ณ เชียงใหม่ ยกครัว ซบปชป.

แรงฮึดที่ ทรท.ประมาทไม่ได้

สถานการณ์การเมืองระดับชาติในเวลานี้ พรรคการเมืองใหญ่หลายพรรคระดมกำลังและกลยุทธ์ เพื่อช่วงชิงคะแนนเสียงในพื้นที่ต่างๆ หากมองการเมืองในระดับยอดบนแล้วเห็นว่า กลยุทธ์แต่ละอย่างที่ลงมานั้น เป็นการตลาดที่ได้วางระบบกันมาอย่างดี

พรรคประชาธิปัตย์เป็นอีกพรรคหนึ่งที่กำลังเร่งลงพื้นที่ต่างๆ เพื่อที่จะสามารถดึงฐานคะแนน ในพื้นที่เพื่อจะสามารถดุลอำนาจของไทยรักไทยในการบริหาร โดย.เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2547 พรรคประชาธิปัตย์ได้นำคาราวานหาเสียงมาถึงจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพบปะประชาชน โดยมี นาย บัญญัติ บรรทัดฐาน หัวหน้าพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรค นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์เลขาธิการพรรค รวมทั้งมีนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรค ลงพื้นที่ด้วย

. ในช่วงเช้าของการเยือนเชียงใหม่แกนนำของพรรคได้เดินทาง ไปสถานที่ต่างที่สำคัญเพื่อเคารพสักการะ เช่น อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ดอยสุเทพราชวรวิหาร อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ในช่วงค่ำได้เปิดเวทีปราศัย ที่บริเวณลานหอนิทรรศกาลและศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่โดยมีผู้รับฟังเรือนหมื่น

แน่นอน การปราศรัยของแกนนำย่อมผลัดกันขึ้นชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดในการบริหารงาน ผลประโยชน์ที่ทับซ้อนของนักการเมืองคนสำคัญในรัฐบาล รวมถึงความเป็นไปในสังคมหลังจากที่ พรรคไทยรักไทยได้ขึ้นเป็นรัฐบาล พร้อมการแถลงนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ คือ เรียนฟรี จบมามีงาน ล้างหนี้ด้วยงาน 60 ปีมีเบี้ยเลี้ยง และการรักษามีคุณภาพ โดยมีนโยบายสร้างชาติด้วยการศึกษา รวมทั้งการขอคะแนนเสียงให้ได้มากกว่า 200 เสียงนั้นคือเป็นฝ่ายค้านทรงประสิทธิภาพที่สามารถอภิปรายนายกฯ ได้ หรือมากกว่านั้นจะรวมกับพรรคอื่นเพื่อเป็นรัฐบาลบริหารประเทศตามที่ประกาศนโยบายไว้

คาราวานประชาธิปไตยของประชาธิปัตย์ครั้งนี้ยังได้เปิดว่าที่ตัวผู้สมัครในพื้นที่เชียงใหม่ทั้ง10 คนโดย เขต.1 ร.อ.หญิง ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ เขต.2 จักวาล วรรณวงศ์ เขต.3 จ.ส.ต.อุดม วรวัลย์ เขต.4 กิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ เขต.5 พงษ์ประยูร ราชอาภัย เขต.6 นายศิลปะชัย ค้ำชู เขต 7นายเสน่ห์ สุรินทร์ เขต. 8 นายศุภชัย นิมมานเหมินท์ เขต.9 นายยงยุทธ สุวภาพ เขต.10 นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย
จุดที่หลายคนจับตามองคือ การเปลี่ยนสังกัดพรรค ของ นางกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ และ ร.อ.หญิง ดร.เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องราวขัดแย้ง ในการทับซ้อนตัวผู้สมัครในพรรคไทยรักไทย จนต้องลาออกมาอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์เพื่อโอกาสที่จะได้ลงสมัคร ส.ส.เขต

ธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่ นายกอบจ.เชียงใหม่ผู้ซึ่งไทยรักไทยเคยหนุนสุดๆ ให้ลงแข่งขันนายกอบจ.ในนามของพรรค ก็ได้เดินทางมาให้กำลังใจให้ภรรยา และบุตรสาว พร้อมการต้อนรับอย่างงอบอุ่นของแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ค่ำคืนนั้น เขายืนยันข่าวการลาออกจากสมาชิกพรรคไทยรักไทยด้วยว่าเป็นความจริง แม้เวลานี้จะยังไม่ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ก็ตาม

ตลอดเส้นทางสายการเมืองของตระกูล ณ เชียงใหม่ทั้ง 3 หลังต้นสังกัดคือความหวังใหม่ ควบรวมกับไทยรักไทย อันเป็นสาเหตุสำคัญให้ต้องย้ายมาอยู่บ้านหลังเดียวกันจนเกิดตัวผู้สมัครทับเบียดเสียดกันนั้น สร้างความอึดอัดให้กับคนมาใหม่ไม่น้อย

จึงต้องมีข้อต่อรองและสัญญาใจเกิดขึ้น

เจ้าหนุ่ยมาลงอบจ. พรรคหนุนเต็มที่และไม่ทิ้งกิ่งกาญจน์ สัญญาใจคือให้ลงเขต 2 แทนเยาวภาที่เตรียมจะขึ้นไปอยู่ระบบบัญชีรายชื่อ
สถานการณ์เป็นเช่นนี้จนเจ้าหนุ่ยคว้าเก้าอี้อบจ.สำเร็จ ความผันแปรของตัวผู้สมัครเขต 3
กลับกลายมาเป็นพายัพ ชินวัตร และ 10 เขตของไทยรักไทยก็ไม่มีชื่อของทั้งกิ่งกาญจน์ และเดือนเต็มดวง

เมื่อมองในปรากฎการณ์ดังกล่าว คนที่ได้เปรียบในหมากเกมนี้ คือ ประชาธิปัตย์ ที่ได้ขุมกำลังจากพรรคไทยรักไทย ไม่ใช่แค่เพียง 2 แต้มที่ได้จากการย้ายพรรคของนางกิ่งกาญจน์ และ เดือนเต็มดวง แต่มากกว่านั้นคือที่ฐานเสียงที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย

เขต 1 ไทยรักไทยส่งผู้สมัครรายเดิมคือนายปกรณ์ บูรณุปกรณ์ ส่วนประชาธิปัตย์ วางรอ.หญิง ดร.หญิงเดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ เขต 4 ไทยรักไทยส่วนรายเดิมอีกเช่นกันคือนายวิทยา ทรงคำ ส่วนประชาธิปัตย์ให้นางกิ่งกาญจน์ ณ เชียงใหม่ สู้ในเขตนี้

ความเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ น่าจับตาที่จะเพิ่มความเป็นไปได้ ในการได้ตำแหน่งพื้นที่ ส.ส.เชียงใหม่ที่ปชป.คาดหวังไว้ว่าจะได้มากกว่า 1 เขตไม่น้อย.

โครงการความร่วมมือด้านข่าวภูมิภาค

พลเมืองเหนือ-ประชาไท

มันแน่คราวนี้ หัวหน้าพรรคเห

มันแน่คราวนี้ หัวหน้าพรรคเห็นแก่ญาติจนเสียนักการเมืองตัวสำคัญ ครานี้เป็นการสู้กันระหว่างอิธิพลของ สส.ในพื้นที่และอิธิพลของพรรคการเมืองที่เรียกว่าสุดยอดของประชานิยม