จากสภาป้องกันราชอาณาจักรถึงสมช.

สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือชื่อเรียกง่ายว่า สมช. เป็นหน่วยงานเลขานุการให้กับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สภาสมช.) พัฒนามาจาก สภาป้องกันราชอาณาจักร มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีกรรมการอีก 7 คน โดยมีเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติเป็นเลขานุการที่ประชุมหรือที่เรียกว่าเป็น ครม.วงใน (inner cabinet)

หน้าที่ของสมช.คือ พิจารณาเสนอแนะต่อสภาสมช.ในการกำหนดนโยบายความมั่นคงแห่งชาติในทุกมิติ พัฒนาและปรับปรุงนโยบายให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ ประสานกับส่วนราชการให้นำนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ ในส่วนที่เกี่ยวข้องไปปฏิบัติให้บรรลุผล และจัดทำแผนเตรียมพร้อมแห่งชาติรองรับสถานการณ์เชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับเรื่องที่จะกระทบต่อผลประโยชน์ของชาติในประเด็นต่างๆและประเมินแนวโน้มของสถานการณ์

สมช.ไม่ได้รวบรวมข่าวด้วยตัวเองแต่รับข่าวจากหน่วยงานต่างๆตามหลักสากล :ซึ่งแบ่งหน่วยข่าวเป็น 2 ระดับคือ หน่วยข่าวกรองระดับชาติ (National Intelligence ) ทำหน้าที่รวบรวมข่าวกรองตามหัวข้อยุทธศาสตร์ทั้ง 8 กับหน่วยข่าวกรองระดับกระทรวง (Departmental Intelligence) ที่สนองความต้องการให้เจ้าหน้าที่กระทรวงในงานที่รับผิดชอบโดยตรง

ปัจจุบันสมช.ได้ข่าวจากหน่วยข่าวต่างๆ หน่วยข่าวหลักในประเทศไทยคือ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ (สขช.) ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ตามพ.ร.บ.ข่าวกรองแห่งชาติ พ.ศ.2528 กำหนดหน้าที่ให้เป็นองค์การข่าวกรองแห่งชาติและองค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน ทำหน้ากำหนดยุทธศาสตร์ และวิเคราะห์ข่าวกรองระดับชาติทั้งในและนอกประเทศ

หน่วยข่าวหลักระดับกระทรวงคือกรมข่าวทหาร (ขว.ทร.) ได้รับข่าวจากศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ).หน่วยข่าวเหล่าทัพและผู้ช่วยฑูตทหารไทยในต่างประเทศ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดทำหน้าที่วิเคราะห์ วิจัยข่าวที่ได้รับ

ขว.ทร.ทำหน้าที่เป็นทั้งองค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายทหาร เป็นรปภ.ป้องกันความลับของกองทัพ และเป็นหน่วยปฏิบัติการรวบรวมข่าวหลักของกองทัพ

ในส่วนของกองทัพนั้น กองทัพบกมีกรมข่าวทหารบก (ขว.ทบ.)ทำหน้าที่หาข่าวเกี่ยวกับทัพบกของประเทศต่างๆ(Army Intelligence)และหาข่าวเพื่อป้องกันการรุกล้ำน่านน้ำประเทศจากเพื่อนบ้าน กองทัพอากาศมีกรมข่าวทหารอากาศ(ขว.ทอ.) รวบรวมข่าวกรองเกี่ยวกับกองทัพอากาศของประเทศอื่น (Air Force Intellignece) การละเมิดน่านฟ้าไทย การรักษาความปลอดภัยสนามบินทหารและพาณิชย์ทุกแห่งในประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีตำรวจสันติบาลเป็นหน่วยข่าวหลักรวบรวมข่าวความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ กระทรวงการต่างประเทศก็ทำหน้าที่รวบรวมข่าวกรองทางการฑูต (Diplomatic Intelligence)

กระทรวงยุติธรรมมีกรมสืบสวนคดีพิเศษแบบ FBI นอกจากนั้นยังมีหน่วยงานที่ทำงานข่าวเฉพาะด้านเช่นยาเสพติดเป็นต้นเพื่อให้การทำงานของหน่วยข่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ซ้ำซ้อนคณะที่ปรึกษาการข่าวซึ่งมีผู้อำนวยการสขช.เป็นประธานได้แบ่งงานหลัก งานรองตามความรับผิดชอบและขีดความสามารถเพื่อไม่ใช้ซ้ำซ้อนกันและให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ

ในการรับข่าวกรองจากหน่วยข่าวต่าง ๆ นั้น สมช. มีเจ้าหน้าที่จากสามเหล่าทัพและจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติในระดับ พล.ท และพล.ต.มาประจำอยู่หลายคนคอยประสานด้านการข่าวกับหน่วยต้นสังกัดข่าวกรองเพื่อเอาข่าวมาให้สมช. และมีการจัดประชุมผู้แทนหน่วยข่าวต่างๆเพื่อสรุปสถานการณ์ประจำสัปดาห์

เมื่อมีการแต่งตั้งผู้อำนวยการกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้และสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (กอ.สสส.จชต.) ภายใต้การทำงานขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี สมช.จึงมีอำนาจเพิ่มขึ้นเพราะเป็นตัวหลักด้านนโยบายยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาไฟใต้ จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามองต่อไปว่าการทำงานของกอ.สสส.จชต.และสมช.จะนำไปสู่ความสันติสุขจริงดังชือที่ตั้งขึ้นหรือไม่

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : เรียบเรียงจาก (http//www.thainews.com)

ศิริรัตน์ อนันต์รัตน์
ประชาไทรายงาน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์