ฟันธง รัฐบาลทักษิณ แปลงที่ดินให้นายทุน

ประชาไท -- 16 มี.ค. 48 สมัชชาคนจน วันนี้มีการอภิปรายหัวข้อ "4 ปีซ้อม (สะบักสะบอม) 4 ปีซ้ำ (เติม) " โดยมุ่งเน้นวิพากษ์นโยบายรัฐใน 4 ประเด็นสำคัญ คือเรื่องฐานทรัพยากร แรงงาน การค้าเสรี และนโยบายที่เป็นปัญหา

ในประเด็นฐานทรัพยากรนั้น นายไพโรจน์ พลเพชร จากสมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน กล่าวถึงนโยบายรัฐบาลเกี่ยวกับที่ดินว่า แนวโน้มเรื่องสิทธิในที่ดินของรัฐบาลนี้คือการกระจายสิทธิโดยการตลาด ซึ่งจะเร่งให้ราคาที่ดินสูงขึ้น

โดยรัฐบาลที่ผ่านมาได้วางรากฐานในการกระจายที่ดินของรัฐให้ไปสู่กรรมสิทธิ์ของเอกชนรายใหญ่ แยกได้เป็น 3 กรณีคือ

การขึ้นทะเบียนคนจนเพื่อแจกที่ดินให้กับคนจนและการจัดสรรที่ดินชายทะเลจากนโยบาย Seafood Bank ซึ่งจะออกเอกสารสิทธิให้ประชาชนถือครองที่ดิน และสามารถนำที่ดินนั้นไปค้ำประกันเงินกู้ธนาคารได้ เพื่อส่งเสริมการลงทุน ซึ่งโดยประสบการณ์แล้ว ยิ่งมีการลงทุนมากก็ยิ่งเป็นหนี้มาก การแจกที่ดินและสู่ประชาชนนั้นจะทำให้ที่ดินไปเป็นกรรมสิทธิ์ของนายทุนในที่สุด

นอกจากนี้ การแบ่งซอยที่ดินเพื่อให้ประชาชนถือครอง ก็จะส่งผลให้ไม่มีการใช้ที่ดินร่วมกันได้อีก

กรณีต่อมา ที่สปก. จำนวนประมาณ 20 ล้านไร่ ซึ่งจะนำมาออกโฉนดให้ประชาชนที่ถือครองเพื่อการเกษตรโดยไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นเกษตรกรเท่านั้น ซึ่งผลจากการสำรวจล่าสุดพบว่าที่ดินสปก. ส่วนใหญ่อยู่ในมือของผู้มีอันจะกินซึ่งแต่ละรายจะถือครองที่ดินสปก. จำนวนมาก ดังนั้น หากมีการแจกโฉนดที่ดิน ที่ สปก. กว่า 20 ล้านไร่ก็จะตกไปอยู่ในมือผู้มีฐานะเป็นส่วนใหญ่ ไม่ได้ตกแก่เกษตรกรที่แท้จริง

กรณีที่ 3 คือที่ดินตามที่ระบุในพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งระบุให้ที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามารถออกเอกสารสิทธิได้ ได้แก่ ที่ป่าสงวน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ที่ของกรมป่าไม้ ที่ดินของวัด ที่สาธารณะ ที่ที่รัฐครอบครองแล้วไม่ใช้ประโยชน์ ซึ่งการออกโฉนดนี้จะขึ้นกับการตัดสิน
ใจของกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน