เลือดใหม่ขานรับ "บิล เกตส์" ยกไทยศูนย์กลางเว็บเซอร์วิสโลก

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

นายบิล  เกตส์  พ่อมดโลกไอที  กล่าวไว้เมื่อครั้งมาเยือนประเทศไทยว่า  "ประเทศไทยมีศักยภาพอย่างมากในการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านเว็บเซอร์วิส  การใช้มาตรฐานเปิดและภาษา  XML  อันเป็นมาตรฐานสากลนั้น  จะทำให้ประเทศไทยมีโอกาสมหาศาลในการสร้างสรรค์บริการใหม่ๆที่มีคุณค่า  ซึ่งบริการต่างๆเหล่านั้นจะช่วยให้การส่งผ่านข้อมูลต่างๆ  สามารถทำบนอุปกรณ์ประเภทใดก็ได้  อันจะเกิดประโยชน์อย่างยิ่งต่อธุรกิจของไทยและเศรษฐกิจโดยรวม"โครงการ  "Imagine  Cup  2005"  จัดขึ้นโดยบริษัทไมโครซอฟท์  เป็นการแข่งขันพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลก  ที่กระตุ้นให้นักศึกษาสนใจการเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ  ซึ่งทางไมโครซอฟต์จัดต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 แล้ว 

โดยแบ่งประเภทการแข่งขันออกเป็น 9 ประเภทสำหรับทีมนักศึกษาทั่วโลก  แต่ในประเทศไทยได้จัดการแข่งขันเพียงประเภทเดียว  คือการออกแบบซอฟต์แวร์  ภายใต้แนวคิดหลัก  คือ  "Imagine  a  world  technology  dissolves  the  boundaries  between  us"  โดยมีข้อกำหนดได้แก่  การใช้เทคโนโลยี  .NET  ของไมโครซอฟต์ในการพัฒนา  การเป็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานบนอุปกรณ์ไร้สาย 
และมีการใช้เทคโนโลยีเว็บเซอร์วิสโดยต้องมีเว็บเซอร์วิสที่สร้างขึ้นเองด้วย สำหรับประเทศไทยผู้ที่สามารถเข้าร่วมแข่งขัน  ได้แก่ 

นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับอุดมศึกษา  นักศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาเอกที่ศึกษาเต็มเวลา  ทีมละไม่เกิน 4 คน  ทีมชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 100,000 บาท  พร้อมถ้วยรางวัล  และได้เดินทางไปแข่งขันระดับนานาชาติที่เมืองโยโกฮามา  ประเทศญี่ปุ่น 
ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม

นายแอนดรูว์  แม็คบีน  กรรมการผู้จัดการบริษัท  ไมโครซอฟต์  (ประเทศไทย)  จำกัด กล่าวว่า  การแข่งขัน  Imagine  Cup  ถือเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่สำหรับนักศึกษาไทยที่จะได้เข้าร่วมแข่งขันในเวทีระดับโลกเพื่อแสดงให้เห็นถึงทักษะด้านนวัตกรรมและการผสมผสานเทคโนโลยี เว็บเซอร์วิสจะเป็นนิยามใหม่ของการใช้ชีวิต  การทำงาน  และการสื่อสารของเรา 

โดยจะผสมผสานนวัตกรรมและทลายพรมแดนด้านเทคโนโลยีที่มีอยู่  "เรากำลังทำงานร่วมกับรัฐบาลในการเตรียมตัวเปิดโครงการใหญ่เกี่ยวกับเว็บเซอร์วิสในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายสร้างประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเว็บเซอร์วิสระดับสากล  และยิ่งไปกว่านั้นเว็บเซอร์วิสยังมีศักยภาพในการช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ในประเทศไทย และโครงการ  Imagine  Cup  เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของโครงการดังกล่าวด้วย"

สำหรับปีนี้ทีมที่ชนะเลิศการออกแบบซอฟต์แวร์ระดับประเทศ  ได้แก่ทีม  "เป็นต่อ"  จากภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  คณะวิศวกรรมศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันระดับโลกที่ประเทศญี่ปุ่น 

ส่วนทีมรองชนะเลิศอันดับ 1  ได้แก่ทีม  "Power  to  the  dream"  จากภาควิชาวิศวกรรมคอมพิว
เตอร์  คณะวิศวกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  ท่ามกลางผู้เข้าร่วมแข่งขันจากมหาวิทยาลัยต่างๆกว่า 23 แห่งทั่วประเทศ

ทีม  "Power  to  the  dream"  ประกอบด้วยสมาชิกทีมจำนวน 4 คน  ได้แก่  นายประมุข  ชื่นทศพลชัย  นายวิภูษิต  อุดมศรีสุข  นายพงส์ศักดิ์  แซ่แห่ว  และนางสาวพันธิตรา  สวัสดิ์พงษ์  ทั้งหมดกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 4  ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย
เชียงใหม่

นายประมุข  หรือ  มุข  สมาชิกคนหนึ่งของทีม  เปิดเผยว่า  เริ่มต้นจากนำโจทย์มาคิดกันก่อนว่าจะทลายเขตแดนของอะไร  และได้ข้อสรุปว่าอยากลดช่องว่างระหว่างคนที่ไกลกัน  ในกลุ่มคนที่ใช้ 
Pocket  PC  ซึ่งจริงๆแล้วอุปกรณ์ไร้สายมีหลายอย่าง  แต่ที่เลือก  Pocket  PC  เนื่องจากมีหน้าจอใหญ่  จึงน่าจะสามารถสร้างสรรค์ได้มากกว่า  

จากนั้นจึงมาคิดกันต่อว่ามีกิจกรรมอะไรบ้างที่สามารถทำร่วมกันได้  แม้ว่าจะมีเวลาว่างไม่ตรงกัน  และอยู่ห่างกันคนละมุมโลก  สรุปได้ว่าน่าจะทำเป็นเกมส์  ซึ่งเกมส์ส่วนใหญ่ที่คนเล่นมักเป็นเกมส์ออนไลน์  ซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างสูง  จึงเลือกเกมส์ต่อจิ๊กซอว์ซึ่งรายละเอียดไม่เยอะ  โดยบริการดังกล่าวจะสนับสนุนผู้ใช้งานให้สามารถเก็บภาพมาสร้างจิ๊กซอว์เองได้ 

แนวคิดคือภาพน่าจะสื่อความหมายได้ดีกว่าข้อความ  และการเอื้อให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างสรรค์ได้เองด้วย  จะทำให้มีความเป็นส่วนตัวสูง  ไม่ซ้ำกับใคร  ซึ่งจะส่งผลในแง่คุณค่าทางจิตใจของผู้ได้รับด้วย  และในอนาคตคิดกันไว้ว่าอาจทำงานร่วมกับเว็บเซอร์วิสอื่นนอกจากโทรศัพท์เคลื่อนที่
 และเชื่อมโยงให้เกิดเป็นธุรกิจได้จริง

ด้านนายวิภูษิต  หรือ  วิน  สมาชิกของทีมอีกคนหนึ่ง  กล่าวว่า  ช่วงนี้ในเมืองไทยมีการสนับสนุนการพัฒนาซอฟต์แวร์มากขึ้น  มีการจัดประกวดแข่งขันซอฟต์แวร์  ให้นักเรียนนักศึกษาได้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการของ  NECTEC  แห่ง สวทช.  ทำให้เกิดการตื่นตัวขึ้นอย่างมากในเมืองไทย 

สำหรับกิจกรรมของไมโครซอฟต์ในครั้งนี้  มีการประกาศรับสมัครและคัดเลือก  proposal  จาก 121 ทีมทั่วประเทศ  ให้เหลือ 12 ทีมไปแข่งขันระดับประเทศรอบสุดท้าย  ทีมจาก มช. มีอยู่ 3 ทีมที่ส่งไป 
และเข้ารอบสุดท้าย 1 ทีม  ซึ่งทีมที่ผ่านเข้ารอบจะได้เข้าร่วมการอบรมการเขียนซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ไร้สายเป็นเวลา 2 วัน  ซึ่งทำให้ได้ประสบการณ์มาพอสมควร  อย่างน้อยคือในส่วนของแนวคิด 

ส่วนเรื่องทางเทคนิคได้มาหาความรู้เพิ่มเติมกันทีหลัง  โดยมีเวลาพัฒนาซอฟต์แวร์ประมาณ 3-4 สัปดาห์  "เหนื่อยกันมากเหมือนกัน  เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เคยทำกันมาก่อน  เมื่อเสร็จแล้วเราต้องเดินทางไปเสนอผลงานที่กรุงเทพฯ  และระหว่างเสนอผลงานเราจะไม่ทราบเลยว่าผลงานของทีมอื่นเป็นอย่างไร 

ตอนประกาศผลทางผู้จัดจะเชิญทั้ง 12 ทีมไปเปิดบู้ธแสดงผลงาน  และประกาศผลในวันนั้น  ทีมของเราได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1  รับถ้วยรางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที  กับเงินรางวัลอีก 30,000 บาท"

โลกเทคโนโลยีทุกวันนี้  กระแสที่มาแรงคืออุปกรณ์ไร้สาย  ประเทศของเราเริ่มมีการผลักดันมากขึ้น 
โทรศัพท์มือถือเริ่มมีลูกเล่นมากขึ้นเรื่อยๆ  เมื่ออุปกรณ์มาแรงจึงต้องมีซอฟต์แวร์มาสนับสนุนด้วย 
เว็บเซอร์วิสเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูง  เช่น  เว็บของธนาคารหลายแห่งก็ใช้เว็บเซอร์วิส  อย่างการทำธุรกรรมออนไลน์  เป็นต้น 

จึงน่าจะสามารถพัฒนาไปได้ไกล  สถาบันการศึกษาน่าจะสนับสนุนการเรียนการสอนที่สอดคล้องกับเทคโนโลยีตรงนี้ด้วยเห็นอย่างนี้แล้ว  อนาคตของเมืองไทยตามที่  บิล  เกตส์  กล่าวไว้  จึงดูไม่น่าจะเกินจริงสักเท่าไร.

รายงานพิเศษ

ฉัตรชัย  ชัยนนถี


 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์