อัพเดทล่าสุดเมื่อ 6 นาที 29 วินาที ที่ผ่านมา

ปากคำแก๊งหน้าดารา : อันธพาลกวนเมือง หรือ?

คดีซามูไรผมแดงครั้งนั้น กลายเป็นข่าวใหญ่โตทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุและทีวี ทำให้คนรู้จักกลุ่มของพวกเราไปทั้งประเทศ ผมไม่อยากพูดถึง เพราะมันเป็นความผิดที่ทำให้เราถูกเกลียดชัง ถูกจับจ้องมองทั้งจากตำรวจและจากแหล่งสื่อต่างๆ

คดีที่เกิดขึ้นหลายครั้งต่อมา ทั้งสื่อ ตำรวจ และสังคมต่างพากันประโคมข่าวว่า เป็นกลุ่มหน้าดารา
( NDR) มาโดยตลอด ทั้งๆ ที่บางครั้งเราไม่ได้ทำ และกลุ่มแกนนำของพวกเราก็ได้ถูกนำชื่อไปขึ้นบัญชีดำแทบทุกคน มีหลายคนที่หายตัวไปจากครอบครัวอย่างไรร่องรอย

อีกคนหนึ่งก็ถูกยิงเสียชีวิตคาหน้าบ้าน คนร้ายก็ยังไม่ถูกจับจนบัดนี้ และอีกหลายคน ได้ถูกจับยัดเข้าคุกและสถานพินิจ ซึ่งพวกเขาอาจจะทำผิดจริงก็ได้ แต่ผมขอไม่พูดถึงขณะนี้

เมื่อยายแอ๊ว(ลัดดาวัลย์ ชัยนิลพันธ์) ได้เขามาช่วยดูแลพวกเราเต็มที่ พวกเราก็รู้สึกถึงความเอื้ออาทรที่ยายแอ๊วมีให้พวกเรา พวกเรารู้สึกอบอุ่น มีที่พึ่ง มีที่ปรึกษา ซึ่งบางครั้ง พ่อแม่ของเราไปทำงาน ไม่ค่อยมีเวลาให้เรา เราสามารถพูดคุยปรึกษากับยายได้ทุกเรื่องและตลอดเวลา ดูเหมือนยายไม่เคยบ่นว่าท้อถอย หรือไม่มีเวลาให้เราเลย

ภายในกลุ่ม NDR จะมีกลุ่มย่อยอยู่อีก 8-9 กลุ่มเสมอ เช่น ขณะนี้จะมีกลุ่ม NDR เดิม,วังตาล, หลังมอ,ซากูระ,พระราม,พระลักษณ์,หญ้าคา,สับราง,ไอยรา และ เศษเดน เป็นต้น แต่ละกลุ่มจะมีหัวหน้ากลุ่มดูแลสมาชิกในกลุ่มให้อยู่ในกฎ 6 ข้อ ของ NDR ซึ่งจะเน้นย้ำถึงการไม่ใช้ยาเสพติดทุกชนิดอย่างเคร่งครัด และเน้นย้ำถึงระบบอาวุโสรุ่นพี่ดูแลน้องๆ และเพื่อนดูแลเพื่อน

ซึ่งปัจจุบัน มีสมาชิกทั้งหมดประมาณ 1,632 คน แต่จำนวนสมาชิกที่เข้ามาทำกิจกรรมสม่ำเสมอ มีราวๆ เดือนละ 500-600 คนเท่านั้น โดยมีการผลัดเปลี่ยนการเข้าออกที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ

ปี 2544 กลุ่ม NDR ได้มีที่ทำงานของตัวเอง โดยการได้รับการบริจาคจากท่านผู้ใจบุญคนหนึ่ง โดยไม่คิดค่าเช่า และได้รับทุนจากต่างประเทศ จากรัฐยูท่า ประเทศอเมริกา เป็นเงินสนับสนุนเครื่องใช้ภายในสำนักงานและช่วยค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์

และเดือนตุลาคม 2544 นั่นเอง สำนักงานเราถูกสั่งปิด โดยถูกกล่าวหาว่าเป็นแหล่งมั่วสุม ทั้งๆ ที่ภายในสำนักงานของเรา มีทั้งห้องเรียนภาษาอังกฤษ ห้องทำการบ้าน ห้องประชุมใหญ่ประจำเดือน ซึ่งใช้เป็นห้องออกกำลังกายเรียน ยูโด เทควันโด้ และมวยไทย เรามีโต๊ะปิงปอง สำหรับออกกำลังกาย
มันเป็นความประทับใจของพวกเรา ที่เราเคยมีออฟฟิศ เพื่อพบปะกันเป็นของกลุ่มเราเอง เมื่อถูกสั่งปิด เราก็ย้ายไปอีกหลายที่ เพราะเราเป็นกลุ่มที่ต้องการที่อยู่เพื่อพบปะสังสรรค์กัน และพูดคุยปรึกษาหารือเมื่อมีปัญหา

ผมรู้ว่าวันหนึ่งๆ ยายแอ๊วต้องรับภาระในการแก้ปัญหาให้สมาชิกกลุ่ม NDR หนักหนาสาหัสเพียงใด กลุ่มเราโชคดีที่มียายแอ๊ว เป็นที่ปรึกษาหารือได้อย่างเข้าใจและเป็นความลับ เรื่องที่เราพูดคุยออกไปนั้น เราไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ เพราะบางเรื่องมันเป็นเรื่องเป็นเรื่องตาย เรื่องคุกตาราง

ปี 2545 ยายแอ๊ว ได้รับทุนสนับสนุนกิจกรรมจาก ปปส.และได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก สำนัก
งานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) เพื่อทำการวิจัยในกลุ่มของพวกเรา กลุ่มแกนนำได้ถูกพาไปยังอุทยานแห่งชาติลานสาง จ.ตาก เพื่อเป็น"การทำความรู้จักตัวเอง"

และหลังจากนั้นเราได้รับการเสริมสร้างศักยภาพ ทั้งของแกนนำและสมาชิกกลุ่มอีกครั้ง อีกทั้งยังจะส่งเสริมพฤติกรรมทางบวกของพวกเรา เช่น การบริจาคเสื้อผ้าให้ผู้ยากไร้ และการทำความสะอาดเมืองเชียงใหม่ แต่เราก็ทำไม่ได้ เพราะเมื่อเรานัดกันและเริ่มรวมกลุ่มกัน ตำรวจก็ได้วิทยุหากันเพื่อจับเรา หาว่าเราจะไปทำเรื่องร้ายๆ

ทุกเรื่องที่ร้ายๆ ที่เกิดขึ้นในเมืองเชียงใหม่ จนถึงวันนี้ ตำรวจมักจะมุ่งตรงมายังกลุ่มเราเสมอ ซึ่งในจำนวนคดีที่เกิดขึ้นนั้น อาจจะมีคนที่เคยลงชื่อกับเราอยู่ในนั้นบ้างก็ได้ เพราะจำนวนสมาชิกเรามากเป็นจำนวน 1,000-2,000 คน แต่ก็เป็นเพียงการลงชื่อไว้เท่านั้น

วันนี้พวกเราแกนนำจึงได้ประชุมปรึกษาหารือกันว่า จะจัดสังคายนากลุ่มขึ้น ทั้งคนที่ลงชื่อแล้วไม่มาอีกเลย แล้วชอบแอบอ้างชื่อ NDR ไปทำความผิด ทำให้กลุ่มเราชื่อเสียงเสียหาย ทั้งๆ ที่เกือบ 2 ปีแล้ว พวกเราชาว NDR ไม่ได้ทำผิดกฎหมายอีกเลย

เราใช้ชีวิตสันติมานานแล้ว อย่างรุ่นผม ก็ต่างมีครอบครัว มีการงานทั่วไปเกือบทุกคน แต่สำหรับรุ่นหลังๆ ที่เข้ามา ก็ขอให้ทำความเข้าใจกับตัวตนและเจตนารมณ์จากรุ่นพี่ เพื่อการเป็น NDR ของเราจะได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai