การต่อสู้ของภาคประชาชน...ที่สังคมไร้การเหลียวแล

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

หลายครั้งที่เราเห็นข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์หรือโทรทัศน์ว่ามีม๊อบต่างๆ บุกทำเนียบบ้าง  ปิดถนนบ้าง  หรือเผาหุ่นบ้าง  เผาโลงบ้าง  หลายคนคงรู้สึกเอือมระอากับการกระทำอันเป็นที่น่ารำคาญของชาวบ้าน  หลายคนอาจรู้สึกโมโหและด่าทอในการสร้างความวุ่นวายเดือดร้อนให้กับตน  หลายคนก็อาจไม่สนใจเพราะตนไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาจราจรหรือลูกหลงหากเกิดการปะทะที่รุนแรง  และหลายคนเลือกที่ไม่ใส่ใจหรือไม่รับรู้ด้วยซ้ำไปว่าชาวบ้านเขาได้รับความเดือดร้อนและมาเรียกร้องอะไรกัน 

 

ขณะที่  การต่อสู้ของชาวบ้านมากมายตามจุดเล็กๆ ของสังคมไม่เคยแม้แต่จะปรากฏเป็นข่าว!

 

มีน้อยคนนักที่จะเอาใจเข้าข้างชาวบ้าน มีใจที่เปิดกว้างและตระหนักรับรู้ถึงปัญหาที่พวกเขาเหล่านั้นต้องประสบ  เพียงน้อยคนนี้ที่ทราบถึงสถานการณ์ความเดือดร้อนซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม  ทั้งทางตรงและทางอ้อม อีกทั้งยังหาทางช่วยเหลือปกป้องการต่อสู้ของชาวบ้านต่อไป

 

คงต้องตั้งคำถามต่อไปว่า  ช่องว่างระหว่างคนในสังคมมันมีอาณาเขตกว้างขวางถึงเพียงนี้เชียวหรือ?  ทั้งๆ ที่โลกยุคนี้การสื่อสารสะดวกรวดเร็วและครอบคลุมไปทั่ว  แต่ทำไมยังมีกลุ่มคนที่อยู่ในส่วนที่จมและส่วนที่ลอยแม้จะอยู่ในอ่างน้ำเดียวกัน  โดยสิ่งที่อยู่ข้างบนพบแต่สิ่งที่สวยงาม หมดเวลาไปกับการร่ำเรียน  การทำงานและการหาเงิน  จนไม่เคยมองเห็นสิ่งอื่นใด 

 

น่าแปลกใจที่โลกข้างบนที่มีผืนฟ้ากว้างนี้ช่างคับแคบเหลือเกิน

 

ตรงข้ามกับโลกเบื้องล่าง  ที่เขาต้องเผชิญกับกากเน่าเสียที่คนข้างบนถ่มทิ้งมาให้  โดยที่เขาไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรือเรียกร้องใดๆ  โลกของการต่อสู้ดิ้นรนอย่างยากลำบากในชะตากรรมที่โดดเดี่ยว  เพื่อหวังเพียงปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและความเดือดร้อน  หวังเพียงว่าคนข้างบนจะเหลียวมองมาบ้างหลังจากที่ต่างตักตวงผลประโยชน์จากพวกเขาไปมากต่อมากแล้ว

 

นอกจากเขาจะต้องต่อสู้เพื่อปากท้องแล้ว เขายังต่อสู้เพื่อพิทักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่นซึ่งเป็นจุดเล็กๆ ของสังคม  แต่นั่นคือสิ่งที่เชื่อมโยงเป็นเนื้อเดียวกันของทรัพยากรทั้งมวลในประเทศ  การที่เขาต่อสู้เพื่อจุดเล็กจุดน้อยก็เท่ากับปกป้องทรัพยากรเพื่อคนทั้งประเทศและต่อมวลมนุษยชาติ  เขาตัวเล็กเกินไปหรือ? ถึงไม่มีใครเห็นความสำคัญของพวกเขา

 

ขณะที่  การต่อสู้ด้วยการเอาชีวิตเข้าแลกของชาวบ้านไม่กี่คน  สังคมมองว่าชีวิตของเขามีราคาน้อยด้อยค่ามากนักหรือ?  เขาทุ่มเทเพื่ออีกหลายๆ คน แต่สังคมกลับไม่เห็นหัวเขา  นั่นยังไม่พอ  ยังคงถลุงใช้และแย่งชิงผลประโยชน์ด้วยการใช้อำนาจต่างๆ มาทำร้ายเขาและทรัพยากรธรรมชาติที่เขาสู้อุตส่าห์ปกป้องอีก  มันโหดร้ายเกินไปไหม?

 

เมื่อพื้นที่ข้างล่างตีบตันขึ้นทุกที  วันหนึ่งเขาจึงต้องผุดขึ้นด้านบนบ้างเพื่อหายใจ  เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายใดๆ แต่กลับถูกประณามหรือไม่ได้รับความสนใจใยดี  แล้วทางออกใดเล่าที่จะช่วยเขาได้?  หรือว่าจะต้องจับอาวุธ  ใช้ความรุนแรงเพื่อเปิดตาสังคมเสียที  ซึ่งนั่นคงเป็นทางเลือกสุดท้าย

 

หวังว่าโลกใบนี้จะเปิดกว้างและแบ่งพื้นที่ให้นักต่อสู้ภาคประชาชนบ้าง  เพราะถึงอย่างไรเราต่างก็อยู่ในโลกใบเดียวกัน หรือบางส่วนำได้หลงไปตามกระแสที่ชักนำอยู่  หากจะหวังพึ่งสื่อก็คงเหลว  ทางที่ดีเราต้องเลือกเอง  ตัดสินใจเองบนพื้นฐานของการเปิดกว้างของความคิด ไม่ใช่รอให้ใครเขาเอามาใส่ปากกรอกหูอยู่ทุกวัน 

 

วอนขอว่าอย่าได้หลงใหลไปกับกระแสของความสวยงามจอมปลอมจนหลับใหล  แต่อยากให้เปิดตาเปิดใจเหลียวมองความจริงที่เกิดขึ้นบ้าง....แม้มันจะดูไม่สวยงามสักเท่าไหร่นัก

 

บางครั้งสิ่งที่เหมือนอยู่ไกลตัว แต่ความจริงมันอยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุด!!!

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์