Fat Festival #4 : วันที่นางเลิ้งไม่มีม้าวิ่ง (ตอนจบ)

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

7 พย. 47

10.00 น.
ความตกใจเข้ามาต้อนรับผมในยามเช้า ด้วยเสียงดีเจ. ของแฟตฯ ที่ประกาศว่างานในวันนี้จะจบลงในเวลาสองทุ่ม แทนที่จะเป็นเวลาเที่ยงคืนอย่างที่ได้ประกาศกันไว้แต่ต้น

11.45 น.
ผมมาถึงงานเพื่อเตรียมตัวขายหนังสืออีกครั้ง พร้อมกับได้ทราบข่าวว่าด้วยการที่งานต้องเลิกเร็วขึ้น ทำให้บูธต่างๆ ในงานต้องปิดเร็วขึ้น โดยทุกบูธต้องเก็บภายหลังเวลาหนึ่งทุ่มตรง ซึ่งสร้างความเสียเส้นให้ผมและคนมาร่วมงานหลายๆ คนพอสมควร

ผมมาทราบเหตุผลในตอนหลังว่าเหตุที่ทำให้งานเลิกเร็วก็เนื่องจากในงานวันแรกมีเหตุชกต่อยกันที่เวทีของวงดนตรีหน้าใหม่ (อ้อ...ลืมบอกไป เวทีที่ว่าชื่อ "ลานพักตร์อาชา" ครับ) ประกอบกับผู้เข้าร่วมงานที่มีจำนวนมากเกินคาด ทำให้ผู้จัดงานจำเป็นต้องร่นเวลางานลงมาเพื่อความปลอดภัย ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อเหลือเกินสำหรับฟรีคอนเสิร์ตเมืองไทย ที่มักจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเสมอๆ แต่นี่ยังนับว่าโชคดีที่ระดับความรุนแรงยังไม่มากนัก ไม่ถึงขนาดคอนเสิร์ตทรัพย์สินทางปัญญาที่สวนลุมไนท์บาซาร์ ที่ตีกันหนักจนต้องยกเลิกการแสดงไปเลย

แต่เอาเหอะ ไหนๆ ก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว จำวลี "The show must go on" ไว้ให้มั่น แล้วก็สนุกกับงานให้มากที่สุดแล้วกัน

14.00 น.
วันนี้โชคดีหน่อย ที่มีเพื่อนมาช่วยผลัดเวรเฝ้าหนังสือตั้งแต่หัววัน ผมกับเอ๋-น้องสนิทอีกคนเลยได้โอกาสออกมาดูคอนเสิร์ตมากสักหน่อย หลังจากที่เมื่อวานพลาดโอกาสดูวงดีๆ ไปหลายวง

เราเริ่มโปรแกรมคอนเสิร์ตวันนี้ด้วย Big Ass-วงที่สร้างชื่อเสียงในค่ายอินดี้อย่าง Music Bugs ก่อนที่จะโด่งดังในวงกว้างกับค่าย Genies Records แห่งอาณาจักรจีเอ็มเอ็ม-แกรมมี่

เราเดินไปตามเสียงเพลง "คนไม่เอาถ่าน" ที่แผดเสียงด้วยลำคอของผู้ชมนับหมื่น จนกลบเสียงเจ้าของเพลงซะมิด ยิ่งต่อด้วยเพลงที่ฮิตที่สุดในอัลบั้มชุดใหม่อย่าง "เล่นของสูง" ก็ยิ่งทำให้อัฒจรรย์เป็นเหมือนตู้ลำโพงขนาดยักษ์ที่ถูกปรับปุ่มความดังไว้ที่ 10

เห็นอย่างนี้แล้วทำให้นึกถึงเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ที่เรายังได้เห็น Big Ass ในโกดังร้างบนเวทีงานแฟตฯ ครั้งแรก...ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องคาดไม่ถึง ที่จะเห็นวงดนตรีวงหนึ่งพัฒนาชื่อเสียงขึ้นถึงระดับนี้ ซึ่งก็คงคล้ายกับแฟตฯ นะแหละ ที่ก้าวจากรายการเล็กๆเมื่อสักสี่ปีก่อน สู่การเป็นรายการที่อาจจะเรียกได้ว่าสร้างวัฒนธรรมการฟังเพลงแบบใหม่ให้กับวัยรุ่นไทยขึ้นมาได้

แต่จะว่าไป สิ่งที่แฟตฯ กำลังเผชิญก็ไม่ต่างจากสิ่งที่วงดนตรีจากสังกัดอินดี้เล็กๆ ที่บังเอิญจับพลัดจับผลูได้เซ็นสัญญาออกอัลบั้มกับสังกัดใหญ่ต้องเจอ...สิ่งนั้นก็คือการต้องพิสูจน์ตัวเองว่าจะยังสามารถรักษาความจริงใจแบบติดดิน พร้อมๆ กับการประสบความสำเร็จในวงกว้างได้หรือไม่ เพราะมีหลายคนที่ติดตามงานนี้ตั้งแต่ครั้งแรก เริ่มรู้สึกว่าเสน่ห์ที่เคยมีในงานแฟตฯ ครั้งแรกๆ อย่างความใกล้ชิดกับศิลปินแบบถึงเนื้อถึงตัว หรือความรู้สึกถึงการเป็น "คนคอเดียวกัน" ในบรรดาผู้ชมนั้นกำลังค่อยๆ หายไปพร้อมๆ กับการเพิ่มขึ้นของผู้เข้าชมงาน

นี่คือสิ่งที่แฟตฯ ต้องพิสูจน์ให้ได้...

หลังจาก Big Ass เล่นจบ ผมกับเอ๋เดินดูสินค้าต่างๆ รวมทั้งตระเวนดูอนเสิร์ตตามเวทีต่างๆ แบบผ่านๆ เพื่อรอคอยเวลา 16.40 น. อันเป็นเวลาที่ Modern Dog-วงที่หลายๆ คนที่เติบโตกับการเฟื่องฟูของดนตรีแนว Alternative ต่างยกให้พวกเขาเป็นเสมือนตัวแทนของยุคสมัยขึ้นแสดง

ซึ่งบังเอิญ...ผมก็เป็นคนในยุคสมัยนั้นเสียด้วยสิ

16.40 น.
ที่นั่งแทบทุกที่ของเวที "อรนภา" ถูกจองด้วยฝูงชนนับหมื่นที่ตั้งตารอคอยการกลับมาของ "หมาทันสมัย" กลุ่มนี้ จนผมกับเอ๋หาที่นั่งไม่ได้...จนสุดท้ายเราได้ที่ยืนเล็กๆ ที่แถวบนสุดของอัฒจรรย์ชั้นสอง

ทันทีที่สมาชิกทั้งสามของ Modern Dog (ธนชัย อุชชิน, เมธี น้อยจินดา และปวีณ สุวรรณชีพ) เดินเข้าสู่เวที เสียงกรี๊ดจากคนทั้งอัฒจรรย์ก็ดังออกมาคล้ายว่าจะนัดกัน หลังจากนั้นหมาทันสมัยทั้งสามก็เริ่มพูดคุยกับผู้ชมด้วยเพลงจากอัลบั้มใหม่ที่กำลังจะออกวางตลาดของพวกเขา (อันประกอบด้วยเพลง "แดดส่อง" , "เธอให้มา" และอีกสองเพลงที่ผมยังไม่รู้จักชื่อ) ก่อนจะปิดท้ายด้วย "บุษบา" อันเสมือนเป็น "เพลงชาติ Modern Dog" ซึ่งผู้ชมก็แสดงความเคารพด้วยการร้องตามและเต้นอย่างสุดชีวิต

18.00 น.
หลังจากดู Modern Dog เสร็จ ผมก็รีบกลับมายังโซนหนังสืออีกครั้งเพื่อขายหนังสือและนั่งคุยกับเพื่อน แต่เมื่อถึงเวลาหกโมงเย็น ผมก็ขอตัวออกมาอีกครั้ง เพื่อดูวงดนตรีอีกวงหนึ่งที่เราหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องดูให้ได้

วงที่ว่าก็คือวง Cells จาก สปป. ลาวนั่นเอง

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมวงนี้ถึงน่าสนใจ ผมก็คงต้องตอบง่ายๆ ว่าภาพของเพลงแบบ Nu-Metal อย่างที่เราได้ยินจากวงดนตรีฝรั่งมังค่าอย่าง Linkin Park จะมาอยู่กับวงดนตรีจากลาว ที่แม้ว่าจะเป็นประเทศใกล้บ้านเรา แต่เราก็ได้รับรู้เรื่องราวทางดนตรีจากสหายฝั่งลาวน้อยเหลือเกิน (จะมีเพลงที่ข้ามฟากมาบ้างเมื่อนานมาแล้วก็อย่าง "เย็นสบายชาวนา" ของท้าวบัวเงิน ซาภูวงศ์ หรือหากจะนับให้ใกล้กว่านั้นสัก 6-7 ปีก่อนก็เคยมีวง The Exile ที่เคยออกอัลบั้มในสังกัดแกรมมี่)

ผมมาถึงเวที "ลานพักตร์อาชา" พอดีที่ Cells เริ่มเล่น พวกเขาเริ่มต้นทักทายประเทศไทยด้วยเพลง "คนสวย" ที่ทำให้หลายๆ คนรู้จักพวกเขา (เพลงนี้ได้มีการเปิดทางแฟตฯ มาช่วงเวลาหนึ่งแล้ว) บรรดาแฟนเพลงชาวไทยก็ตอบกลับด้วยการ "เซิร์ฟ" (การทิ้งตัวให้คนดูช่วยกันใช้มือรองรับไม่ให้ร่วงลงสู่พื้น อันเป็นธรรมเนียมที่ผู้ชมคอนเสิร์ตร็อคนิยมเล่นกัน) และกระโดดโยกหัวอย่างเมามัน หลังจากนั้น Cells ก็ประเคนเพลงทั้งของตัวเองและเพลงสากลเข้าใส่ผู้ชม (ในจำนวนนั้นมีเพลง Smooth Criminal ฉบับของ Alien Ant Farm และ Zombies ของ The Cranberries ด้วย) ซึ่งยิ่งเพิ่มอุณหภูมิให้เวทีนี้ร้อนขึ้นเรื่อยๆ

แต่ในขณะที่ผู้ชมกำลังสนุกกับเพลงของ Cells อยู่นั้น อยู่ดีๆ ผู้ชมหลายส่วน (รวมทั้งตัวผมด้วย) ก็เริ่มเกิดอาการแสบตาและจมูกขึ้นมา จนทำให้ผู้ชมส่วนหนึ่งทนไม่ไหวจนต้องออกจากบริเวณนั้น ซึ่งจนบัดนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่าสาเหตุของการแสบตาครั้งนั้นเกิดจากอะไร (มีบางคนมาบอกผมทีหลังว่ามาจากแก๊สน้ำตาของใครบางคน แต่เรื่องแบบนี้ต้องฟังหูไว้หูครับ) แต่ก็มีผู้ชมอีกเยอะที่ทนสู้กับอาการแสบตาจนจบโชว์ (หนึ่งในนั้นก็คือผมด้วยแหละ)

19.00 น.
ผมกลับเข้าไปยังโซนหนังสืออีกครั้งเพื่อเก็บของเตรียมกลับบ้าน ในขณะที่อีกหลายๆ บูธในบริเวณนั้นก็เริ่มเก็บของเช่นกัน

ถึงตอนนี้ความสนุกของการมาตั้งบูธไม่ใช่แค่การขายของ หากแต่อยู่ที่การแลกหนังสือกันระหว่างบูธ สำหรับบูธไหนที่นึกสนุก ก็แลกหนังสือพร้อมๆ กับแลกลายเซ็นกันก็มี

ผมกลับบ้านพร้อมกับผลการขายที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก แต่อย่างน้อยๆ ผมก็ได้หนังสือทำมือที่แลกมาจากเพื่อนๆ ที่มาร่วมปล่อยตัวอักษรให้เดินเล่นในงานนี้เหมือนกับผม

เอาน่า...ขาดทุนทางทรัพย์ แต่กำไรทางใจ...มันก็ยังโอเคแหละ

8 พย. 47

ผมกลับมานั่งเขียนบทความชิ้นนี้ พร้อมๆ กับนั่งอ่านกระทู้มากมายที่พูดถึงงานแฟตฯ ครั้งนี้ด้วยน้ำเสียงตกอกตกใจกับปริมาณคนที่มากมายเหลือเกิน มีอยู่คนหนึ่งที่พูดว่างานนี้เป็น "งานรวมตัวมั่วสุมชัดๆ" แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความเห็นหนึ่ง ที่อาจจะใช้เป็นบทสรุปของบทความชุดนี้ได้ นั่นคือ...

* "เด็กมันมากันเยอะขนาดนี้ แสดงว่าบ้านเรามันขาดกิจกรรมให้เขาได้แสดงออกกันหรือเปล่า ไปดูหนัง ไปสยาม โดนผู้ใหญ่ด่าวันๆเอาแต่เที่ยว แต่พอมาขายของงานแฟต มาดูดนตรี โดนด่าว่ามั่วสุม???

จะเอาไงกะวัยรุ่นไทยกันแน่ ???

โลกนี้ไม่ได้ต้องการแต่พวกวันๆเอาแต่จมกับกองหนังสือนะครับ"

(หมายเหตุ : * ตัดตอนจากข้อความในกระทู้http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A3109529/A3109529.htmlครับ)

ดาว์นโหลดภาพงานได้ที่นี่ : http://www.prachathai.com/media/cells.wmv

เด็กใหม่ในเมือง
ประชาไทรายงาน

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น