การค้าสัตว์ในตลาดมืดอาจทำสัตว์ป่าเอเชียสูญพันธ์

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ประชาไท- การค้าสัตว์ในตลาดมืดในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเวลายาวนานกว่า 10 ปี ส่งผลให้สัตว์ป่าหายากบางชนิด อาจสูญพันธุ์ได้

 

นักวิจัยจากโครงการอนุรักษ์พันธ์สัตว์ป่าจากออสเตรเลียที่เข้ามาทำโครงการวิจัยอยู่ในเอเชียกว่า 7 ปี เปิดเผยในหนังสือ Black Market: Inside the Endangered Species Trade in Asiaซึ่งเพิ่งจะเปิดตัวในวันนี้ที่ออสเตรเลียว่า การค้าสัตว์ป่าหายากนั้นส่วนใหญ่แล้วกระทำการโดยได้รับความช่วยเหลือจากคนในรัฐบาลและโดยปกติแล้วจะมีส่วนสัมพันธ์ใกล้ชิดกับการค้าอาวุธและยาเสพติด

 

องค์การตำรวจสากลหรืออินเตอร์โพลได้ประเมินรายได้การค้าสัตว์อย่างผิดกฎหมายว่าสูงถึง 6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯต่อปี ซึ่งจัดเป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่เติบโตเร็วที่สุดอีกประเภทหนึ่ง

 

ธันย่า โนลาน ผู้สื่อข่าวโทรทัศน์เอบีซีของออสเตรเลีย รายงานว่า  มีฝูงแรดเดินทางอย่างคุ้นเคยเข้ามายังศูนย์รักษาพันธุ์สัตว์ พาบิโตร่า ใกล้กับแคว้นอัสสัมในตะวันออกเฉียงเหนือของอินเดีย สัตว์ชนิดนี้เป็นสัตว์ที่มีสายตาแย่มากจึงไม่สามารถสังเกตเห็นสายไปที่ขึงเอาไว้ระหว่างทางด้วยกำลังไฟฟ้า 11 กิโลวัตต์ที่ส่งเข้าไปในร่างกายของพวกมัน

 

อดัม ออสเวลล์ ช่างภาพและนักอนุรักษ์สัตว์ป่าจากซิดนีย์ กล่าวว่า ศูนย์รักษาพันธ์สัตว์ป่าแห่งนี้มีพื้นที่ 8 ตารางกิโลเมตร และมีหน่วยลาดตระเวนทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เป็นสถานที่อาศัยของแรดนอเดียวสายพันธุ์อินเดียที่ใหญ่ที่สุดในโลก  แต่ก็เป็นศูนย์ฯเพียงในนามเท่านั้น ตอนนี้มีแรดเหลือเอยู่น้อยกว่า 3 พันตัวแล้วและนอของมันก็ถูกตั้งราคาไว้ถึง 25,000 เหรียญสหรัฐฯ ( 1,025,000 บาท)ต่อ 500 กรัม ในตลาดมืด ซึ่งเย้ายวนใจมากๆ

 

" พื้นที่สงวนถูกล้อมด้วยชุมชนใหญ่ที่ประชาชนยากจนมากๆ การได้เงินเป็นล้านๆ ในชุมชนเล็กเช่นนั้นจากนอแรดเพียงนอเดียวย่อมเป็นสิ่งที่ผลักดันพวกเขาอย่างมาก ดังนั้นจึงมีคนพยายามที่จะบุกรุกเข้าไปเอานอแรดออกมาทุกวัน"

 

นอนั้นจะถูกส่งไปยังพ่อค้าคนกลางซึ่งอยู่ที่ใดที่หนึ่งในหมู่บ้านใกล้คียงนั่นแหละ และก็อาจจะถูกส่งต่อไปยังคนกลางอีกคนในเมือง ดีมาปูร์ หรือเมืองใดเมืองหนึ่งใกล้พม่า หรือบางที่เส้นทางจะเป็นผ่านพม่า หรืออินเดีย ไปยังจีน และต่อจากนั้นก็เดินทางไปต่อยังฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่น หรือ สิงคโปร์ หรือ ชุมชนจีนใหญ่แห่งใดแห่งหนึ่งในเอเชีย

 

ทั้งนี้ การค้าแรดนี้จะเป็นเรื่องที่เป็นความความลับอย่างยิ่ง ทำกำไรมากที่สุด และเป็นอันตรายกว่าการซื้อขายสัตว์ชนิดใดๆในตลาดมืด

 

อดัม ออสเวล และ เบน เดวี่ซึ่งเป็นผู้หนังสือดังกล่าวพบว่า ขอบข่ายของการค้านั้นยากที่จะละเลยเช่นกัน เพราะมีวงที่กว้างมาก จากตลาดปลาในโตเกียว ซึ่งหมีโพลา สตัฟฟ์ ถูกตั้งราคาไว้ที่ 11,000 เหรียญสหรัฐฯไปสู่ตลาดที่วุ่นวายของจีนที่ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถหาซื้อได้ในรูปแบบของสิ่งที่เรียกว่าเครื่องชูกำลัง

 

นอกจากนั้นยังมีตลาดส่วนบุคคลที่ไว้เป็นสำหรับเก็บเป็นของสะสม ซึ่งขยายของไปในยูโรปและอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดลูกค้าที่ต้องการสัตว์เลี้ยงที่มาจากต่างประเทศมากที่สุดในโลก

 

อดัม ออสเวลล์ กล่าวว่า นายทหารและตำรวจนอกราชการมักจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบค้าสัตว์เหล่านี้โดยได้รับความช่วยเหลือจากนักการเมืองที่โกงกินทั้งหลาย

 

" ในประเทศที่ประชากรไม่ได้มีรายได้มาก เขาจะไม่ค่อยระมัดระวังในเรื่องการฆ่าสัตว์ เขาคิดแค่ต้องการจะหาเงินเพื่อเลี้ยงครอบครัว ตราบเท่าที่เจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้ที่มีอิทธิพลทั้งหลายยังคงมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่ ผมคิดว่ามีเงินจำนวนมหาศาลอยู่ในนั้น เขามีอำนาจที่จะทำและจะจัดการกับมันได้ ดังนั้นพวกเขาก็ทำ"

 

สมาคมอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ประมาณการณ์ว่า ร้อยละ 96 ของประชากรเสือในโลกนี้ได้ถูกทำลายไปตลอดระยะเวลากว่า 100 ปีที่ผ่านมา ราคาของเสือแต่ละตัวโดยการขายอวัยวะทุกส่วนจะอยู่ที่  6 หมื่นเหรียญสหรัฐฯ ( 2.46 ล้านบาท)ในตลาดมืด

 

กองทุนอนุรักษ์สัตว์ป่าเพื่อธรรมชาติ (WWF) คาดว่า ร้อยละ 40 ของประชากรสัตว์ทั้งหมดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะสูญหายไปตลอดกาลภายในสิ้นศตวรรษนี้   

 

-----------------------------------------

 

ที่มา: เอบีซี นิวส์

เผยแพร่ใน : http://www.abc.net.au/worldtoday/content/2005/s1427351.htm

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์