การเมืองนำ ทำเละ รถเมล์เชียงใหม่ เตี้ยอุ้มค่อม

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ที่สุดแล้ว วาระเร่งด่วนของคนเชียงใหม่ คือความฝันจะเห็นรถเมล์ขาวมาบรรเทาทุกข์จากราคาน้ำมันพุ่ง   ก็จบลงที่ต้องรอไปอีก 

 

ทางออกที่ผู้เกี่ยวข้องเลือก คือล้มสัมปทานเดิม  และจับมือกันให้รถสี่ล้อแดงเข้ามาร่วมดำเนินการ  เหมือนจะเป็นภาพการเริ่มต้นที่ดีของความร่วมมือกัน   ขอให้คนเชียงใหม่ใจเย็นและอดทนรอสักนิด

 

แต่หากเมื่อได้ลงลึกในรายละเอียดของระบบแล้ว   เมื่อมี "การเมือง"เข้าแทรก  เลยทำให้บทสรุปยกแรกของอนาคตรถเมล์ต้องเลือกใช้ทางออกแบบ "เตี้ยอุ้มค่อม"  

                                               

 

การเมืองเรื่องรถเมล์พัวพันกันมาแต่แรกเริ่ม  และปะทุฉาวโฉ่เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาจากเหตุการณ์รถสี่ล้อแดงยึดข่วงท่าแพเรียกร้องว่าได้รับความเดือดร้อนจากการเกิดขึ้นของรถเมล์ขวัญเวียงจำนวน 5 คัน

 

การประท้วงครั้งนั้นประกาศเผาบัตรสมาชิกพรรคไทยรักไทย  และคนโตแห่งสหกรณ์นครลานนาเดินรถอย่าง สิงห์คำ นันติ ก็ประกาศลั่นว่า พรรคฯ เคยสัญญาก่อนการเลือกตั้งว่าจะไม่ให้กลุ่มรถแดงที่มีกว่า 3,000 คัน และครอบครัวรวมแล้วนับ 10,000 ชีวิตที่เป็นฐานเสียงอันแข็งแกร่งของเขต 1 ต้องได้รับผลกระทบ

 

การคลี่คลายครั้งนั้น นางเยาวภาต้องโทรทางไกลมาหาสยบสถานการณ์ด้วยซ้ำ  แต่นับจากวันนั้น เชียงใหม่ต้องเดินหน้าการเตรียมตัวเองสู่ความเป็นฮับหรือศูนย์กลางด้านการบินในภูมิภาคนี้ สิ่งหนึ่งที่จะสนับสนุนความเป็นฮับคือการขนส่งมวลชนในตัวเมืองต้องตอบสนอง   รถเมล์ขาว 26 คัน ด้วยงบประมาณ 60 กว่าล้านบาทจึงมาถึงเชียงใหม่ตั้งแต่เดือนเมษายน 2548 เพื่อให้เทศบาลนครเชียงใหม่นำออกบริการชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยว

แม้จะได้รับสัมปทานเส้นทางแต่ผู้บริหารเทศบาลนครเชียงใหม่ก็ไม่สามารถนำรถออกมาให้บริการได้จนกระทั่งใกล้กำหนด 60 วันตามเงื่อนไขของกฎหมาย จึงได้มีการประชุมลับเกิดขึ้น

โดยต้องมีตัวแทนบิ๊กรัฐบาลมานั่งเป็นประธานฯ ด้วย

 

นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ คือตัวแทนบิ๊กที่ว่า และที่ประชุมยังประกอบด้วย นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่, นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต, ...ประเสริฐ จันทราพิพัฒน์ รอง ผบก..จว.เชียงรายในฐานะที่ปรึกษาสหกรณ์นครลานนาเดินรถ, นายสิงห์คำ นันติ ประธานสหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด, นายพรชัย จิตรนวเสถียร รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ตลอดจนพ...ชาติไทย ชูชัย สารวัตรจราจรเขตใต้และตัวแทนนายธงชัย วงศ์เหรียญทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่
           

 การหารือยึดหลักประนีประนอมแบบยุทธศาสตร์การเมือง  เพื่อหวังยุติกรณีปัญหาที่กระทบกระทั่งกันมาอย่างยาวนาน  ข้อสรุปที่ได้จึงเป็นว่า

1.       ปรับปรุงเส้นทางสัมปทานรถเมล์ขาวใหม่ 2 เส้นทาง ให้ไปวิ่งเส้นอ้อมเมืองและหนองหอย - ศาลากลาง  เพื่อไม่ทับสัมปทานรถแดง

2.       รถสี่ล้อแดงนำรถเข้าร่วมบริการ 100 คันและปรับปรุงเส้นทางสัมปทาน 2 เส้นทางคือสาย สนามบิน - ศาลากลาง และคาร์ฟู-สนามบิน

3.       เทศบาลนครเชียงใหม่อุดหนุนค่าน้ำมันในการเริ่มต้นทดลองเดินรถคันละ 100 บาทต่อวันเป็นเงิน 10,000 บาทต่อวัน

 

บนโต๊ะเจรจาที่ใช้การเมืองนำจบลงด้วยความพอใจ  แต่การบริหารงานที่จะให้อยู่รอดหรือ

ไม่ยังเป็นปัญหา  รวมทั้งข้อพิจารณาว่าได้ตอนสนองการใช้บริการหรือจูงใจให้คนเชียงใหม่เปลี่ยนพฤติกรรมทิ้งรถส่วนตัวมาใช้รถเมล์ได้จริงหรือ

 

เปลี่ยนเส้นทาง

เขี่ยรถเมล์ออกนอกเมือง

 

ในการแถลงของนายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวไว้เมื่อ 2 มีนาคม 2548 โอกาสได้รถเมล์ขาว 26 คันมาใหม่หมาด  เขาระบุถึง 2  เส้นทางที่จะขอสัมปทานว่านอกจากจะอิงจากเส้นทางเดิมของรถเมล์เหลืองในอดีตและอิงการออกแบบของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร นอกจากนั้นยังให้เส้นทางมีระบบรัศมีไขว้เพื่อให้เกิดจุดจอดรถเพื่อเปลี่ยนรถได้   และอิงจากการผลสำรวจของชาวเชียงใหม่ว่าเป็นเส้นทางที่ต้องการใช้บริการ ที่สำคัญไม่ทับสัมปทานรถแดงแต่อย่างใด

แต่ข้อตกลงในที่ประชุมลับเมื่อ 13-14 กรกฎาคม 2548 เพื่อหาข้อสรุปในการนำรถเมล์ขาวออกมาวิ่งโดยหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สหกรณ์นครลานนาเดินรถ  และตัวแทนจากภาคการเมืองระดับชาติ  กลับกลายเป็น 1 ในเส้นทางดังกล่าว ตกไปอยู่ในการบริหารของรถแดง  อีก 1 เส้นทางปรับเปลี่ยนการเดินรถ  และมีเส้นทางอีก 2 เส้นทางที่รถแดงอีก 100 คันจะเข้าร่วมให้บริการ  เหตุผลหนึ่งของการปรับเปลี่ยนนี้คือ ขนาดของรถเมล์ที่ใหญ่ ไม่เหมาะกับสภาพของถนนในเมือง 

 

นายบุญเลิศ ให้สัมภาษณ์ "พลเมืองเหนือ" อีกครั้งเมื่อวันที่18 กรกฎคม 2548 ว่าเส้นทางใหม่แบ่งออกเป็น 5 เส้นทาง ให้กับเทศบาลนครเชียงใหม่ 2 เส้นทาง สหกรณ์นครลานนาเดินรถ 2 เส้นทาง และรถเมล์ของโครงการบ้านขวัญเวียงอีก 1 เส้นทาง

 

โดยสหกรณ์นครลานนาเดินรถ จะนำรถสี่ล้อแดงจำนวน 100 คัน  เข้าร่วมวิ่งรับช่วงต่อผู้โดยสารจากรถเมล์เส้นภายในเขตตัวเมืองเชียงใหม่ ใน 2 เส้นทาง ๆ ละ 50 คัน เนื่องจากที่ประชุมเห็นว่าหากรถเมล์ของเทศบาลฯ ตามสัมปทานเดิมเข้ามาวิ่งภายในเขตเมืองและเข้าตามซอกซอยต่าง ๆ อาจไม่สะดวกเพราะเป็นรถขนาดใหญ่ สภาพถนนไม่เอื้ออำนวย อาจทำให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดมากขึ้น และเป็นเส้นทางที่ทับซ้อนกับเส้นทางของรถสี่ล้อแดงในหลาย ๆ จุด 

 

นายบุญเลิศ กล่าวด้วยว่า เป็นการพบกันครึ่งทาง  อยากให้ระบบขนส่งมวลชนเกิดขึ้นมาได้จริง ๆ ไม่อยากให้มีการประท้วง  การจัดเส้นทางสัมปทานใหม่ผมก็คิดว่าเป็นทางออกที่ดี ปัจจุบันเส้นทางเขตรอบนอกเมืองเชียงใหม่ยังไม่มีขนส่งมวลชนรองรับประชาชนที่ต้องการเดินทางเข้าสู่ภายในตัวเมือง ซึ่งการจัดเส้นทางใหม่ให้รถเมล์ของเทศบาฯ วิ่งรอบเมืองและให้รถสี่ล้อแดงมารับช่วงต่อตามจุดต่าง ๆ น่าจะเป็นความร่วมมือและทางออกที่ดีของทั้งเทศบาลฯและสหกรณ์นครลานนาเดินรถ ที่จะมีผลประโยชน์ร่วมกัน และผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงก็คือประชาชนที่จะสามารถใช้ระบบขนส่งมวลชนเป็นทางเลือกในการเดินทาง

 

ดังนั้นแนวการเดินรถของรถเมล์ขาวเบื้องต้นจึงอยู่ในสายอ้อมเมืองวานซ้าย ขวา และจากหนองหอย ไปยังศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่  ขณะที่เส้นทางของรถแดงอยู่ที่สนามบิน - ศาลากลาง และคาร์ฟู - สนามบิน

 

แต่ไม่มีคำอธิบายว่าเหตุใดจึงรถเมล์ต้องวิ่งในสายหนองหอย - .พันเจ็ด ที่ต้องผ่านย่านฟ้าฮ่ามที่เล็กและแคบ ซึ่งย่อมเกิดปัญหาในช่วงการจราจรคับคั่งเช้าและเย็นแน่  

 

ทุ่มเงินล้าน อุ้มรถแดง

 

ก่อนหน้านี้นายบุญเลิศได้เคยให้สัมภาษณ์การบริหารรถเมล์ว่าเทศบาลฯ ได้กันเงินส่วนหนึ่งเพื่อบริหารจัดการที่คาดว่าเริ่มต้นอาจขาดทุนวันละ 20,000 บาท  แต่หากมีผู้ใช้บริการมากเงินอุดหนุนก็จะลดลง และกำลังพิจารณาว่าจะต้องบริหารเองหรือว่าจ้างเอกชนจึงจะเหมาะสม พร้อมกันนี้อาจหารายได้จากการมีสปอนเซอร์สินค้าข้างรถ

 

อย่างไรก็ตามในการตกลงใหม่ เทศบาลนครเชียงใหม่จะต้องอุดหนุนรถสี่ล้อแดงที่เข้าร่วมในโครงการนี้จำนวน 100 คันด้วย  โดยเป็นการช่วยค่าน้ำมันวันละ 100 บาทต่อคันในระยะ 4 เดือน  นั่นหมายถึงวันละ 10,000 บาท  หรือเดือนละ 300,000 บาท หรือระยะทดลอง 4 เดือนเป็นเงินราว 1.2 ล้านบาท

 

ภาวะการณ์ที่นอกจากเส้นทางจะเสียเปรียบด้านผู้โดยสารแล้ว  เทศบาลฯ ยังตกอยู่ในภาวะ "เตี้ยอุ้มค่อม" โดยไม่จำเป็น ทั้งที่ทั้ง 2 กลุ่มต่างดำรงสถานะเป็นผู้ประกอบการรถโดยสารเหมือนกัน   แม้กิจการขนส่งมวลชนจะถือเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างหนึ่งที่รัฐต้องลงทุนโดยอาจจะไม่มีผลกำไร  แต่การแบกรับภาระครั้งนี้มิใช่เรื่องเล็ก เพราะนั่นหมายถึงเม็ดเงินที่ต้องอุดหนุนอย่างต่อเนื่อง  ขณะที่บทเรียนการประกอบการจากรถเมล์ขวัญเวียงซึ่งขณะนี้ขาดทุนต่อเนื่องถึงเดือนละ 2 แสนบาทก็เป็นตัวอย่างให้เห็นถึงความยากลำบากเบื้องหน้า

 

ไม่รับประกันไม่วิ่งทับสัมปทาน

 

ขณะนี้ผู้เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการตั้งคณะกรรมการของแต่ละฝ่ายขึ้นมา เพื่อวางระบบการ

วิ่งเดินรถที่ชัดเจนให้เป็นไปตามเส้นทางที่กำหนด สำหรับรถสี่ล้อแดงที่เข้าร่วมโครงการจะมีสติ๊กเกอร์หรือป้ายติดหน้ารถ มีจุดจอดและรับส่งผู้โดยสารต่อจากรถเมล์ที่ชัดเจน และใช้อัตราค่าโดยสารที่กำหนดตามเส้นทางใหม่อย่างเคร่งครัด ซึ่งราคาค่าโดยสารสำหรับรถเมล์และรถสี่ล้อแดงจะอยู่ประมาณ 10 - 12 บาท โดยจะต้องเป็นอัตราที่เท่ากัน 

 

นายสิงห์คำ นันติ ประธานสหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด เปิดเผย "พลเมืองเหนือ" ว่า  หากรถเมล์ของเทศบาลฯ วิ่งตามเส้นทางเดิมที่ได้รับ จะส่งผลกระทบต่อรถสี่ล้อแดงอีกกว่า 2,000 คันอย่างแน่นอน ซึ่งเส้นทางใหม่ของรถเมล์น่าจะเป็นการรองรับผู้โดยสารจากถนนรอบนอกตัวเมืองเข้าสู่ตัวเมืองที่จะมีรถสี่ล้อแดง 100 คันรองรับอีกต่อหนึ่ง โดยจะกำหนดตารางเวลาวิ่งตั้งแต่ต้นทาง-ปลายทาง อย่างชัดเจน ส่วนรถสี่ล้อแดงที่เหลืออีกกว่าหลายพันคันก็จะยังคงวิ่งตามเส้นทางปกติ หรืออาจมีบางคันที่วิ่งในเส้นทางเดียวกับรถสี่ล้อแดง 100 คัน แต่ยืนยันว่ารถจำนวน 100 คัน จะวิ่งภายในเส้นทางที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งประชาชนสามารถเลือกได้

 

 จุดนี้คือสิ่งที่เป็นปัญหา  เพราะบทเรียนจากรถขวัญเวียงซึ่งแม้ได้สัมปทานเส้นทางแล้ว แต่ที่ผ่านมารถแดงก็ยังคงวิ่งทับเส้นทางอยู่  และแม้จะจัดเส้นทางรถเมล์ขาวใหม่และรถแดงที่เข้าร่วมโครงการแล้วก็ตาม แต่ไม่มีหลักประกันใดยืนยันได้ว่า รถแดงที่เหลือจะไม่วิ่งเข้าไปทับสัมปทานนั้นโดยอ้างว่าเป็นความต้องการของผู้โดยสาร

 

อาจารย์บุญส่ง สัตโยภาส จากภาควิชาวิศวกรรมโยธา  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่าเมื่อรถเมล์มาถึงแล้วอย่างไรก็จำเป็นจะต้องออกวิ่งให้บริการประชาชน  ซึ่งเมื่อรถแดงมาร่วมก็ถือว่าเป็นทางออกหนึ่ง  แต่ประเด็นอยู่ที่ว่ารถที่เหลือก็วิ่งปกติ ทับเส้นสัมปทานเดิมเหมือนเดิมหรือไม่   เพราะนั่นเท่ากับทำให้รถที่สัมปทาน 4 เส้นทางมีรายได้ที่น้อยลงไม่คุ้มค่า   ทั้งนี้มีบทเรียนจากหลายจังหวัดแล้วว่า ปัญหาการวิ่งทับเส้นทาง ทำให้รถที่วิ่งตามเส้นทางและมีความถี่น้อยผลประกอบการแย่ลง เช่นที่จังหวัดพิษณุโลก   ซึ่งเมื่อไม่มีวิธีการจัดการกับรถที่วิ่งทับสัมปทาน ความคุ้มทุนก็ต่ำลง การอุดหนุนก็จะต้องเพิ่มมากขึ้น

 

อาจารย์บุญส่งถือว่าสิ่งที่เป็นข้อตกลงออกมาคือความพยายามที่จะนำรถเมล์ที่มาจอดอยู่นานแล้วได้ออกมาใช้  ก็ควรจะได้ทดลองนำออกมาวิ่ง แต่เมื่อเริ่มวิ่งในเส้นสัมปทานใน 4 เส้นทาง  ก็ควรจะให้อยู่ให้ได้ ที่สำคัญจะต้องทำให้เป็นระบบขนส่งสาธารณถที่เป็นประโยชน์แก่คนเชียงใหม่  ขณะเดียวกันเมื่อถึงจุดหนึ่งก็ต้องสามารถเลี้ยงตัวเองได้ด้วย

 

ทางออกของรถเมล์เชียงใหม่ในกำมือผู้รับผิดชอบ  อาจเหมาว่าเป็นผลสำเร็จในมิติของการเมือง  ที่ทำให้ได้ข้อยุติอย่างประสานผลประโยชน์ด้วยสูตรสำเร็จคือการรอมชอมและอุดหนุน   แต่กลับสร้างคำถามที่ท้าทายต่อศรัทธาชาวเชียงใหม่ถึงเป้าหมายที่แท้จริงของการมีรถเมล์ ว่าได้ตอบสนองระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพให้กับคนเชียงใหม่  และการบริหารจัดการให้ยั่งยืนอยู่ได้จริงหรือ   ?

 

ล้อมกรอบ

 

อย่าสักแค่มี !

แบบไหน รถเมล์ในฝัน ?

 

คงไม่ใช่แค่เพียงให้มี  แต่มีแล้วต้องดีและถูกใจด้วย   !

 

คนเชียงใหม่อยากได้รถเมล์แบบไหน  ได้มีการสำรวจความต้องการออกมาล่าสุด

 

รายการวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน เชียงใหม่-ลำพูน ร่วมกับเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์อากาศเมืองเชียงใหม่และโครงการเมืองยั่งยืน   โครงการศึกษาพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหามลภาวะทางอากาศของประชาชนเมืองเชียงใหม่  สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  สำรวจความคิดเห็นชาวเชียงใหม่จากผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 2,784 คน โดยใช้ไปรษณียบัตรและแบบสอบถามระหว่างวันที่  18 - 27  มิถุนายน  2548  เป็นเพศชาย 56 % เพศหญิง 44 % อายุ 19-35 ปี 43 % ต่ำกว่า 18 ปี 38 % 36- 60 ปีขึ้นไป 19 %  ส่วนใหญ่มีการศึกษาปริญญาตรีและอนุปริญญา ถึงความเห็นต่อการใช้รถเมล์เมืองเชียงใหม่ โดยตอบแบบสอบถาม 94 % เห็นว่าเมืองเชียงใหม่ควรมีรถเมล์  แต่อีก 6 % เห็นว่าไม่ควรมี  และแสดงความเห็นในประเด็นต่างๆ ดังนี้ 

 

รูปแบบ สภาพ คุณภาพรถ

เห็นว่า ควรตรวจสอบให้มีความปลอดภัย และพร้อมทุกด้านก่อนให้บริการ,  มีการตรวจวัดปริมาณควันดำ และสมรรถภาพของรถสม่ำเสมอ ,ควรเป็นรถเมล์ปรับอากาศ ,ควรมีการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น,ควรใช้รถเมล์ขนาดเล็กมากกว่าขนาดใหญ่เพื่อไม่กีกขวางการจราจรในตัวเมืองซึ่งคับแคบ ,เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ,ไม่ควรนำรถที่มีอายุการใช้งานมากมาใช้ ,ควรใช้น้ำมันที่ปลอดสารหรือก๊าซธรรมชาติ ,ควรทำเป็นรถเมล์ไฟฟ้า

 

ความคาดหวังเกี่ยวกับเส้นทาง

เห็นว่าเส้นทางการเดินรถควรเพียงพอแก่ความต้องการของประชาชนทั้งในพื้นที่ในเมือง และเขตนอกเมือง ,ควรศึกษาเส้นทางให้เอื้อต่อสถานศึกษา ศูนย์การค้า สถานีขนส่ง (อาเขต) สถานที่ราชการ และสถานที่สำคัญต่าง ๆ  ,ควรมีเส้นทางผ่านทุกโรงเรียนเพื่อช่วยลดปริมาณรถที่ไปส่งเด็กนักเรียน ,ควรทำป้ายรถเมล์ที่ชัดเจน เข้าใจง่าย และที่จอดรถรับผู้โดยสารให้ปลอดภัย ป้องกันแดด และฝนตก มีหลายจุด แต่ไม่ก่อให้เกิดการจราจรติดขัด ,ไม่ควรจะวางผังทางเดินรถเมล์ให้ทับซ้อนกับรถสองแถว เพื่อป้องกันปัญหาการขัดแย้งผลประโยชน์,ควรมีการประชาสัมพันธ์เส้นทางการเดินรถให้แก่ประชาชน,ควรให้บริการ 24 ชั่วโมง และสม่ำเสมอ และมีมาตรฐานการออกรถที่ชัดเจน

 

ความคาดหวังเกี่ยวกับพนักงาน

พนักงานขับรถต้องได้รับการคัดเลือก และได้รับการอบรมในเรื่องของการขับขี่อย่างปลอดภัย และมีการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด  ,พนักงานที่ให้บริการ/กระเป๋ารถเมล์ ควรต้องมีความสุภาพ มีมารยาท และมีจรรยาบรรณในการบริการ ,ควรสร้างความมั่นใจ และความปลอดภัยในการขับขี่,คนขับรถเมล์ควรเป็นคนที่ขับรถโดยสารประจำทาง หรือคนขับรถแดงเดิม

 

การดำเนินงานของรถเมล์

การดำเนินงานต้องโปร่งใส เป็นธรรมแก่ประชาชนผู้ใช้บริการ ,ควรให้องค์กรประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการ หรือตรวจสอบได้ ,ค่าโดยสารไม่ควรจะแพงเกินไป

 

ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะอื่น ๆ

ก่อนที่จะนำรถเมล์มาใช้ ควรปรับปรุงสภาพถนนให้มีความเหมาะสม ,ควรมีกฎหมายรองรับอุบัติภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้รถเมล์ในการเดินทาง ,ถ้าหากไม่มีรถเมล์บริการ ก็ควรให้รถแดงบริการเป็นเส้นทางประจำ และควรปรับปรุงการให้บริการของรถแดง ,ควรมีการขนส่งมวลชนจากชานเมืองโดยใช้รถไฟฟ้ารางเดี่ยวหรือรางคู่ ,ควรจัดระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัย เช่นรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน มาให้บริการแก่ประชาชนโดยกำหนดแผนอย่างชัดเจน ,ควรมีการรณรงค์ให้คนเชียงใหม่ลดพฤติกรรมรักสบาย ใช้รถส่วนตัว แล้วหันมาใช้รถเมล์ในการเดินทางแทน ,ถ้าอยากให้ระบบขนส่งมวลชนเกิดขึ้น คนเชียงใหม่ต้องแสดงพลัง อย่าปล่อยให้กฎหมู่ของกลุ่มคนบางกลุ่มมาอยู่เหนือกฎหมาย,การใช้รถเมล์ของเชียงใหม่ อย่าให้มีปัญหาเหมือนการให้บริการรถเมล์กรุงเทพ ,ควรมีรถเมล์ควบคู่กับรถแดง โดยมีการจัดการ และมาตรฐานที่ชัดเจนแน่นอน ,ควรงดใช้รถยนต์ส่วนตัว หรือรถจักรยานยนต์วันศุกร์ แล้วหันมาใช้รถจักรยานแทน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์