ปัตตานี...เมืองในม่านหมอกแห่งความกลัว

"ไม่กลัวเหรอ ที่ลงมาแถวนี้" คำถามนี้ดังขึ้นจากเพื่อนร่วมทางบนรถสองแถวที่เราอาศัยเดินทางไปสู่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

"ถ้ากลัวก็ไม่มาแล้วแหละครับ" ใครบางคนในกลุ่มของเราตอบไปแบบนี้ แล้วเขาก็กลับมาบอกเราในทีหลังว่า "จริงๆ ผมก็กลัวแหละพี่ แต่ฟอร์มตอบไปอย่างนั้นเอง"

เราได้ฟังคำถามนี้อีกครั้งจากปากของนารี-นิสิตชั้นปี 2 คณะสัตวแพทย์ศาสตร์มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ สาวชาวยะลาคนหนึ่งที่บังเอิญนั่งรถไฟขบวนเดียวกับพวกเรา แล้วก็บังเอิญอีกเช่นกัน ที่เธอมานั่งติดๆ กับผู้สื่อข่าวคนหนึ่งของประชาไทพอดี เราจึงลองถามเธอดูในฐานะที่เธอเองก็เป็นคนในพื้นที่ ว่าเธอรู้สึกยังไงบ้าง กับข่าวที่เกิดขึ้นกับ 3 จังหวัดภาคใต้ และที่สำคัญ...เธอไม่กลัวเหรอ?

"แรกๆ ได้ยินข่าวก็กลัวแหละ แต่พอไปๆ มาๆ มันก็ชินไปแล้ว แล้วยิ่งยะลาเป็นบ้านของเรา เราเลยไม่รู้สึกกลัวอะไร" นารีตอบเราแบบนี้

เธอยังพูดถึงสภาพของบ้านเกิดของเธอในตอนนี้ว่า "ก็ยังเหมือนปกตินะแหละ คนที่นั่นก็ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม ตอนค่ำๆ ก็ยังออกมานั่งร้านน้ำชากันเหมือนเดิม แต่ว่าเราอาจจะต้องกลับกันเร็วขึ้นหน่อยก็เท่านั้นเอง"

สิ่งที่นารีพูดทำให้นึกถึงสภาพถนนในตัวเมืองปัตตานีที่เราเพิ่งประสบมาเมื่อคืนก่อนหน้านี้...

หากเทียบกับหาดใหญ่ ซึ่งเป็นที่ๆ เราได้ผ่านทางมาก่อน จะพบว่าตัวเมืองปัตตานีนั้นเป็นเหมือนเด็กเงียบๆ ที่ไม่ช่างพูดจานัก ในขณะที่หาดใหญ่เป็นเหมือนเด็กหนุ่มท่าทางร่าเริงและดูจะเจ้าสำราญสักนิด

ที่เทียบอย่างนั้นก็เพราะว่าตัวเมืองปัตตานีนั้นดูเป็นเมืองเงียบๆ ที่ไม่ได้อึกทึกมากนัก รถราในตัวเมืองก็มีอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากจนทำให้เกิดการจราจรติดขัดแบบเมืองใหญ่ทั่วไป รวมถึงตึกสูงก็ไม่ได้มีมากมาย ที่เห็นได้ทั่วไปก็จะเป็นตึกแถวขนาด 2-3 ชั้น จะมีอาคารขนาดใหญ่บ้างกจะเป็นจำพวกโรงแรม หรือไม่ก็ร้าน Discount Store ขนาดใหญ่ที่เพิ่งเปิดให้บริการ

ชีวิตกลางวันของเมืองปัตตานีในช่วงเวลาที่เราเข้าไปในพื้นที่นั้นดูจะนิ่งๆ พอสมควร ซึ่งอาจจะเป็นเพราะช่วงเวลาที่เราเข้าไปนั้นเป็นช่วงถือศีลอดก็ได้ แต่เมื่อถึงเวลากลางคืน ที่ถ้ามองอย่างสายตาคนนอกแล้วน่าจะเป็นช่วงที่อันตรายที่สุด แต่กลับเป็นว่าเป็นเวลาที่ท้องถนนในตัวเมืองปัตตานีคลาคล่ำไปด้วยผู้คนหนุ่มสาวมากที่สุด โดยภาพที่เห็นก็คือภาพของคนหนุ่มสาวพร้อมด้วยมอเตอร์ไซค์คู่ใจออกมาบนท้องถนน บ้างออกมานั่งดูฟุตบอลอังกฤษจากร้านข้างทาง บ้างก็ออกมารวมกลุ่มกันที่ "ร้านน้ำชา"

มันก็ "ร้านน้ำชา" เดียวกับที่นารีพูดถึงนะแหละ...แต่อย่าไปเข้าใจผิดว่า "ร้านน้ำชา" จะเหมือนกับ "โรงน้ำชา" หรอกนะ เพราะ "ร้านน้ำชา" ก็คือร้านขายน้ำชา กาแฟ รวมถึงขนมปังปิ้ง และของหวานต่างๆ...จะว่าไปก็คล้ายๆ กับร้านอย่าง "มนต์นมสด" ในกรุงเทพฯ นะแหละ แต่จะต่างกันก็ตรงที่รูปแบบการจัดร้านจะเป็นลักษณะร้านกลางแจ้ง ที่ออกจะคล้ายๆ สวนอาหารหรือร้านหมูกระทะซะมากกว่า

ซึ่งถ้าตัดภาพของเจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ พร้อมชุดกันกระสุนและอาวุธครบมือออกไป...ปัตตานีก็เป็นเพียงเมืองเล็กๆ ที่น่ารักเมืองหนึ่งเท่านั้น

มีข้อความหนึ่ง ที่คนในพื้นที่ปัตตานีพูดถึงการวิธีการทำข่าวในปัจจุบันว่า "ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ใดก็ตาม ถ้าสามารถโยงกับสถานการณ์ไฟใต้ได้ โอกาสจะขึ้นหน้าหนึ่งก็มีสูงขึ้น ซึ่งหมายถึงรายได้ของนักข่าวก็จะสูงขึ้นเช่นกัน"

จะมีใครรู้บ้างไหมว่า...การเสนอข่าวแบบนี้จะเป็นเหมือนการสร้างหมอกแห่งความกลัวปิดบังดินแดนเล็กๆ แห่งนี้...

ภาณุวัฒน์ อภิวัฒนชัย
ประชาไทสัญจรรายงาน

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์