แถลงการณ์สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

"พินิจ ต้องฟังเสียงผู้บริโภค"

ก่อนย้ายสคบ.ไปกระทรวงพาณิชย์ อย่าลืมว่าสคบ.ต้องคุ้มครองผู้บริโภคไม่ใช่ไกลเกลี่ยเพื่อผู้ประกอบการได้ประโยชน์

จากกรณีที่นายพินิจ จารุสมบัติ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) ได้ออกมาเปิดเผยโดยการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า จะย้ายสำนักงานคณะกรรมคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)ไปสังกัดกระทรวงพาณิชย์เพื่อจะมีอำนาจมากขึ้นในการออกกฎหมาย

รวมทั้งจะดึงตัวแทนหอการค้าและสภาอุตสาหกรรมเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการ ทางสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคเห็นว่ากรณีดังกล่าวนั้นนายพินิจ ต้องตอบให้ได้ก่อนว่าการย้ายสคบ.ไปกระทรวงพาณิชย์นั้นมีผลดีต่อผู้บริโภคมากขึ้น กว้างขวางขึ้น อย่างไร แค่ไหน

เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลชุดนี้เคยมีนโยบายจะย้ายสคบ.ไปกระทรวงพาณิชย์ก่อนหน้านี้มาแล้ว แต่ก็ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความเหมาะสม และในที่สุดก็ไม่ผ่านความเห็นชอบในขั้นของวุฒิสภา

ทั้งนี้สาระที่สำคัญที่สุดที่ตัวแทนของรัฐบาล ที่มาทำหน้าที่เป็นประธานการคุ้มครองผู้บริโภค
ต้องพิจารณาคือ 1. ทำอย่างไรให้สคบ.ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค ได้จริง และมีประสิทธิภาพมากที่สุด เช่นการปรับปรุงกฎหมายที่สคบ.ต้องนำมาใช้ที่มีบทบัญญัติว่าด้วยการชดเชย การเยียว ยาในความเสียหายต่างๆของผู้บริโภค และภาระการพิสูจน์ความผิดที่เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการและภาคธุรกิจ ไม่ใช่ผลักภาระมาให้ผู้บริโภค

2. ทำอย่างไรให้สคบ.เป็นองค์กรเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างแท้จริง ไม่ใช่เป็นแค่ตัวกลางไกลเกลี่ยในหลายๆเรื่องที่ผ่านมา ต้องเป็นองค์กรที่ทำงานได้อย่างอิสระที่ปราศจาการแทรกแซงจากภาคธุรกิจ และการเมือง

3. การคุ้มครองผู้บริโภคมีขอบเขตกว้างขวางครอบคลุมทุกเรื่องในการดำเนินชีวิตของผู้บริโภค การไปสังกัดกระทรวงพาณิชย์ อาจจะทำให้ภารกิจ และอำนาจหน้าที่ของสคบ.แคบลงจนไม่สามารถคุ้มครองผู้บริโภคได้จริงหรือไม่

4. ข้อบกพร่องที่สำคัญที่สุดที่คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคไม่มี คือ ไม่มีตัวแทนกลุ่มองค์กร
ผู้บริโภคเป็นคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค แต่นายพินิจกลับจะไปดึงตัวแทนหอการค้าและตัวแทนสภาอุตสาหกรรมมาเป็นคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และไม่มีการพูดถึงตัวแทนกลุ่ม องค์กรผู้บริโภคในคณะกรรมการดังกล่าวนั้น แสดงว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้ประกอบการมากกว่าผู้บริโภคหรือไม่ จึงมีข้อเสนอต่อนายพินิจ ดังนี้

1. แทนที่จะมีการย้ายสคบ.ไปกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นกระทรวงที่ให้ความสำคัญกับการค้าขายและผู้ประกอบการ รัฐบาลควรทำให้สคบ.เป็นองค์กรที่มีการทำงานเป็นอิสระปราศจากการแทรกแซงของภาคธุรกิจและภาคการเมือง และให้ ให้สคบ.เป็นหน่วยงานกลางที่ผู้บริโภคจะมาร้องเรียนได้ทุกเรื่องเกี่ยวกับปัญหาผู้บริโภค

2. ควรมีการกำหนดให้มีตัวแทนกลุ่ม องค์กรผู้บริโภคที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ส่งตัวแทนเข้าไปเป็นคณะกรรมการคุ้ม ครองผู้บริโภคในสัดส่วนที่ใกล้เคียงและเหมาะสม กับคณะกรรมการที่มาจากหน่วยงานราชการที่มีอยู่ในปัจจุบัน

3. หากจะมีการย้ายสคบ.ไปกระทรวงพาณิชย์ และการจะนำตัวแทนสมาคมผู้ประกอบการ
หรือภาคธุรกิจเอกชนเข้า มาเป็นคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคนั้น ต้องมีการจัดเวทีสาธารณะรับฟังความเห็นจากผู้บริโภคก่อน ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญมาตรา 57 ที่กำหนดให้มีการจัดตั้งองค์การอิสระผู้บริโภค ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนผู้บริโภค ทำหน้าที่ให้ความ เห็นในการออกกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับและมาตรการต่างๆที่จะกระทบกับผู้บริโภค เพราะการโยกย้ายสคบ.ซึ่งเป็นองค์กร คุ้มครองผู้บริโภคเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลต่อการคุ้มครองผู้บริโภค จึงควรฟังความเห็นผู้บริโภค กลุ่ม องค์กรผู้บริโภคด้วย

ทั้งนี้ในวันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายนนี้ ทางสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคได้เชิญประชุมตัวแทนผู้บริโภคทุกภูมิภาคเพื่อหารือถึงกรณีการย้ายสคบไปกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งสถานการณ์ปัญหาและการคุ้มครองผู้บริโภคในปัจจุบัน และแนวโน้มใน อนาคต ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องกับนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆกับการคุ้มครองผู้บริโภค ในการเลือกตั้งต้นปี 2548

นางสาวสายรุ้ง ทองปลอน
ผู้จัดการสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค

ประชาไทรายงาน

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น