เกษตรฯ พานักข่าวพิสูจน์มะละกอจีเอ็มโอ

ประชาไท - 8 ก.ย. 47 กรมวิชาการเกษตรพิสูจน์จีเอ็มโอไม่ปนเปื้อน พานักข่าวสำรวจแปลงทดลองมะละกอจีเอ็มโอในสถานีทดลองพืชสวนขอนแก่น และแปลงของเกษตรกรในพื้นที่

คณะสื่อมวลชนราว 20 คนได้เดินทางไปยังสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตพื้นที่ 3 ส่วนแยกพืชสวน (สถานีทดลองพืชสวน) อ.ท่าพระ จ.ขอนแก่น เพื่อสำรวจแปลงทดลองในสถานีฯ

ขณะเดียวกันได้มีคณะชาวบ้านจากเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก เครือข่ายเพื่อผู้บริโภคอีสาน ชมรมพิทักษ์สิทธิ์คนเมืองพล และคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.อีสาน) กว่า 50 คนได้มาดักรอที่หน้าแปลงทดลอง เพื่อแจกจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีแก่สื่อมวลชน พร้อมปราศรัยเรียกร้องให้มีการตรวจสอบการปนเปื้อนอย่างจริงจัง โดยระบุว่า ผลการตรวจสอบตัวอย่างอย่างไม่เป็นทางการที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสุ่มเก็บจากพื้นที่ไปนั้นพบว่าเป็นมะละกอจีเอ็มโอ และหากมีการแถลงข่าวเรื่องนี้จะกระทบกับการส่งออกแน่นอน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่นำผู้สื่อข่าวสำรวจเพียงแปลงเดียวที่เป็นมะละกอจีเอ็มโอ ในขณะที่ยังมีอีก 3 แปลงในบริเวณใกล้เคียงที่เคยปลูกเพื่อจำหน่ายเมล็ดพันธุ์และเป็นข่าวว่ากลายเป็นสวนส้มไปแล้วเมื่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปตรวจสอบเมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา

ส่วนมะละกอจีเอ็มโอในแปลงทดลองนั้นพบว่ามีลำต้นใหญ่แต่ไม่สูงนัก ใบใหญ่หนา ให้ผลใหญ่และดกมาก โดยแถวหน้าสุดมีการปลูกมะละกอปกติไว้เปรียบเทียบ มีถนนประมาณ 20 เมตรกั้นระหว่างแปลง รวมทั้งขึงรั้วลวดหนามอย่างหนาแน่น ซึ่งผอ.สถานีทดลองพืชสวนระบุว่า "ทำไว้เพื่อกันคนเข้าบุกรุกทำลาย"

ผอ.แจงเหตุรีบตัดมะละกอแปลงข้างจีเอ็มโอ
นางวิไล ปราสาทศรี ผอ.สถานีทอดลงพืชส่วนกล่าวว่า เหตุผลที่ต้องมีการตัดทำลายต้นมะละกอแขกดำท่าพระในแปลงที่ปลูกเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์จำหน่าย จนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตั้งข้อสงสัยนั้น เป็นเพราะมะละกอดังกล่าวจะต้านทานโรคได้ดีในปีแรก ส่วนปีต่อไปจะไม่คุ้มแล้ว ดังนั้นเมื่อแจกเมล็ดพันธุ์รุ่นแรกแล้ว จึงต้องโค่นต้นทิ้ง แล้วทำการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อจากต้นแม่พันธุ์ขึ้นมาขยายพันธุ์ใหม่อีกครั้ง ซึ่งรุ่นต่อไปคาดว่าจะปลูกในช่วงเดือน ต.ค.- พ.ย.

แฉ "กรีนพีซ" ล็อบบี้ชาวบ้าน
ในขณะที่การสำรวจแปลงของเกษตรกรที่นำต้นกล้าจากสถานีทดลองพืชสวนไปปลูกและแจกจ่าย คือ นางสมควร ศรีวงศ์โชติสกุล ประธานเครือข่ายพัฒนาอาชีพเมืองพลนั้น พบว่าต้นมะละกอที่ปลูกบางส่วนให้ผลดกดี แต่บางส่วนก็เป็นโรค ซึ่งนางวิไลยืนยันว่าหากเป็นมะละกอจีเอ็มโอจริง จะต้องได้ผลผลิตที่ดีกว่านี้มาก

นอกจากนี้นางสมควรยังระบุด้วยว่าได้รับการข่มขู่จากกลุ่มกรีนพีซว่าจะเข้ามาทำลายแปลงมะละกอ

"กรีนพีซเขาบอกเลยว่าเราทำผิดกฎหมาย เพราะปลูกมะละกอจีเอ็มโอ จะต้องโดนทั้งกฎหมายอาญาและกฎหมายแพ่ง ดังนั้นจะต้องยอมรับเงื่อนไขของเขา คือให้บอกว่าพืชที่เราปลูกเป็นจีเอ็มโอ" นางสมควรกล่าว

ขณะที่นางวิไล ได้ตั้งข้อสงสัยเพิ่มเติมในการตรวจสอบการปนเปื้อนของกรีนพีซว่า นอกจากใบรับรองจากห้องเล็บจะไม่ระบุที่มาที่ไปของเมล็ดพันธุ์แล้ว น้ำหนักของเมล็ดที่นำไปตรวจนั้นหนัก 110 กรัม ในขณะที่กรีนพีซซื้อเมล็ดพันธุ์จากสถานีฯไปเพียง 100 กรัม เป็นไปไม่ได้ที่สถานีฯจะจำหน่ายเกินถึง 10 กรัม อีกทั้งเมื่อมีการขอแบ่งตัวอย่างที่กรีนพีซนำไปตรวจ เพื่อตรวจสอบด้วยอีกทางหนึ่ง กรีนพีซกลับไม่ให้ความร่วมมือ

รายงานโดย : มุทิตา เชื้อชั่ง
ศูนย์ข่าวประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์