ผู้นำโต๊ะครู บอยคอตแม่ทัพภาค 4

ศูนย์ข่าวภาคใต้-13 ก.ย.47 ผู้นำโต๊ครู 5จังหวัดใต้ ประกาศยุติความร่วมมือกับภาค 4 ระบุที่ผ่านมาให้ความช่วยเหลือทางการมาโดยตลอด จนถูกขู่ฆ่า

นายนิเดร์ วาบา นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า รู้สึกไม่พอใจที่หน่วยเฉพะกิจปัตตานี เข้าตรวจค้นโรงเรียนอิสลามประชานุเคราะห์ อำเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2547 และไม่ให้ความร่วมมือกับพล.ท.พิศาล วัฒนวงษ์คีรี แม่ทัพภาค 4 อีกต่อไป เพราะที่ผ่านได้ให้ความร่วมมือกับทหารมาตลอด ตนคุยกับโต๊ะครูเกือบ 500 คน ใน 3 จังหวัด คือ ปัตตานี ยะลาและนราธิวาสมาแล้วเห็นตรงกันว่า จะไม่ให้ความร่วมมือกับทางทหารอีกต่อไป

นายนิเดร์ เปิดเผยต่อไปว่า ตนเป็นผู้แจ้งเบาะแสให้กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในมาก่อน ช่วยเหลือทางราชการมาตลอด จนตอนนี้มีคนขู่ฆ่าหาว่าเป็นสายลับให้กับราชการ ที่จริงที่ตนทำไปก็เพื่อต้องการช่วยแก้ปัญหาบ้านเมือง คนที่ก่อเหตุร้ายเองไม่รู้เรื่อง ไม่ได้มองว่าตนเข้ามาเพื่อช่วยแก้ปัญหา ที่ผ่านมาโต๊ะครูช่วยเหลือทหารมาตลอด เมื่อเกิดเหตุนี้แล้ว ก็จะไม่ร่วมมืออีกแล้ว

"ผมไม่ต้องการให้ศาสนามัวหมอง ไม่ได้มุ่งหวังยศฐาบรรดาศักดิ์ในโลกนี้ แต่ทหารที่ดีกับผมก็มี หลังจากเกิดเหตุก็มีทหารนายหนึ่งโทรศัพท์มาบอกให้ผมไปปรับความเข้าใจกับโต๊ะครู แต่ตอนนี้ไม่เอาแล้ว" นายนิเดร์ เปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่มาคุ้มครองตนอยู่หลายคน

ด้านนายอับดุลรอนิง กาหามะ เลขานุการสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้และผู้จัดการโรงเรียนอิสลามประประชานุเคราะห์ หนึ่งใน 2 โรงเรียน ที่ถูกทหารหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี บุกเข้าตรวจค้น เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2547 เนื่องจากถูกระบุว่ารับเงินจากประเทศซาอุดีอาระเบีย หลายสิบล้านบาท แล้วโอนไปให้แกนนำก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และนำตัวไปสอบสวนที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี ก่อนจะปล่อยกลับ กล่าวว่า ตนไม่ได้ติดใจอะไร เพราะตนไม่ได้รับเงินต่างประเทศมาให้ผู้ก่อความไม่สงบ แต่ยังช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ของรัฐในการแก้ปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้น

"ผมเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษของสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยรัฐแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มาตลอด แต่กลับได้รับผลตอบแทนด้วยการตรวจค้นโรงเรียนของตน มันสมควรแล้วหรือไม่ แต่ผมก็สบายใจ เพราะเขาได้พิสูจน์ออกมาแล้วว่าเราบริสุทธิ์" นายอับดุลรอนิงกล่าวและว่า

ตนเคยรับเงินมาจากประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อ 6 ปีที่แล้ว โดยผ่านวิทยาลัยอิสลามยะลาเพื่อสร้างมัสยิด และจากมูลนิธิอุมมุลกุรอ ของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นองค์กรการกุศล ปีละไม่เกิน 8 แสนบาท แต่ปัจจุบันไม่ได้รับเงินมา 3 ปี แล้ว ตั้งแต่หลังเหตุการณ์ผู้ร้ายจี้เครื่องบินขับชนตึกเวิร์ล เทรด เซ็นเตอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2544

นายอับดุลรอนิง กล่าวอีกว่าโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามส่วนใหญ่ ก็ได้ยุติการรับเงินจากต่างประเทศโดยเฉพาะในตะวันออกกลาง หลังจากเหตุการณ์นี้เช่นกัน เพราะว่าไม่สามารถติดต่อกับองค์กรที่สนับสนุนเงินในต่างประเทศได้ ส่วนจะมีโรงเรียนที่รับเงินอยู่อีกหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบทั้งนี้เพราะเป็นการดำเนินการของโรงเรียนเอง

รายงานโดย : ศูนย์ข่าวประชาไท

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์