เรื่องเล่าว่าด้วยกรรมไก่

ปฐมบทของโศกนาฏกรรมสังหารหมู่ไก่ ตั้งแต่ปลายปีที่แล้วจนถึง ณ วันนี้ ยังไม่มีผู้ใดกล้าฟันธงถึงสาเหตุ การก่อเกิด "โรคห่า" ซึ่งลามมาติดคน แม้นายกรัฐมนตรีจะตั้งสมมติฐานที่ดูน่าฟังว่า เป็นเพราะนกอพยพต่างถิ่น แต่ดูเหมือนว่า สาธารณะจะไม่ยอมปักใจเชื่อในคำกล่าวหาดังกล่าว

ขณะที่รัฐกำลังดำเนินการแก้ปัญหาอย่างไร้ทิศทาง และปกปิดความจริงบางประการ ก็มีข่าววงในหลุดถึงหูสื่อมวลชนมาเป็นระยะๆ ว่า ต้นเหตุที่ทำให้เกิดไข้หวัดนกขึ้นในประเทศครั้งแรก เพราะมีบริษัทยักษ์ใหญ่ทางการเกษตรแห่งหนึ่งนำเข้าลูกไก่ที่ติดเชื้อ

นัยว่าเมื่อบริษัททราบเรื่องก็พยายามแก้ปัญหา โดยนำเข้าวัคซีนไข้หวัดนกจากหลายๆ ประเทศ แต่ต้องกระมิดกระเมี้ยนนำเข้าในปริมาณน้อย เพื่อไม่ให้องค์การอนามัยโลกจับสังเกตได้ว่ามีการระบาดของโรค

แต่สถานการณ์ลุกลามบานปลายจนเกินกว่าจะควบคุมได้ แม้ในช่วงแรกบริษัทพยายามปิดข่าว โดยจ่ายค่าปิดปากเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากไข้หวัดนก แต่เนื่องจากผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัว ทำให้ข่าวหลุดรอดออกมาได้

ในท้ายที่สุด บริษัทซึ่งเคยส่งไก่สดแช่แข็งออกขายในต่างประเทศ ก็ต้องเปลี่ยนยุทธวิธีส่งออก มาเป็นไก่ปรุงสุก ซึ่งนอกจากจะไม่มีปัญหาเรื่องการส่งออกในช่วงไข้หวัดนกระบาดแล้ว ยังถือว่าเป็นการเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ขณะที่บริษัทส่งออกไก่อื่นๆ ยังปรับตัวไม่ทัน ทำให้ขาดทุน เพราะประเทศคู่ค้ายกเลิกออร์เดอร์ส่งออกไก่ด้วย

แต่เหตุการณ์ดูเหมือนจะคลี่คลาย หลังไข้หวัดนกซาลง แต่ดูเหมือนเคราะห์กรรมในครั้งแรกยังไม่หมด เมื่อเกิดการระบาดรอบที่สองในช่วงเดือนกรกฎาคม ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ดังกล่าว คิดที่จะใช้วัคซีนไข้หวัดนกเพื่อป้องกันการระบาด

การผลักดันข้อเสนอจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยความร่วมมือของนักร้องเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง ซึ่งนิยมชมชอบไก่ชนเป็นชีวิตจิตใจ ข่าวเบื้องลึกยังระบุว่า เจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ดังกล่าวเอง ก็มีไก่ชนอยู่ในครอบครองนับพันตัว

เหตุการณ์ดูเหมือนจะราบรื่น เพราะได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้นำรัฐบาล มีการเข้าพบเป็นการส่วนตัวเพื่อโปรโมทไก่ชนพันธุ์พื้นบ้านไทย และการใช้วัคซีนเพื่อป้องกันโรค แต่การณ์กลับไม่เป็นดังที่ตั้งใจ เมื่อบริษัทผู้ส่งออกไก่รายใหญ่อีกแห่งหนึ่ง จัดม็อบเกษตรกรมาประท้วงนโยบายที่จะให้ใช้วัคซีนในไก่ จนเกิดเหตุการณ์เลือดตกยางออกหน้าทำเนียบรัฐบาล

บริษัทดังกล่าวเป็นผู้ส่งออกไก่สดแช่แข็งรายสำคัญของประเทศ จะได้รับความเดือดร้อนถึงขั้นล่มจม หากรัฐบาลผ่านนโยบายดังกล่าว เพราะจะทำให้ประเทศผู้ซื้อไก่ปฏิเสธสินค้า เนื่องจากมีวัคซีนไข้หวัดนกตกค้างอยู่ในไก่สดแช่แข็ง

แหล่งข่าวใกล้ชิดรัฐบาลเล่าให้ฟังว่า มีการเชิญเจ้าของบริษัทผู้ส่งออกไก่รายหลังไปเจรจาเป็นการลับ พร้อมยื่นข้อเสนอว่า จะนำไก่สดที่มีอยู่ในสต๊อกทั้งหมดไปแลกกับอาวุธของต่างประเทศ แต่ท้ายที่สุดเจ้าของบริษัทก็ปฏิเสธข้อเสนอ และยังขู่ว่าหากบริษัทเสียหาย อาจจะกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศด้วย

ท้ายที่สุดรัฐบาลก็ตัดสินใจไม่ใช้วัคซีน แต่ในความเป็นจริงการลักลอบใช้วัคซีนยังมีอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะตามโรงเรือนระบบปิด ส่วนที่มีการจับได้ก็เป็นเพียงรายเล็กรายน้อยเท่านั้น ส่วนรายใหญ่ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้ ไม่มีผู้ใดกล้าจับกุม ตรวจสอบ

เคราะห์กรรมจึงยังคงตกอยู่กับไก่ และคนกินไก่ ซ้ำยังลามไปถึงเป็ดที่ต้องถูกคุมความประพฤติจับยัดเข้าโรงเรือนแบบปิด หมดอิสรภาพไปตามๆ กัน

ทั้งหมดจะเรียกว่าเป็น "กรรมไก่" หรือ "กรรมเก่า" ก็สุดแท้แต่จะจินตนาการ......

ประชาไทรายงาน

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์