1เดือน คดีฆ่าพระสุพจน์ ไปไม่ถึงไหน?

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

 ปฏิทินประชาไทxไข่แมว2020

"เวลาผ่านไปได้ 1  เดือนแล้ว  คดีพระสุพจน์ก็ยังไม่ระแคะระคายแต่อย่างใดเลย  ดังนั้น  เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะต้องรีบเร่งรัดคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว  เพราะมิเช่นนั้น  มันจะไม่ใช่แค่นี้  แต่จะมีต่อไป  และจะมีความรุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด" รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา  กรมศาสนา  กล่าวในงานพิธีตานกู่บรรจุอัฐิพระสุพจน์  สุวโจ


 

เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา  ที่บริเวณสถานปฏิบัติธรรมสวนเมตตาธรรม บ.ห้วยงูใน  ต.สันทราย อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ มีการจัดงานทำบุญอุทิศครบรอบ  1  เดือน ของพระสุพจน์  สุวโจ  พระนักอนุรักษ์และพระเผยแผ่ธรรมะที่สำคัญของวงการพุทธศาสนาของประเทศ  ซึ่งถูกคนร้ายลอบสังหารอย่างโหดเหี้ยม  โดยในงานดังกล่าว  ได้มีชาวบ้านห้วยงูใน และหน่วยงานองค์กรอีก  22  องค์กร เข้าร่วมงานพิธีขึ้นท้าวทั้งสี่  เลี้ยงผีขุนห้วยขุนน้ำ  พิธีบวชป่า  พิธีสวดถอนตามประเพณีเมืองเหนือยังบริเวณสถานที่เกิดเหตุ  และมีพิธีบรรจุอัฐิพระสุพจน์ ใกล้กับกุฏิที่พักแล้ว  หลังจากนั้นในช่วงบ่าย  ได้มีการจัดเสวนาถึง กรณีปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับพระในสังคมไทย

 

นายสุทัศน์  ฤาชัย  ตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์ป่าเวียงด้ง อ.ฝาง  จ.เชียงใหม่  กล่าวว่า  สถานการณ์บ้านเมืองที่อำเภอฝางทุกวันนี้ถือว่ารุนแรงและร้อนร้าย  โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนที่รักษาทรัพยากร กับคนที่แย่งชิงทรัพยากรในพื้นที่  ซึ่งมีกลุ่มอิทธิพลเข้ามาครอบงำ  และนอกจากจะมีการแย่งชิงทรัพยากรดิน น้ำ ป่า แล้ว  ที่สำคัญยังมีการเข้ามาแย่งชิงมวลชนชาวบ้าน  จนคนในหมู่บ้านต้องเกิดความขัดแย้งกัน 

 

"และเมื่อพูดถึงความรุนแรงในขณะนี้  ไม่ใช่แค่ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ พระสงฆ์ก็ยังถูกข่มขู่กระทั่งทำร้ายจนเสียชีวิต  ดังนั้น  นอกจากเราจะช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าเอาไว้แล้ว  อยากขอให้ทุกฝ่ายออกมาช่วยกันปกป้องอนุรักษ์ผู้ที่เป็นอนุรักษ์รักษาป่าเอาไว้ด้วย" นายสุทัศน์ กล่าว

 

บาทหลวงนิพจน์  เทียนวิหาร  ตัวแทนจากคริสต์ศาสนิกชน  กล่าวว่า  จริงๆ  แล้ว  ทุกศาสนาสอนให้มนุษย์เราอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล กับธรรมชาติมาโดยตลอด  และจะสอนให้เรารู้ว่าในธรรมชาตินั้นมีความศักดิ์สิทธิ์อยู่  และในธรรมชาตินั้นมีธรรมะอยู่  ซึ่งการเสียชีวิตของพระสุพจน์นั้น  ถือว่าเป็นสัญญะบางอย่าง  ที่สะท้อนให้เห็นถึงการทำลายโครงสร้างที่เป็นระบบคุณค่า  ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ที่มีอยู่ในโลก  โดยมีการแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ  ซึ่งเป็นผลของความบาป  ความโลภ  ของมนุษย์ 

 

"และที่มันมีปัญหารุนแรงเพิ่มขึ้น  ก็เพราะโลกของเราทุกวันนี้  กำลังขับเคลื่อนไปสู่เสรีนิยมใหม่  มีการเปลี่ยนทรัพยากรให้เป็นทุน  เพื่อการบริโภค  จนกลายเป็นโครงสร้างที่อันตรายอย่างใหญ่หลวงในสังคมโลกในขณะนี้  แม้กระทั่งในประเทศต่างๆ  เช่น อาร์เจนติน่า หรือเอลซัลวาดอร์  ที่มีกลุ่มพระนักพัฒนาเข้าไปทำงานอยู่ร่วมกับชนพื้นเมือง  แต่ก็ถูกเข่นฆ่าทำลายในขณะที่กำลังทำพิธีทางศาสนา  ซึ่งถือว่าเป็นบาปที่มนุษย์เรามีการแสวงหาความโลภ โดยยึดเอาวัตถุเป็นตัวตั้ง  ซึ่งหากเป็นเช่นนี้  ก็จะก่อให้เกิดความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นในอนาคต" บาทหลวงนิพจน์  กล่าว

 

ด้าน นางบุญศรี   ปานะจิตร  รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ  กรมศาสนา  กล่าวว่า  ในฐานะตัวแทนชาวพุทธ  รู้สึกสลดใจที่เกิดเหตุการณ์ที่พระรูปหนึ่งถูกทำร้ายจนมรณภาพเช่นนี้  ซึ่งมันเป็นความโหดร้ายในจิตใจของชาวพุทธ  ในขณะที่คนที่กระทำไม่รู้สึกว่าตนเองจะต้องได้รับกรรมเพราะความโลภที่หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ 

 

"และเมื่อผ่านไปได้ 1  เดือน  คดีพระสุพจน์ก็ยังไม่ระแคะระคายแต่อย่างใด  ดังนั้น  เจ้าหน้าที่บ้านเมืองจะต้องรีบเร่งรัดคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว  เพราะมิเช่นนั้น  มันจะไม่ใช่แค่นี้  แต่จะมีต่อไป  และจะมีความรุนแรงขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด" รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา  กรมศาสนา  กล่าว

 

ขณะที่ พระกิตติศักดิ์  กิตติโสภโณ  พระประจำสถานปฏิบัติธรรมสวนเมตตาธรรม อ.ฝาง จ.เชียง

ใหม่ ประธานกลุ่มเสขิยธรรมกล่าวว่า  กรณีการสังหารพระสุพจน์นั้น  เมื่อได้พูดคุยกันในแวดวงชาวบ้าน  ผู้นำชุมชน  ทุกคนเข้าใจดีว่าสาเหตุนั้นมาจากอะไร  ยกเว้นเพียงเจ้าหน้าที่ของรัฐส่วนใหญ่เท่านั้นที่ไม่เข้าใจ  โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่ที่ยังมองเพียงแค่ความขัดแย้งในเรื่องผล

ประโยชน์ส่วนตัว  บันดาลโทสะ อยู่อย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  มิหนำซ้ำ ยังมีความพยายามอย่างต่อเนื่องที่จะทำให้พระที่อยู่ในสถานปฏิบัติธรรมสวนเมตตาธรรมเป็นผู้ผิด  เพียงที่เจ้าหน้าที่จะไม่ต้องรับผิดชอบในความบกพร่องของพวกเขา  ซึ่งเป็นเรื่องอเนจอนาถอย่างยิ่ง 

 

"เราผ่านบทเรียนการถูกเข่นฆ่าผู้นำมามากต่อมาก  ไม่ว่าผู้นำชุมชน  ผู้นำชาวบ้านในการเรียก

ร้องต่อสู้ล้วนถูกฆ่า  เราสรุปบทเรียนบทเรียนกันมานับครั้งไม่ถ้วน  แต่กระบวนการในการรักษาชีวิตของผู้นำ  ซึ่งไม่เพียงแต่ผู้นำชาวพุทธ  ผู้นำมุสลิมใน 3  จังหวัดภาคใต้ หรือที่อื่นๆ  ไม่นับที่มีชื่อในสื่อสาธารณะที่ต้องล้มหายตายจากไป  โดยที่ไม่ได้รับการแก้ไข  เพราะฉะนั้น ทำอย่างไรถึงจะให้ความจริงที่ถูกความรุนแรงทำร้ายได้กลับคืนมา  และถึงที่สุดจะเป็นอย่างไร  ผู้ที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดความไม่ยุติธรรม  ผู้ที่เกี่ยวข้องในการบงการสังหาร  จะต้องถูกลากตัวมาลงโทษให้จนได้  และขอยืนยันไว้ต่อสาธารณชนเอาไว้ว่า  จะต้องทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นกับพระสุพจน์นั้นได้รับความชอบธรรมให้ได้" ประธานกลุ่มเสขิยธรรม  กล่าวย้ำในตอนท้าย.

 

 

รายงานพิเศษ

องอาจ  เดชา 

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์