ฟังแนวทางแก้ไฟใต้จากปากผู้ว่าปัตตานีคนใหม่

ประชาไท-25 ต.ค. 47 นายเชิดพันธ์ ณ สงขลา ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่าสถานการณ์ปัจจุบันไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คนกำลังคาดคิด ซึ่งส่งผลให้ธุรกิจซบเซาโดยเฉพาะการท่องเที่ยวจึงอยากให้สื่อนำเสนออย่างเป็นจริง ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ต.ค.ซึ่งเป็นวันปิยะมหาราชที่ผ่านมาก็มีข้าราชการและประชาชนมาเข้าร่วมอย่างคับคั่งและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ข้อมูลพื้นฐานจังหวัดปัตตานีคือ อยู่ในกลุ่มที่ 18 กับจังหวัดยะลาและนราธิวาส มีประชากร 5 แสนกว่าคน โดย 80% นับถือศาสนาอิสลาม และอาชีพหลักคือเกษตรกรรม ได้แก่ สวนผลไม้ ยางพารา และประมง การคมนาคมมีถนนเชื่อมโยงกับจังหวัดใกล้เคียงโดยรอบ และมีท่าเทียบเรือเป็นอันดับ 2 ของประเทศ โดยมีเรือเข้ามาเทียบประมาณ 1 พันลำต่อเดือน

ด้านประวัติศาสตร์ ปัตตานีมีประวัติศาสตร์ยาวนานโดยมีสถานที่ที่แสดงถึงความเจริญในอดีต ได้แก่ มัสยิดกรือซะ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว หลวงพ่อถ้วนวัดช้างไห้ วังยะหริ่ง(วังเจ้าเมืองเก่า) นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวโดยมีชายหาดเชื่อมต่อกับสงขลาและนราธิวาสกว่า 116 กม. รวมทั้งการแข่งขันตกปลาที่อำเภอสายบุรี

ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.-21 ต.ค. 47 มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดที่จังหวัดปัตตานีทั้งหมด 235 ครั้ง ประมาณวันละ 1-2 ครั้ง พื้นที่เกิดเหตุมากที่สุดคืออำเภอเมือง รองลงมาคืออำเภอหนองจิก และอำเภออื่นๆที่อยู่ไกลออกไปเหตุเกิดค่อนข้างน้อย เหตุที่เกิดได้แก่การลอบยิงเจ้าหน้าที่ การวางเพลิง การวางระเบิด การเผาสถานที่ราชการและทำลายทรัพย์สินของประชาชน

นายเชิดพันธ์ กล่าวถึงสาเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นว่าเกิดจากกลุ่มที่มีอุดมการณ์แบ่งแยกดินแดนเพื่อจัดตั้งเป็นรัฐปัตตานีซึ่งเชื่อว่าเป็นดินแดนของมุสลิมดั้งเดิม แต่ไม่ได้มีจำนวนมาก ซึ่งเป็นไปไม่ได้แล้วในปัจจุบันเป็นได้แค่อุดมการณ์เท่านั้น การกระทำที่เกิดขึ้นทำให้ประชาชนเดือดร้อน การแก้ไขปัญหาของเจ้าหน้าที่ที่ผ่านมาดูเหมือนช้าแต่ต้องผนึกกำลังกัน โดยภารกิจสำคัญคือการสร้างขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐเพื่อให้ลงไปทำงานกับประชาชนต่อไป ถ้าสองฝ่ายเข้าใจตรงกันก็จะหันหน้าเข้าหากัน

นายเชิดพันธ์ กล่าวต่อว่าปัญหาการทำงานในขณะนี้คือไม่ได้รับข้อมูลจากประชาชนเนื่องจากมีความหวาดกลัว ไม่กล้าพูดเพราะไม่มั่นใจว่าจะได้รับความคุ้มครอง ดังนั้นการลงไปสร้างความใกล้ชิดกับชาวบ้านของทางราชการจึงมีความจำเป็น

การแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน ผู้ว่าฯกล่าวว่ามีการตั้งกองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้(กอ.สสส.จชต.) โดยมีทหาร ตำรวจและพลเรือนเป็นกองกำลังผสมดูแลแต่ละพื้นที่ โดยเน้นให้เหตุรายวันลดลง และมีการนำข่าวระบบแผนที่(GIS)มาใช้ในบางพื้นที่ โดยมีการนำข้อมูลสถิติแต่ละพื้นที่มาวิเคราะห์ในการทำงาน ซึ่งคิดว่าได้ผลระดับหนึ่ง โดยจากที่เหตุเกิดที่อำเภอหนองจิกเคยมีมากแต่ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมายังไม่เกิดเหตุอีกเลย ซึ่งจากนี้คงจะมีการขยายให้เต็มพื้นที่ต่อไป

"ระยะหลังการทำงานของเจ้าหน้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเหตุการณ์ยิงนักศึกษาและนายกอบต.สามารถจับกุมคนร้ายได้แทบทันทีทันควัน ตอนนี้จึงสามารถยืนยันว่าดีสถานการณ์ดีขึ้นไม่เช่นนั้นเหตุการณ์คงมีมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงผู้ดูแลก็เป็นไปเพื่อให้ดีขึ้นอีกเช่นกัน" ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีคนใหม่ กล่าวปิดท้าย

ปิ่นแก้ว อุ่นแก้ว
ประชาไทรายงาน

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์