กมธ.สภาฯ ลง" ฝาง" สอบคดีฆ่าพระเสขิยธรรม

เชียงใหม่ - 21 มิ.ย.48 "คดีดังกล่าว เป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนต่อพุทธศาสนา เป็นอย่างมาก เพราะเป็นพระนักปฏิบัติสายท่านพุทธทาส ซึ่งมีคนนับถือทั่วประเทศ รวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีด้วย อีกทั้งยังเป็นพระนักกิจกรรมและนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ จึงอยากให้มีความคลี่คลายโดยเร็ว และอยากให้มีการตั้งประเด็นให้รอบคอบว่ามีความขัดแย้งอื่นๆ อีกหรือไม่" น.พ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ รองประธานกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร กล่าว

ทั้งนี้กรณีคนร้ายสังหาร พระสุพจน์ สุวโจ พระนักกิจกรรมในกลุ่มเสขิยธรรม กลุ่มพุทธทาสศึกษา และเจ้าอาวาสสถานปฏิบัติธรรมสวนเมตตาธรรม บ้านห้วยงู ต.สันทราย อ.ฝาง จ. เชียง ใหม่ จนมรณภาพ โดยสภาพศพถูกของมีคมฟันเป็นแผลฉกรรจ์ไปทั่วร่างและลำคอ กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ จนกระทั่งเครือข่ายองค์กรพุทธทั่วประเทศออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐเข้าไปตรวจสอบ

ทั้งนี้ น.พ.เปรมศักดิ์ ได้ลงไปในพื้นที่ที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริง โดยมีนายสิริวุฒิ เขมทัติ นายอำเภอฝาง พ.ต.ท.ธนาพจน์ เกิดภู่ รองผู้กำกับฝ่ายปราบปราม สถานีตำรวจภูธรอำเภอฝาง และนายมนูญ เทพวงค์ กำนันตำบลสันทราย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เข้าร่วมรายงานชี้แจงถึงคดีดังกล่าว

น.พ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า หลังจากที่ดูพื้นที่เกิดเหตุ และดูจากภาพถ่ายการถูกทำร้ายจนมรณภาพนั้น เห็นว่า ไม่ใช่การฆ่าโดยบังเอิญ เพราะมีการใช้ของมีคมหลายๆ อย่าง ทำการสังหารอย่างเหี้ยมโหดโดยจงใจ ซึ่งเหมือนต้องการข่มขู่ให้ผู้อื่นเกิดความหวาดกลัว เพราะดูจากรูปการแล้ว จุดที่เกิดเหตุนั้นอยู่ไกลจากที่พำนักสงฆ์ ซึ่งไม่น่าที่พระสุพจน์จะเดินออกมาไกลถึงบริเวณนั้น แต่คล้ายกับมีการสื่อสัญญาณบางอย่างให้พระสุพจน์เดินออกมาหรือไม่

"ตนไม่เชื่อว่า อารมณ์โมโหชั่ววูบจะฆ่าพระได้ โดยมีการทำร้ายเป็นสิบๆ แผล แม้จะเสียชีวิตแล้วก็ยังคงฆ่าซ้ำแล้วซ้ำอีก ซึ่งคล้ายๆ กับว่า มีความขัดแย้งกันมาก่อน เพราะฉะนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะด่วนไปสรุปคดีเพียงประเด็นเดียวไม่ได้ เพราะจากการสอบถามหลายๆ ฝ่าย พบว่า พื้นที่ดังกล่าวเคยมีความขัดแย้งกันในเรื่องนายทุนพยายามเข้ากว้านซื้อที่ดิน และมีการเข้ามาทำร้ายข่มขู่กันอยู่" น.พ.เปรมศักดิ์ กล่าว

นพ.เปรมศักด์ กล่าวอีกว่า ขอให้ทางกองกำกับการตำรวจภูธรภาค 5 ช่วยเร่งคลี่คลายคดี เพราะในขณะนี้ หลายฝ่ายเริ่มไม่มีความมั่นใจกันแล้ว เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่เป็นบ้านเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จึงอยากจะให้เร่งสาวไปถึงฆาตกรหรือผู้บงการมาลงโทษโดยเร็ว อีกทั้งอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าไปทำการตรวจสอบว่าที่ดินผืนดังกล่าว เป็นโฉนด นส.3 ก. หรือที่ดิน สปก. ว่ามีกี่ไร่ เพื่อให้ความชัดเจนในการสรุปคดีดังกล่าว

นายสิริวุฒิ กล่าวว่า คดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่อุกอาจรุนแรงมาก ที่กระทำต่อพระสงฆ์ซึ่งจากบาดแผลนั้นถูกทำร้ายด้วยมีดและขวานจนมรณภาพ ซึ่งนอกจากประเด็นการทำร้ายเนื่องจากพระสุพจน์ ไปพบกับกลุ่มที่เข้ามาลักลอบตัดไม้จึงถูกฆ่าแล้ว ชาวบ้านได้เล่าว่า มีกลุ่มนายทุนซึ่งเป็นทหารที่มีความขัดแย้งจนถูกจับฟ้องร้อง และความขัดแย้งเรื่องที่ดินซึ่งตอนนี้ยังไม่ปรากฏชัด

ด้าน พ.ต.ท.ธนาพจน์ เกิดภู่ รองผู้กำกับฝ่ายปราบปราม สถานีตำรวจภูธรอำเภอฝาง กล่าวว่า การสืบสวนคดี นอกจากประเด็นการขัดแย้งเรื่องการที่พระสุพจน์ ไปพบกลุ่มคนตัดไม้จนเกิดการทะเลาะจนเกิดการฆาตกรรมแล้ว ปัญหาอื่นๆ ยังอยู่ในขั้นประมวลผลข้อมูลกันอยู่ แต่ก็ไม่ได้มุ่งไปประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ซึ่งในช่วงขณะที่เกิดเหตุ ยังพบว่าคอมพิวเตอร์ยังคงเปิดใช้งานอยู่ และวันนี้(21 มิ.ย.) ทาง พ.ต.ท.ธนสาร พลายโถ ผกก.สภ.อ.ฝาง และชุดสืบสวนสอบสวน ได้นำสำนวนการสอบสวน ไปเสนอให้ทางกองกำกับการตำรวจภูธรภาค 5

พระมหาบุญช่วย สิรินฺธโร เลขาธิการเครือข่ายพระนักพัฒนาภาคเหนือ กล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องสร้างความกระจ่างให้สังคมรับรู้ได้ว่า สิ่งใดคือเหตุจูงใจให้เกิดการฆ่าเช่นนี้ และทำอย่างไรถึงจะทำให้พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่สำหรับใช้ในการปฏิบัติธรรม และเป็นพื้นที่ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรม
ชาติ ซึ่งกลุ่มองค์กรนักเคลื่อนไหวจะต้องเข้ามาช่วยเหลือให้ได้ตามวัตถุประสงค์ของสำนักปฏิบัติธรรมต่อไป

ล่าสุด มีเจ้าหน้าที่จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ(SDI) ได้รับคำสั่งจากข้างบน ให้ลงพื้นที่สอบสวนคดีการสังหารพระสุพจน์ หลังจากที่กลุ่มเสขิยธรรมได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่สอบสวนกลางเข้าไปดำเนินการไป เพื่อคลี่คลายคดีให้โปร่งใส

ทั้งนี้ หลังจากรองประธานคณะกรรมาธิการธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ได้ลงพื้นที่ จะได้นำข้อมูลทั้งหมดเข้าในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันพรุ่งนี้(22 มิ.ย.)