกมา เขาไม่พูดเรื่องการเมือง เขาแสดงอำนาจของบารมี ลองกลับไปดูป้ายประท้วง ไม่มีเลยเรื่องการเมืองหรือเรื่องประชาธิปไตย มันมีแต่เรื่องคุณธรรมความดี อีกฝ่ายก็ต้องเลว ลองเอาแผ่นป้ายของ กปปส. มาเรียงกันเลยมันก็จะเข้าล็อกอันนี้ชัดเลยว่านี่คือการเมืองของคุณธรรม หรือการเมืองของคนดี ตรงข้ามกับการเมืองของคนไม่ดี/p p“ถ้าหากการวิเคราะห์ที่ผมบอกเป็นจริงก็หมายความว่า สังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ประสบความสำเร็จในการสร้างสถาบัน ถ้าคุณไม่สร้างสถาบัน คุณก็สร้างประชาธิปไตยไม่ได้ เพราะมันต้องมีระบบ ทั้งระบบการเลือกตั้ง ระบบรัฐสภา ระบบพรรคการเมือง ถ้าคุณเชื่อผมและเชื่อประวัติศาสตร์ของเราทั้งภูมิภาคนี้ มันอยู่ด้วยการไม่อาศัยระบบ ไม่อาศัยสถาบัน แล้วมันอยู่ได้อย่างไร มันก็อาศัยตัวบุคคล อาศัยผู้นำ ซึ่งเป็นผู้นำที่สร้างความเป็นศูนย์กลางขึ้นมา ต้องมีอำนาจที่เป็นศูนย์กลางให้ได้ คุณต้องมีบารมีที่จะกระจายโภคทรัพย์แล้วใช้อำนาจเขกหัวใครก็ได้ เพราะฉะนั้นรัฐของเราเป็นรัฐที่อยู่ด้วยเซ็นเตอร์ต่างๆ หลายๆ เซ็นเตอร์แล้วแต่ละเซ็นเตอร์ก็ใช้อำนาจเองได้ ถ้าทุกเซ็นเตอร์รวมตัวกันได้ บอกว่าเราจะทำตามรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 อันนี้ถึงจะเกิดเป็นสถาบัน ฉะนั้น ถ้าคุณเชื่อประวัติศาสตร์ ก็ไปศึกษาว่าการสร้าง Agent แต่ละกลุ่มมันดำเนินการอย่างไร สร้างการเปลี่ยนแปลงมากเพียงใด คือการที่จะดำรงอยู่ได้ของรัฐไทยคือการต้องประสานกันระหว่าง Agent ทุกกลุ่ม ตกลงแล้วประชาชนอยู่ตรงไหน สังคมอยู่ตรงไหน นี่คือคำถามและปัญหา เพราะอย่างที่พูดไปตอนแรกว่าเส้นแบ่งมันเบลอ”/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="https://prachatai.com/journal/2017/06/72082" target="_blank"85 ปี 24 มิถุนายน 2475: กนกรัตน์ เลิศชูสกุล 85 ปีหลังปฏิวัติฝรั่งเศสและการอยู่ร่วมกัน ทั้งที่เกลียดกัน/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/qe0CQ4i-vzo" height="1" width="1" alt=""/

ศาลทหารเลื่อนพิพากษา ธารา คดีโพสต์คลิปผิด ม.112 หลังยื่นเอกสารประกอบรับสารภาพ

Mon, 26/06/2017 - 14:23
pเลื่อนพิพากษาคดี ธารา วัย 59 ปี ถูกกล่าวหาโพสต์คลิปเสียงบรรพตผิด ม.112 จำนวน 6 คลิปnbsp;ไป 9 ส.ค.นี้ หลังยื่นเอกสารประกอบการรับสารภาพ ขณะที่ถูกขังมา 3 ปี 5 เดือน/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img src="https://c2.staticflickr.com/2/1627/26103435363_4ce5951abc.jpg" //p p26 มิ.ย. 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ เวลา 9.50 น. ที่ศาลทหาร กรุงเทพฯ มีกำหนดอ่านคำพิพากษาของ ธารา (สงวนนามสกุล) วัย 59 ปี มีอาชีพขายสมุนไพร จำเลยคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ฐานนำเข้าและเผยแพร่คลิปข้อความเสียงที่มีเนื้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ดูหมิ่น ใส่ความหมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ จำนวน 6 คลิป ซึ่งถูกระบุว่าเป็นคลิปเสียงบรรพต/p pโดยในวันนี้จำเลยได้ยื่นคำร้องประกอบการรับสารภาพ ซึ่งถอนคำให้การเดิมที่ปฏิเสธข้อกล่าวหา เป็นรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา ไม่ขอต่อสู้คดี/p div pศาลทหารระบุว่าสำนวนคดีที่ศาลต้องพิจารณามีจำนวนมาก จึงขอเลื่อนคำพิพากษาไปวันที่ 9 ส.ค.60/p pทั้งนี้ ธารา ปัจจุบันถูกคุมขังมา 3 ปี 5 เดือน ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ธาราถูกตั้งข้อหาว่ามีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (1) (3) (5) เนื่องจากการนำลิงก์คลิปเสียงของบรรพตที่อาจมีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ฯ มาฝังไว้บนเว็บไซต์nbsp;a href="https://l.facebook.com/l.php?u=http%3A%2F%2Fwww.okthai.com%2Famp;h=ATOx2memY5m15qw3UseGPBFpw6uvw0MXVUiy1YUGYoult4fAzTf-Y4uQ9NMLh_4NmhnHYzJS6K2BDUQuhSJ1H6BxcJeBGTrOsLRU4_hefKT5xToozdrngi9xKZ1Z2dJUrm5m_PxzVURb8ldUSdycamp;enc=AZOaqcFlQIGM6k_7um2gEDkLqXV4MMAM2Wd-fpfnPLG_WGL52f0Y7l6mWFlLscRMpP65AAVJAK_RdwZyPu8tD35r1uvXeeqyzWWp3icsuByyhQdCJ64HBZX8XkF3beqn0idxeCjQiof_F9q-MXONG1eUOYdAeluV9x4AfnbnK0NK1Rcp0k9eW5lFCXhKoP9PmcNgzbUgrM__gb-6Bhpt3DM8amp;s=1" rel="nofollow noopener" target="_blank"www.okthai.com/anbsp;ที่เขาเป็นเจ้าของ เขาถูกจับกุมเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2558 เบื้องต้นเขาปฏิเสธ และต้องการต่อสู้คดีว่า เขาทำเว็บไซต์ด้านสุขภาพเพื่อหารายได้จากโฆษณา ซึ่งเขาเอาลิงก์คลิปเสียงมาใช้เพราะมีเรื่องสุขภาพอยู่ด้วย และไม่ได้ฟังทุกคลิปก่อนเอามาใช้ แต่ธาราไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัว และการสืบพยานใช้เวลานานกว่าสองปี ธาราจึงเปลี่ยนใจรับสารภาพ/p pผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ลูกชายของธารากล่าวยืนยันว่า บิดาไม่ใช่คนที่สนใจติดตามการเมืองอย่างใกล้ชิด และไม่เคยไปร่วมชุมนุมกับฝ่ายใดมาก่อน/p /div pemอ่านข้อมูลเพิ่มเติมnbsp;a href="https://freedom.ilaw.or.th/blog/112-the-series/112theseriesTaRA"ธารา: นักสุขภาพในเรือนจำ/a/em/p div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="/journal/2015/03/58562" target="_blank"รายงาน: แฉ 16 ราย ‘เครือข่ายบรรพต’ จากกดแชร์คลิปสู่เรือนจำและศาลทหาร/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/6t7v7KMRsls" height="1" width="1" alt=""/

ธนาคารกรุงเทพจ่ายค่าล่วงเวลา พนง.ฝ่ายแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศแล้ว 25 ล้านบาท

Mon, 26/06/2017 - 12:18
divสหภาพแรงงานธนาคารกรุงเทพระบุ ปิดตำนาน OT มหากาพย์ 'พนักงานฝ่ายบริการแลกเปลี่ยนและโอนเงินระหว่างประเทศ' โดยธนาคารจ่ายเงินค่าล่วงเวลา 25 ล้านกว่าบาทแล้ว หลังสหภาพแรงงานเรียกร้องมาหลายปี และพนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้จ่าย/div p!--break--!--break--/p divnbsp;/div div26 มิ.ย. 2560 หลังจากที่พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้ บจม.ธนาคารกรุงเทพ จ่ายเงินค่าล่วงเวลาแก่ลูกจ้าง 'ฝ่ายบริการแลกเปลี่ยนและโอนเงินระหว่างประเทศ' ภายใน 30 วัน a href="http://prachatai.org/journal/2017/06/71865"(อ่านเพิ่มเติม: ตรวจแรงงานมีคำสั่งให้ ธ.กรุงเทพ จ่าย OT พนง.ฝ่ายแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ)/a/div divnbsp;/div divวันนี้ (26 มิ.ย.) สหภาพแรงงานธนาคารกรุงเทพเปิดเผยว่าสหภาพแรงงานธนาคารกรุงเทพขอร่วมแสดงความยินดีกับพนักงานฝ่ายบริการแลกเปลี่ยนและโอนเงินระหว่างประเทศ ที่ได้รับเงินค่าล่วงเวลา (OT) ตามที่พนักงานฯ ได้ยินยอมทำงานให้กับองค์กร โดยเสียสละเวลาในชีวิตส่วนตัวและครอบครัวมาโดยตลอด แม้การเรียกร้องจะใช้เวลาหลายปีก็ตาม สหภาพแรงงานฯ ขอขอบพระคุณธนาคารกรุงเทพฯ ที่ได้ยินยอมปฏิบัติตามที่กฎหมายได้บัญญัติไว้ และสหภาพแรงงานฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพนักงานธนาคารกรุงเทพที่เสียสละทำงานล่วงเวลาทุกคุณ ผู้บริหารระดับสูงจะยังยึดถือหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) โดยปกครอง จัดการควบคุมดูแลให้พนักงานได้รับสิทธิประโยชน์ ในครรลองคลองธรรม ตามที่ธนาคารได้ยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด/div divnbsp;/div divอนึ่งธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2560 จำนวน 8,305 ล้านบาท อยู่ในระดับใกล้เคียงกับไตรมาส 1 ปีก่อนที่ 8,317 ล้านบาท โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจำนวน 16,277 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.5 และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.35 สำหรับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยมีจำนวน 10,939 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 ส่วนใหญ่มาจากรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 10.1 โดยเพิ่มขึ้นที่ค่าธรรมเนียมจากบริการกองทุนรวมและบริการประกันผ่านธนาคาร และค่าธรรมเนียมจากบริการอิเล็กทรอนิกส์และการโอนเงิน/div divnbsp;/div div class="field field-type-link field-field-related-link" div class="field-label"เรื่องที่เกี่ยวข้อง:nbsp;/div div class="field-items" div class="field-item odd" a href="http://prachatai.org/journal/2017/06/71865" target="_blank"ตรวจแรงงานมีคำสั่งให้ ธ.กรุงเทพ จ่าย OT พนง.ฝ่ายแลกเปลี่ยนเงินต่างประเทศ/a /div div class="field-item even" a href="http://prachatai.org/journal/2016/10/68403" target="_blank"เจรจานัด 6-7 สหภาพแรงงานธนาคารกรุงเทพระบุปัญหา OT ยังไม่ได้แก้/a /div /div /div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/q26yfOPYW8U" height="1" width="1" alt=""/

เรื่องที่พูดกันผิดๆ เกี่ยวกับศาสนาประจำชาติของอิตาลี

Mon, 26/06/2017 - 08:23
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm5.staticflickr.com/4255/35369066012_2518883d2a_o_d.jpg" style="width: 500px; height: 428px;" //p pผู้เขียนได้เห็นเว็บไซต์มากมายที่ลงบทความหนึ่งที่เขียนโดยด๊อกเต้อร์ของมหาวิทยาลัยของรัฐแห่งหนึ่ง แต่พอตามไปดูที่เวบต้นทางทั้งของสยามรัฐและอะไรอีกอัน ปรากฏว่าเวบต้นทางหายไปแล้วทั้งคู่ เหลือแต่ที่คนก๊อปปี้มาลงอีกทีในเวบไทยต่างๆหลายที่ เนื้อความบอกว่า.../p p"...อิตาลีได้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ ยกพระพุทธศาสนาให้เป็นหนึ่งในศาสนาสำคัญของชาติ ไม่ต่างอะไรกับศาสนาคริสต์ (ปัจจุบันอิตาลีได้รับรองสถานะพุทธศาสนาอย่างเป็นทางการ โดยเมื่อวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 2000 นายกรัฐมนตรีอิตาลีได้ลงนามความตกลงกับประธานสหภาพสมาคมพุทธในอิตาลี เพื่อให้พุทธศาสนามีสถานะเป็นทางการในอิตาลี ทำให้ผู้เสียภาษีสามารถแสดงความจำนงให้แบ่งภาษีในอัตราร้อยละ 0.8 ของภาษีรายได้ส่วนบุคคลที่ต้อง ชำระให้แก่รัฐบาล เพื่อบริจาคให้องค์กรทางพุทธศาสนาได้)"/p pอ่านแล้วคิดว่าผู้เขียนมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนบางประการ เลยคิดว่าน่าจะพูดถึงสักหน่อย ไม่อย่างนั้นผู้คนจะเข้าใจผิด/p pเขาเขียนชื่อบทความว่า "พุทธศาสนา…เป็นศาสนาประจำชาติอิตาลี...แล้วครับ"/p pขอชี้แจงแก้ไขอย่างนี้ว่า ประเทศอิตาลี เป็นประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ ที่ว่าส่วนใหญ่นี่ใหญ่จริงๆ คือมากถึง 91 เปอร์เซ็นต์กว่า โดยเป็นคริสต์นิกายคาทอลิกมากถึง 87 เปอร์เซ็นต์กว่า แถมยังมีนครวาติกันซึ่งถือเป็นรัฐของศาสนจักรคาทอลิกที่ปกครองโดยพระสันตปาปา (เป็นรัฐการปกครองพิเศษที่ถือเป็นเสมือนรัฐอิสระภายในประเทศอิตาลี) และอิตาลียังมีศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกเป็นรากเหง้าประวัติศาสตร์อันยาวนานจนแยกกันไม่ออกนับพันกว่าปี/p pด้วยเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์และสัดส่วนประชากรศาสนิกขนาดนี้ ใครๆที่ชื่นชอบเรื่องรัฐศาสนาและศาสนาประจำชาติก็ต้องบอกว่า อิตาลีต้องมีหรือสมควรมีศาสนาประจำชาติคือ ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกแน่ๆ/p pแต่เปล่าครับ/p pรัฐบาลอิตาลีได้ลงนามสนธิสัญญากับทางศาสนจักรคาทอลิก ขอยกเลิกการถือว่า ศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกคือ ศาสนาประจำชาติ หรือ Official religion ของประเทศอิตาลี ในวันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ คศ.1984 หรือ พ.ศ.2527/p pหรือเมื่อ 31 ปีมาแล้วนี้เอง/p pstrongและนี่ไม่ใช่ในสมัยมุสโสลินีเมื่อสงครามโลกครั้งที่สอง ฉะนั้น มันไม่เกี่ยวกับความเป็นฟาสซิสท์หรือเผด็จการทหารอะไรทั้งสิ้น แต่มันเป็นเพราะประชาชนอิตาลีส่วนใหญ่เขาเห็นว่า ต้องแยกศาสนาออกจากเรื่องการเมืองการปกครอง ทั้งๆ ที่พวกเขาถึงเก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์นับถือศาสนาคริสต์และเป็นคาทอลิกเคร่งครัดเสียด้วยซ้ำ/strong/p pทุกวันนี้ศาสนาคาทอลิกไม่มีอำนาจต่อรัฐ ไม่มีสิทธิพิเศษใดๆ จากรัฐ ไม่ได้รับงบประมาณจากรัฐ สัญญลักษณ์ไม้กางเขนอะไรในสถานที่ราชการของอิตาลีถูกถือเป็นเพียงสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องทางศาสนา/p pท่านผู้อ่านคงอยากถามต่อว่า แล้วอิตาลีเอาศาสนาอะไรเป็นศาสนาประจำชาติ?/p pขอตอบว่า ไม่มีครับ อิตาลีได้ถือตนเองเป็นรัฐโลกวิสัยเต็มตัว/p pรัฐธรรมนูญของอิตาลีตั้งแต่ปีคศ. 1947 ได้ระบุถึงเสรีภาพทางศาสนาไว้ด้วยข้อความว่า/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#4b0082;"em"...ประชาชนทุกคนมีศักดิ์ศรีทางสังคมเท่าเทียมกัน และมีความเท่าเทียมกันทางกฎหมาย โดยไม่มีการแบ่งแยก...ทางศาสนา..." (มาตรา 3)/em/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#4b0082;"em"...ทุกความเชื่อทางศาสนามีเสรีภาพเท่าเทียมกันทางกฎหมาย" (มาตรา8)/em/span/p p style="margin-left: 40px;"span style="color:#4b0082;"em"ทุกคนมีสิทธิในการแสดงถึงความเชื่อทางศาสนาของตนอย่างเสรีในทุกรูปแบบ...ตราบเท่าที่รูปแบบนั้นไม่ละเมิดศีลธรรม" (มาตรา 19)/em/span/p pนี่คือประเทศที่มีชาวคริสต์ 91.6% และเป็นคาทอลิกถึง 87.8% ที่เหลือเป็นนิกายอื่นๆ สารพัดนิกาย แล้วยังมีมุสลิมอีกล้านกว่าคน ถือเป็นเพียง 1.9% มีพุทธ 160,000 คือ 0.3% ฮินดู 115,000 คือ 0.2% มีนั่นนี่อีกหลายศาสนา/p pที่สำคัญเขาระบุได้ว่า มีคนไม่นับถือศาสนาถึง 3,400,000 คน หรือ 5.8%/p pประเทศไทยนี่เป็นประเทศที่เคร่งศาสนามากจริงๆ จึงระบุสถิติคนไม่มีศาสนาไม่ได้เลยสักคนเดียว (ที่จริงเคยเห็นสถิติเหมือนกันจากที่ไหนจำไม่ได้ บอกว่ามี 0.0? อะไรสักอย่างจำไม่ได้ ไม่รู้เขาเอาสถิติมาจากไหน)/p pฉะนั้นที่ท่านดอกเตอร์ท่านนั้นเขียนว่า อิตาลีได้ยกศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติแล้ว จึงผิดในหลายประเด็น/p pstrongและที่ว่าอิตาลียกศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติของเขา ที่จริงไม่ใช่ แต่เป็นการที่รัฐบาลอิตาลี ในปี 2015 ได้ลงนามกับอีก 13 องค์กรศาสนาต่างๆ ว่าได้รับการรับรองว่า มีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกับศาสนาอื่นๆ ในอิตาลี/strong/p pและสิทธิพิเศษที่ทางประเทศอิตาลีให้แก่ 13 องค์กรศาสนาต่างๆเหล่านี้อย่างเท่าเทียมก็คือ ให้ผู้เสียภาษีสามารถแสดงความจำนงให้แบ่งภาษีในอัตราร้อยละ 0.8 (ภาษาราชการของเขาเรียก 8 ในพัน) ของภาษีรายได้ส่วนบุคคลที่ปกติเขาต้องชำระให้แก่รัฐบาล ก็สามารถบริจาคตรงให้แก่องค์กรทางศาสนานั้นๆได้ โดยรัฐจะช่วยบริการส่งให้/p pstrongนี่เป็นความใจกว้างของรัฐบาลอิตาลีอย่างมาก และรูปแบบนี้ได้ถูกใช้ในยุโรปหลายแห่ง คือ รัฐบาลไม่ได้เอาเงินงบประมาณประเทศไปอุดหนุนศาสนา แต่ให้ประชาชนมีสิทธิระบุในในเสียภาษีได้ว่า ตนนับถือศาสนานั้นศาสนานี้ และขอให้เอาภาษีของตนส่วนหนึ่ง(ตามสัดส่วนที่รัฐบาลกำหนดให้) บริจาคให้แก่องค์กรศาสนานั้นศาสนานี้ ตามที่ตนเองสังกัดอยู่ ซึ่งทางรัฐบาลเขาก็ทำให้ตามความประสงค์/strong/p pหรือถ้าไม่เลือกเลยก็ได้ ภาษีส่วนศาสนาก็จะบำรุงประเทศทั้งหมด/p pbr /strongสรุปอีกครั้ง/strong/p pstrongหนึ่ง/strong อิตาลีเป็นประเทศที่ชาวคริสต์คาทอลิกเป็นคนส่วนใหญ่มากๆ แต่เขาเลือกจะเป็นรัฐโลกวิสัยที่แยกศาสนาออกจากการเมืองการปกครอง/p pstrongสอง/strong อิตาลีให้เสรีภาพและความเสมอภาคแก่คนทุกศาสนา แม้แต่คนไม่นับถือศาสนา/p pstrongสาม/strong อิตาลีไม่เอางบประมาณประเทศไปสนับสนุนศาสนาใด แต่สนับสนุนศาสนาโดยให้ประชาชนเลือกแจ้งว่าจะให้รัฐแยกภาษีของตนเองส่วนหนึ่งไปสนับสนุนศาสนาที่ตนชอบได้ ชอบใครชอบท่าน แต่ละคนตัดสินใจกันเอง/p pbr /nbsp;/p pstrongหมายเหตุ: /strongภาพข่าวหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวเรื่องการลงนามแยกศาสนาคริสต์คาทอลิกจากการเป็นศาสนาประจำชาติของอิตาลี เมื่อ 31 ปีก่อน)nbsp;br /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/9hCJkgdtJZM" height="1" width="1" alt=""/

วรรณภา ติระสังขะ: รัฐธรรมนูญกับการรับรองและคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อม

Mon, 26/06/2017 - 04:04
p align="left"เวทีเสวนา Direk’s Talk “วรรณภา ติระสังขะ” นำเสนอเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้เป็นสิทธิโดดๆ แต่เกี่ยวพันกับสิทธิด้านอื่น หากประชาชนไม่รู้สึกว่าเป็นเจ้าของอากาศ น้ำ พลังงาน ก็จะมีส่วนร่วมในเกณฑ์ต่ำ ยกตัวอย่างฝรั่งเศสเอาจริงเรื่องสิ่งแวดล้อมจนมีบทบาทโดดเด่นในโลก ขณะที่ไทยเจอผลพวง “มาตรา44” นอกจากทำลายระบบการเมือง-ยังกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะใช้ ม.44 ยกเว้นการบังคับใช้ผังเมือง และยกเว้น EIA บางกรณี/p p align="left" !--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4233/35532209355_b843386c59_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p pstrongspan style="color:#ff8c00;"วรรณภา ติรสังขะ นำเสนอในประเด็น “รัฐธรรมนูญกับการรับรองและคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อม” (ที่มาของภาพ: วิดีโอจากเพจ /spana href="https://www.facebook.com/BackpackJournalistTPBS/videos/1998610570368888/"span style="color:#ff8c00;"Backpack Journalist/span/aspan style="color:#ff8c00;")/span/strong/p p align="left"เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2560 ศูนย์วิจัยดิเรก ชัยนาม คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จัดงานเสวนาวิชาการ Direk’s Talk ในหัวข้อ “ทิศทางการเมืองโลก การเมืองไทย และนโยบายสาธารณะ” ตลอดทั้งวันมีการจัดเสวนาวิชาการหลายเวทีหลายประเด็น โดยในช่วงบ่าย ผศ.วรรณภา ติระสังขะ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำเสนอในประเด็น “รัฐธรรมนูญกับการรับรองและคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อม”/p p align="left"ก่อนจะกล่าวถึงเนื้อหา วรรณภาได้ยกคำกล่าวของ คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) ที่ว่า “การดำรงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ จะส่งผลให้เกิดสิทธิที่จะได้รับประโยชน์จากธรรมชาติในรูปแบบของความเป็นอยู่ที่ดีและมีชีวิตอย่างมีคุณค่า มีเกียรติและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทำให้มีแหล่งอาหารสำหรับ คนรุ่นนี้ละรุ่นต่อๆ ไป และมีน้ำ ที่อยู่อาศัย และสุขภาพดีที่ดี มีสิทธิด้านสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ซึ่งทั้งหมดนี้ ขึ้นอยู่กับการดำรงอยู่อย่างเป็นระบบของระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ”/p p align="left"nbsp;/p pstrongสิทธิพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมไม่สามารถเป็นสิทธิเดี่ยวๆ โดดๆ /strongstrongแต่/strongstrongเกี่ยวพันกับสิทธิด้านอื่น/strong/p pสิทธิพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมคือการใช้อำนาจ ในการจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมายความว่า ในแต่ละประเทศ ในแต่ละรัฐ ในแต่ละสังคมมันมีวิธีการจัดการกับการใช้อำนาจโดยผ่านการจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เวลาเราพูดถึงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เราอาจจะนึกถึง น้ำ ป่า อากาศ แต่จริงๆแล้วยังมีทรัพยากรธรรมชาติที่ไปไกลกว่านั้นเช่น คลื่นความถี่ พลังงาน เป็นต้น/p pนี่จึงเป็นการพูดถึงการใช้อำนาจในรัฐนั้นๆว่ามีวิธีการจัดการอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดในด้านสิ่งแวดล้อมนั้นคือ การดำรงอยู่หรือมีอยู่ของสิทธิมนุษยชนในการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี หมายความว่า เราถือว่าในทางกฎหมายระหว่างประเทศและในระดับสากล มนุษย์ทุกคนมีสิทธิตามธรรมชาติ และถือเป็นสิทธิมนุษยชนที่จะดำรงอยู่ในการมีน้ำ มีอากาศ มีสภาพแวดล้อมที่ดีอันนี้คือสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่งและเป็นเรื่องสำคัญ การจะทำอย่างไรให้คนในรัฐนั้นหรือคนในประเทศนั้นมีมีพื้นฐานการดำรงชีวิตผ่านการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อันนี้คือหัวใจสำคัญที่เราต้องจัดการ/p pอีกแนวคิดหนึ่งคือสิทธิพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมมันเกิดขึ้นหรือว่ามันมีอยู่พร้อมๆ กับแนวคิดเรื่องสมบัติสาธารณะ ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม พลังงาน คลื่นความถี่มันคือสมบัติของชาติ เพราะเมื่อเราบอกว่ามันเป็นสมบัติของชาติ มันมีวิธีคิดที่ว่า เราเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรนั้น เราเป็นเจ้าของในการจัดการทรัพยากรนั้นผ่านกระบวนการหลายๆกระบวนการ เพราะฉะนั้นแนวคิดเรื่องสมบัติสาธารณะจึงผูกติดกับเรื่องสิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อม โดยรัฐมีหน้าที่ต้องจัดสรรให้ประชาชน แนวความคิดเรื่องสมบัติสาธารณะในสังคมไทยเรายังมีความอ่อนด้อยในด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพราะในความเป็นจริงเรามักไม่มีความรู้สึกว่าเราเป็นเจ้าของอากาศ น้ำ พลังงาน เพราะฉะนั้นการที่เราจะเข้าไปจัดการหรือเข้าไปมีอำนาจในการบริหารจัดการหรือมีส่วนร่วม มันจึงอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ/p pnbsp;/p pstrongวิธีคิดและการมีส่วนร่วมในการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีหรือเราเป็นเจ้าของสมบัติสาธารณะ/strong/p pการมีส่วนร่วมของประชาชน เช่น การจัดการทางทะเล ทะเลก็เป็นสมบัติสาธารณะ ทำอย่างไรให้เราในฐานะที่เป็นเจ้าของอำนาจ เจ้าของสิ่งแวดล้อม หรือทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมของประเทศ เข้าไปมีส่วนร่วมได้มากที่สุด ผ่านรูปแบบต่างๆ อย่างไรก็ดีในทางกฎหมายระหว่างประเทศ การมีสิทธิมนุษยชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมถูกโยงเข้ากันกับการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี เพราะในเมื่อประชาชนจำเป็นต้องดำรงอยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่ดี ประชาชนก็มีโอกาสหรือมีส่วนร่วมในการเข้าไปจัดการ และบอกว่าสิ่งแวดล้อมที่ดีในแบบที่เราต้องการนั้นมันคืออะไร/p pทำได้อย่างไรนั้นคือ strongสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม/strong ในทางระหว่างประเทศ สิทธิในการมีส่วนร่วมของประชาชน และสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม เป็นสิทธิที่เชื่อมและสัมพันธ์กันโดยไม่แยกจากกัน โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดในเรื่องข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมเป็นข้อมูลที่คนทุกคนที่เป็นเจ้าของทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมควรจะต้องมี ข้อมูลจึงเป็นอาวุธที่สำคัญที่ทำให้ประชาชนสามารถต่อรอง เข้าไปมีส่วนร่วม เข้าไปบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมได้/p pstrongสิทธิการพัฒนาอย่างยั่งยืน/strong เป็นสิทธิอีกขั้นหนึ่งที่บอกว่า การมีสิ่งแวดล้อมที่ดีสามารถผ่านรูปแบบอย่างไรได้บ้าง โดยการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นแนวคิดที่ไม่ได้ใหม่มากนัก แต่มีการพูดถึงในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ การพัฒนาอย่างยั่งยืนนั้นควบคู่ไปกับ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม เป็นการทำอย่างไรก็ได้ให้การมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีสามารถดำรงอยู่ได้ไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป/p pอีกเรื่องที่เป็นเรื่อที่สำคัญ ที่จะทำให้สิทธิมนุษยชนในการมีสิ่งแวดล้อมที่ดี หรือstrongสิทธิพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมนั้นได้รับการตรวจสอบ/strong สิทธิทางศาล หรือกระบวนการยุติธรรมด้านสิ่งแวดล้อมนั้น จะทำให้สิทธิมนุษยชนด้านสิ่งแวดล้อมได้รับการตรวจสอบ/p pnbsp;/p pstrongบทบาทพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของ/strongstrongฝรั่งเศส/strong/p pการรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานในฝรั่งเศส ฝรั่งเศสถือว่าเป็นผู้นำในด้านด้านสิ่งแวดล้อมประเทศหนึ่ง นั้นก็มาจากเหตุผลบางประการเกี่ยวกับการที่ฝรั่งเศสปล่อยมลพิษมหาศาล ซึ่งบรรดาประเทศที่เป็นผู้นำสิ่งแวดล้อมนั้นต่างก็เป็นผู้ที่สร้างมลพิษอย่างมหาศาลด้วยเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดีแนวความคิดด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมในฝรั่งเศสนั้นน่าสนใจตรงที่ เรื่องสิ่งแวดล้อมในฝรั่งเศสถูกจำกัดด้วยการเป็นฮีโรในด้านการเป็นผู้นำของโลก เช่น ในการประชุมเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศโลกครั้งที่ 21 หรือ COP 21 ที่มีการพูดถึงกรณีที่ สหรัฐอเมริกาที่นำโดย โดนัลด์ ทรัมป์ถอนตัว ซึ่งผู้นำของฝรั่งเศสก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์กรณีนี้ ซึ่งท่าทีดังกล่าวทำให้ฝรั่งเศสถูกมองว่าเป็นผู้นำในการดูแล จัดการ และพิทักษ์สิ่งแวดล้อม และรวมถึงการให้สัตยาบรรณในทางระหว่างประเทศในหลายๆ เรื่อง ฝรั่งเศสก็พยายามที่จะทำเป็นผู้นำในด้านนี้ นอกจากนี้ฝรั่งเศสมีเรื่องหนึ่งที่ถูกเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญอย่างเป็นรูปธรรมนั้นคือ กฎบัตร ว่าด้วยเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยกฎบัตรนี้เขียนขึ้นแนบเป็นส่วนท้ายของรัฐธรรมนูญ ให้เป็นเสมือนหนึ่งรัฐธรรมนูญ/p pซึ่งในความเป็นจริงประเทศไทยมีสิทธิด้านนี้ก่อนด้วยซ้ำในรัฐธรรมนูญปี 2540 แต่ฝรั่งเศสมีความเป็นรูปธรรมมากกว่า โดยเป็นการเขียนหลักการพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งทำให้คนในสังคมเข้าใจสิทธิในด้านสิ่งแวดล้อมมันเกี่ยวโยงกับเรื่องอะไรบ้าง เช่น ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้ชดใช้ หลักป้องกันล่วงหน้า หลักการมีส่วนร่วม หลักการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร เป็นต้น ซึ่งหลักการที่มีศักดิ์เทียบเท่ารัฐธรรมนูญนี้ส่งผลต่อการสร้างสิ่งต่างๆตามมา ไม่ว่าจะเป็นการสร้างกระบวนการยุติธรรมที่เข้มแข็งผ่านการตรวจสอบของคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ เนื่องจากฝรั่งเศสใช้ระบอบ รูปแบบคณะตุลาการรัฐธรรมนูญ ก็จะมีการควบคุมกฎหมายที่ออกมาขัดต่อสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการบัญญัติเทียบเท่ากับรัฐธรรมนูญนี้ก็จะต้องถูกยกเลิกไป ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าฝรั่งเศสได้ดำเนินการสิทธิเหล่านี้ให้มีความเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น/p pnbsp;/p pstrongกรณีประเทศไทย ผลพวง “มาตราnbsp;/strongstrong44” /strongstrongกระทบต่อนโยบายสิ่งแวดล้อม /strong/p pประเทศไทยเขียนกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมไว้ก่อนหลายๆประเทศ รวมถึงฝรั่งเศส เช่น สิทธิชุมชน เป็นต้น แต่จริงๆแล้วสังคมไทยเราไปไม่ถึงการดูแลทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ แม้ว่าจะปรากฏในรูปแบบลายลักษณ์อักษร/p pเราอาจต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ คนส่วนใหญ่ในสังคมคิดว่าสิทธิเป็นสิ่งที่รัฐธรรมนูญมอบให้ แต่จริงๆแล้ว สิทธิพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมมันเป็นสิทธิตามธรรมชาติของมนุษย์ โดยรัฐธรรมนูญเป็นเพียงแค่ผู้รับรอง ซึ่งมันขึ้นอยู่กับว่าเราจะจัดการอย่างไร และรัฐจะดำเนินการอย่างไร/p pในประเทศไทยกฎหมายสิ่งแวดล้อมนั้นกระจัดกระจายและไร้ระเบียบ บางประกาศบางระเบียบของแต่ละกระทรวง ล้วนแล้วแต่ขัดแย้งกันเอง บางเรื่องไม่มีเจ้าของงานก็จะเกิดการถกเถียงกัน ซึ่งมันคือปัญหาในการประมวลกฎหมาย ซึ่งหมายถึงการรวบรวมกฎหมายในการบริหารเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นการจัดทำประมวลกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรมเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะทำให้สิทธิพื้นฐานด้านสิ่งแวดล้อมของไทยสามารถเป็นรูปธรรม/p pอย่างไรก็ได้การจะไปให้ถึงนั้นต้องอาศัยปัจจัยหลายๆเรื่อง อย่างในรัฐธรรมนูญปี 2560 ก็มีหลายมาตราที่พูดเกี่ยวกับสิทธิด้านสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น มาตรา 52, มาตรา 54, มาตรา 58 เป็นต้น ซึ่งหากจะให้มีประสิทธิได้นั้นจำเป็นต้องให้มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่รัฐแต่ประชาชนก็ควรร่วมมือด้วย ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่กรุงเทพ คุณก็มีสิทธิในการเป็นเจ้าของต้นไม้ที่เขาใหญ่/p pแต่อย่าลืมว่าเราก็มีอุปสรรคบางอย่าง ที่ทำให้การบังคับใช้สิทธิด้านสิ่งแวดล้อมหยุดชะงักลง หากพิจารณาจากคำสั่งคสช.นั้น มีหลายคำสั่งที่อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 และไปกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น/p pคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 เรื่อง การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ (การชุมนุมทางการเมืองไม่เกิน 5 คน)/p pคำสั่ง คสช.ที่ 4/2559 เรื่อง การยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม สําหรับการประกอบกิจการบางประเภทnbsp;/p pคำสั่ง คสช.ที่ 9/2559 เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ส่งผลต่อการยกเว้นการทำ EIA บางเรื่อง)/p pสิ่งที่เป็นข้อกังวลคือ สิทธิทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ในการปกป้องหรือเข้าไปมีส่วนร่วมในด้านสิ่งแวดล้อมมันถูกคำสั่งและเหตุยกเว้นเหล่านี้ เข้ามาเป็นอุปสรรค ซึ่งมันกระทบกับการเข้าไปมีส่วนร่วมอย่างชัดเจน/p pซึ่งก็กลายเป็นว่า มาตรา 44 นอกจากจะทำลายระบบการเมืองกระแสหลัก ยังกระทบต่อด้านสิ่งแวดล้อม จึงอาจกล่าวได้ว่าดูเหมือนประเทศไทยจะ “ไปไม่ถึง” เพราะโดนอุปสรรคสำคัญจากกฎหมาย ตามมาตรา 44 วรรณภากล่าวตอนหนึ่ง/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/wkOC8NbYvNA" height="1" width="1" alt=""/

สไปเดอร์แมนภาคใหม่ปรากฏฉากพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9

Mon, 26/06/2017 - 00:26
pแฟนเพจ 'Marvel Studio Thai' โพสต์ภาพ Spider-Man : Homecoming ฉากพระบรมฉายาลักษณ์ ร.9nbsp;ในร้านอาหารไทยที่ป้าเมย์รับประทานกับปีเตอร์ นอกจากนี้ยังมีเบียร์ช้างบนโต๊ะอาหารด้วย/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"iframe allowtransparency="true" frameborder="0" height="773" scrolling="no" src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3D1920402758198401%26id%3D1658525464386133%26substory_index%3D0amp;width=500" style="border:none;overflow:hidden" width="500"/iframe/p p26 มิ.ย.2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กแฟนเพจ 'Marvel Studio Thai' โพสต์ภาพพร้อมข้อความว่า em"ในภาพยนตร์ Spider-Man : Homecoming ได้มีฉากที่จะทำให้ชาวไทยได้ปลื้มปิติ เพราะเราจะได้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย ในฉากที่ป้าเมย์ได้รับประทานอาหารในร้านอาหารไทยกับปีเตอร์ ซึ่งทางผู้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องการน้อมรำลึกและให้เกียรติแก่พระองค์ท่านผู้เป็นกษัตริย์ของปวงประชาอย่างแท้จริง"/em/p pเฟซบุ๊กแฟนเพจ 'Marvel Studio Thai' nbsp;ยังเชิญชวนให้ติดตามชมภาพยนตร์พร้อมฉากความประทับใจได้ทุกโรงภาพยนตร์ 6 ก.ค.นี้/p p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/u4l7U09lkVg" width="560"/iframe/p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4241/34719001773_068a6de238.jpg" //p p style="text-align: center;"img src="https://c1.staticflickr.com/5/4213/35141767090_5074f4422e.jpg" //p divnbsp;/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/C2hrtawjsrI" height="1" width="1" alt=""/

หมายเหตุประเพทไทย #133 ศิลปะ สถาปัตยกรรม และความทรงจำคณะราษฎร

Sun, 25/06/2017 - 21:52
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"iframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/VPcIqwZXCIM" width="560"/iframe/p p85 ปีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 หมายเหตุประเพทไทยสัปดาห์นี้ คำ ผกา และชานันท์ ยอดหงษ์ พูดคุยกับ ธนาวิ โชติประดิษฐ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร พูดถึงความทรงจำ ประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และศิลปกรรมที่สร้างขึ้นในสมัยคณะราษฎร และการเกิดขึ้นของสำนึกทางประวัติศาสตร์ของสามัญชน/p pทั้งนี้มีสิ่งก่อสร้างที่สัมพันธ์กับเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองอย่างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และหมุดคณะราษฎร ในด้านศิลปะในช่วง 15 ปีแรกของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง งานศิลปกรรมในช่วงนี้ ต้องการแสดงภาพคนในลักษณะกำยำ แข็งแรง มองเห็นกล้ามเนื้อ ซึ่งมาพร้อมกับความต้องการปลูกฝังอุดมการณ์ใหม่ “รัฐธรรมนูญนิยม” หรือในภาษาปัจจุบันคือแนวคิด “ประชาธิปไตย” ที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ประชาชน แต่หลังจากยุคคณะราษฎร ความนิยมด้านศิลปกรรมก็เปลี่ยนไปโดยศิลปะแบบประเพณีนิยมก็กลับมาอีกครั้ง/p pนอกจากนี้ยังกล่าวถึงการเก็บบันทึกทางประวัติศาสตร์ในต่างประเทศ ที่เริ่มการให้ความสำคัญกับคนธรรมดา สามัญชน และประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยจะเห็นได้จากการปักหมุด “Blue plaque” บ้านนักเขียนหรือบุคคลที่สร้างคุณูปการในอังกฤษ หรือสหรัฐอเมริกา ส่วนในประเทศไทยนอกจากการที่เอกชนบริจาคทรัพย์เพื่อสร้างสาธารณูปโภคเช่นโรงเรียน สะพาน โรงพยาบาล เพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงบุคคลแล้ว ในระยะหลังมีก็มีการติดตั้งหมุดหมายของคนธรรมดาด้วย เช่น หมุดที่ทำขึ้นเพื่อรำลึกถึงจุดที่ “สมาพันธ์ ศรีเทพ” เสียชีวิตที่ซอยรางน้ำในช่วงสลายการชุมนุมปี 2553 หรือหมุดรำลึกถึงจุดที่ “ชัยภูมิ ป่าแส” ถูกวิสามัญฆาตกรรม/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4287/35525499435_bd3cbae704_z.jpg" style="width: 560px; height: 315px;" //p pspan style="color:#0000cd;"ติดตามรายการหมายเหตุประเพทไทยย้อนหลังที่/span/p pa href="https://www.facebook.com/maihetpraphetthai"span style="color:#0000cd;"https://www.facebook.com/maihetpraphetthai/span/a/p pspan style="color:#0000cd;"หรือลงทะเบียนรับชมที่ /spana href="https://youtube.com/prachatai"span style="color:#0000cd;"https://youtube.com/prachatai/span/a/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Mnfie8qp8Hk" height="1" width="1" alt=""/

กวีประชาไท: วันนี้ 85 ปี 2475

Sun, 25/06/2017 - 21:23
!--break--!--break--piframe allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/h6sQtgy9qbw" width="560"/iframe/p p style="text-align: center;"nbsp; nbsp; nbsp; nbsp; nbsp;br /กาลเวลาเที่ยงตรงและแม่นยำเสมอ/p p style="text-align: center;"เมื่อวันนี้เวียนมาแล้วจะวนจากไปเช่นเคย?/p p style="text-align: center;"วันนี้ที่ครั้งหนึ่งมีมนุษย์ลุกขึ้นยืนเย้ยฟ้าประกาศคำมั่นสัญญาหยั่งดิน/p p style="text-align: center;"ในแดนแสนง่อนแง่นและจักแหลกสลายสูญหายไปกับสายน้ำหลากใบไม้/p p style="text-align: center;"การก่อเกิดจากธุลีไร้ค่าทว่าเปี่ยมชีวาว่ายวิญญาณ์เสรีวาดหย่อมหญ้าระยับขุนเขา/p p style="text-align: center;"ดวงตะวันถูกเรียกขาน มิใช่ศูนย์กลางจักรวาลอีกต่อไป/p p style="text-align: center;"br /ใช่แล้ว/p p style="text-align: center;"วันนี้เคยมีคนยืนยันตัวตนเป็นอิสระ จะไม่เป็นทาสใคร ในนามผู้รักษาความเป็นเอกราช/p p style="text-align: center;"วันนี้เคยมีคนมั่นคงดำรงสันติภาพ จารึกวาจาขอรักษาความปลอดภัย ไม่ยอมให้ผู้ใดประทุษร้ายกัน/p p style="text-align: center;"วันนี้เคยมีคนขันอาสาเติมเต็มปากท้อง เรียกร้องรัฐบาลต้องจัดหางานอาชีพและห้ามปล่อยประชาชนอดอยาก/p p style="text-align: center;"วันนี้เคยมีคนกู่ก้องเสียงประชาชนผู้จำเป็นต้องมีสิทธิเสมอภาค ไม่แบ่งเราเจ้าข้าร่วมผืนดินเดียว/p p style="text-align: center;"วันนี้เคยมีคนเอ่ยคำให้เสรีภาพแก่ประชาชน สร้างสำนึกร่วมกันด้วยตัวตน สันติ เลี้ยงชีพ มีสิทธิเท่าเทียม/p p style="text-align: center;"และวันนี้เคยมีคนบอกว่าประชาชนต้องได้รับการศึกษาอย่างเต็มที่/p p style="text-align: center;"br /ใช่สิ/p p style="text-align: center;"วันนี้มีคนภูมิใจในความเป็นทาสที่เป็น “ไทยไม่เคยเป็นทาสใคร”/p p style="text-align: center;"วันนี้มีคนเคร่งศีลธรรมโลกแบนกำลังสร้างสันติภาพในไหทองคำของลำไย/p p style="text-align: center;"วันนี้ 30 บาทรักษาทุกโรค กำลังกลายพันธุ์ทำลายโลกของคนจนและคนด้อยโอกาส/p p style="text-align: center;"วันนี้ความเป็นคนยังล่องหนในกำเนิดชาติตระกูล/p p style="text-align: center;"วันนี้ไผ่ดาวดินถูกคุมขังได้ครึ่งปีแล้ว/p p style="text-align: center;"และวันนี้ครูไถหัวนักเรียน ผู้อาวุโสมิรู้จักปลง/p p style="text-align: center;"br /ใช่ไหม?/p p style="text-align: center;"เมื่อวันนี้เวียนมาแล้วจะวนจากไปเช่นเคย/p p style="text-align: center;"กาลเวลาเที่ยงตรงและแม่นยำเช่นนั้น/p pnbsp;/p pbr /strongหมายเหตุ:/strong อ่านในงานเสวนาวิชาการ "24 มิถุนายน 2475 : 85 ปี หมุดหมายประชาธิปไตยไทย?" จัดโดยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา/p pnbsp;/p pbr /nbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/umm1XvRp6TY" height="1" width="1" alt=""/

จับรังสิมันต์ โรม นอนคุก 1 คืนคดีประชามติปี 59 เตรียมส่งฟ้องศาลทหารพรุ่งนี้

Sun, 25/06/2017 - 20:48
pรังสิมันต์ โรม ถูกจับกุมเหตุไม่ไปรายงานตัวกับศาลทหาร คดีประชามติปี 2559 ก่อนหน้าไปยื่นหนังสือขอข้อมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงไทยจีน 1 วัน ล่าสุดนอนคุก 1 คืน ก่อนนำตัวขึ้นศาลทหารส่งฟ้องพรุ่งนี้/p !--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4240/35137788000_5b63ef2873.jpg" style="width: 500px; height: 340px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4237/35485224136_4225b549dc.jpg" style="width: 500px; height: 333px;" //p p25 มิ.ย. 2560 เมื่อเวลา 16.40 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ชนะสงคราม ได้เข้าจับกุมตัว รังสิมันต์ โรม นักศึกษาปริญญาโท คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสมาชิกกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ที่หอสมุด กรุงเทพฯ โดยเจ้าหน้าที่แสดงหมายจับ จากกรณีการไม่ไปรายงานตัวกับศาลทหารในคดี แจกใบปลิวรณรงค์โหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ที่บางเสาธง เมื่อปี 2559/p pจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้พารังสิมันต์ มาที่ สน. ชนะสงคราม เพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป โดยขณะนี้ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษชนได้เดินทางไปถึงแล้ว/p pอย่างไรก็ตาม รังสิมันต์ โรม ได้กล่าวกับเพื่อนที่ติดตามไปที่สถานีตำรวจว่า ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรเจ้าหน้าที่จึงมาจับตนในวันนี้ เพราะก่อนหน้านี้ก็พบเจอกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นปกติ โดยรังสิมันต์ ตั้งข้อสังเกตว่าการจับกุมครั้งนี้ อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ตัวเองจะเดินทางไปยื่นหนังสือที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้รัฐบาลแสดงรายละเอียดข้อมูลของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://c1.staticflickr.com/5/4277/35485223666_7765f09c7d.jpg" style="width: 500px; height: 417px;" //p pต่อมาเวลา 17.35 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังนำตัวรังสิมันต์ไปยัง สภ.บางเสาธง ซึ่งเป็นเจ้าของคดี ทั้งนี้รังสิมันต์ยังไม่แน่ใจว่าจะยื่นประกันตัวหรือไม่/p p19.30 น. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง จะควบคุมตัวรังสิมันต์ 1 คืน ก่อนจะนำตัวส่งศาลทหารกรุงเทพฯ เพื่อส่งฟ้องในเช้าวันพรุ่งนี้ (26 มิ.ย.)/p divสำหรับหมายจับที่ สน. บางเสาธงนั้น คือคดีที่รังสิมันต์ถูกจับกุมจากการแจกเอกสารรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่ตลาดเคหะบางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2559 (1 ปีที่แล้ว) โดยถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมเกินกว่า 5 คน/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/X8sH3tyquYE" height="1" width="1" alt=""/

ภารกิจเยี่ยมพ่อแม่นักศึกษา: ปรากฏการณ์กลัว 24 มิถุนาฯ การวางเงื่อนไข และความอึดอัด

Sun, 25/06/2017 - 20:45
!--break--!--break-- p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm5.staticflickr.com/4259/35137646740_dba185a0d9_z_d.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" //p pช่วงสองสามวันที่ผ่านมา (22-23 มิถุนายน) ตำรวจสันติบาลและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “นายสั่งให้มาเยี่ยม” และขอร้องไม่ให้บุตรหลานของท่านเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ในช่วงวันที่ 24 มิถุนายน นี้ เพราะเกรงว่าอาจจะเข้าร่วมกิจกรรมครบรอบ 85 ปี อภิวัฒน์สยาม 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งกลัวว่าจะเป็นการชุมนุมทางการเมือง แต่หากมีความจำเป็นที่จะต้องเข้ากรุงเทพฯจริงๆในช่วงนี้ ก็ขอห้ามไม่ให้ไปที่อนุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้า/p pปรากฏการณ์เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปเยี่ยมพ่อแม่ผู้ปกครองนิสิตนักศึกษาพร้อมกันในหลายๆพื้นที่ เช่น นครสวรรค์ พัทลุง และอีกในหลายจังหวัดเกือบจะทั่วประเทศในครั้งนี้ ดูผิดแปลกไปมาก แม้ที่ผ่านมามีการเข้าเยี่ยมหรือบุกค้นบ้านของผู้นำนักศึกษาที่เคลื่อนไหวหรือสนใจประเด็นทางการเมือง เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจ หรือเรียกง่ายๆว่า “ปรับทัศนคติผ่านพ่อแม่” จนเกือบจะกลายเป็นเหตุการณ์ปกติที่เห็นได้ทั่วไปไปแล้วหลังจากการรัฐประหารเมื่อปี 2557/p pแต่ปรากฏการณ์ในครั้งนี้กลับต่างไป เพราะมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือห้ามเดินทางเข้าร่วมกิจกรรมครบรอบ 85 ปี อภิวัฒน์สยาม 24 มิถุนายน 2475 และที่สำคัญคือในจำนวนทั้งหมดของนักศึกษาที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปเยี่ยมพ่อแม่ผู้ปกครองดังกล่าวนั้น บางคนเพียงเพราะแค่กดติดตามเพจอีเว้นท์เข้าร่วมกิจกรรมเท่านั้น บางคนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการเคลื่อนไหวอะไรเลย (เจ้าหน้าที่กล่าวอ้างว่าเพราะกดติดตามเพจอีเว้นท์เข้าร่วมกิจกรรม นายเลยให้มาเยี่ยมและปรามไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรม)/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm5.staticflickr.com/4283/35484919016_29fa6c7319_z_d.jpg" style="width: 500px; height: 392px;" //p pเมื่อผมลองทบทวนเพื่อจะอธิบาย “ความกลัว” จากปรากฏการณ์นี้ กลับพบว่ามีความเชื่อมโยงกันถึงการพยายามสร้างเงื่อนไขในทางจิตวิทยาแบบ “การวางเงื่อนไขแบบลงมือกระทำ” (Operant Conditioning) ซึ่งมีความหมายในเบื้องต้นคือ พฤติกรรมที่เกิดขึ้นได้รับอิทธิพลจากผลที่เกิดตามมา ตัวอย่างคือ สุนัขเรียนรู้ที่จะยกขาหน้า ถ้ามันได้รับผลที่ตามมาอย่างแน่นอน เช่น ได้รับอาหารทุกครั้งที่มันยกขาหน้า ทำนองเดียวกันกับแมวน้ำที่สามารถเรียนรู้ที่จะทำให้ลูกบอลอยู่บนจมูกของมัน ถ้าผลที่ตามมาของพฤติกรรมนี้คือปลาทูคำโตแสนอร่อย/p pstrongซึ่งในปรากฏการณ์เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงพยายามเข้าไปเยี่ยมพ่อแม่ผู้ปกครองนิสิตนักศึกษาพร้อมกันในหลายๆ พื้นที่นี้นอกจากจะ “ปรับทัศนคติผ่านพ่อแม่ เรื่องครบรอบ 85 ปี อภิวัฒน์สยาม 24 มิถุนายน 2475 เสียใหม่” แล้ว ยังเป็นการพยายามสร้าง “การวางเงื่อนไขแบบลงมือกระทำ” โดยมีผลที่ตามมาของพฤติกรรมในกรณีนี้คือ “ความปลอดภัย” เรียกง่ายๆว่า ซื้อเอง ชงเอง กินเอง เลยทีเดียว กล่าวคือ สร้างความกลัว ความเชื่อ และความปลอดภัย ทำให้อย่างครบวงจร หากเชื่อฟังในสิ่งที่นายสั่งมา/strong/p pสกินเนอร์ (B.F.Skinner) นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน เชื่อว่าเราจะเข้าใจและควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ได้ดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับว่า เรารู้เงื่อนไขของการเสริมแรงเพียงใด และบุคคลจะแสดงพฤติกรรมเช่นใดขึ้นอยู่กับว่าเขาได้รับผลเช่นไรในอดีต ดังนั้น ถ้าเรารู้เงื่อนไขของการเสริมแรงของบุคคลเหล่านั้นได้ก็จะสามารถจูงใจได้/p pโดยพฤติกรรมแบบลงมือกระทำ (Operant Behavior) เป็นพฤติกรรมโดยส่วนใหญ่ของมนุษย์ และกระทำต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อจุดมุ่งหมายบางอย่างโดยตั้งใจและมีเจตนาจะกระทำนั้นเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “การวางเงื่อนไขเพื่อเป็นเครื่องมือ” (Instrumental Conditional)/p pstrongหากผู้มีอำนาจในปัจจุบันอยากจะสร้าง “อนาคต” แบบที่ตนอยากให้เป็น และหากบุคคลจะแสดงพฤติกรรมเช่นใดขึ้นอยู่กับว่าเขาได้รับผลเช่นไรในอดีต เป็นจริงอย่างที่สกินเนอร์กล่าวอ้าง ก็จำเป็นที่จะต้องพยายามวางเงื่อนไขบางอย่างเพื่อเป็นเครื่องมือในการ “ดัดพฤติกรรม” กลุ่มคนที่เชื่องได้ยากที่สุดในปัจจุบันดีๆ ซึ่งหวังว่าคงจะทำให้เกิดอนาคตในแบบที่ตนต้องการได้ โดยการกระทำที่คิดว่าง่ายที่สุด คือ “การดัดพฤติกรรมผ่านพ่อแม่” ดังเช่นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้/strong/p p style="text-align: center;"img alt="" src="https://farm5.staticflickr.com/4261/35484918246_829e171a23_z_d.jpg" style="width: 500px; height: 373px;" //p pผมนั่งคิดทบทวนตัวเองอยู่พักใหญ่ๆ น้ำตาแทบจะไหลออกมาด้วยความอึดอัด วัยของพวกเราตอนนี้ (ผมตอนนี้แค่ 21 ปี) ควรได้เรียนรู้ ปลดปล่อยความคิดออกมา และน่าจะได้สร้างสรรค์อะไรออกมามากกว่านี้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง …ไม่เลย…ไม่ได้เป็นอย่างภาพฝัน/p pstrong“อยู่ๆไปเถอะ” คือคำตอบที่ได้จากเหล่าผู้ใหญ่ ที่อ้างว่าเคยเป็นเยาวชนอย่างเราๆมาก่อน เข้าใจพวกเราดี แต่ไม่เลย… ไม่อนุญาตให้เราคิด ไม่อนุญาตให้เราฝัน ประมวลความสำเร็จ ความผิดหวัง ความล้มเหลว และความแพ้-ชนะของตัวเอง แล้วมายัดเยียดความเป็นไปให้กับเรา มีบทบัญญัติว่าเราควรเป็นอย่างไรออกมาชัดเจน ตลกดี ตอนมัธยมผมอ่านนิยายเรื่อง แอนิมอล ฟาร์ม ก็เกิดคำถามว่า มันจะเกิดเรื่องอย่างในนิยายได้อย่างไรกัน? ตอนนี้ได้คำตอบแล้วว่า ก็คงเป็นแบบที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้นี่แหละ?/strong/p pย้อนนึกไปถึงเมื่อครั้งหนึ่งผมเคยถูกรังแกจาก “อำนาจเถื่อน” ของการเมืองท้องถิ่น จนตัดสินใจย้ายโรงเรียน เลยพอจะเข้าใจสภาวะการอึดอัด หวาดระแวง สับสน และเต็มไปด้วยคำถาม ที่ถามหรือพูดกับใครไม่ได้ เพราะตัวผมเองก็ไม่รู้ว่าพวกเขาเหล่านั้น “กลัวคำถาม” หรือ “กลัวคำตอบ” กันแน่ แต่ก็ต้องขอบคุณเขานะเพราะได้สร้าง “จุดตัดสินใจ” ให้ผมได้เป็นอย่างดี โชคดีหน่อยที่ผมบังเอิญได้หยิบมันมาเป็นพลัง แต่ก็ไม่คิดไม่ฝันว่าวันหนึ่ง “อำนาจเถื่อน” จะสามารถครองเมืองได้กว้างขวาง เฉกเช่นตอนนี้/p pที่ผ่านมานักศึกษาอย่างพวกเราได้แต่ชวนเพื่อนๆพูดคุยโต้เถียงเรื่องแบบนี้กันมาโดยตลอด ทั้งวงเปิดและวงปิด ไม่ใช่เพื่อโน้มน้าวใจให้เชื่อตามผมอย่างสิ้นเชิง แต่เพื่อทบทวน และตอกย้ำ ถึงความเป็นมนุษย์ที่ทำกับเพื่อนมนุษย์ได้ลงคอ เราไม่เชื่อเรื่องความเป็นกลางที่ลดทอนความเป็นมนุษย์ของคนอื่นนั่นหรอก เราเชื่อ “ความยุติธรรม” ต่างหาก ไม่ต้องมาปรับ “ทัศนคติ” ให้เสียเวลาหรอก/p pstrong“อะไรก็เกิดขึ้นได้” กับสังคมที่คาดการณ์ความปลอดภัยอะไรไม่ได้เลยในการใช้ชีวิตแต่ละวัน เฉกเช่นปัจจุบันนี้ เหลือเพียงแต่ว่า เราเลือกจะ “สู้” หรือเราเลือกจะ “เชื่อง” กับอนาคตของพวกเราเอง…ที่เขาวางให้/strong/p pผมอยากเขียนจดหมายสักฉบับถึงตัวผมเองในอนาคตว่า…/p pstrong“มึงไม่ต้องคิดไปถึงขั้นที่ว่าจะเปลี่ยนแปลงประเทศเพื่อลูกหลานของเรา แต่เราต้องสร้างลูกหลานของเราเพื่อเปลี่ยนแปลงยุคของเขาเอง ให้เขามีที่ยืน และสร้างทางเลือกของเขาเอง มึงเป็นแค่กรณีศึกษาของเขาเท่านั้นเอง ไม่ต้องคิดว่าจะร่างกฎหมายหรือสร้างโลกเพื่อเขา โลกในจิตนาการของเขาสวยงามกว่าของมึงตอนแก่เยอะ”/strong/p h4strongฝากถึงผมในอนาคต เพื่อเตือนสติไม่ให้หลงระเริงในอำนาจ หากวันหนึ่งอำนาจมันต้องอยู่ในมือผม จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ แต่ก็ภาวนาอย่าให้อำนาจอยู่ในมือผมเลย หากอยู่แล้วผมจะต้องเป็นเหมือนผู้ใหญ่ในบ้านเมืองเราปัจจุบัน (2017)/strongbr /br /br /23 มิถุนายน 2560nbsp;/h4 pมหาวิทยาลัยเชียงใหม่/p pnbsp;/p pstrongเกี่ยวกับผู้เขียน:/strong นลธวัช มะชัย นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ / สมาชิกกลุ่มลานยิ้ม (LANYIM creative group)/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/8V14NAEdsi4" height="1" width="1" alt=""/

ตำรวจรวบ 'รังสิมันต์ โรม' ก่อนขึ้นเวทีอภิปราย

Sun, 25/06/2017 - 19:41
p!--break--!--break--/p div25 มิ.ย. 2560 a href="http://news.voicetv.co.th/thailand/501787.html"เว็บไซต์วอยซ์ทีวี/a รายงานว่านายรังสิมันต์ โรม เผยกับกองบรรณาธิการออนไลน์วอยซ์ทีวี ว่าขณะนี้อยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งได้รับแจ้งว่ามีหมายจับอยู่ที่ สภ.บางเสาธง จากกรณีแจกใบปลิวไม่รับร่างรธน. เมื่อปีที่แล้ว เจ้าตัวยังไม่ตัดสินใจ หากต้องถูกส่งขึ้นศาลทหารจะขอประกันตัวหรือไม่nbsp;/div divnbsp;/div divนายรังสิมันต์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดการจับกุมครั้งนี้มากนัก แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงโดยอ้างถึงหมายจับของ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ในคดีประชามติเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งคาดว่ากระบวนการต่อไปคือต้องส่งตัวเขาไปที่ สภ.บางเสาธง และส่งให้อัยการ เพื่อฝากขังต่อไป ส่วนจะขอประกันตัวหรือไม่นั้น เขายังไม่ตัดสินใจ เพราะคิดว่ากระบวนการจับกุมครั้งนี้มีความไม่ถูกต้อง/div divnbsp;/div divนายรังสิมันต์กล่าวด้วยว่าก่อนหน้านี้ เตรียมยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการที่ทำเนียบ ขอเปิดข้อมูลรถไฟไทย-จีน ในวันพรุ่งนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งการจับกุมครั้งนี้อาจจะทำให้เขาไม่สามารถไปยื่นหนังสือเพื่อขอคำชี้แจงจากรัฐบาลได้nbsp;/div divnbsp;/div divเหตุจับกุมนายรังสิมันต์ นักกิจกรรมกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย เกิดขึ้นที่หน้าหอสมุด กทม. เมื่อเวลา 16.30 น. ก่อนที่ขึ้นเวทีทอล์กโชว์ในงาน Start up people start up talk ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ตามกำหนดในช่วงเย็น โดยมีทนายความจากศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชนไปด้วย nbsp;/div divnbsp;/div divสำหรับหมายจับที่ สน. บางเสาธงนั้น คือคดีที่รังสิมันต์ถูกจับกุมจากการแจกเอกสารรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่ตลาดเคหะบางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2559 (1 ปีที่แล้ว) โดยถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดฐานขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมเกินกว่า 5 คน/div divnbsp;/div divความคืบหน้าล่าสุด เวลา 17.40 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวนายรังสิมันต์ โรม ไปยัง สน. บางเสาธง/div div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/poTVAOc5sr8" height="1" width="1" alt=""/

TCIJ: ตามดู 'อาหารกลางวัน' ในโรงเรียน พบ สพฐ.-อปท. สู้ ตชด.ไม่ได้

Sun, 25/06/2017 - 19:16
pรายงานพิเศษจาก TCIJ การจัดการ ‘อาหารกลางวัน’ โรงเรียนในชนบทยังมีปัญหา พบ มท.กำหนดเพดานให้ อปท.อุดหนุนงบ ‘นม-อาหารกลางวัน’ ต่ำเตี้ย ครูและผู้รับเหมาต้องประกอบอาหารด้วยงบจำกัด งานศึกษา 1,619 โรงเรียน ชี้ว่าอาหารกลางวันโรงเรียนสังกัด สพฐ.-อปท. คุณค่าโภชนาการสู้โรงเรียนสังกัด ตชด. ไม่ได้nbsp;/p p!--break--!--break--/p p style="text-align: center;"img alt="lt;--break- /" src="/sites/default/modules/wysiwyg/plugins/break/images/spacer.gif" title="lt;--break--"img alt="" src="http://www.tcijthai.com/backoffice/public/images/FILE-20170625-1649JHKD7N94SKXY.jpg" style="height: 348px; width: 550px;" //p p style="text-align: center;"stronga href="http://school.esanpt1.go.th/wkt/web/wp-content/uploads/2013/11/IMG_8028.jpg"span style="color:#ffa500;"ที่มาภาพประกอบ: สพป.นครปฐม เขต 1/span/a/strong/p pเมื่อไม่นานนี้ สำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณะสุข ได้ทำการเก็บข้อมูลสุ่มเลือกจังหวัดเพื่อสังเกตพฤติกรรมการบริโภค 'นม' และ ‘อาหารกลางวัน’ ของนักเรียน พบว่าเด็กไทยบริโภคนมและผลิตภัณฑ์นมเพียง 194.7 มิลลิลิตรต่อคนต่อวัน จากเกณฑ์ขั้นต่ำที่เด็กต้องดื่มนมอย่างน้อย 200 มิลลิลิตรต่อคนต่อวัน รวมทั้งข้อมูลการสำรวจสภาวะสุขภาพโดยการตรวจร่างกายในประเทศไทย ครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2539-2540) ได้สำรวจเด็กวัยเรียน 4,238 คน พบว่าเด็กร้อยละ 9.6 มีน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์อายุ, ร้อยละ 13.5 คอนข้างผอม, ร้อยละ 19.3 มีภาวะผอม-ขาดสารอาหาร และยังพบว่าเด็กนอกเขตเทศบาลมีภาวะทุพโภชนาการมากกว่าเด็กในเขตเทศบาล nbsp;ต่อมาในการสำรวจสภาวะสุขภาพโดยการตรวจร่างกายในประเทศไทย ครั้งที่ 4 (พ.ศ. 2551-2552) พบว่าเด็กไทยอายุ 1-14 ปี ร้อยละ 4.4 (520,000 คน) มีภาวะเตี้ย, ร้อยละ 4.1 (480,000 คน) มีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ และข้อมูล ‘รายงานอาหารเป็นพิษระหว่างปี 2550-2554’ ที่รวบรวมโดยสำนักระบาดวิทยา พบว่ามีจำนวนทั้งหมด 375 เหตุการณ์ ในจำนวนนี้ 107 เหตุการณ์ เป็นเหตุการณ์อาหารเป็นพิษที่เกิดขึ้นในศูนย์เด็กเล็กจนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/p pปัญหาเหล่านี้เกี่ยวข้องกับคุณภาพของ ‘อาหารกลางวัน’ ที่เด็กรับประทานโดยตรง ซึ่งถ้าหากเป็นโรงเรียนของรัฐที่อยู่ในเขตเมือง โรงเรียนเอกชน หรือโรงเรียนนานาชาติ คงจะไม่เกิดขึ้น ต่างกับโรงเรียนในแขตชนบทที่ยังคงมีอุปสรรคในการยกระดับมาตรฐานและคุณภาพอาหารกลางวัน ดังที่ TCIJ จะนำเสนอในรายงานนี้/p h4strongอปท. แม้มีเงินก็อุดหนุนเพิ่มเกินเพดานไม่ได้/strong/h4 pปัจจุบันพบว่า การกำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อย่างเข้มงวด ได้ส่งผลต่อโรงเรียนในชนบทที่ต้องการการอุดหนุนในด้านต่าง ๆ จาก อปท. อย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะแม้กระทั่งเงินอุดหนุน ‘อาหารกลางวัน’ และ ‘นม’ ก็มีกฎระเบียบตั้งเพดานงบประมาณไว้อย่างต่ำเตี้ย จากเอกสารnbsp;a href="http://www.tcijthai.com/uploads/docs/MT0893_3.pdf"แนวทางประมาณการรายรับและจัดทำงบประมาณรายจ่ายรองรับเงินอุดหนุนทั่วไป ด้านการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย แนบท้ายหนังสือกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ที่ มท. 0893.3/ว 3149 ลงวันที่ 5 มิ.ย. 2558/anbsp;(ซึ่งยังคงใช้เป็นหลักเกณฑ์การให้เงินอุดหนุนด้านการศึกษาของ อปท. แก่โรงเรียนในพื้นที่ ในช่วงเวลาที่รายงานพิเศษชิ้นนี้เผยแพร่ ณ เดือน มิ.ย. 2560) ได้กำหนดเพดานnbsp;เงินอุดหนุนนมnbsp;จัดสรรสำหรับเด็กเล็ก, เด็กอนุบาล และเด็ก ป.1-ป.6 ให้พิจารณาตั้งงบประมาณรองรับในอัตราคนละnbsp;7.37 บาทnbsp;ส่วนnbsp;เงินอุดหนุนอาหารกลางวันnbsp;จัดสรรสำหรับเด็กเล็ก, เด็กอนุบาล และเด็ก ป.1-ป.6 ให้พิจารณาตั้งงบประมาณรองรับในอัตรามื้อละnbsp;20 บาทnbsp;ต่อคนเท่านั้นnbsp;a href="http://www.tcijthai.com/news/2017/6/watch/7109"(อ่านเพิ่มเติมnbsp;‘จับตา: อปท. อุดหนุนค่า ‘นม-อาหารกลางวัน’ ให้โรงเรียนเท่าไร ?’)/a/p pสำหรับโรงเรียนขนาดเล็ก อาจจะไม่มีปัญหาเท่ากับโรงเรียนขนาดใหญ่ที่เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา มีระดับชั้นมัธยมศึกษา 1-3 เพิ่มเติมมาจากระดับเด็กอนุบาล-ป.6 แต่ในหลักเกณฑ์ของกระทรวงมหาดไทยนั้นให้ อปท. จัดสรรสำหรับงบอุดหนุนอาหารกลางวันให้เพียง เด็กเล็ก, เด็กอนุบาล และเด็ก ป.1-ป.6 เท่านั้น โดยไม่พิจารณาว่านักเรียนชั้น มัธยมศึกษา 1-3 ที่เข้าเรียนต่อในโรงเรียนขยายโอกาสก็เป็นเด็กที่ยากจนอยู่แล้ว หลายโรงเรียนพยายามช่วยเหลือด้านอาหารกลางวันแก่เด็กมัธยมเหล่านี้ โดยมักจะใช้วิธีเกลี่ยค่าอาหารกลางวันจากเด็กเล็ก, เด็กอนุบาล และเด็ก ป.1-ป.6 ซึ่งจะยิ่งทำให้ค่าอาหารกลางวันต่อหัวของนักเรียนทุกคนในโรงเรียนลดลงไปอีก ส่งผลต่อคุณภาพและคุณค่าทางโภชนาการของอาหารกลางวันโดยตรง/p pอีกประเด็นที่น่าสนใจคือ หลาย อปท. มีศักยภาพที่จะอุดหนุนเงินค่านมและอาหารกลางวันให้กับโรงเรียนในพื้นที่ของตนเพิ่มได้มากกว่า 7.37 บาทและ 20 บาทต่อหัว แต่ก็ไม่สามารถอุดหนุนเงินได้เกินกว่าระเบียบที่บังคับไว้ หลาย อปท. จึงใช้วิธีการอื่น ๆ ในการโยกงบประมาณไปให้โรงเรียนเพิ่มเติมงบประมาณอาหารกลางวัน เช่น การให้เงินอุดหนุนด้านการศึกษาต่าง ๆ ที่มีระบุไว้ในระเบียบ แต่ให้เกินเพื่อให้มีส่วนต่างหักไว้สำหรับเพิ่มเติมค่าอาหารกลางวัน, การระดมทุนผู้ปกครอง, การทอดผ้าป่า ฯลฯ แต่วิธีการเหล่านี้ก็ไม่สามารถรับประกันว่าผู้บริหารของโรงเรียนจะนำเงินที่ได้มา ไปใช้เสริมในเรื่องของอาหารกลางวันเสมอไป เพราะไม่มีหลักฐานเอกสารอะไร นอกจากนี้ยังพบว่าหลายโรงเรียนไม่มีคณะกรรมการอาหารกลางวัน ที่ปกติควรมีตัวแทนผู้ปกครอง โรงเรียน และท้องถิ่น ช่วยดูแลเรื่องอาหารกลางวันให้นักเรียนอย่างเป็นระบบ/p pอนึ่ง อปท. สามารถให้เงินอุดหนุนอาหารกลางวันแก่โรงเรียนในสังกัดต่าง ๆ ในพื้นที่ของตนได้ดังนี้ (1) โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) (2) โรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) (3) โรงเรียนสังกัดกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) (4) ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) ที่ อปท. จัดตั้งขึ้นเองและรับถ่ายโอน (5) สถานศึกษาสังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียน (ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบนพื้นที่ราบสูง) และ (6) สถานศึกษาสังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ/p h4strongอาหารกลางวันเด็กและเสียงผู้รับเหมา/strong/h4 p style="text-align: center;"img alt="" src="http://www.tcijthai.com/backoffice/public/images/FILE-20170625-1618ZJGGQ18H2YUB.jpg" style="text-align: start; height: 384px; width: 550px;" //p pspan style="color:#ffa500;"strongตัวอย่างอาหารกลางวันของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แห่งหนึ่งในภาคเหนือ ที่ อปท. ให้เงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันหัวละ 20 บาท โดยจ้างผู้รับเหมาภายนอกมาประกอบอาหาร/strong/span/p p style="text-align: center;"img alt="" src="http://www.tcijthai.com/backoffice/public/images/FILE-20170625-16555U17MULAXA82.jpg" style="text-align: start; height: 382px; width: 550px;" //p pspan style="color:#ffa500;"strongตัวอย่างอาหารอาหารกลางวันของโรงเรียนสังกัดกรมการศึกษานอกโรงเรียน (ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนบนพื้นที่ราบสูง) แห่งหนึ่งในภาคเหนือ ที่ อปท. ให้เงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันหัวละ 20 บาท โดยใช้บุคลากรของโรงเรียนประกอบอาหารเอง/strong/span/p pอำนาจในการจัดหาและคัดเลือกผู้ประกอบอาหารกลางวัน อยู่ในดุลยพินิจของผู้อำนวยการโรงเรียน โดยรูปแบบการจัดอาหารกลางวันมีทั้งการใช้บุคลากรของโรงเรียน เช่น ครูและนักเรียน, การจ้างแม่ครัว (จ่ายเป็นค่าแรงรายวัน แต่โรงเรียนเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบ) และการจ้างผู้รับเหมาภายนอก (จ่ายเหมาต่อหัวรวมทั้งค่าแรงและค่าวัตถุดิบ) เป็นต้น ซึ่งในการใช้บุคลากรของโรงเรียน พบว่ายังขาดแคลนครูที่จบการศึกษาทางด้านโภชนาการโดยตรง รวมทั้งครูที่มีประสบการณ์ในการจัดอาหารกลางวันนั้นก็มีน้อยมาก/p pแน่นอนว่า การใช้บุคลากรของโรงเรียนหรือการจ้างแม่ครัวมาทำอาหาร จะทำให้ความคุ้มทุนต่อหัวมีมากกว่าการจ้างผู้รับเหมา แต่หลายโรงเรียนครูต้องแบกภาระหน้าที่หลายอย่าง ทำให้ไม่มีเวลาดูแลเรื่องอาหารกลางวันได้ รวมทั้งไม่มีคณะกรรมการอาหารกลางวันที่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง การจ้างผู้รับเหมาจากภายนอก จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่โรงเรียนต่าง ๆ นิยมใช้/p pผู้ประกอบการรับเหมาอาหารกลางในโรงเรียนแห่งหนึ่งในภาคเหนือระบุว่า เธอเคยเป็นแม่ครัวรับจ้างทำอาหารกลางวันให้โรงเรียนได้วันละ 300 บาท มาก่อนในโรงเรียนอีกแห่ง แต่หลังจากนั้นครูในโรงเรียนแห่งนั้นก็รับเหมาเองแล้วให้คนในครอบครัวมาประกอบอาหาร nbsp;ต่อมาเธอได้รับการติดต่อให้เป็นผู้รับเหมาทำอาหารกลางวันจากผู้อำนวยการโรงเรียนปัจจุบันที่เธอรับเหมาอยู่ ทางโรงเรียนจ่ายเงินต่อหัวที่ได้รับการอุดหนุนมาหัวละ 20 บาท (เงินที่ได้รับการอุดหนุนจาก อปท. ในพื้นที่) ให้เธอเป็นรายวัน และโรงเรียนแห่งนี้ยังมีนักเรียนมัธยมที่เป็นนักเรียนขยายโอกาส ผู้อำนวยการได้ขอความร่วมมือเธอให้จัดอาหารกลางวันให้นักเรียนมัธยมกลุ่มนี้ด้วยงบประมาณจำนวนเดิมที่ได้รับการจัดสรรมาจาก อปท. ซึ่งเมื่อมาเกลี่ยเงินต่อหัวกันจริง ๆ แล้ว นักเรียนทุกคนในโรงเรียน (เด็กเล็ก-ม.3) ก็จะได้ไม่ถึงหัวละ 20 บาท/p pเธออธิบายว่า วัตถุดิบในการทำอาหารกลางวันเพิ่มขึ้นทุกปี โรงเรียนที่เธอรับเหมาทำอาหารกลางวันอยู่นั้น ก็ไม่มีโครงการเลี้ยงสัตว์หรือเพาะปลูกพืชผัก เพื่อให้เธอซื้อมาเป็นวัตถุดิบทำอาหารกลางวันในราคาถูก nbsp;วัตถุดิบต่าง ๆ เธอต้องซื้อจากตลาดทั่วไปในราคาปกติ เธอระบุว่าหากโรงเรียนยังเหมาจ่ายหัวละ 20 บาทอยู่แบบนี้ ปีต่อ ๆ ไปก็อาจจะมีปัญหาขึ้นมาได้ เพราะปัจจุบันราคาสินค้าขยับขึ้นไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้รายได้อีกส่วนหนึ่งก็คือการได้ขายขนมและเครื่องดื่มในโรงเรียนพ่วงไปด้วย จึงทำให้เธอพออยู่ได้/p p“สมมติเราเหมามาหัวละ 20 เราอาจจะเอากำไรหัวละ 2-3 บาท ก็พออยู่ได้ แต่นี่ยังต้องเกลี่ยเงินต่อหัวไปให้เด็กมัธยมอีก ก็แทบจะอยู่ไม่ได้ ถ้าจะเอากับข้าวมากกว่า 1 อย่าง เราจึงต้องต่อรองทางโรงเรียนขอให้เราได้ขายขนมและเครื่องดื่มในโรงเรียนด้วย จะได้กำไรจากส่วนนั้นมาช่วย” ผู้รับเหมารายนี้กล่าว/p pnbsp;/p table tbody tr td h4strongเมื่อnbsp;CSR ของ CPF รุกสู่มื้อกลางวันในโรงเรียน/strong/h4 p style="text-align: center;"img alt="" src="http://www.tcijthai.com/backoffice/public/images/FILE-20170625-1648E8S4APKW1M4A.jpg" style="text-align: start; height: 299px; width: 500px;" //p p style="text-align: center;"strongspan style="color:#ffa500;"นักเรียนในโครงการ ‘ซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต’nbsp;/spana href="http://www.cp-enews.com/ckeditor/uploads/images/%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%9E%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%9F%20%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%20%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%25"span style="color:#ffa500;"ที่มาภาพ: CP E-NEWS/span/a/strong/p pบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ก็มีโครงการเพื่อสังคมด้านอาหารกลางวัน ‘ซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต’ ในโรงเรียนหลายแห่งทั่วประเทศ ยกตัวอย่างโรงเรียนวัดธรรมโชติ ตำบลโรงเข้ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ที่จากเดิม โรงเรียนมีปัญหาเรื่องภาวะโภชนาการ และประสบปัญหาพื้นที่อยู่ในเขตน้ำเค็ม โครงการสามารถช่วยให้โรงเรียนพึ่งพาตนเองในการผลิตวัตถุดิบเข้าสู่โครงการอาหารกลางวันได้ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และช่วยสร้างรายได้เข้ากองทุนโรงเรียนต่อยอดการผลิตวัตถุดิบอาหารกลางวัน ตลอดจนยังเป็นการสอนทักษะอาชีพให้กับเด็กนักเรียน 152 คนควบคู่ไปด้วย โดยโรงเรียนวัดธรรมโชติ เป็น 1 ใน 77 โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ ที่ CPF ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการ ศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ริเริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2558 เพื่อสร้างโภชนาการที่ดีในเด็กและเยาวชน โดยมีเป้าหมายปี 2562 เด็กนักเรียนในพื้นที่รอบโรงงานและฟาร์มของบริษัทฯ รวมกว่า 17,000 คน ในโรงเรียนมากกว่า 77 แห่ง มีภาวะโภชนาการที่ดี และสามารถยกระดับโรงเรียน สู่แหล่งเรียนรู้ต้นแบบในสร้างอาหารมั่นคงของชุมชนและโรงเรียนอื่น ๆ/p /td /tr /tbody /table pnbsp;/p h4strongโรงเรียนสังกัด สพฐ.-อปท. nbsp;อาหารกลางวันสู้โรงเรียนสังกัด ตชด. ไม่ได้/strong/h4 p style="text-align: center;"img alt="" src="http://www.tcijthai.com/backoffice/public/images/FILE-20170625-1613TNKX8SX56YTE.jpg" style="text-align: start; height: 364px; width: 550px;" //p pstrongspan style="color:#ffa500;"จากงานศึกษาโรงเรียนจำนวน 1,619 โรงเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) พบว่าโรงเรียนสังกัด ตชด. สามารถจัดบริการอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าสังกัดอื่นnbsp;/spana href="http://www.manager.co.th/asp-bin/Image.aspx?ID=3530187"span style="color:#ffa500;"ที่มาภาพประกอบ: ASTV ผู้จัดการออนไลน์/span/a/strong/p pจากงานศึกษาเรื่อง 'ปัจจัยที่มีผลต่อการจัดอาหารในโรงเรียนประถมศึกษาจังหวัดเชียงใหม่ เลย นนทบุรี และภูเก็ต' โดย จิราพร ขีดดี, ทักษพล ธรรมรังสี และวิลาวัลย์ เอื้อวงศ์กูล เผยแพร่เมื่อปี 2557 ได้ทำการสำรวจโรงเรียนประถมศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ใน 4 จังหวัดตัวอย่างจำนวน 1,619 โรงเรียน พบว่าโรงเรียนส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร ชุมชน ผู้ปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น หน่วยงานราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในด้านค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าอาหารกลางวันพบว่าเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 13.50 ± 1.58 บาท/คน ต่ำสุด 10 บาท/คน สูงสุด 20 บาท/คน โดยมีงบประมาณที่สมทบเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 13 บาท ต่อคน (ข้อมูลปี 2556)/p pในด้านบุคลากรที่ทำการจัดอาหารกลางวัน พบว่าผู้รับผิดชอบจัดการเรื่องอาหารในโรงเรียนทั้ง 3 สังกัดส่วนมากเป็นครูเพศหญิง โรงเรียนสังกัด สพฐ. เป็นครูเพศหญิง ร้อยละ 88.24 สังกัด อปท. ร้อยละ 96.77 และสังกัด ตชด. ร้อยละ 62.50 ส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีมากกว่าร้อยละ 80 แต่จบการศึกษาทางด้านโภชนาการโดยตรง ในสังกัด สพฐ. และ อปท. ไม่ถึงร้อยละ 10 ส่วนบุคลากรที่ทำการจัดอาหารกลางวันในสังกัด ตชด. ไม่มีบุคลากรจบการศึกษาทางด้านโภชนาการโดยตรงเลย แต่เมื่อพิจารณาในเรื่องการอบรมด้านอาหารและโภชนาการและประสบการณ์การจัดหาอาหารในโรงเรียน พบว่าบุคลากรสังกัดโรงเรียน ตชด. กลับมีประสบการณ์เฉลี่ยมากที่สุด 9 ปีส่วนบุคลากรสังกัด อปท. มีประสบการณ์เฉลี่ยน้อยที่สุด 5.5 ปี/p pงานศึกษายังพบว่า สังกัดและขนาดของโรงเรียนมีความสัมพันธ์กับคุณค่าอาหารกลางวันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยโรงเรียนสังกัด ตชด.อาหารกลางวันจะมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าโรงเรียนในสังกัด สพฐ.และ อปท. เพราะว่าโรงเรียนในสังกัด ตชด. มีการจัดการอาหารกลางวันในโรงเรียนได้อย่างเป็นระบบ ภายใต้ ‘โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน’ ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ มีโครงสร้าง ระบบ นโยบาย และแผนการดำเนินงานที่ชัดเจนในทุกระดับ มีหน่วยงานกลางในการบริหารจัดการระบบ มีการบริหารการจัดงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ มีการให้ความรู้บุคลากร การผลิตวัตถุดิบในการประกอบอาหารได้เอง รวมทั้งมีกระบวนการถ่ายทอดนโยบายและการบูรณาการระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ/p pในด้านขนาดของโรงเรียนนั้น พบว่าโรงเรียนเล็กจัดอาหารกลางวันมีคุณค่ามากกว่าโรงเรียนขนาดกลางและขนาดใหญ่ อาจเนื่องมาจากโรงเรียนสังกัด ตชด. ส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก อีกทั้งโรงเรียนขนาดใหญ่ (สังกัด สพฐ. และ อปท.) เป็นโรงเรียนขยายโอกาสซึ่งมีนักเรียนในระดับมัธยมศึกษารวมด้วย ซึ่งงบประมาณในการบริการอาหารกลางวันนั้นจะสนับสนุนเฉพาะเด็กประถมศึกษาเท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมให้เด็กทั้งหมดในโรงเรียนขยายโอกาส นอกจากนี้ยังพบว่า โรงเรียนส่วนน้อยที่มีการสำรวจความต้องการของนักเรียนในการจัดเมนูอาหาร และมีโรงเรียนส่วนน้อยที่มีคู่มือแนวทางโปรแกรมโภชนาการในการช่วยจัดอาหาร/p p style="text-align: center;"img alt="" src="http://www.tcijthai.com/backoffice/public/images/FILE-20170625-1638QLKLTPAE6Q9S.png" style="text-align: start; height: 376px; width: 550px;" //p p style="text-align: center;"img alt="" src="http://www.tcijthai.com/backoffice/public/images/FILE-20170625-1650C15TJDWX5256.png" style="text-align: start; height: 419px; width: 550px;" //p pเมื่อพิจารณาในด้านคุณค่าทางโภชนาการที่ได้จากอาหารกลางวันและอาหารว่างจากตาราง ‘ค่าเฉลี่ยคุณค่าทางโภชณาการและค่าเฉลี่ยร้อยละของเป้าหมายอาหารกลางวันและอาหารว่างในโรงเรียน’ และ ‘ค่าเฉลี่ยคุณค่าทางโภชนาการอาหารกลางวันของโรงเรียนแยกตามสังกัด สพฐ. อปท. และ ตชด.’ พบว่าเป้าหมายคุณค่าทางโภชนาการ มีความสัมพันธ์กับสังกัดโรงเรียนและการใช้วัตถุดิบในการประกอบอาหารในพื้นที่อย่างมีนัยยะสำคัญทางสถิติ ทั้งนี้ในภาพรวมพบว่าโรงเรียนสังกัด ตชด. สามารถจัดบริการอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าสังกัดอื่น และสามารถเป็นต้นแบบที่ดีได้ แต่ว่าโรงเรียนสังกัด ตชด. ควรปรับปรุงเรื่องความปลอดภัยของอาหาร/p pซึ่งในประเด็นความปลอดภัยของอาหารนั้น แม้โรงเรียนส่วนมากมีการจัดการเรื่องความปลอดภัยของอาหารในโรงเรียน แต่จากงานศึกษาฯ พบว่าประมาณ 2 ใน 3 มีการจำหน่ายอาหารที่มีไขมัน น้ำตาลและโซเดียมสูง และโรงเรียนที่มีการจัดการความปลอดภัยของอาหาร ก็เป็นเพียงเรื่องการใช้ภาชนะที่ปลอดภัยและการตรวจสุขภาพบุคลากรประกอบอาหารเท่านั้น มีเพียงโรงเรียนส่วนน้อยที่มีการตรวจสอบการปนเปื้อนของสารเคมีด้วยชุดตรวจสอบ เช่น ชุดตรวจสอบขององค์การอาหารและยา (อย.) หรือการตรวจสอบการปนเปื้อนจุลินทรีย์ด้วยชุดของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์/p pnbsp;/p pstrongอ่านเรื่องเกี่ยวข้อง/strongbr /br /a href="http://www.tcijthai.com/news/2017/6/watch/7109"จับตา: อปท. อุดหนุนค่าnbsp;/aa href="http://www.tcijthai.com/news/2017/6/watch/7109"‘นม-อาหารกลางวัน’ ให้โรงเรียนเท่าไร?/abr /a href="http://www.tcijthai.com/news/2012/09/scoop/1102"‘เปิดเส้นทาง ‘งบโครงการอาหารกลางวัน’ ใกล้ปิดเทอม-แต่เงินยังไปไม่ถึง'โรงเรียน' คลังประเมิน 4 ด้านไม่ผ่านเกณฑ์มาแล้ว 3 ปี’/a/p pnbsp;/p div class="field field-type-text field-field-feed-pr" div class="field-items" div class="field-item odd" ติดตามความเคลื่อนไหวของ ประชาไท ทางอีเมล คลิกอ่าน http://goo.gl/8xIcV หรือเฟซบุ๊ค http://fb.me/Prachatai /div /div /divimg src="http://feeds.feedburner.com/~r/prachatai/~4/Jw8qjrXN9jI" height="1" width="1" alt=""/