สงครามในบ้านของสหรัฐ

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ฉันเป็นนักเรียนไทย ที่มาศึกษาหาความรู้ในสหรัฐอเมริกา ภาพของประเทศนี้ที่ฉันเข้าใจเมื่อตอนเด็ก ๆ ก็คือ ภาพของสังคมอันเจริญรุ่งเรืองทางวัตถุและเป็นผู้นำทางวัฒนธรรมสมัยใหม่ แต่ว่า 4 ปีที่ฉันอยู่ในสหรัฐ ฉันกลับพบเห็นโลกอีกโลกที่แฝงอยู่ภายใต้ "ความเจริญ" นั้น

สิ่งหนึ่งที่ฉันสังเกตก็คือ เพื่อน ๆ ชาวสหรัฐของฉันมีน้อยคนเหลือเกินที่บอกว่าตัวเองมีความสุข แต่ละคนจะมีเรื่องที่เขาหวาดกลัว หาความสงบสันติในใจได้น้อยเหลือเกิน ฉันคิดว่า ส่วนสำคัญที่ทำให้ผู้คนไม่มีความสุขก็เพราะ รัฐบาลสหรัฐทำสงครามเข่นฆ่าผู้คนตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มบุกรุกเข้ามาทวีปนี้ เข่นฆ่าชาวอินเดียนแดง แย่งผืนแผ่นดินจากผู้คนที่เคยอยู่อย่างสงบสุข จนถึงขณะนี้สหรัฐก็ยังทำสงครามขยายอำนาจ เข่นฆ่าผู้คนในอิรัก ในปาเลสไตน์ ผู้คนในสังคมจึงหาความสงบสุขไม่ได้ หนำซ้ำยังต้องแบกรับกรรมของการเข่นฆ่าทำลายล้างชีวิตผู้อื่น

ผู้คนที่อยู่ในอำนาจได้ผลประโยชน์มหาศาลจากธุรกิจสงคราม ไม่ว่าจะจากการค้าอาวุธสงคราม การค้าน้ำมัน หรือรายได้จากการเข้าไป "บูรณะประเทศ" หลังจากที่กองทัพสหรัฐทำลายเสียราบคาบ แต่ประชาชนอเมริกันทั่วไปกลับต้องอยู่กับผลกระทบของสงคราม เริ่มตั้งแต่ผลกระทบของคนที่ไปเป็นทหารรบในสงครามที่เขาไม่ได้ก่อขึ้น

เพื่อนชาวอเมริกันคนหนึ่งเล่าให้ฉันฟังว่า ปู่ของเขาไปรบในสงครามโลกครั้งที่ 2 พ่อของเขาไปสงครามเกาหลี ตัวเขาเองเป็นทหารในสงครามเวียดนาม เขาบอกว่า ทหารที่กลับมาจากเวียดนามแล้วฆ่าตัวตายหรือตายด้วยเหตุที่เกี่ยวข้องกับสงครามนั้น มีมากเสียกว่า ทหารที่ตายในสนามรบในเวียด นามเสียอีก

ผู้หญิงอีกคน ที่เคยเช่าห้องที่ฉันอยู่ในขณะนี้ ไปรบในสงครามอิรักครั้งแรก ก่อนไปนั้นเธอเป็นนักวิ่งมาราธอนที่แข็งแรงมาก แต่หลังจากกลับจากสงคราม เธอไม่มีแรงแม้แต่จะเดินขึ้นบันไดบ้าน เธอบอกว่า ในสนามรบนั้นเธอต้องอยู่กับความกลัวตลอดเวลา เวลาจะนอนก็ต้องสวมหน้ากากกันแก๊สพิษ ที่หลับที่นอนก็คับแคบนิดเดียว ความกดดันจากภาวะสงครามทำลายสุขภาพเธอไปเสียสิ้น มีรายงานว่า ทหารที่ไปรบในสงครามอ่าวครั้งแรกนั้นมีทั้งสิ้น 600,000 คน หลังจากกลับมา ทหาร 200,000 คน เกิดความทุพพลภาพไม่ทางกายก็ทางจิตใจ

เพื่อนฉันอีกคนหนึ่ง เป็นคนไร้บ้าน เขามีรถเข็นแบบที่มีอยู่ตามซูเปอร์มาร์เก็ตคันหนึ่ง แล้วก็ออกเก็บขวดแก้ว เก็บกระป๋องไปขาย ฉันเจอเขาเพราะฉันเป็นอาสาสมัครทำอาหารให้คนยากจนที่โบสถ์แห่งหนึ่ง ซึ่งเขาจะมากินข้าวเป็นประจำ วันหนึ่ง ฉันเจอเขาเดินเข็นรถเข็นร่วมในขบวนต่อต้านสงคราม เขาบอกฉันว่า เป็นเรื่องจำเป็นมากที่เราต้องมาร่วมกันต้านสงคราม เขาเคยเป็นทหารที่ประจำอยู่ในแอฟริกา และค้นพบว่า สหรัฐได้ผลประโยชน์เพียงใดจากการรุกรานประเทศอื่น เมื่อเขากลับมา เขาตัดสินใจลาออกจากกองทัพ ไม่ได้ทั้งเงิน ไม่มีทั้งงาน จนต้องมากลายเป็นคนเร่ร่อนอยู่บนถนน แต่เขาก็ภูมิใจที่เขาได้เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง

ขณะนี้สหรัฐไม่มีการเกณฑ์ทหาร แต่กองทัพทุ่มทุนมหาศาลในการโฆษณาชวนเชื่อให้เด็กหนุ่มสาวเข้ามาสมัครเป็นทหาร โดยให้คำมั่นสัญญาว่าถ้าเป็นทหารแล้วจะได้เรียนมหาวิทยาลัย จะมีเงินเดือน มีหลักมีฐานมั่นคง คนอพยพที่ยังไม่มีสัญชาติอเมริกัน ก็จะได้รับสัญชาติ

กลุ่มเป้าหมายหลักของกองทัพก็คือคนยากคนจน คนผิวสี คนอพยพ ทั้งหลายที่ต้องการความมั่นคงในชีวิต ซึ่งหลายคนโชคร้าย ตายในสนามรบโดยไม่มีโอกาสกลับมาเรียนต่ออย่างที่เขาฝันเอาไว้ เรื่องความเจ็บปวดของครอบครัวที่ต้องสูญเสียบุตรหลายไปในสนามรบ หรือความทุพพลภาพของทหารนั้นถูกปิดเงียบ ไม่สามารถรับรู้ได้จากสื่อกระแสหลัก ในสื่อเหล่านั้นมีแต่โฆษณาชวนเชื่อให้เด็กหนุ่มสาวไปเป็นทหาร เพื่อน ๆ ของฉันที่มีลูกกังวลกันมาก เพราะตั้งแต่เด็กยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ กองทัพจะส่งใบโฆษณาชวนเชื่อมาถึงที่บ้าน ให้เด็ก ๆ มาสมัครเข้ากองทัพ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพเรือ กองทัพบก หรือกองทัพอากาศ หลายคนหวาดกลัวว่า รัฐบาลจะรื้อฟื้นการเกณฑ์ทหารขึ้นมาใหม่ บางคนอยากส่งลูกไปอยู่แคนาดา ให้ลูกถือสัญชาติแคนาดาไปเลย จะได้ไม่ถูกเกณฑ์ทหาร เพื่อนอีกคนก็บอกว่า แม้แต่ที่แคนาดา ก็มีโฆษณาชวนเชื่อให้คนมาสมัครเป็นทหารของกองทัพสหรัฐ ออกอากาศในทีวีของแคนาดา

รัฐบาลสหรัฐทุ่มเงินมหาศาลไปในการทำสงคราม เพียงแค่ในอิรัก รัฐบาลสหรัฐต้องใช้เงินเป็นพันล้านเหรียญต่ออาทิตย์ แต่งบประมาณที่จะดูแลประชาชนในประเทศของตัวเอง กลับถูกตัดลงไปเรื่อย ๆ ฉันมีเพื่อนที่ทำงานอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เด็ก งบประมาณรัฐที่จะมาสนับสนุนให้เด็ก ๆ ได้แสวงหาความรู้ในพิพิธภัณฑ์ถูกตัด เวลาเจอเขาแต่ละที เขาจะรายงานว่ามีใครถูกปลดออกไปแล้วบ้าง คนทำงานลดน้อยลงและแต่ละคนต้องทำงานหนักมากกว่าเดิม เพื่อนในชั้นเรียนของฉันเล่าว่าห้องสมุดของมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่งในเมืองต้องปิดทำการวันเสาร์ เพราะไม่มีเงินจ้างเจ้าหน้าที่มาดูแล วิทยาลัยรัฐอีกแห่งที่เคยคิดค่าเล่าเรียนถูกมาก เพื่อเปิดโอกาสให้คนยากจนได้เรียน ปีนี้ทั้งค่าเล่าเรียนและค่าหนังสือแพงขึ้นมาก จนนักเรียนต้องประท้วง มหาวิทยาลัยรัฐอีกแห่ง เคยมีโครงการสนับสนุนนักเรียนที่เป็นชนกลุ่มน้อย เช่น คนดำ หรือคนเอเชีย มาบัดนี้โครงการดังกล่าวถูกตัดงบจนดำเนินการต่อไปไม่ได้ อาทิตย์ที่แล้วฉันได้ยินเพื่อนอีกคนเล่าว่า สถานพยาบาลที่ให้บริการแก่คนยากคนจนในเมือง กำลังจะถูกปิดลงแล้ว เพราะเหตุผลเดิมคือ ไม่มีงบ เมื่อเร็ว ๆ นี้ในชั้นเรียน เพื่อนคนหนึ่งบอกว่า รู้ไหมว่า ตอนนี้หนี้ของประชาชาติสูงถึง 500,000 เหรียญ ต่อคนแล้ว

ตั้งแต่จอร์จ บุชขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี สภาพเศรษฐกิจย่ำแย่มาก มีคนตกงานเพิ่มขึ้นถึง 2 ล้านคน ที่โบสถ์ที่ฉันไปช่วยทำอาหารให้คนจน แต่ละวันมีคนมากินอาหารเพิ่มขึ้นเกิน 15 % บนท้องถนนมีคนไร้บ้านเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พวกเขาไม่ใช่คนขี้เกียจ ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรเลย เขาก็คือคนที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของรัฐบาลตัวเอง หลาย ๆ คนเป็นผู้อพยพมาจากประเทศแถบละตินอเมริกา ซึ่งรัฐบาลสหรัฐเข้าไปแทรกแซงทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง ทำให้ประชาชนในประเทศเหล่านั้นยากจนลง หรือไม่ก็บ้านแตกสาแหรกขาดเพราะสงครามกลางเมือง จนต้องอพยพเข้ามาในสหรัฐ

แล้วทำไมคนยังถึงเลือก จอร์จ บุช มาเป็นประธานาธิบดีกันอีกเล่า มีหลายเหตุผลเหลือเกิน แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันคิดว่ามีส่วนอย่างมากก็คือ สื่อ สื่อส่วนใหญ่นั้นอยู่ในมือของบริษัทยักษ์ใหญ่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจค้าอาวุธ แน่นอน ข่าวที่ออกมาก็ต้องผ่านการกลั่นกรองปรับเปลี่ยนให้สนับสนุนรัฐบาล สนับสนุนการทำสงคราม แต่สิ่งที่ไม่มีการออกอากาศเลยก็คือ ธุรกิจค้าอาวุธได้กำไรมหาศาลจากสงครามมากเพียงใด อีกเรื่องที่ไม่เป็นข่าวก็คือ ผู้คนบาดเจ็บล้มตายในสงครามมากเพียงใด ทุกข์ทรมานมากเพียงใด ประชาชนอเมริกันทั่วไปถูกปิดหูปิดตา หลงเชื่อไปว่าผู้ก่อการร้ายจะโจมตีประเทศตน และคิดว่าคาวบอยบุชจะควบม้ามาปกป้องพวกเขาได้

ฉันคิดว่าเมื่อรัฐบาลสหรัฐส่งเสริมให้คนมีอำนาจกอบโกยหาผลประโยชน์ใส่ตัว บนชีวิตเลือดเนื้อของทหารอเมริกัน ของประชาชนอเมริกัน อีกไม่นานประเทศนี้คงล่มสลายแน่นอน ไม่ใช่ด้วยน้ำมือของผู้ก่อการร้ายชาติอื่น หากแต่ด้วยน้ำมือของรัฐบาลที่ทำสงครามต่อประชาชนของตัวเองนั่นเอง
ฉันหวังว่า สหรัฐคงเป็นบทเรียนให้กับเราได้ เราคงไม่เดินตามผู้ที่อยู่ในอำนาจอย่างหน้ามืดตามัว เห็นด้วยกับความรุนแรงที่รัฐใช้ต่อประชาชนของตัวเอง เชื่อสื่อที่ปิดหูปิดตาเราจากความจริง หรือปล่อยให้คนบางกลุ่มโกงกินบ้านเมือง โกงกินประเทศเพื่อนบ้าน จนไม่เหลืองบประมาณมาดูแลประชาชนในประเทศ หรือจนประเทศเพื่อนบ้านพากันเกลียดเราไปหมด

ถึงวันนั้น เราคงเป็นเหมือนประเทศนี้ ที่มีตึกระฟ้า มีความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุมากมาย มีมือถือใช้กันถ้วนหน้า แต่ผู้คนกลับหาความสงบสุขในใจไม่ได้เลย

วดี แสงตะวัน
ประชาไทรายงาน

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์