"รัฐธรรมนูญฉบับประชาชนกับรัฐอำนาจนิยม"

สุลักษณ์ ศิวรักษ์
ปาฐกถาพิเศษ ณ ที่ชุมนุมของสมัชชาคนจน

สวัสดีชาวสมัชชาคนจนที่เคารพทุกท่านครับ ที่กำหนดให้ผมพูดเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนกับรัฐอำนาจนิยม ผมอยากจะเรียนเตรียมนะครับ รัฐธรรมนูญฉบับนี้พวกเราทั้งสมัชชาคนจน ทั้งองค์กรพัฒนาเอกชนส่วนใหญ่ร่วมกันร่างขึ้นมาด้วยมือของเราเอง และเราหวังว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ดีที่สุด

แต่ที่น่าเศร้าก็คือว่า คนที่ร่างรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่เป็นคนซื่อ เราไม่รู้เลยว่า เราได้รัฐธรรมนูญแล้วเปิดช่องให้โจรเข้ามาฉวยโอกาส ตอนนี้โจรฉวยโอกาสนะครับ ฉวยโอกาสมาเป็นรัฐบาลในวันนี้ และไม่ใช่รัฐบาลธรรมดา และรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เราเสกสรรปั้นแต่งขึ้นมาให้มีการคานอำนาจกัน โดยเป็นโจรที่มาในคราบของรัฐบาล เพื่อให้มีความโปร่งใสเกิดขึ้น ให้มีศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ให้มีวุฒิสมาชิกที่เลือกมาเป็นครั้งแรก ให้มีคณะกรรม การเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร เพื่อว่า รัฐบาลรู้อย่างไร ราษฎรก็รู้อย่างนั้น ทั้งหมดนี้มันรู้สึกดีมากเลยนะครับ

แต่ข้อเสียที่สำคัญก็คือว่า ชนชั้นปกครองของเรา หรือคนที่ถือตัวว่าได้รับการศึกษาเหล่านั้นเติบโตมาในรัฐบาลเผด็จการ ตั้งแต่จอมพล ป.พิบูลสงคราม จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัตน์ ผู้คนที่เข้าไปในระบบการศึกษาถูกล้างสมองครับ ให้นับถือเงิน นับถืออำนาจ พี่น้องยิ่งกว่านั้น พวกที่ได้ไปเรียนเมืองนอกที่สหรัฐอเมริกา ยิ่งพวกที่ได้เป็นด็อกเตอร์ที่ได้พันตำรวจโทด้วยก็ยิ่งฉิบหายใหญ่เลย ก็พวกนี้มันเชื่อว่าครับ เงินซื้อได้หมด และใช้อำนาจบาตรใหญ่ข่มเหงคนได้

เงินนะซื้อได้เฉพาะโสเภณีนะครับ แต่ซื้อความรักไม่ได้ เป็นที่น่าเสียใจครับที่โสเภณีนั้น ไม่ได้มีแต่พวกที่ขายอวัยวะเพศ โสเภณีนั้นมีพวกที่ขายสติ ขายปัญญา รับใช้เผด็จการ และมีอยู่ในแทบทุกแวดวง แม้ในศาลรัฐธรรมนูญ แม้ในรัฐสภา แม้กระทั่งคณะกรรมข้อมูลข่าวสาร นายสุรสีห์ โกศลนาวิน เปิดเผยข้อมูลความจริงชนิดหนึ่งออกมา นายกรัฐมนตรีก็ถีบออกไปแล้ว ฉะนั้นตั้งแต่นั้นข้อมูลข่าวสารก็เป็นข้อมูลซึ่งปราศจากข่าวสารเลย

นี่เป็นที่น่าเสียใจครับ เพราะว่าพวกขุนนาง ข้าราชการ พวกคนส่วนใหญ่ซื้อได้ ขายตัวได้เป็นโสเภณีกันเป็นแถว มีแต่พวกเรานี่แหละครับที่สำคัญมาก พวกเราสมัชชานี่แหละที่ไม่เป็นโสเภณีขายตัว เราเป็นตัวของเราเอง เรายืนหยัดต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมเพื่อความยุติธรรม และที่สำคัญที่สุดนะครับท่านทั้งหลาย ถ้าชัยชนะอยู่ที่ประชาชน และประชาชนจะชนะเมื่อประชาชนอยู่ฝ่ายสัจจะ อยู่ฝ่ายความถูกต้องดีงาม อันนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุดครับ

ที่ท่านทั้งหลายจะเดินขบวนไปทำเนียบ ให้เข้าใจนะครับว่า ที่เดินขบวนไปทำเนียบเพื่อสร้างความมั่นใจให้พวกเรา เพราะในทำเนียบนั้นเขาจะไม่ฟังเรา เพราะในทำเนียบนั้นเต็มไปด้วยบุคคลที่ปราศจากหิริโอตัปปะ หรือพูดอย่างไม่เกรงใจก็คือ ในทำเนียบนั้นเป็นพวกที่ปล้นประชาธิปไตยไปจากประชาชน ปล้นไปอย่างหน้าด้าน ๆ โกงการเลือกตั้ง ทำทุกอย่างให้มีอำนาจ และอำนาจนิยมนั้นเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด เพราะอำนาจนิยมนั้นเขาเพียงเพื่อกดขี่ประชาชน อำนาจนิยมนั้นเขาใช้ราษฎร ทำทุกอย่างเพียงเพื่อประโยชน์ของพวกเขา แม้กระทั่งลูกสาวเขารวยที่สุดในประเทศครับ ลูกสาวเขารวยที่สุดในประเทศ เพราะฉะนั้นเขาไม่รู้สึกละอาย ไม่รู้สึกบาป

สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเป็นรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย 28 ปีนานที่สุด แต่ว่าออกมาแล้วท่านจนครับ ลูกพระเจ้าแผ่นดิน น้องพระเจ้าแผ่นดิน อาพระเจ้าแผ่นดินนะครับ เป็นเสนาบดี 28 ปี ออกจากตำแหน่งแล้วจนต้องขายที่นา ต้องจำนำที่ เพราอะไรครับ เพราะท่านต้องการทำเพื่อบ้านเพื่อเมือง และกระทรวงมหาดไทยในเวลานั้นไม่ต้องโกง เพราะท่านคุมรถไฟด้วย คุมป่าไม้ด้วย เพียงแต่รู้ว่าทางรถไฟจะไปที่ไหน ท่านก็ไปกว้านซื้อที่ไว้ก็ได้เงินมหาศาล แต่ท่านบอกว่าท่านทำไม่ได้ เพราะเมื่อท่านรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างนี้แล้ว จะทำก็เป็นการฉวยประโยชน์

ผิดกันนะครับ ผิดกันกับสมัยนี้เลย ที่คุณดิเรก ชัยนาม เป็นรองนายกรัฐมนตรี เป็นมือขวาของอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ ถ้าไม่มีคุณดิเรก ชัยนาม ขบวนการเสรีไทยไม่สำเร็จ เป็นรัฐมนตรีถึง 3 ครั้ง เป็นรองนายกรัฐมนตรี และควรได้เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยซ้ำ และเมื่อแรกเข้ามาทำงานรับราชการมีคฤหาสน์หลังใหญ่ เพราะศรีภรรยาท่านเป็นเศรษฐี รับราชการไปๆ หลังๆ บ้านเล็กลงจนเป็นหนี้ แต่ท่านกลับรู้สึกว่ามันถูกต้องครับ การรับใช้บ้านเมืองรับใช้ประชาชน เมื่อคนส่วนใหญ่จนเราเป็นคนใหญ่คนในบ้านเมืองเราก็ต้องจนเหมือนประชาชน ถ้าจนน้อยกว่าประชาชนก็คือการฉ้อฉล การใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ของตัว ก็เหมือนทักษิณไม่เข้าใจครับเพราะหูมันตื้อ หูมันตัน ใจมันบอด คิดอย่างเดียวที่จะโกง คิดอย่างเดียวที่จะเอาเปรียบ

อำนาจนิยมนะครับผม ขออ้างคำฝรั่งให้หมั่นไส้กันเล็กน้อยนะครับ ฝรั่งคนนี้เป็นคนสำคัญด้วย เขาชื่อลอร์ดแอคตัน เขาเป็นคนบอกว่า อำนาจในสมัยนี้มักจะมีความฉ้อฉลอยู่ในตัวของมัน และอำนาจที่มีความยิ่งใหญ่อย่างที่สุด ก็จะมีความฉ้อฉลอย่างที่สุด ที่สำคัญนะครับอำนาจมักมีความฉ้อฉล และอำนาจมากที่สุด ก็ฉ้อฉลมากที่สุดและเมื่อคุณใช้วิธีเล่ห์กะเท่ห์โกงการเลือกตั้งมาที่คุมรัฐสภามากที่สุด แล้วคุณไม่เลวที่สุดหรอกหรือครับ เพราะอำนาจนิยม แล้วลอร์ดแอคตันพูดต่อไปเลยนะครับว่าอำนาจนิยมที่ปราศจากความชอบธรรม อำนาจนิยมที่เอาเปรียบราษฎร เลวร้ายยิ่งกว่าการค้าทาส

จำไว้นะครับว่า รัฐบาลนี้จะทำกับพวกเรายิ่งกว่าสมัยค้าทาสอีกครับ แต่สิ่งที่ทำอะไรเราไม่ได้นะครับ ถ้าเราไม่ยอมเป็นพวกก็ทำอะไรเราไม่ได้ เราต้องเป็นไท สมัชชาคนจนต้องเป็นไท เป็นไทที่ไม่ยอมให้มัน คนที่ยอมพวกมันก็คือ พวกโสเภณีทั้งหลายนะครับ พวกหัวคะแนนทั้งหลายพวกสส.ที่ถูกซื้อไป พวกสว.ที่ถูกซื้อไปพวกกรรมการอะไรต่าง ๆ ที่ถูกซื้อไป ถ้าเขาซื้อเราไม่ได้และผมเชื่อว่าเขาซื้อเราไม่ได้ ตราบใดที่เรารวมตัวกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ชัยชนะอยู่ที่เรา ชัยชนะอยู่ที่ประชาชนเพราะประชาชนนั้นรวมพลังกัน มีสามัคคีกันเคารพธรรมะเป็นใหญ่ไม่เคารพอำนาจ อำนาจที่ปราศจากธรรมะคือ การปกครองแบบโจร แม้คุณจะใช้กฎหมาย แต่กฎหมายนั้นก็มารับใช้คุณไม่ได้รับใช้ประชาชนก็เป็นกฎหมายของตน เราต้องมาดูตัวกฎหมายครับ ถ้ากฎหมายออกมาเพื่อเอาเปรียบเรา เราต้องต่อต้านท้าทายกฎหมายเช่นเดียวกับที่เราท้าทายรัฐบาล

จำได้ไหมครับพี่น้อง เมื่อรัฐบาลทักษิณเข้ามาครั้งแรกเรารวมตัวกันอยู่ข้างรัฐบาลข้างทำเนียบ ยามที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ โปรดกระหม่อม แต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี เขามาหาเรา เขามากินข้าวกับเรา เขามาเอาใจเรา เพราะตอนนั้นเขายังไม่แน่ครับอำนาจเขายังไม่แน่ เพราะตอนนั้นเขาอาจจะถูกศาลรัฐธรรมนูญถอดก็ได้ เขาก็เลยมาเป็นพวกเรา เขาไปเยี่ยมเราครับที่เขื่อนปากมูล เขาไปเยี่ยมเราไปสัญญาว่าจะอยู่ฝ่ายประชาชน แต่พอเขาได้เป็นเขาก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

แล้วตอนนี้ละครับเขามาเยี่ยมเราไหมครับ มากินข้าวกับเราไหมครับมามั้ย เห็นไหมครับนี่แหละครับอำนาจนิยม มองไม่เห็นว่า อำนาจทั้งหมดอยู่ที่ประชาชน และการที่คุณบอกว่าคุณได้รับเลือกตั้งมากที่สุดนั้น คุณไม่ได้เสียงมาจากประชาชนครับ

ท่านทั้งหลายการเดินขบวนในวันนี้นะครับ อย่านึกว่าจะได้ผลจากรัฐบาล จะได้ผลจากรัฐบาลก็ต่อเมื่อรัฐบาลฟังประชาชน แต่รัฐบาลที่ไม่ฟังประชาชนนั้นน่ะ ผมขอเตือนด้วยความเคารพนะครับ รัฐบาลทักษิณที่ไม่ฟังประชาชนนั้นจะต้องสูญสิ้นด้วยความหายนะ จะต้องพังจะต้องพินาศและถูกขับไล่ออกนอกประเทศด้วย เพราะการทำลายล้างคนอื่นนั้น อย่านึกนะครับว่ากรรมจะไม่ตามสนอง กรรมจะตอบสนองไม่เร็วก็ช้า แต่ผมว่าจะเร็วกว่าช้านะครับ

เพราะฉะนั้นการเดินขบวนในครั้งนี้นะครับ สื่ออาจจะมาทำข่าวบ้างแต่ก็ไม่เป็นข่าวมากนั้น เพราะคุณก็อย่าลืมนะครับว่าทักษิณ ชินวัตร คุมสื่อมวลชนเกือบทั้งหมดแล้ว เขาซื้อสื่อไปเกือบทั้งหมดแล้ว มีนักข่าวดี ๆ หลายคนตั้งใจจะทำข่าว แต่เจ้าใหญ่นายโตที่ถูกทักษิณซื้อก็จะไม่เปิดโปงข่าวให้เราสมใจ แต่ก็ยังดียังมีสื่อมวลชนบางฉบับบางราย วิทยุบางราย แต่ผมเชื่อว่าจะไม่มีโทรทัศน์ มีมั้ยโทรทัศน์ เป็นที่น่าเสียใจนะครับว่าเขาซื้อโทรทัศน์เกือบหมดซื้อสื่อเกือบหมด แต่ก็ไม่เป็นไรครับคนที่ทำสื่อที่ดีก็มีเขาก็ลงข่าวของเรา นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก ข่าวจะลงไม่ลงก็ไม่ใช่ประเด็นหลัก แม้รัฐบาลจะไม่ฟังเราก็ไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่เราจะต้องมีความเชื่อมั่นในตนเอง เชื่อมั่นในตนเองครับว่าที่เรามาในครั้งนี้มาปลุกระดมให้เรามีความกล้าหาญมากขึ้น รวมพลังกันมากขึ้นและไปต่อสู้กับมาร มารที่เป็นโจร

และการต่อสู้กับมารมีวิธีหนึ่งครับ ต้องเอาธรรมะ ธรรมะต้องชนะอธรรม ถ้าเราเชื่อว่าธรรมมะจะชนะอธรรม เราต้องใช้ธรรมะเป็นเครื่องยืนหยัดในการรวมน้ำใจของเรา ให้เรามีสามัคคีรวมพลังกันถือธรรมะเป็นหลัก สามัคคีธรรมเป็นหลักรวมพลังกันจนเกิดชัยชนะ และชัยชนะที่ได้นี่ผมก็ดีใจที่
ตอนบ่ายนี้จะมีการสรุปประชุมพ่อครัวใหญ่ มีการปรึกษาหารือกัน เรื่องพ่อครัวใหญ่นี่สำคัญมากนะครับ เพราะพ่อครัวใหญ่นั้นเป็นตัวแทนของชุมชน เป็นตัวแทนของภูมิปัญญาชาวบ้าน และบ้านเรานะครับ เราอยู่ในบ้านของเราอย่างนี้มาเป็นเวลาพันปีและที่เราอยู่มาได้ทั้งหมดนี้ก็เพราะเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านครับ

ชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นคนไทย คนลาว คนเผ่าต่าง ๆ ล้วนอยู่ได้เพราะภูมิปัญญาชาวบ้าน และคนชนชั้นปกครองพยายามทำลายภูมิปัญญาชาวบ้าน แม้ระบบการศึกษาทั้งหมดก็พยายามทำลาย และเท่าที่มีมาไม่เคยมีคนชนชั้นปกครองไหนร้ายแรงเท่าทักษิณ ชินวัตรและพรรคไทยรักไทย

สมัยก่อนเรามารวมตัวกันในรัฐบาลชวน หลีกภัยและพรรคประชาธิปัตย์ ชวน หลีกภัย ไม่ได้เลวร้ายนะครับ แต่ความเลวร้ายของชวน หลีกภัยจริงๆ แล้วเนี่ย เขาฟังขุนนาง เขาฟังข้าราชการ เขาฟังปลัดกระทรวง เขาฟังอธิบดี เขาไม่ฟังประชาชน ความผิดของชวนมีแค่นี้ครับ

เพราะประชาชนนั้นอยู่คนละฝ่ายกับราชการตลอดเวลา แต่กรณีของทักษิณนั้นไม่ใช่แค่คนที่ไม่ใช่ราชการเท่านั้น เขายังไม่ฟังข้าราชการประจำด้วย เขาทำทั้งหมดเพียงเพื่อผลประโยชน์ และบริษัทไม่กี่สิบบริษัทเท่านั้นเอง และไม่กี่สิบบริษัทที่ว่านี้มันร้าย ไปถึงบริษัทที่ข้ามชาติ ร้ายไปถึงอภิมหาอำนาจ ร้ายไปถึงนายบุช

นายบุชเป็นตัวร้ายที่สุดในระดับชาติ ระดับนานาชาติ จักรวรรดิอเมริกาจะเลวร้ายที่สุด ทักษิณจะมองไปที่นั้นครับ และการที่มองไปที่นั่นเขาจะได้ผลระยะสั้น ผลที่ได้คือ อำนาจแต่ประชาชนจะสูญเสียและธรรมชาติจะสูญเสีย

และธรรมชาติได้เตือนแล้วนะครับ ซึนามิที่มาครั้งที่แล้วคือ ธรรมชาติเตือน เตือนว่าการปกครองอันไม่เป็นธรรมนั้น ธรรมชาติจะต้องลงโทษ ธรรมชาติเตือนคนที่เขามีสติมีปัญญานะครับ เห็นผลแล้วจากธรรมชาติ ซึนามินี่ ใครที่ไม่เปลี่ยนวิธีการ ต้องเลิกวิธีอธรรมมาเป็นธรรมะเลิก ทำการท่องเที่ยวเอาใจฝรั่ง เลิกเอาใจคนรวยหันหน้าเอาใจคนยากคนจน เพราะคนยากคนจนนั้นอยู่กับธรรมชาติเข้าใจธรรมชาติ มีภูมิปัญญาพื้นบ้าน

ถ้าเขาฟังคนจน ฟังธรรมชาติ เขาก็จะหันมาหาธรรมทิ้งอธรรม แต่เขาไม่มีปัญญาหรอกครับเขาไม่มีสติ ไม่มีปัญญา ไม่มีหูไม่มีตา คิดเพียงอย่างเดียวครับว่าเน้นใช้อำนาจ ใช้ความรุนแรง และความรุนแรงที่นำไปใช้ที่ปัตตานี ที่นราธิวาส ฆ่าเพื่อนของเรา เพื่อนของเราที่เป็นมุสลิม เพื่อนของเราที่เป็นมลายู นั่นคือเพื่อนของเราหมดครับ ทั้งหมดเป็นเพื่อนกัน แต่มีปลุกระดมให้เกลียดแขกให้เกลียดผู้ก่อการร้ายที่แยกดินแดน ผู้ก่อการก็มีแต่มีจำนวนน้อย แต่คนส่วนใหญ่โดนพิษโดนภัยจากสิ่งมอมเมาให้เราเห็นคนเหล่านั้น เป็นศัตรูและพวกเรานะครับ ไม่เห็นใครเป็นศัตรู แต่เราเห็นเพื่อนของเรา ปัตตานี นราธิวาสเป็นศัตรู เราก็จะไม่เป็นแผ่นดินเดียวกัน ไม่ว่าจะต่างชาติ ต่างศาสนา ต่างเชื้อชาติ เราก็เป็นเพื่อนกันไปหมด ไม่มีการแยกเชื้อชาติบนผืนแผ่นดินไทยครับ เป็นเพื่อนกันหมดกับประชาชนทั้งหมดทั้งโลก เราต้องรวมพลังกันหมดทั้งโลก สำคัญมากนะครับทั่วทั้งโลกยึดธรรมะเป็นหลักฐาน

และผมอยากจะพูดให้เป็นรูปธรรมอีกเล็กน้อย หลังจากเดินขบวนแล้วจะมีการประชุมพ่อครัวใหญ่ จะหารือกัน และในสิ่งที่พ่อครัวใหญ่คือ ต้องหารือกันแบบใจเย็น อย่าไปเกลียดทักษิณ อย่าไปเกลียดไทยรักไทย ถ้าเราไปเกลียดเขาเราจะรุ่มร้อนสติจะไม่เกิดปัญญาจะไม่ติด เราต้องรักเขาครับ รักทักษิณเหมือนรักหมาที่บ้านเรา อย่าไปเกลียดเขาเป็นอันขาด หมานั้นสำคัญนะครับ หมาเป็นเพื่อของเรา วัวควายเป็นเพื่อนของเรา ก็เหมือนรักหมารักวัวรักควาย ก็รักทักษิณเหมือนแบบนั้น สงสารเขาครับสงสารที่มันไม่เชื่อง สงสารที่มันไม่ซื่อ แต่รู้ไหมครับหมาซื่อ วัวซื่อ ควายซื่อ แต่คนไม่ซื่อและคนที่มีอำนาจนั้นมันไม่ซื่อมากที่สุดครับ ฉ้อฉลมากที่สุด บัดซบมากที่สุด

ผมมีเพื่อนที่มาจากอเมริกาใต้ เขาบอกว่าเขาเคยคิดตลอดเวลาว่า มนุษย์ต่างจากสัตว์ตรงไหน ในศาสนาคริสต์บอกว่า มนุษย์มีจิตวิญญาณแต่สัตว์ไม่มีจิตวิญญาณ เขาบอกว่า เขาไม่เชื่อเพราะพระเจ้าสร้างมนุษย์ให้มีจิตวิญญาณ เขาเชื่อว่า พระเจ้าก็ต้องสร้างสัตว์ให้มีจิตวิญญาณ มนุษย์กับสัตว์มันต่างกันอย่างเดียวเท่านั้นเอง คือสัตว์มันไม่บัดซบแต่มนุษย์มันบัดซบ และมนุษย์ที่อยู่ในทำเนียบนั้นมันบัดซบที่สุดเลยครับ

ถ้าพูดในทางศาสนาพุทธมนุษย์ที่มันบัดซบก็เพราะไม่มี มิจฉาทิฐิ มิจฉาทิฐิต่างจากสัมมาทิฐิ สัมมาทิฐินั้นเรามีชีวิตเพื่อเอื้ออาทรผู้อื่น เพื่อเอื้ออาทรสัตว์อื่น เพื่อรับใช้ผู้อื่น เพื่อเข้าใจธรรมชาติ ไม่เอาเปรียบธรรมชาติไม่เอาเปรียบเพื่อนมนุษย์ พวกที่กอบโกยคือ พวกมิจฉาทิฐิ แต่สัมมาทิฐิคือรับใช้ผู้อื่นไม่กอบโกย รู้สึกตลอดเวลาพอแล้วเรามีแค่นี้พอแล้ว และพอแล้วพระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า สันโดษ หรือสันติวิถีธรรม ท่านบอกว่าใครมีสันโดษใครมีความพอใจในสิ่งที่เรามีอยู่ เรารู้สึกตัวเราพอ แม้เป็นยาจกก็มั่งคั่งมีทรัพย์ใหญ่ สำคัญนะครับสันโดษเนี่ย คนที่มีอำนาจมากรวยมากปราศ จากสันโดษ ไอ้พวกนี้มันจนหัวใจถึงแม้ว่าจะรวยทรัพย์แต่จนหัวใจ พวกนี้เอาเข้ามาเป็นสมัชชาคนจนไม่ได้ เพราะสมัชชาคนจนของเรานั้นมันรวยที่หัวใจ หัวใจเราเต็มที่ เต็มเปี่ยม พร้อมที่จะสละทุกอย่างเพื่อความถูกต้องดีงาม และเราไม่ได้ทำเพื่อสมัชชาคนจน แต่เราทำเพื่อคนทั้งหมด คนทั้งประเทศ

ถ้าคนรวยรู้จักมาฟัง รู้จักมาเรียนรู้คุณธรรมชาวบ้านเรียนรู้ภูมิปัญญาชาวบ้าน ผมดีใจนะครับตั้งแต่เปิดสมัชชาคนจนมานี้ ชนชั้นกลางเริ่มเข้าใจเรามากขึ้น จากที่เคยดูถูกเราหาว่า เราโง่ หาว่าเราเหม็น หาว่าเราจน หาว่าเราขี้เกียจ ชนชั้นกลางเริ่มเห็นแล้วครับว่า เขาต้องเริ่มเรียนจากคนจน เพราะไม่ว่าคนชนชั้นกลางต่อสู้ไม่ว่าจะเป็นที่บ่อนอก สงขลา สมัชชาคนจนไปช่วยตลอดไปดูแล และเขาเห็นคุณธรรมของเราครับ คุณธรรมของคนจนเป็นคุณธรรมที่ประเสริฐที่สุด

เพราะฉะนั้นการเรียนคุณธรรมจากคนจน ชนชั้นกลางจะรู้ได้เลยว่าวิถีชีวิตของเขาควรเลิกตะเกียก ตะกาย อยากรวยอยากมีอำนาจ ให้เข้าใจคุณธรรมชาวบ้าน ให้เข้าใจคุณธรรมคนจน ผมว่าถ้าชนชั้นกลางกับคนจนรวมพลังกัน เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและตัดสินร่วมกันว่าอะไรเราทำได้ อะไรที่เราไม่พร้อมจะทำ ทำเป็นขั้นเป็นตอน และทำทั้งหมดด้วยความรัก ทำทั้งหมดด้วยเมตตา ด้วยกรุณา มุทิตา อุเบกขา ฟังดูง่าย ๆ และผมเชื่อว่าพวกเราทำได้

เมตตาก็คือ รักพวกเรากันเอง ต้องอย่าหมั่นไส้พวกเรากันเอง การรักเพื่อนมนุษย์นั้นง่ายแต่รักเพื่อนร่วมงานนั้นยาก ต้องรักเพื่อนร่วมงานด้วยกันต้องมีสามัคคีธรรม สองกรุณาเราต้องรักคนที่ยิ่งกว่าเรานะครับ ยิ่งคนที่ไม่เป็นสมัชชาคนที่ไม่ได้รวมตัวกันเราต้องรักคนเหล่านั้น อยู่เคียงข้างคนเหล่านั้นพร้อมที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลเขา และถ้าเรารวมตัวกันอยู่ฝ่ายคนยากไร้เรียกร้องสิทธิของเรา ไอ้พวกข้างบนที่ถีบกระทืบเรา มันจะรังแกเรามันนึกว่า มันมีอำนาจ มันนึกว่า มันมีเงินในกระเป๋าของมัน มันจะรังแกเราอย่างไรก็ได้ เราต้องใช้มุทิตาคือ เราอย่าไปเกลียดมันครับ สงสารมันรักมันเหมือนรักหมาที่บ้านเรา นี่คือวิธีการที่สำคัญมากนะครับ

ถ้าเราไม่เกลียดไม่กลัวเราจะมีพลังครับ และพลังอันนี้มันจะมาขึ้นขั้นอุเบกขา คือจะเป็นการวางเฉยแต่ไม่ได้แปลว่าอยู่เฉย ๆ แต่หมายถึงเรารู้ตัวว่าตอนนี้เราต้องใช้เมตตา กรุณา กับคนที่ยากไร้กว่าเรา ตอนนี้ต้องใช้มุทิตาไม่รับเกียจผู้ที่อยู่สูงกว่าเรา อุเบกขาจะเกิดขึ้นเมื่อเราสามารถชนะอคติได้ทั้ง 4 ประการ

เพราะมนุษย์เรานี้มีอคติเป็นตัวนำ เราตัดสินเพราะรักเราตัดสินเพราะเกลียด ตัดสินเพราะกลัวตัดสินเพราะหลง อุเบกขาจะเป็นตัวบอกเราเอง และถ้าเรารู้ถึงอคติทั้ง 4 อย่างแล้วและเอาชนะมันได้อันนี้แหละครับชัยชนะของพรหมวิหารธรรม ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสว่า พรหมวิหารธรรมเป็นธรรมสำหรับผู้เป็นใหญ่ สมัชชาคนจนเป็นผู้ที่มีพรหมแต่ทักษิณไม่มีเลย และจะทำอะไรก็ตามต้องใช้สันติวิธีและนำธรรมะเข้าร่วมเสมอ พระพุทธเจ้าตรัสว่าสันติวิธีเป็นวิธีเดียวที่จะเอาชนะได้

ขอให้ท่านทั้งหลายจงได้รับพรจากผมซึ่งเป็นผู้เฒ่า ให้ท่านทั้งหลายรวมพลังกันถือธรรมะเป็นหลัก มีพรหมวิหารธรรม