แกะรอย...เขื่อนสาละวิน : ตอนจบ

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ตอนจบ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง( KNU) : เปิดแนวรบผู้พิทักษ์
ในประวัติศาสตร์การสู้รบระหว่างชนกลุ่มน้อยกับรัฐบาลพม่า นักรบกะเหรี่ยงขึ้นชื่อว่าเป็นสัตรูหมายเลขหนึ่งของรัฐบาลพม่า และขับเคี่ยวกันมายาวนานที่สุด....

...กองทัพกะเหรี่ยงกู้ชาติ หรือ KNU เป็นกองกำลังชนกลุ่มน้อยในประเทศพม่าที่เข้มแข็งที่สุด
หลังมาเนอปลอร์แตกเมื่อปี 2538 กองกำลังกะเหรี่ยงแตกออกเป็นหลายกลุ่ม
อาทิ DKBA หรือกะเหรี่ยงพุทธ ซึ่งหันไปจับมือกับทหารพม่า
กลุ่ม God" s Army หรือกองทัพพระเจ้า นำโดยเด็กแฝด
และกลุ่มเด็กลิ้นดำ สองกลุ่มหลังมีฐานที่มั่นเดียวกันอยู่ที่ภูเขาเคอเซโด

ต้นเดือนตุลา ข้าพเจ้าได้สนทนากับนักรบวัยกลางคน พะโด่ หม่า ฉาน ลา เลขาธิการ KNU หนึ่งในระดับนำที่ทำหน้าที่สื่อสารเรื่องราวสู่ภายนอก

นอกจากเป็นกลุ่มนักรบที่ยืดหยัดสู้รบอยู่อย่างแข่งแกร่งแล้ว นักรบ KNU ที่เรียงรายอยู่ตลอดแนวชายแดนริมฝั่งสาละวิน กลายเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้าไปใช้พื้นที่ในการดำเนินโครงการต่างๆ ขณะเดียวกันรัฐบาลพม่าเองก็ใช้โอกาสจากโครงการเหล่านั้นในการเข้าสู่พื้นที่และควบคุมกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่ง เขื่อนสาละวิน ก็เป็นหนึ่งในนั้น

จากเดิมที่เคยมีกำลังทหารมากสุดถึงกว่า 30,000 คน แต่หลังจากที่มีการแยกออกไปเป็นกลุ่มอื่นๆในช่วงปี 38 นั่นเอง ทำให้ปัจจุบัน KNU มีนักรบอยู่เพียง 10,000 กว่าคน และในส่วนชาวบ้านที่เข้าร่วมอีกราว 60,000 กว่าคน กระจายอยู่ตลอดแนวชายแดนตั้งแต่อำเภอพะปุน ฝั่งพม่า ตรงข้าม อ.แม่สะเรียงฝั่งไทย ไปจนถึง ตรงข้ามระนอง

พะโด่ หม่า ฉาน ลา พูดถึงโครงการเขื่อนสาละวินชายแดนไทย-พม่าซึ่งอยู่ในพื้นที่รัฐกะเหรี่ยง ฝั่งพม่า ว่าสถานการณ์การเมืองในประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย แต่ในฝั่งพม่าไม่ได้เป็นอย่างนั้น การสร้างเขื่อนระหว่าง 2 ประเทศเขาคิดว่าต้องคำนึงถึงเรื่องนี้

"โครงการที่รัฐบาลไทยไปร่วมมือกับรัฐบาลทหารพม่าสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นคือ รัฐบาลทหารพม่าจะนำเงินที่ได้จากการสร้างเขื่อนไปใช้ซื้ออาวุธ กลับมาทำร้ายประชาชนเหมือนที่เคยทำ แทนที่จะนำเงินไปซื้อสิ่งที่มีประโยชน์มากกว่า เพราะรัฐบาลทหารพม่าไม่เคยซื่อสัตย์ ...เขื่อนจะนำกองกำลังทหารมาเพิ่มในพื้นที่ ซึ่งเราบอกไม่ได้ว่าเขาจะไม่ทำร้ายประชาชน" พะโด่ หม่า ฉาน ลา กล่าวย้ำ

สิ่งที่รัฐบาลไทยและคนไทยควรทำ พะโด่ หม่า ฉาน ลา เองมองว่าควรช่วยประชาชนพม่าโดยตรงมากกว่า การที่มีเงินลงทุนจำนวนมากเข้าไปในพม่า เช่น รัฐบาลไทยไปเปิดธนาคาร สร้างสนามบิน เป็นสิ่งที่ไม่สมควรเพราะมันเป็นการไปช่วยรัฐบาล ช่วยการค้าขาย การช่วยประชาชนคือต้องเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ตอนนี้แหล่งเงินกู้หลายแห่งไม่ให้รับบาลพม่ากู้ การเข้ามาร่วมมือของรัฐบาลไทยจึงกลายเป็นตัวช่วยในเรื่องนี้

สิ่งที่ KNU ทำในกรณีเขื่อนสาละวินนั้น เนื่องจาก KNU มีกำลังทหารอยู่ในพื้นที่จึงคอยอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปเก็บข้อมูลของ กลุ่มปกป้องแม่น้ำกะเหรี่ยง(KRW) นอกจากนี้ในส่วนของ KNU เองก็มีการเก็บข้อมูลและติดตาม ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากมีการสร้างเขื่อน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มาก

พะโด่อหม่า ฉาน ลา บอกข้าพเจ้าว่าโครงการดังกล่าวเป็นการตกลงของรัฐบาล 2 ประเทศ ซึ่งพวกเขาไม่สามารถเข้าไปมีบทบาทได้ และขณะนี้เริ่มมีแรงกดดันจากเจ้าหน้าที่ไทยมาโดยตลอด เนื่องจากปัจจุบัน ระดับนำของ KNU ได้มีฐานปฏิบัติการอยู่ที่ฝั่งไทย

ความพยายามเจรจาหยุดยิงนั้น พะโด่ หม่า ฉาน ลา กล่าวว่า KNU พยายามไม่โต้ตอบ เสียงปืนที่ดังขึ้นเขายืนยันว่าไม่ได้มาจาก KNU ก่อนแน่นอน แต่ถ้าจำเป็นก็ต้องสู้ด้วยอาวุธ ถ้าเขามาทำร้ายเรา เพราะรัฐบาลพม่ามีอาวุธ

"ถ้าคนงานเข้ามาในพื้นที่เพื่อสร้างเขื่อน เราเองไม่สามารถรับรองความปลอดภัยได้ เพราะมีการวางระเบิดไว้ตามแนวชายแดนจำนวนมาก ต่างฝ่ายต่างวาง เราก็รู้ในส่วนที่เราวางไว้เท่านั้น แต่ที่ไม่รู้มีอีกมาก" พะโด่ หม่า ฉาน ลา กล่าว

และความจริงข้อนี้เป็นอุปสรรคหนึ่งที่ทำให้ข้อมูลในพื้นที่สร้างเขื่อนสาละวินที่ชัดเจนในฟากฝั่งพม่าไม่ปรากฏ ความจริงที่ว่าการเข้าถึงนั้นยากลำบากและเต็มไปด้วยอันตรายในสถานการณ์ที่ยังคุกรุ่นด้วยไฟสงคราม

ในช่วงตั้งแต่ต้นปี 47 ที่มีความพยายามในการเจรจาหยุดยิง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เสียงปืนยังดังก้องตลอดลำน้ำสาละวินนับร้อยครั้ง และการยกเลิกการเจรจาครั้งล่าสุดในเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่มีการเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรีพม่า จึงยิ่งทำให้สถานการณ์ระหว่างรัฐบาลทหารพม่าและKNU ตลอดจนกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง

เห่กล่อมนักรบนิรนามทุกเผ่าพันธุ์
ป่าวประกาศแก่สายลมอิสระว่า
แผ่นดินกำลังจะคืนสู่สันติ
ข้ารู้...วันหนึ่งข้าจะไม่แพ้
ข้าเห็น...วันหนึ่งข้าจะชนะ

.................................................
ข้อมูลประกอบ นิตยสารสารคดี

จันลอง ฤดีกาล
ประชาไทรายงาน

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์