ศรัทธาการเมือง กับสมาชิกศาสนา ผลประโยชน์ซื้อได้???

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 

 

                              

 






ว่ากันว่า ในวงสนทนาใดๆ ไม่ควรชวนคุยอยู่สองเรื่อง คือ เรื่องการเมือง กับเรื่องศาสนา

แต่วันนี้ จะขอคิดด้วยคน ในเรื่องเกี่ยวกับศาสนา และการเมือง...

 

หลังเหตุการณ์วิบัติภัยสึนามิ  คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วุฒิสภา ได้ลงพื้นที่เพื่อบรรเทาทุกข์และให้ความช่วยเหลือในระดับพื้นฐานแก่ประชาชนผู้ประสบทุกข์ภัยในพื้นที่

 

ผมได้ทราบเรื่องด้วยความไม่สบายใจ เมื่อคุณวงศ์พันธุ์ ณ ตะกั่วทุ่ง สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดพังงา ผู้เป็นแม่งานระดมความช่วยเหลือเข้าไปสู่ประชาชนผู้ประสบเคราะห์กรรมจากวิบัติภัยสึนามิในพื้นที่จังหวัดพังงา บอกเล่าข้อเท็จจริงให้ฟังว่า ขณะนี้ ในพื้นที่จังหวัดพังงา แถบอำเภอตะกั่วป่า คุระบุรี ท้ายเหมือง  ได้มีองค์กรศาสนาบางหน่วยงานเข้าไปปฏิบัติการเผยแพร่ ชักจูงใจประชาชนให้หันมานับถือศาสนาคริสต์ โดยอาศัยจังหวะที่ชาวบ้านกำลังลำบาก เดือดร้อนจากภัยสึนามิ ในขณะที่ความช่วยเหลือจากรัฐบาลไม่ทั่วถึง  องค์กรศาสนาหลายคณะจึงแทรกตัวเข้ามาในช่องว่างของความเดือดร้อน

 

ใช้วิธีเผยแผ่ลัทธิ ศาสนา ในคราบของการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย!

 

พฤติการณ์ที่พบในพื้นที่ คือ องค์กรศาสนาหลายองค์กร ซึ่งอ้างตนว่าเป็นนิกายในศาสนาคริสต์ ได้นำสิ่งของ เครื่องใช้ เป็นต้นว่า อาหาร  เรือหาปลา  และแหอวน  หรือแม้กระทั่งบ้านพักพิง นำมาใช้เป็นเครื่องมือในการจูงใจให้ประชาชนหันมาเข้าลัทธิ หรือนับถือศาสนาคริสต์นิกายของตน

 

มีการใช้วิธีลงพื้นที่ ไปพูดคุยกับชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อน แนะนำให้ชาวบ้านเปลี่ยนมานับถือศาสนานิกายตน พร้อมกับให้อธิษฐานว่าอยากจะได้สิ่งใด หลังจากนั้น องค์กรทางศาสนาที่ร่ำรวยเงินทองดังกล่าว ก็จะนำสิ่งของที่ชาวบ้านผู้เดือดร้อนต้องการมามอบให้ โดยอ้างว่าเป็นไปตามคำอธิษฐาน สำหรับผู้ที่หันมานับถือพระเจ้าในนิกายของตน

 

ผมมีความเห็นในกรณีดังกล่าว ต่อไปนี้

 

1) สังคมย่อมต้องเคารพในสิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนทุกคน โดยตระหนักว่า ใครก็ตามมีสิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ที่จะนับถือศาสนาใดๆ ก็ได้ ตราบที่ไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีและความสงบสันติสุขของบ้านเมือง

 

คนเราอาจมีการเปลี่ยนศาสนาที่ตนนับถือได้ ตามความคิด ความเชื่อ ความศรัทธาที่แปรเปลี่ยนไปเป็นอนิจจัง เช่น นักฟุตบอลชื่อดังชาวอิตาลี โรแบร์โต้ บัจโจ้ ก็เปลี่ยนจากนับถือศาสนาคริสต์มานับถือพุทธศาสนา  หรือดารานักร้องไทยบางคนก็เปลี่ยนจากศาสนาพุทธ หันไปนับถือศาสนาคริสต์  ซึ่งไม่ว่าจะเปลี่ยนจากศาสนาใดไปสู่ศาสนาใด ก็ไม่ได้ทำให้คุณค่าความเป็นคนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หล่นหายไปไหน

 

ไม่ว่าจะเป็นคนในศาสนาใด ก็มีคุณค่า มีความเป็นคน ไม่ต่างกัน

 

2) ผมเชื่อว่า มีนักเผยแพร่ศาสนาจำนวนมาก เดินทางเข้ามาสู่ประเทศไทยด้วยเจตนาอันดี ต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ทั้งในรูปของอาสาสมัครและในรูปขององค์กรข้ามชาติที่มีทุนหนุนหลังมหาศาล

 

มีองค์กรคริสต์ศาสนาจำนวนมาก เข้าใจดีว่า การนับถือศาสนาเป็นเรื่องของความเชื่อ ความคิด ความศรัทธาส่วนบุคคล อยู่เหนือเส้นแบ่งของพรมแดน สีผิว เชื้อชาติ ฐานะการเงิน ฯลฯ  การเผยแพร่ศาสนาจึงต้องอยู่ภายใต้ความสมัครใจของประชาชน ไม่สามารถกดขี่ ข่มขู่ ว่าจ้าง หรือใช้ผลประโยชน์เฉพาะหน้าใดๆ เข้าล่อ

 

พฤติการณ์ขององค์กรที่อ้างตนว่าเป็นนิกายในศาสนาคริสต์ข้างต้น ซึ่ง "ฉวยโอกาส" เอาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นช่องว่างในการเอาผลประโยชน์และความช่วยเหลือเข้าไปเป็นเครื่องล่อ เครื่องแลกเปลี่ยน เพื่อจูงใจกึ่งบังคับให้ประชาชนหันไปเข้าลัทธิตน เชื่อว่า เป็นพฤติการณ์ที่องค์กรศาสนาคริสต์ที่มีความลุ่มลึก มีศรัทธาที่แท้จริง ไม่เห็นด้วยกับพฤติการณ์ดังกล่าว

 

3) การฉวยโอกาส เอาผลประโยชน์เฉพาะหน้าเข้าไปล่อใจประชาชนหันมาเข้านิกายนั้น สะท้อนความคิดที่ตื้นเขิน ไม่เข้าใจศรัทธา และลบหลู่ต่อความลึกซึ้งของความคิดมนุษย์

 

เพราะการเอาผลประโยชน์เข้าไปล่อในช่วงเวลาที่ชาวบ้านเดือดร้อน ย่อมได้รับการตอบรับจากชาวบ้านจำนวนมาก ดังจะเห็นว่า ที่หมู่บ้านทุ่งดาบ ทุ่งละออง เกาพระทอง มีการแจกเรือให้ชาวบ้านมากกว่า 20 ลำ และในพื้นที่อื่นๆ ด้วย ยังผลให้คณะเผยแผ่ได้ชาวบ้านไปร่วมพิธีสวด พิธีตามศาสนาของตนจำนวนมาก มีการเอารถกระบะมาขนชาวบ้านไปเข้าโบสถ์หรือเข้าศูนย์ปฏิบัติในวันหยุด บางพื้นที่ บางคณะ ต้องเดินทางไปไกลถึงจังหวัดภูเก็ต

 

แต่มองให้ลึกลงไป จะเห็นว่า ศรัทธาที่ได้นั้นเป็นศรัทธาเทียมหรือไม่ เพราะประชาชนจำนวนไม่น้อย บ้างเข้าไปดูเฉยๆ  บ้างยอมรับตรงๆ ว่าเพราะความจำเป็นต้องการได้สิ่งของที่เขาเอามาให้

 

แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ในขณะนี้ มีการพยายามสร้างเงื่อนไขใหม่ โดยการให้ประชาชนที่ต้องการได้สิ่งของ ต้องการเข้านิกายใหม่ จะต้องพิสูจน์ศรัทธา โดยการแสดงออกถึงการดูหมิ่นศาสนาเดิม เช่น เหยียบพระเครื่อง ทำให้หมิ่นเหม่ว่าจะนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงในพื้นที่

 

ขณะนี้ ก็มีเค้ารางของความแตกแยกเกิดขึ้นแล้ว โดยชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบ้านพักพิง มีฝาบ้านติดกัน เคยช่วยเหลือ เคยแบ่งปันข้าวปลาอาหารกันกิน แต่เมื่อฝ่ายหนึ่งหันไปเข้านิกายใหม่ ก็ดูถูกคนที่ไม่ยอมเข้านิกาย เพราะตนได้สิ่งของ ได้ความช่วยเหลือทำให้ฟื้นตัวจากวิบัติภัยได้เร็วกว่า  ฝ่ายที่ไม่เข้านิกายก็เริ่มไม่พอใจ  นับเป็นสัญญาณอันตรายที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

 

โดยส่วนตัว ผมรู้สึกเสียดายอย่างยิ่ง ว่าเหตุใด ในยามร้าย ยามเกิดเหตุวิบัติภัย เพื่อนมนุษย์ประสบเคราะห์กรรมทุกข์ร้อน มีเพื่อนมนุษย์จากทั่วโลกเดินทางเข้ามาช่วยเหลือโดยไม่ติดยึดกับความแตกต่างทางเชื้อชาติ ศาสนา สีผิว ไม่มีเงื่อนไข บางคนเป็นอาสาสมัครไม่มีข้อต่อรอง  เป็นความงดงามที่เกิดจากความเห็นอกเห็นใจระหว่าง "มนุษย์กับมนุษย์ด้วยกัน" แต่องค์กรบางองค์กรกลับแฝงเข้ามาเพื่อหาผลประโยชน์เฉพาะตัว ให้ความช่วยเหลือโดยแอบอ้างพระเจ้า หวังผลเผยแผ่ลัทธิแบบเร่งด่วน ที่เสมือนการยัดเยียด ฉวยโอกาสบนความเดือดร้อนของเพื่อนมนุษย์ ไม่ใช่ความสมัครใจที่แท้จริง จึงไม่ได้ศรัทธาที่บริสุทธิ์ แต่กลับนำไปสู่ความแตกแยกของชุมชนท้องถิ่น 

 

4) วิธีการขององค์กรศาสนาดังกล่าวนั้น ไม่ต่างจากวิธีการตลาดของธุรกิจสมัยใหม่ และคล้ายคลึงกับวิธีคิดของ "บัตรไฮเทคพรรคไทยรักไทย" ที่เร่งหาสมาชิกพรรคด้วยวิธีทางการตลาดแบบสินค้าจานด่วน โดยให้ผู้สมัครสมาชิกพรรคไทยรักไทยได้สิทธิในการซื้อสินค้าลดราคา ซึ่งเพิ่งจะมีการเปิดเผยกันไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

 

น่าคิดว่า ศาสนากับการเมือง เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความคิด ความเชื่อ อุดมการณ์ ความศรัทธา ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพจะนับถือศาสนาใด หรือจะสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดๆ ก็ได้  และในภายหลัง จะเปลี่ยนศาสนา หรือจะเปลี่ยนพรรคการเมืองก็ได้

 

วิธีการที่ใช้ผลประโยชน์เข้าล่อ ใช้เงินเข้าซื้อ หรือฉวยโอกาสใช้ความเหนือกว่าของตนเข้าบีบ จูงใจ สร้างเงื่อนไข เพื่อให้ประชาชนเข้าไปนับถือศาสนา หรือเข้าไปเป็นสมาชิกพรรค จึงไม่ได้ดีไปกว่ากัน

 

คริสต์ศาสนิกชนจำนวนไม่น้อย คงรู้สึกไม่สบายกับการที่บางองค์กรไปใช้วิธีที่ไม่บริสุทธิ์ดังว่า  ซึ่งก็เช่นเดียวกัน  สมาชิกพรรคไทยรักไทยจำนวนไม่น้อย ย่อมรู้สึกไม่สบายใจที่ผู้บริหารพรรคจะใช้วิธีการคล้ายกันนั้น เชื่อว่า กรรมคงมีจริง

 

ในที่สุด องค์กรศาสนาที่ใช้วิธีการไม่บริสุทธิ์เยื่ยงนั้น ย่อมจะถูกควบคุมดูแลโดยสมาชิกในคริสต์ศาสนาที่เข้าใจความลึกซึ้งและมีศรัทธาที่แท้จริงต่อศาสนา

 

ในขณะเดียวกัน นักการเมืองหรือพรรคการเมืองที่ใช้วิธีการที่ไม่บริสุทธิ์เยี่ยงนั้น ย่อมจะสูญเสียศรัทธา สูญเสียความน่าเชื่อถือ กระทั่งไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนผู้มีอุดมการณ์การเมืองที่แท้จริง

 

ศาสนา และ อุดมการณ์การเมือง ยืนยาวกว่าชีวิตสั้นๆ ของมนุษย์

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์