มุมมองหมอ 143 "กิ้งก่าที่หายไป"

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

วันนี้ที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา การก่อสร้างโรงแยกก๊าซไทย - มาเลเซีย ได้ดำเนินการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง ขึ้นโครงของโรงแยกก๊าซเห็นเป็นรูปร่าง มีลูกไฟลุกติดบนปล่องไฟของโรงแยกก๊าซแล้ว ท่ามกลางการคัดค้านของชาวบ้านในพื้นที่ที่ยังยืนยันในจุดเดิมว่า "ไม่ต้องการโรงแยกก๊าซ"

ได้มีปรากฏการณ์ที่ชาวบ้านเล่าให้ฟังจากผลกระทบจากการก่อสร้างโรงแยกก๊าซ ที่ไม่ปรากฏในการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมก็คือ "กิ้งก่า กบ เขียดในพื้นที่หายไปอย่างรวดเร็ว"

การก่อสร้างโรงแยกกาซในปัจจุบัน มีการใช้แรงงานต่างถิ่นจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานจากภาคอีสาน หลายคนพาครอบครัวมาอยู่ด้วยกัน ทำให้มีประชากรเพิ่มขึ้นในพื้นที่ตำบลรอบจุดก่อสร้างโรงแยกก๊าซหลายพันคน ยามว่างหรือหลังเลิกงาน แรงงานเหล่านี้ก็แยกย้ายหาก กบ เขียด กิ้งก่า ปลาตามพรุหนอง หรือยอดผัก มาประกอบอาหาร ชาวบ้านเล่าว่า "ในปัจจุบันในพื้นที่รอบโรงแยกก๊าซ จะหากบเขียดกิ้งก่านั้น ไม่มีสักตัวแล้ว" เมื่อกบเขียดน้อยลงไป ลูกอ๊อดก็ไม่มี วงจร
วัฏจักรอาหารตามระบบนิเวศน์ได้ถูกตัดตอนลงไป ผลที่จะตามมานั้นแน่นอนว่า ปลาน้ำจืดและสัตว์น้ำที่เคยมีอยู่อย่างชุกชุมในหนองและพรุตามธรรมชาติย่อมจะลดลงไปด้วย

สัตว์น้ำเหล่านี้เป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตธรรมชาติของชาวบ้าน เป็นแหล่งโปรตีนขั้นดีของชุมชน ก่อนหน้านี้ปริมาณสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติได้ลดลงไปก่อนแล้ว จากการถมดินก่อสร้างโรงแยกก๊าซและการถมถนนตัดทางน้ำ แต่วันนี้ปริมาณที่เดิมยังหลงเหลืออยู่บ้างหมดลงไปอย่างรวดเร็ว จากการจับกินของคนต่างถิ่นและการเปลี่ยนแปลงของห่วงโซ่อาหาร ซึ่งอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศน์ที่เคยอุดมสมบูรณ์ไปอย่างถาวร

ในสายตาของนักเศรษฐศาสตร์และนักปกครองที่มองไกลมองสูง อาจมองผลกระทบจากการที่กิ้งก่าหายไปว่าเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่มีความสำคัญในมิติเศรษฐกิจหรือมิติทางสังคม

แต่ในมิติของเศรษฐกิจชุมชนแล้ว อาหารตามธรรมชาติที่น้อยลงไป ไม่ว่าผักพื้นบ้านหรือสัตว์น้ำนั้น หากคิดเฉลี่ยต่อวันที่มูลค่าวันละ 40 บาทต่อครัวเรือนแล้ว จำนวนครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงมีอย่างน้อย 500 ครัวเรือน คิดเป็นเงินที่ชาวบ้านต้องจ่ายออกจากกระเป๋าเพื่อซื้อหาอาหารจากตลาดเป็นเงินรวมถึงวันละ 20,000 บาท เมื่อรวมทั้งปี 365 วัน คนในชุมชนนั้นมีรายจ่ายด้านอาหารเพิ่มขึ้นรวมกันคิดเป็นเงินถึง 7,300,000 บาท เงินจำนวนนี้อาจไม่มากสำหรับนักธุรกิจ แต่มากเท่ากับเงินงบประมาณของอบต.ที่ต้องใช้ตลอดทั้งปี สามารถสร้างโรงพยาบาลที่มีแพทย์ประจำให้บริการในชุมชนได้อย่างสบายๆ

แต่นอกจากกิ้งก่าหายไปแล้ว อำนาจเงินที่สะพัดในหมู่บ้านละแวกนั้น ทำให้ร้านคาราโอเกะผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด คนมุสลิมบางคนเปิดร้านขายเหล้าแข่งกับคนไทยพุทธ เหตุการณ์เมาแล้วทะเลาะชกต่อยกันเป็นเรื่องปกติประจำวัน กามโรคแพร่ระบาดขึ้นมาอีกครั้งในพื้นที่ที่เดิมเป็นชุมชนมุสลิมที่เคยสงบสุข แม้แต่สุนัขจรจัดในชุมชนมุสลิมที่คนดั้งเดิมในชุมชนไม่มีใครเลี้ยงสุนัขก็พบเห็นได้โดยทั่วไป การลักขโมยเกิดขึ้นโดยทั่วไป วัฒนธรรมคอรัปชั่นแพร่ขยายเพราะมีขบวนการลักขโมยแม้กระทั่งอุปกรณ์เช่นสายทองแดงของโรงแยกก๊าซเอง

กิ้งก่าที่หายไป หากเรามองอย่างเป็นองค์รวม มองอย่างไม่แยกส่วนของปรากฏการณ์แล้ว จะเห็นได้ว่าผลกระทบทางสังคมที่เกิดขึ้นจริงๆในชุมชนนั้นมีมหาศาล อย่างน้อยที่สุดนักวิชาการที่รับทำการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดในกรณีนี้ และหน่วยงานราชการที่ลงนามอนุมัติก็ควรที่จะลงมาเรียนรู้ความจริงที่ปรากฏในวันนี้ เพื่อวันหน้า จะได้สามารถอำนวยให้เกิดความยุติธรรมให้กับชุมชนได้อย่างเที่ยงธรรม

กิ้งก่าที่หายไป เป็นตัวชี้วัดที่บอกได้ชัดเจนว่า "สุขภาวะของผู้คนในชุมชนรอบโรงแยกก๊าซนั้น ทรุดโทรมลงแน่ๆ "

ร่วมบริจาคเงิน สนับสนุน ประชาไท โอนเงิน กรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM" หรือ โอนผ่าน PayPal / บัตรเครดิต (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
Facebook : https://www.facebook.com/prachatai
Twitter : https://twitter.com/prachatai
YouTube : https://www.youtube.com/prachatai
Prachatai Store Shop : https://prachataistore.net

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

พื้นที่ประชาสัมพันธ์