แฉเบื้องหลัง78ศพทริปมรณะตากใบ-อิงคยุทธฯ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า จุดที่ส่งผลสะเทือนต่อรัฐบาล "พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร" มากที่สุด นับตั้งแต่เกิดความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็คือ กรณีการขนย้ายผู้ชุมนุมเรียกร้องให้ปล่อยตัว 6 ผู้ต้องหา คดีแจ้งความเท็จ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547

อันเป็นการขนย้ายจากหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาสไปยังกองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า ค่ายอิงคยุทธบริหาร ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี

ด้วยเพราะการขนย้ายกลุ่มผู้ชุมนุม 1,300 กว่าคนคราวนี้ มีผู้เสียชีวิตบนรถบรรทุก ที่นำมาใช้ขนย้ายถึง 78 ศพ ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมพุ่งสูงถึง 85 ศพทันที

บรรยากาศการขนย้ายเป็นอย่างไร ทำไม ถึงได้เสียชีวิตกันมากมายขนาดนั้น

หนึ่งในผู้ถูกกวาดต้อน เปิดปากเล่ากับ "ประชาไท" ขณะเดินทางกลับมาถึงบ้านพัก ที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ยังไม่ทันถึงครึ่งชั่วโมง เมื่อตอนเย็นย่ำของวันที่ 31

ตุลาคม 2547 ที่ผ่านมา

เกิดอะไรขึ้นบนรถ 6 ล้อสายตากใบ - ค่ายอิงคยุทธฯ เที่ยวนั้น เชิญอ่านโดยพลัน

..............................

ตอนที่ถูกจับมัดมือ ผมหมอบอยู่บริเวณใกล้ๆ แม่น้ำหน้าโรงพักตากใบ สาเหตุที่ผมไม่ถูกยิงเพราะผมหมอบราบกับพื้นเลย เขายิงต่ำมาก มีบางคนยกมือร้องขอ

ชีวิตแล้ว เขาก็ยังยิงอีก พอมาตอนที่ทหารสั่งขึ้นรถ เขาสั่งไปด้วย ผลักไปด้วย ตีไปด้วยพร้อมๆ กัน

พอขึ้นไปบนรถ เขาก็ให้นอนคว่ำหน้า คนอื่นขึ้นมา เขาก็ให้นอนคว่ำหน้าซ้อนกันถึง 4 ชั้น รถที่ผมขึ้นเป็นคันที่ 3 จะเงยหน้าก็ไม่ได้ ถ้าเงยจะถูกตีด้วยด้ามปืน บางครั้งก็ถูกเตะ หรือถูกเหยียบที่หัว ผมก็ถูกโดนเตะด้วยครั้งหนึ่ง

ครั้งแรกที่ขึ้นไปบนรถ เขาให้ผมนอนคว่ำอยู่ชั้นล่างสุด เผอิญมือผมหลุดจากเชือกที่มัดได้ ผมเลยยันพื้นรถขึ้นมาอยู่ชั้นที่สองได้ เพราะผมอยู่ริมฝาผนังรถด้านคนขับ อยู่แถวที่ 3 นับจากข้างในสุด ทั้งหมดมี 4 แถว

คนที่อยู่ข้างบน จะช่วยคนที่อยู่ข้างล่างก็ไม่ได้ พวกเราช่วยเหลือกันไม่ได้เลย ถ้าขยับเขยื้อนนิดหน่อย หรือมีเสียงออกมา เขาจะตีกับกระบอง ด้ามปืน หรือไม่ก็เตะกับรองเท้าคอมแบ็ตทหาร

มีอยู่คนหนึ่ง ผมได้ยินเสียงถูกตีด้วยไม้หลายครั้ง ตีแล้วตีอีกจนไม้หัก เขาได้ยินเสียงนิดหนึ่งเขาก็ตี เขาได้ยินเสียงคนที่ร้องปฏิญาณต่อพระผู้เป็นเจ้า "ลา อิลา ฮะอิลลัลเลาะฮฺ มุฮัมมะดุล รอซูลุเลาะฮฺ" (ภาษายาวีเรียกมืองู มีความหมายว่า "ไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลเลาะฮฺ มุฮัมมัด เป็นศาสนทูตของอัลเลาะฮฺ" ) เขาก็ตี

บางคนร้องครวญครางเพราะเจ็บปวดมาก เขาก็ตี ผมเห็นบางคนถูกเขาตีกับตา บางคนได้ยินแต่เสียงอย่างเดียวก็มี

ตอนที่รถเบรก พวกเราก็ไถลไปข้างหน้า แต่ละครั้งเจ็บมาก เหมือนเขาต้องการทรมานให้ตายไปเลย

รถคันที่ผมขึ้นไป มีด้วยกันประมาณ 60 คน เป็นรถ 6 ล้อ มีผ้าใบคลุม มีคนตาย 12 คน ส่วนใหญ่เป็นคนที่อยู่ล่างสุด คนที่อยู่ชั้นที่ 2 ก็มี ตายเพราะอ่อนเพลีย ตายเพราะถูกตีขณะที่ถือศีลอดอยู่ด้วย

ผมเห็นกับตา ตอนเขาสิ้นลมหายใจ บางคนก่อนตาย ร้องออกมาว่า ฉันจะไปแล้ว บางคนก็ร้องปฏิญาณตนก่อนตาย คนที่กำลังจะตาย พวกเราสอนให้เขากล่าวคำปฏิญาณตน

บางคนขอให้พวกเราสอนกล่าวคำปฏิญาณให้ฟัง

ทุกคนที่ตายได้กล่าวปฏิญาณตนก่อนตาย ผมว่าทุกคนตายดีทั้งหมด

บรรยากาศในรถเงียบกริบ พวกเขาตายขณะที่ยังถูกมัดมือไขว้หลัง ตอนนั้น รู้สึกอึดอัดมาก จะหายใจก็ไม่ได้ เพราะเงยหน้าขึ้นมาไม่ได้

นานมาก กว่าจะถึงที่หมาย พวกเราเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะพาไปไหน

พวกเราเหนื่อยอ่อน ตั้งแต่ก่อนที่จะขึ้นรถแล้ว พอรถออกได้ไม่ไกลนัก เขาก็หยุดรถที่เจ๊ะเห ตอนนั้นบางคนใกล้จะตายอยู่แล้ว

ต่อมา ก็หยุดรถที่สามแยกสุไหงโก - ลก ถึงตรงนี้บางคนกำลังจะตาย

คนที่ยังไม่ตาย มีเลือดไหลออก ทั้งทางปาก ทางจมูก

ผมเริ่มรู้สึกเจ็บที่ขา มีอาการเป็นตะคริว เพราะถูกทับ ทั้งที่ก่อนขึ้นรถได้รับบาดเจ็บจากแผลถลอกนิดหน่อย

ตอนที่อยู่บนรถ พวกทหารที่คุมอยู่มีทั้งขู่และตะคอกใส่ ตอนที่เขาได้ยินเรากล่าวคำปฏิญาณออกมา เขาก็จะล้อเลียน ตะโกนว่าตามแบบเยาะเย้ย

พวกเขาตะคอกใส่ว่า เป็นเวลาของพวกกูแล้ว ผมจะหันไปดูหน้าพวกเขาไม่ได้เลย รู้แต่ว่าเป็นพวกทหารที่มีผ้าพันคอสีฟ้า

เขาบอกว่า พวกมึงยิงกูก่อน กูจึงต้องยิงพวกมึง

ตอนมาถึงค่ายบ่อทอง ไม่รู้เวลาเท่าไหร่ แต่ตอนที่ออกจากตากใบ เกือบ 6 โมงเย็น ก่อนเวลาแก้บวชไม่นาน

พอมาถึงค่ายบ่อทอง ทหารที่อยู่บนรถ ก็ให้พวกที่อยู่ในค่ายมารับต่อ ทหารในค่ายเขารับพวกเราดีมาก

ตอนที่รถมาจอดที่หน้าเรือนจำทหาร พวกเราขอยืนขึ้น เขาก็ให้ยืน พอยืนขึ้นมาคนก็ล้นออกจากรถ รถคันนั้นแคบไป จุคนไม่พอ

พวกเราต่างยืนอยู่บนศพทั้งนั้น เพราะไม่มีที่ให้ยืน พอลงมาจากรถ เราก็เห็นมีคนตาย 12 คน พอเห็นศพ เราขอจัดศพให้เรียบร้อย เขาก็ให้

ตอนนั้น เราเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย รถคันที่ผมมาด้วย มาถึงค่ายบ่อทอง ก่อนคันสุดท้ายเพียง 2 คันเท่านั้น

ซักพักเขาก็ให้เข้าแถว เดินเข้าไปในเรือนจำ ทิ้งศพไว้ที่รถ ผมไม่รู้ว่าเขาทำอย่างไรต่อ ส่วนคนที่มาด้วยกัน ผมก็ไม่ทันได้ดูเลยว่า ใครเป็นใคร คนที่ตายก็ไม่รู้ว่าเป็นใครบ้าง

เมื่อเข้าไปในเรือนจำแล้ว เขาให้ยืนเรียงแถว มีบางคนบาดเจ็บต้องมีคนคอยประคอง ที่เจ็บมากๆ เขาพาไปโรงพยาบาล พวกเรายืนในเต็นท์ที่เขากางให้ ที่นี่เขาปฏิบัติต่อ

พวกเราดีมาก ไม่มีการใช้ความรุนแรงเลย

ตอนที่อยู่ที่ค่ายบ่อทอง มีทหารมาสอบปากคำ เขาถามคำถาม 13 ข้อ เช่น อยู่ที่ไหน ไปที่ชุมนุมทำไม ไปกับใครบ้าง ผมก็ตอบว่า ไปดูแค่นั้นเอง

แล้วเขาก็ถามต่อว่า รู้จักกับผู้ต้องหาทั้ง 6 คนหรือไม่ ผมบอกไม่รู้จัก

จากนั้น เขาก็ย้ายพวกผมไปที่ค่ายทหารอีกค่าย ในอีกจังหวัด ที่นั่นเขาปฏิบัติดีมาก ไม่ทำกับพวกเราอย่างนักโทษ เขาบอกว่าที่พามาที่นี่ เพราะที่ค่ายบ่อทองแออัด

ที่ค่ายนี้ มีเจ้าหน้าที่ทั้งทหารและตำรวจมาสอบปากคำอีก ถามเหมือนกับที่เคยถามที่ค่ายบ่อทอง จากนั้น ก็มีอีกคณะหนึ่ง เขาบอกว่ามาจากกรุงเทพ มาถามแบบเดียวกัน

ผมคิดว่า การสอบไม่เข้มข้นเท่าไหร่นัก สำหรับคนตากใบ เพราะส่วนใหญ่ แค่มาดูเหตุการณ์ แต่คนที่มาจากต่างอำเภอ น่าจะถูกสอบหนักหน่อย

สำหรับผมความรู้สึกตอนอยู่บนรถทหาร ผมได้แต่มอบหมาย (ตะวักกัล) ชีวิตนี้ให้แก่อัลเลาะฮฺเท่านั้น ในใจผมคิดว่าคงไม่รอดแน่ คิดว่าโอกาสมีชีวิตรอด น่าจะห้าสิบห้าสิบ แต่ต้องขอขอบคุณพระเจ้า ที่ให้ผมรอดมาได้ ภาพตอนนั้นยังติดตาอยู่เลย คงจดจำไปนาน กับความอธรรมที่ได้รับครั้งนี้

ประชาไทรายงาน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์