ปากคำ" ไพศาล พรหมยงค์" กับความจริงที่ตากใบ

"ข้อเสนอแนะจุดแรกเลยคือให้เอาความจริงมาเปิดเผย พูดความจริงว่าเป็นมาอย่างไร ชาวบ้านเขาก็รู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร หากพูดความจริงชาวบ้านเขาจะได้มั่นใจว่าต่อไปคุณจะพูดความจริง ถ้าตรงนี้โกหก เขารู้ วันหลังพูดความจริงเขาก็ไม่เชื่อ" นายไพศาล พรหมยงค์ รองเลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามให้สัมภาษณ์" ประชาไท" ถึงผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีสลายการชุมนุมที่ตากใบ

นายไพศาลกล่าวว่า กรรมการฯสรุปผลสอบแล้วแต่ยังไม่เผยแพร่ข้อมูล เพราะให้ความสำคัญคณะที่รัฐบาลตั้งขึ้นโดยมีนายพิเชต สุนทรพิพิธเป็นประธานในการตรวจสอบ ว่าทางชุดที่รัฐบาลตั้งจะชี้แจงอย่างไร ถ้าชี้แจงแล้วตรงกับข้อมูลที่ทางกรรมการกลางฯตรวจสอบก็จบไป แต่ถ้าไม่ตรงก็ต้องมีการพูดคุยว่าที่มันไม่ตรงกันในส่วนไหน หลักฐานใครเป็นอย่างไร

ถ้าคุยกันแล้วยังไม่มีการยอมรับในข้อเท็จจริงก็ต้องมีการนำเสนอข้อมูล หลักฐานว่าเป็นอย่างไร ในเบื้องต้นรายงานที่กรรมการอิสลามกลางสรุปไม่เหมือนกับที่ทางรัฐบาลชี้แจง อย่างเรื่องผู้อยู่เบื้อง หลังจากสลายการชุมนุมนั้นแล้วแต่ใครจะมอง การอยู่เบื้องหลังทางราชการเองก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีตัวตนจริงไหม เหมือนที่รัฐบาลบอกว่ามีกลุ่มแยกดินแดน กลุ่มแยกดินแดนมีมาเป็นปีแล้ว สมัยก่อนยืนยันได้ มีบีอาร์เอ็น มีพูโล แต่ตอนนี้ใครละคือกลุ่มแยกดินแดน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคใต้ขณะนี้ ถ้าศึกษาประวัติศาสตร์เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเป็นขบวนการเพราะไม่มีขบวนการไหนที่มีตัวตนแล้วไม่เปิดเผย เพราะพวกขบวนการต้องหาเงิน หางบประมาณ ถ้าไม่มีตัวตนมารับผิดชอบ จะหางบประมาณมาจากใคร ไม่มีขบวนการไหนในโลกที่จะทำร้ายผู้บริสุทธิ์ ทำร้ายพระ ทำร้ายโต๊ะครู เพราะเขาต้องการแนวร่วมแล้วจะไปผลักคนออกทำไม เขาต้องการมวลชน

" คำว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือใครล่ะ ใครระบุได้ มันไม่มีตัวตน ไม่มีใครชี้ได้ พูดง่ายว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง ใครก็พูดได้ เด็กก็พูดได้ ใครละอยู่เบื้องหลัง" นายไพศาลกล่าว

การที่มาบอกว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ ทุกอย่างทหาร ตำรวจทำถูกต้องเรียบร้อยแล้ว เป็นการชุมนุมที่ไม่ถูกกฎหมาย จบ แต่ถามว่า คือความจริงใช่ไหม ลูกหลานเขาพึ่งโดนซ้อมไป ลูกหลานเขาโดนยิงไป ลูกหลานเขาพิการไป หลายคนที่โดนจับ เขารู้และตั้งคำถาม อย่างสาเหตุที่จับในพื้นที่ได้แค่ 300 คน อีก 1,000 คนโดนจับตามถนนคน เพราะที่เกิดเหตุการณ์นั้นจุคนได้ไม่เกิน 500 คนเท่านั้น

อ.ตากใบ มันเป็นเส้นทางเดินทางไปมาเลย์ เหมือนโกลก (อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส) บางคนเขาถือเงินไป พอเจ้าหน้าที่เห็นเป็นเงินเหรียญ(เงินมาเลเซีย) ถามว่าเอาเงินมาจากไหน พอบอกมาจากมาเลเซีย ก็ตีความว่าเขาเอาเงินมาเลเซียมาแจก ทั้งที่เขากลับจากการค้าขายที่มาเลเซีย
และไม่มีใครรับผิดชอบให้กับจำนวนเงินของเขาที่สูญหายไป ระหว่างที่โดนจับอีกด้วย

กระสุนปริศนา?
นายไพศาลกล่าวว่า กระสุนที่ยิงผู้ชุมนุมเสียชีวิตหน้า สภอ.ตากใบ หากไม่ใช่กระสุนเจ้าหน้าที่จะเป็นกระสุนของใคร พอเสียง พอน้ำมา เสียงปืนดังผู้ชุมนุมก็หมอบกันทุกคน หมอบกันหมดแล้วใครจะเป็นผู้ยิง ภาพที่ออกในหนังสือพิมพ์ชัดเจนว่ามีทหารยิง มีกระสุนออกมา

หลายกรณีชัดเจนอยู่ในวีซีดี ชัดอยู่ในรูป ชัดอยู่ในเหตุการณ์ อย่างที่ท่านนายกฯบอกว่ามีการตัดต่อวีซีดี กรรมการกลางฯไม่ได้สนใจเลย จะตัดต่อหรือไม่ตัดต่อ ถามว่าจริงหรือไม่เท่านั้น เสียงปืนมีจริงไหม พอหลังจากเหตุการณ์ชุลมุนสงบลง มีเสียงปืน ยิงนัดสองนัด นั่นคือเสียงปืนอะไร จะมาบอกว่าผู้ก่อการที่อยู่ในกลุ่มการชุมนุมยิงนั่นไม่มีทาง เพราะนอนกันหมดแล้ว

กรณีอาวุธที่ตรวจพบนั้นแค่ผู้ก่อการถือปืนเข้ามาในที่เกิดเหตุก็โดนจับหมดแล้ว เพราะกว่าจะเข้ามาในเหตุการณ์ มันเป็นทางเข้าที่ถูกล้อมกรอบรูปสี่เหลี่ยม คือหน้าโรงพักเป็นสนามเด็กเล่น ตอนที่เดินเข้ามาถ้าถืออาวุธผ่านเข้าด้วยเป็นไปไม่ได้เลยที่ทหารจะไม่เห็น ยิ่งที่บอกว่าเป็นปืนอาก้า ปืนเอ็ม-16 นั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้

ที่สำคัญคือ กล้องทุกมุม ไม่ว่ากล้องของตำรวจ กล้องของทหาร กล้องของสื่อ ฉายออกไปทำไมไม่เห็นคนถืออาวุธ เห็นแต่ตำรวจทหารถืออาวุธ ไม่เห็นพวกก่อการถืออาวุธเลย ทั้งที่มีกล้องเป็นสิบๆตัว อันนี้ไม่ต้องสอบแค่มานั่งดูในวีซีดีก็จบแล้ว สิ่งที่ต้องสอบคือสิ่งที่มองไม่เห็น

อย่างเรื่องคนสั่งการเมื่อมันมีความบกพร่องของทหาร ตำรวจ หรือใครก็ต้องสอบ มันบกพร่องเพราะใคร ใครเป็นคนสั่งการ ใครเป็นคนทำ ถามว่าทหารบกพร่องไหม ถ้าบกพร่องก็ไปสอบกันต่อ นี่เป็นเรื่องของกฎหมายทหารว่าใครรับผิดชอบ

เรื่องการยิงคนในแนวราบก็เหมือนกัน มีผู้บาดเจ็บจากการโดนยิง แม้แต่นอนราบแล้วยังโดนยิงก็มี คนที่นอนราบโดนกระสุนจากข้างบนก็มี ถามว่าใครยิง ผู้ก่อการจะยิงตอนไหนในเมื่อคนนอนราบหมดแล้ว เขาจะมีปัญญาแอบยิงอยู่ที่ไหนได้ ถ้ามีโจรจริงก็คงหนีไปแล้ว

ในวีซีดีเห็นว่าคนที่ยืนได้มีทหารกับตำรวจเท่านั้น แล้วถามว่าทหารกับตำรวจปล่อยให้คนอื่นมายิงมันเป็นไปได้หรือ เรื่องนี้ไม่ต้องสอบก็รู้ อยู่ที่ว่าจะยอมรับไหม เรื่องคนหายก็มีเยอะ อย่างแรกๆรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย(นายโภคิน พลกุล) บอกว่าไม่มี ทำไปทำมาบอกว่ามี

จับโกหก78 ศพตายเพราะ...?
เรื่องการซ้อนทับ สาเหตุการขาดอากาศหายใจทางกรรมการกลางฯมีข้อมูลเยอะมาก นี่คือเรื่องที่ต้องสอบเพราะในขณะนี้ทหารเองก็ออกมาบอกปัด อย่างในหนังสือพิมพ์วันที่15 ธ.ค.นี้ หน่วยงานของทหาร ตำรวจตระเวนชายแดนบอกว่าไม่เกี่ยว พอสลายเสร็จก็กลับ

เจ้าหน้าที่ของรัฐ ตชด.บอกว่าไม่เกี่ยวเลย เขาบอกว่าตชด.ถูกเชิญมาร่วม เขาไม่ได้เข้าไปร่วมการปราบปรามด้วยซ้ำ ยืนอยู่ข้างนอก ฉะนั้นหน่วยงานที่เหลือก็คือตำรวจ กับทหารพรานที่ต้องมารับผิดชอบตรงนี้ นี่ขนาดเจ้าหน้าที่เองยังเริ่มปัดความรับผิดชอบกันแล้ว

การขาดอากาศหายใจเป็นคำพูดของคุณหญิงพรทิพย์(แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์)จริงไม่จริงก็เริ่มจะเห็นแล้ว ตอนแรกคุณหญิงพรทิพย์พูดคนเชื่อทั้งประเทศ แต่พอผ่านไปอาทิตย์หนึ่งก็เริ่มไม่เชื่อกัน สิ่งที่เกิดขึ้นคุณหญิงพรทิพย์พูดเพราะรู้ว่าศพทั้งหมดจะต้องถูกฝังภายใน 24 ชั่วโมง คุณหญิงพรทิพย์พูดว่ามีผู้บาดเจ็บหนักๆ มีรอยฟกช้ำ ดำเขียวแค่ 5 คน นอกนั้นมีรอยถลอกเล็กน้อยก็กับขาดอากาศหายใจ

จากนั้นภายใน 24 ชั่วโมงศพเหล่านั้นถูกฝังหมด คุณหญิงพรทิพย์ยืนยันว่าไม่มีรอยปืน ไม่มีรอยฟกช้ำ ดำเขียว แต่ถามว่าพูดจริงรึเปล่า คุณหญิงพรทิพย์ต้องตอบกับสังคมว่าพูดจริงไหม ถ้าพูดจริงเดี๋ยวจะเอาหลักฐานให้ดู แต่ถ้าพูดไม่จริงถามว่าคุณหญิงพรทิพย์โกหกเพื่ออะไร ใครสั่งให้โกหกหรือไม่

อย่าลืมว่าในโลกนี้ความผิด ความถูกมีหลักฐาน หนึ่งคือภาพถ่าย ถ้าเกิดมี 5 ศพใน 78 ศพ โดนซ้อมจนตายใครรับผิดชอบ สองคือครอบครัวผู้เสียชีวิตเขายืนยันได้ เพราะเขาต้องเอาศพไปกลับไปอาบน้ำ อยากจะถามคุณหญิงพรทิพย์ว่าจะเอาอะไรเป็นประกันคำพูดของตัวเอง

กรณีคลุมถุงดำมีคนยืนยัน เรามีหลักฐานยืนยันว่ามีการคลุมถุงดำ คนที่โดนคลุมยังไม่ตาย เขาบอกว่าโชคดีที่มีเพื่อนช่วยดึงออก มีคนยืนยัน มีตัวตน มีชื่อ มีรูปถ่ายด้วย อีกอย่างที่อยากให้คุณหญิงพรทิพย์ชี้แจง ตรงที่พูดว่าไม่มีการซ้อมพูดเพื่ออะไร เพราะจากรูปถ่าย ถามว่านี่กี่คน (เอารูปถ่ายศพให้ดู) สิ่งเหล่านี้เป็นหลักฐาน อย่างนี้ซ้อมไหม ฟันฟางหายหมด เกิน 5 ศพไปแล้ว เรื่องนี้ต้องมีคำตอบ จะมาทำให้สังคมตั้งคำถาม แล้วมาทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่ได้ เพราะนี่มันเป็นเรื่องความเป็นความตายของประเทศชาติ มันไม่ใช่เรื่องนาย ก นาย ข

คนหายมากกว่า6 ?
ตามที่ท่านพิเชต ทราบว่าหาย 6 คน คือจากรายงานของราชการ แต่ถามว่าคนที่เขาไม่รายงานมีไหม คนที่เขาไม่รายงานเพราะเขากลัว พอรายงานเดี๋ยวคนนั้นมาเยี่ยม คนนี้มาเยี่ยมหมายถึงทหารมาเยี่ยม ตำรวจมาเยี่ยม เขากลัว

คนในพื้นที่กลัว กลัวถึงขนาดคำที่จะพูด เขาจึงไม่พูดดีกว่า ทางกรรมการกลางฯมีข้อมูลจำนวนคนหาย แต่จะรอดูของท่านนายกฯก่อนว่ามีเท่าไร สมมุติท่านบอกว่ามี 6 คนแล้ว แล้วเรามี 8 คน ก็มาดูกัน ชื่อตรงกันไหม ถ้าเกิดไม่ตรงกัน ก็หายไป 14 คนเข้าไปแล้ว

วิธีการให้ได้ข้อมูลของกรรมการกลางฯคือ ลงพื้นที่ไปพบปะของจริงหมด เราสามารถลงไปคุยได้ เพราะเรารู้จักคนในพื้นที่เยอะ คณะกรรมการจังหวัดใกล้ชิดกันหมด คนของเราที่เป็นคนในพื้นมีมาก ความไว้เนื้อเชื่อใจที่เขามีต่อเราก็สูง

เรื่องความรู้สึกของคนในพื้นที่ตอนนี้ เขาไม่มีอารมณ์ ความรู้สึกอะไรเลย เหมือนคนตายด้านไปแล้ว จิตใจเขาล่องลอยหมด ทุกคนไม่มีความพึ่งพากัน ไม่มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ทุกคนกลัวไปหมด ไม่รู้กลัวอะไร ถามว่ากลัวทหารก็ไม่ใช่ กลัวตำรวจก็ไม่ใช่ กลัวโจร ไม่รู้กลัวอะไร กลัวทั้งหมด
เขาไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หวาดระแวง กลัวสถานการณ์ ไม่รู้ว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป ไม่รู้ว่าเขาจะอยู่กันอย่างไร อึมครึมไปหมดเลย

ผมคิดว่าผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีตากใบส่งผลต่อคนในสังคมแน่นอน ความจริงคนในพื้นที่เขารู้ความจริงว่ามีอะไรเกิดขึ้น แต่คนส่วนใหญ่ในสังคมยังไม่รู้ ถ้าหากผลที่ออกมาสวนกับความรู้สึกของเขาและสิ่งที่เขารู้ ไม่ใช่ความจริง เขาก็ไม่รู้ว่าจะฝากความหวังไว้กับอะไร แต่ถ้าออกมาแล้วมีความจริง แก้ไขทุกอย่างให้เป็นไปตามความจริง เราก็สามารถที่จะเอาเขามาเป็นมวลชนของเราได้

ทางกรรมการกลางฯไม่ได้ทำตัวให้เป็นปฏิปักษ์กับปัญหา แต่เรากำลังพยายามแก้ไขปัญหาร่วมกันในฐานะเราก็เป็นองค์กรที่จะร่วมแก้ไขปัญหา อะไรที่มันเป็นปัญหาเราก็ร่วมแก้ไข เราพูดด้วยเหตุผลและมีหลักฐานประกอบ ทั้งนี้ทางกรรมการจะเอาข้อมูลการตรวจสอบที่ได้นำเสนอรัฐบาลต่อไป

ศิริรัตน์ อนันต์รัตน์
ประชาไทรายงาน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์