พบสารแคดเมียมแม่สอดใน 7 ผู้ป่วยสูง 795 ราย

ศูนย์ข่าวภาคเหนือ-25 ก.ย.47 รพ.แม่สอด เปิดเผยรายงานผลการดำเนินงานประเมินภาวะพิษของแคดเมี่ยมในร่างกายของชาวบ้านที่รับผลกระทบในเขตพื้นที่ 3 ตำบล มีผู้ป่วยรับสารแคดเมียมสูงถึง 795 ราย

นพ.วิทยา สวัสดิวุฒิพงศ์ นายแพทย์ด้านเวชกรรมป้องกัน รพ.แม่สอด เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าว" ประชาไท" ว่า เนื่องจากมีการตรวจพบสารแคดเมียมในสิ่งแวดล้อมและพืชผลเกษตร ในเขตต.พระธาตุผาแดง ต.แม่กุ และต.แม่ตาว ของอ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งอาจมีผลต่อสุขภาพประชาชนที่ปลูกข้าวและพืชผักในพื้นที่ที่มีระดับแคดเมียมสูง โดยเฉพาะข้าว ทางรพ.แม่สอด จึงได้ร่วมกับสนง.สาธารณสุขอำเภอแม่สอด ออกตรวจหาระดับแคดเมียมและประเมินผลภาวะพิษต่อไต

"เราได้ทำการตรวจหาระดับแคดเมียม ในชาวบ้านอายุตั้งแต่ 15 ขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 6,802 ราย ผลการศึกษาพบว่า มีผู้ป่วยที่มีระดับแคดเมียมสูง และค่อนข้างสูง รวม 795 ราย ทางโรงพยาบาลสามารถติดตามมารับการนำมารับตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อประเมินการทำงานของไตได้ 759 ราย และไม่มารับการตรวจ 36 ราย ซึ่งทางจะได้ติดตามมาตรวจต่อไป" นพ.วิทยา กล่าว

นพ.วิทยา ยังเปิดเผยอีกว่า ในผู้ที่มีระดับแคดเมียมสูง และค่อนข้างสูง พบว่า มีภาวะไตวายหรือไตเสื่อม 31 ราย มีภาวะไตเริ่มเสื่อม 154 ราย และพบนิ่วในทางเดินปัสสาวะ 2 ราย โดยใน 1 รายนี้มีภาวะไตวายร่วมอยู่ด้วย

"ผู้ที่ได้รับสารแคดเมียมที่มีภาวะไตวายหรือมีการทำงานของไตผิดปกติ ทางโรงพยาบาลจะให้การักษาแบบผู้ป่วยโรคไตและนัดตรวจรักษาอย่างต่อเนื่อง และกำลังเตรียมการให้สุขศึกษาและตรวจคัดกรอง ประเมินภาวะพิษของแคดเมียมต่อกระดูก และให้การรักษาในประชากรกลุ่มเสี่ยงที่มีระดับแคดเมียมสูงในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มการตรวจได้ภายในเดือนพ.ย.นี้" นพ.วิทยา กล่าว

นายทูวา สิงห์สีหมื่น ชาวบ้านพะเด๊ะ วัย 63 ปี กล่าวว่า แต่ก่อนทำงานแข็งแรงดี ตอนหลังๆ มารู้สึกว่า เริ่มอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย มีอาการเหน็บชาตามแขนขา เจ็บหน้าอก ทรมานมาก พอไปตรวจจึงรู้ว่าได้รับสารแคดเมียมในร่างกาย

นางมะโอส่วย ชาญวนา อายุ 40 ปี กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เวลาเดินก็เหนื่อยแล้ว หายใจไม่ทั่วท้อง มีน้ำมูก ปวดหัว จนทำงานไม่ค่อยไหวแล้ว

นายณรงค์ชัย ชาญวนา กล่าวว่า ชาวบ้านอยู่กันมาเป็นร้อยๆ ปี ไม่เคยเจอโรคแบบนี้ แต่พอมีเหมืองแร่มาเปิดเหนือหมู่บ้าน ตั้งแต่ปี 2516 จนถึงวันนี้จึงรู้ว่า ชีวิตและวิถีของชุมชนกำลังจะล่มสลาย ทำให้เกิดปัญหาและเพิ่มภาระให้กับชาวบ้าน จากเคยไปทำงานในไร่นา กลับต้องไปโรงพยาบาลหลายๆ ครั้ง

นายสมพงษ์ สาธุสถิต กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า วิถีเดิมๆ ที่เคยอยู่อย่างสงบสุข ต้องเปลี่ยนไป ปลูกข้าวแต่ไม่ได้กินข้าวที่ตนเองปลูก ปลูกผักก็ไม่กล้ากิน ทุกอย่างต้องซื้อจากข้างนอก มีน้ำไหลผ่านหมู่บ้านก็ไม่ได้ใช้ แต่ต้องซื้อน้ำดื่มน้ำถังจากโรงงานแทน และที่สำคัญเพื่อนบ้านใกล้เคียงไม่กล้าเข้ามาร่วมงานกิจกรรมต่างๆ ด้วย เพราะหวาดระแวงกลัวได้กินข้าวกินน้ำที่มีสารแคดเมียมตกค้าง อยากให้รัฐและผู้ที่สร้างปัญหา ได้มองเห็นและมีจิตสำนึกในเรื่องนี้ ว่าชีวิตและวิถีของชุมชนกำลังล่มสลาย

ในรายงานของ รพ.แม่สอด ยังระบุถึงโรคพิษแคดเมียมอีกว่า สารแคดเมียม สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 2 ทาง คือทางปาก โดยการกินอาหารที่มีการปนเปื้อนของแคดเมียมเข้าไป เช่นในข้าวหรืออาหารที่มีการปนเปื้อนแคดเมียม และทางจมูก โดยการหายใจเอาควัน หรือฝุ่นของแคดเมียมเข้าไป เช่น ในเหมืองสังกะสี ซึ่งทำให้เป็นพิษต่อไตซึ่งเป็นอวัยวะที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุด และเป็นพิษต่อกระดูก ทำให้เกิดอาการปวดเอว กล้ามเนื้อขา กระดูกโค้งงอ กระดูกพรุนและหักได้

ซึ่งเหตุการณ์นี้ระบาดพิษของแคดเมียมในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากโรงงานได้ทิ้งกากแร่ที่มีแคดเมียมและโลหะอื่นๆ ปล่อยน้ำเสียปะปนกับแหล่งน้ำธรรมชาติเข้าสู่ไร่นาที่ปลูกข้าวและพืชผักต่างๆ ทำให้มีแคดเมียมปนเปื้อนอยู่ในเมล็ดข้าวและอาหาร เป็นเหตุให้แคดเมียมเข้าสู่ร่างกายเกิดอาการของโรคพิษแคดเมียม ซึ่งการเกิดพิษเรื้อรังมักต้องได้รับแคดเมียมสะสมนานถึง 20-30 ปี

องอาจ เดชา
ศูนย์ข่าวภาคเหนือรายงาน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์