ต้นตระกูลไทยในเวทีเหนือ พิสูจน์กระแสชูวิทย์ชูหนานโฮ๊ะ

ภาพของนายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ คนพูดจาโผงผาง และชอบ "แฉ" เป็นสิ่งที่สามารถเรียกคะแนน ในการเลือกตั้ง ผู้ว่ากทม.ได้อย่างเกินความคาดหมาย แม้ว่าคะแนนที่ได้รับจะไม่เพียงพอที่จะเอาชนะ แต่ก็ถือว่ามากพอที่จะทำให้เขามั่นใจเดินหน้าทางการเมืองต่อ และเขาก็รุกขึ้นเหนือ

เมื่อวันที่ 18 ตุลคม พ.ศ.2547 ที่บ้านพักย่านสันกลาง อำเภอสันกำแพงนายณรงค์ นิยมไทย หรือ "หนายโฮ๊ะ"
แถลงข่าวว่าได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการบริหารพรรคต้นตระกูลไทยของ 6 จังหวัดภาคเหนือ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แม่ฮ่องสอน และเขาก็ประกาศรายชื่อผู้สมัครล็อตแรก 13 คนคือจังหวัดเชียงใหม่ คือ นายสมศักดิ์ บุญตระกูลพูนทวี ,นายเกรียงกมล ศรีมา ,นายเทเวศร์ ทะพิงแก ,นายประเสริฐ ธนาฤทธิ์ ,ร.อ.พินูญ โพธาเจริญ, นายวิจิตร กูลเรือน ,นายสมชาย ตั้งสัตยาบัน

จังหวัดลำพูน คือ นายอิทธิฤทธิ์ อธิสุภรัตน์ และนายนพดล จอมจันทร์ยอง จังหวัดลำปาง คือ นายเกริก กาศเจริญ,นายจัส แสนจิตร ,พ.อ.เด็ดดวง ณ ลำปาง ,นายศุภชาติ โรจน์รุ่ง แต่ไม่ยอมระบุเขต ด้วยเหตุผลว่าเป็นเทคนิคทางการเมือง ไม่อยากให้ผู้สมัครถูกหยามเหยียดจนกว่าจะประกาศอย่างเป็นทางการ และนายชูวิทย์จะเป็นผู้พิจารณาลงเอง ส่วนเขตอื่นก็จะส่งคนให้ครบ และมีเป้าหมายจากเขตภาคเหนือ ขอเพียง 3 ที่นั่งในสภา

ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่คนประสบการณ์การเมืองสูงอย่างหนานโฮ๊ะ จะเลือกสังกัดต้นตระกูลไทยครั้งนี้ เพราะแม้ภาพของเขาจะเป็นประชาธิปัตย์ เพราะเคยได้เป็นส.ส.จากพรรคนี้มา 2 สมัย และคนจะหลงลืมไปแล้วว่า
สมัยที่แล้วเขาลงในนามความหวังใหม่ แต่เหตุผลที่เขามาลงต้นตระกูลไทย คือคำพูดที่น่าสนใจ

"สำหรับการเมือง ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร แม้เสธหนั่นจากประชาธิปัตย์ก็ยังไปอยู่มหาชน"

เขาบอกว่าอยากสร้างนักการเมืองหน้าใหม่ ที่มีอุดมการณ์มีไฟ เป็นคนที่พรรคอื่นเขาไม่เอาแต่เขามีความสามารถ

"นโยบายพรรคต้นตระกูลไทยนั้นเราไม่มี เราไม่หวังเป็นนายกรัฐมนตรี แต่เราหวังเป็นรัฐบาล เราหวังทำงานดูแลคนที่เป็นนายกฯให้อยู่ในร่องในรอย ตรวจสอบการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ นโยบายอันใดที่ว่าดี ที่ถูกต้อง ของพรรคอื่น พรรคต้นตระกูลไทยของเราเอาด้วย"

ในส่วนการต่อสู้ทางการเมืองกับพรรคใหญ่นั้น นายณรงค์ กล่าวว่า "ผมรู้กึ๋นของพรรคใหญ่ดี ไม่ว่าจะเป็นมหาชน ประชาธิปัตย์ ซึ่งเหล่านี้เป็นนายเก่าของผม"

"อยู่พรรคใหญ่จะทำอะไรก็มีคนชี้ บงการให้ทำ การคัดเลือกผู้สมัครก็แขันกันสูง แต่พรรคต้นตระกูลไทยจะเปิดโอกาสให้ ได้แสดงออก กล้าคิด กล้าทำ พรรคการเมืองใหญ่ต้องยอมรับว่ามีทั้งคนรักและคนเกลียด อย่างไรก็ตามประชาชนเขาก็ต้องกลับมาดูตัวผู้สมัครด้วย ว่าที่ผ่านมาส.ส.พื้นที่ทำอะไรให้บ้าง แม้ไทยรักไทยจะเคยเป็นรัฐบาลมาก่อนก็ตามแต่พรรคทุกพรรค พรรคใหญ่ย่อมขายได้ ซึ่งพรรคต้นตระกูลไทยเองตอนนี้ก็ขายได้เช่นกัน"

วันนี้ ต้นตระกูลไทย ได้รุกคืบเข้าสู่พื้นที่เมืองล้านนาขับเคี่ยวกับพรรคใหญ่หลายพรรค เป้าหมาย 3 ที่นั่งในสภานั้นแม้จะดูน้อย แต่ก็เป็นสิ่งที่ยากยิ่งในการที่จะต้องแย่งชิง กับพรรคการเมืองใหญ่อย่างไทยรักไทย ประชาธิปัตย์ และมหาชน

พรรคการเมืองเล็กๆ อย่างต้นตระกูลไทยจะอยู่รอดในสนามการเมืองไทยในอนาคตได้หรือไม่ ? สนามใหญ่ไม่เหมือนสนามเลือกตั้งผู้ว่า คนเมือง(เหนือ)มิใช่คนเมือง (กรุง) และหนานโฮ๊ะก็ไม่เหมือนชูวิทย์

จับตาดูขณะนี้คงได้ในแง่สีสัน แต่ให้ถึงขั้นเป็นตัวแปร แค่เปิดตัวและแจงโผผู้สมัครแค่นี้ ยังไม่เพียงพอ

โครงการความร่วมมือด้านข่าวภูมิภาค พลเมืองเหนือ-ประชาไท

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai