ไม่อ้วนเอาสีไหน

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

กระแสการซ่อมสร้างสุขภาพเป็นเรื่องที่มีความตื่นตัวกันโดยทั่วโลก ไม่เฉพาะเมืองไทยที่มีการรณรงค์ให้คนไทยหันมาใส่ใจและสร้างเสริมสุขภาพ ลานแอโรบิคที่ผุดเป็นดอกเห็ดเป็นอีกรูปธรรมหนึ่งที่น่าสนใจ สำหรับที่ประเทศอังกฤษเร็วๆนี้ หนังสือพิมพ์ The Observer ฉบับวันที่ 14 พฤศจิกายน ได้เปิดเผยข้อมูลจากรายงานด้านสาธารณสุข โดยกล่าวถึงมาตรการที่รัฐบาลจะนำมาใช้เพื่อป้องกันและปัญหาสุขภาพของประเทศ หนึ่งในนั้นคือ "ความอ้วน"

"ความอ้วน" ได้กลายเป็นวิกฤติสุขภาพที่ต้องได้รับการใส่ใจ โดยเฉพาะเด็กทั้งหลายที่มีสาเหตุการอ้วนมาจากขนมขบเคี้ยวที่อาศัยการ์ตูนตัวโปรด เพลงที่ถูกใจ ออกอากาศโฆษณาในช่วงรายการสำหรับเด็ก การรณรงค์ด้วยความห่วงใยในสุขภาพเด็กครั้งนี้เกิดจากกลุ่มพ่อแม่ที่มีลูกอายุต่ำกว่า 5 ขวบที่เกิดความไม่พอใจต่อการโฆษณาในลักษณะดังกล่าวจึงได้เคลื่อนไหวผลักดันอย่างต่อเนื่อง

ติดแถบสีบอกคุณค่า
มาตรการหนึ่งที่จะมีการนำมาใช้คือการติดฉลากเตือนผู้บริโภค โดยใช้สัญลักษณ์สีเช่นเดียวกับสัญญาณไฟจราจร
ฉลากสีแดง สำหรับอาหารจำพวกน้ำตาล เกลือ ไขมัน เพื่อเตือนให้ผู้บริโภครับประทานอาหารเหล่านี้ในปริมาณเล็กน้อย สำหรับของกินที่จัดว่าเป็นอาหารที่แท้จริง เช่น ผัก จะได้รับการติด ฉลากสีเขียว ที่บรรจุภัณฑ์เพื่อส่งเสริมให้เกิดการบริโภค ส่วนอาหารอย่างเนยแข็งซึ่งมีปริมาณไขมันสูงแต่ก็มีคุณค่าทางอาหารมากด้วยนั้นให้มีการติด ฉลากสีเหลือง

สำหรับกลุ่มที่จับตามองผลกระทบจากสื่อโทรทัศน์ยังหวังว่าฉลากสีดังกล่าวนี้จะสามารถนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการกำหนดว่าผลิตภัณฑ์อาหารใดบ้างที่อนุญาตให้โฆษณาในช่วงรายการสำหรับเด็กได้ อย่างไรก็ตามแผนการติดฉลากสีดังกล่าวนี้ ยังมีความเป็นไปได้ว่าอาจกลายเป็นเพียงมาตรการโดยสมัครใจ มากกว่าจะเป็นมาตรการบังคับ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบคงต้องเจรจาอย่างหนักกับซุปเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ อย่าง Tesco, Sainsbury" s และสหกรณ์ร้านค้า ให้มีการติดฉลากสีให้กับผลิตภัณฑ์อาหารในร้านค้าเหล่านี้

นอกจากที่จะสนใจเฉพาะผลิตภัณฑ์อาหารหรือขนมที่กลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กเท่านั้น นายเอ็ด มาโย ผู้อำนวยการสภาผู้บริโภคแห่งชาติซึ่งเป็นประธานคณะทำงานจัดทำเอกสารปกขาวเรื่องเกี่ยวกับผู้บริโภค ยังได้เปิดเผยว่าสำนักงานอาหารมาตรฐานจะดำเนินการนำร่องในกลุ่มของอาหารปรุงสำเร็จ ที่เรามักจะคิดว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ แท้จริงแล้วมีเกลือและน้ำตาลเจือปนอยู่ไม่น้อย

สุขภาวะ ต้องมาจากมาตรการ "ห้าม" และ "ให้"
ในขณะที่มาตรการเรื่องความปลอดภัยในอาหารของอังกฤษจะดูก้าวหน้ากว่าไทยเรามาก แต่มาตรการเรื่อง "เขตปลอดบุหรี่" ดูจะยังไม่คืบหน้า เพราะข้อเสนอเรื่องมาตรการให้ร้านอาหารและผับเป็นเขตปลอดบุหรี่ ยังไม่ได้การสนับสนุนและเห็นชอบจากนายโทนี่ แบลร์ นายกรัฐมนตรีเท่าใดนัก จึงเป็นไปได้ว่ามาตรการนี้จะยังไม่เป็นกฎหมายไปจนกระทั่งหลังการเลือกตั้ง

นอกจากมาตรการห้าม หรือจำกัดพื้นที่ในเรื่องของการสูบบุหรี่แล้วนั้น ยังได้มีการดำเนินการเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ เช่น การออกกำลังกาย สิ่งที่น่าสนใจในมาตรการส่งเสริมสุขภาพคือการนำมาตรการทางภาษีมาสนับสนุน เช่น จะได้รับการคืนภาษีเมื่อซื้อจักรยานมาใช้ขี่ไปทำงาน และสำหรับครอบครัวที่มีรายได้น้อยสามารถได้รับสิทธิ์ที่จะเข้าไปใช้บริการสระว่ายน้ำและศูนย์กีฬาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมทั้งเพื่อแก้ปัญหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์นั้นมีการตั้งเป้าหมายให้ผู้ป่วยที่ตรวจพบว่าติดเชื้อหนองในสามารถนัดพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะโรคได้ภายใน 48 ชั่วโมง

ในขณะที่กระแสการรณรงค์ส่งเสริมสุขภาพมักจะออกมาตอกย้ำให้พฤติกรรมสุขภาพเป็นเรื่องง่ายๆในมือเรา เสมือนว่าเราในฐานะนายแดงนางดำตาสียายสาจะมีความสามารถเต็มในการดูแลสุขภาพของเราเอง หากในความเป็นจริงเรากลับพบว่ามีปัจจัยแวดล้อมในสังคมอีกมากที่มีผลต่อสุขภาพของเรา และปัจจัยแวดล้อมเหล่านี้คงเป็นเรื่องที่เหลือกำลังปัจเจกชนคนหนึ่งคนใดจะจัดการได้ เพราะต้องอาศัยมาตรการทางสังคมและกฎหมายที่จะคุ้มครองและสนับสนุนให้การดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่กระทำได้จริง

ประชาไทรายงาน

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น