"ฆาตกร"

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

เรื่องจากหมู่บ้าน "ฆาตกร"

หนังสือแลใต้ ฉบับที่ 7

 

ความเงียบปกคลุมกุโบร์ (ป่าช้า) อีกครั้ง เฒ่าเล๊าะ โต๊ะอิหม่ามแห่งหมู่บ้าน คลี่ผ้าขาวม้าปูรองนั่งใต้ร่มยางใหญ่อย่างหมดแรง เขาทอดสายตาเหม่อมองไปยังหลุมฝังศพของหะยีหมัด เศรษฐีใหม่ในหมู่บ้านที่พึ่งถูกกลบหลุมไปอย่างอาลัยอาวรณ์ ต่อไปนี้ตอนเช้าๆ ของทุกวันที่ร้านขายข้าวยำ ขายน้ำชาของหมู่บ้านคงขาดเพื่อคู่หูไปอีกคน "ไอ้หมัดเอ๋ย เอ็งไม่น่าเลย พระผู้เป็นเจ้าทำไมด่วนให้ไอ้หมัดมันจากไปเร็วขนาดนี้ ไอ้หมัดผู้เคร่งครัดต่อศาสนาและต่อพระผู้เป็นเจ้า ที่ไอ้พวก ขี้ผงขี้ยาเที่ยวทำความรำคาญให้กับคนทั้งหมู่บ้าน มันยังเดินลอยนวลกันทุกคน ไม่รู้จักตายซะที"

"หรือมีคนฆ่ามัน…ใครฆ่ามัน" เฒ่าเล๊าะรู้สึกตัวเย็นวาบเมื่อนึกถึงประเด็นนี้ เฒ่าเล๊าะนึกถึงคำพูดของหลายๆ คนต่อกรณีการตายของหะยีหมัด

"มันต้องพวกเล่นไสยศาสตร์ทำ" ไอ้สุโขดมันบอก "มันต้องถูกพวกลูกหลานวางยาสั่งแน่เลย" ไอ้สันออกความเห็น "กูว่ามันต้องถูกผีกิน มึงเห็นไหมก่อนตายมันผอมลงๆ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เพ้อทั้งวันทั้งคืน" มูหนีดเสริม

ใครฆ่าไอ้หมัด  ไอ้หมัดมันไม่น่าตายเร็วขนาดนี้เฒ่าเล๊าะนั่งรำพึงอยู่คนเดียวในกุโบร์

รถเก๋งคันงามแล่นฝ่าละอองฝุ่นเข้ามาในหมู่บ้านอีกแล้ว มันเป็นเรื่องปกติของหมู่บ้านไปเสียแล้ว แต่เดิมเวลามีรถเก๋งงามๆ แปลกๆ วิ่งเข้ามาเด็กๆ รวมทั้งผู้ใหญ่จะออกมามุงดูกัน แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีใครสนใจอีกแล้ว มีแต่กลุ่มวัยรุ่นตามร้านน้ำชาเท่านั้น ที่ชักนำเอาเรื่องรถเก๋งมาเป็นเกมการพนันอย่างหนึ่งของหมู่บ้าน พอเห็นฝุ่นฟุ้งมาแต่ไกล เกมการพนันก็เกิดขึ้น……..

"กูว่าเบนซ์"

"กูว่าเปอร์โย"

"กูว่าบี.เอ็ม.ดับบลิว"

"กูว่าซีวิค"

ฯลฯ

"ลงกองกลางคนละ 50 บาท ถูกใครคนนั้นเอาไปเลย" นี่คือเกมใหม่ของวัยรุ่นที่มีขึ้นใน 2-3 ปี ที่ผ่านมานี้ เฒ่าเล๊าะนั่งหลังพิงพนักเก้าอี้หน้าบ้าน สายตาทอดมองไปยังถนนดินลูกรังสีแดงที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา เมื่อก่อนนี้ทุกคนก็รอคอย รอคอยว่าเมื่อไหร่ถนนสายนี้จะตัดมาถึงหมู่บ้านเราเสียที ท่าน สส. ที่มารับปากไว้ทุกสมัยการเลือกตั้ง และทุกครั้งคนในหมู่บ้านก็พร้อมใจกันไปลงคะแนนให้เขา บัดนี้ทุกคนรู้สึกพอใจ บ้านของเรามีถนนตัดผ่าน

ความสะดวกสบายหลายๆ อย่างก็ตามมา แล้เจ้าพวกรถเก๋งคันแปลกๆ สวยๆ เหล่านี้ก็เข้ามา  แต่ก่อนนี้มีเพียงสองบ้านเท่านั้นที่พวกรถเก๋งคันงานเหล่านี้จะแวะเวียนมาจอดทำธุระ หรือลงมาพูดคุยทำความรู้จัก คือบ้านของเฒ่าเล๊าะ ซึ่งเป็นโต๊ะอิหม่าม และบ้านของผู้ใหญ่บ้าน

แรกๆ เฒ่าเล๊าะก็รู้สึกหน้าบาน รู้สึกเป็นเกียรติที่มักมีคนแปลกหน้า ฐานะดีๆ แวะเวียนมาหามาพูดคุยไม่เว้นแต่ละวัน แต่วันนี้ไม่มีใครแวะเวียนมาหาอิหม่ามเลาะอีกต่อไปแล้ว แกรู้สึกโล่งใจที่มันไม่มาหาแกอีกต่อไป

"ที่ดินป่าสนชายทะเลเหล่านั้นมีเจ้าของไหมคะ ป๊ะ" หญิงวัยกลางคน แต่งตัวสวยมีเครื่องประดับเหมือน    เจ้าของร้านทองในตลาด แวะมาหาเฒ่าเล๊าะเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว 

"มีซิครับ…. แต่พวกเราไม่นิยมทำรั้วกั้น ของใครตรงไหนเท่าไหร่ก็รับรู้กันทั้งหมู่บ้าน…. มันเป็นที่ที่บรรพบุรุษมาจับจองกันเอาไว้ ส่วนใหญ่ก็ไว้ล่ามแพะ ล่ามวัว บางคนก็ปลูกมะพร้าว" เฒ่าเล๊าะตอบ

"แล้วมีเอกสารสิทธิ์อะไรบ้างหรือเปล่า" หญิงคนนั้นถามต่อ

"ไม่มีหรอกคุณ พวกผมทั้งหมู่บ้าน 200 กว่าครัวเรือนนี้ ที่ดินมี น..3 ไม่เกิน 10 ครอบครัว ส่วนหนึ่งก็เป็น ส..1 แต่บางคนก็ไม่มีอะไรเลย"  เฒ่าเล๊าะตอบไปตามความจริง

"แล้วคนในหมู่บ้านเขาจะขายกันบ้างหรือเปล่า"

"ผมก็เห็นเขามีขายกันบ้างในบรรดาพี่ๆ น้องๆ ช่วงฤดูไปทำฮัจย์จะมีขายกันบ้างเหมือนกัน แต่ขายคนนอกผมยังไม่เคยเห็น…. แต่ผมก็ไม่ค่อยเห็นด้วยหรอกกับการขายดินให้กับคนนอก เพราะแผ่นดินตรงนี้บรรพบุรุษเขาจับจองไว้เพื่อให้พวกเราได้อยู่"  เฒ่าเล๊าะตอบไปตามซื่อ

ทุกคนเดินลงจากมัสยิดกันไปหมดแล้ว เฒ่าเล๊าะยังคงนั่งนิ่งสงบอยู่กับที่ วันนี้ถ้ามีหะยีหมัดแกคงไม่เหงาขนาดนี้ หะยีหมัดจะมีเรื่องใหม่ๆ แปลกๆ มาเล่าสู่ถกเถียงกันเสมอไม่ว่าเรื่องการไปทำฮัจย์ หรือเรื่องของความรู้ความเชื่อความศรัทธา แต่คิดอีกทีมันตายไปก็ดีเหมือนกัน เฒ่าเล๊าะรู้สึกทนไม่ได้กับคำพูดที่เย้ยหยันเพื่อนคู่หูของแก

"หะยีหมัดบ้า…ผีเข้า…โรคประสาท" คือคำพูดถึงที่เสียดแทงใจเฒ่าเล๊าะยิ่งนัก แต่แกก็หาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมจึงเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น

                    "กูไปเอาเงินจากธนาคารหมดแล้ว" คำพูดของหะยีหมัดเมื่อเดือนที่แล้ว แล้วภาพต่างๆ ก็เกิดขึ้น เฒ่าเล๊าะพยายามลำดับมันอีกครั้ง

"มึงเอาออกมาทำไปเงินตั้ง 5 ล้าน มึงจะเอาไปเก็บไว้ที่ไหน" เฒ่าเล๊าะพูดด้วยความตกใจ

"กูไปอ่านหะดิษ (คำสอนของศาสดา) เจอ..เขาบอกว่าคนที่กินดอกเบี้ยจะมีบาปเท่ากับสมสู่กับแม่ของตัวเอง" หะยีหมัดตอบด้วยท่าทีจริงจัง

"ก็มึงไม่ต้องเอาดอกเบี้ยก็ได้นี่… เวลาจะถอนคืนก็เอาคืนตามจำนวนเงินที่เราฝาก" เฒ่าเล๊าะพยายามอธิบาย

"ไม่รู้ละ ไอ้พวกธนาคารมันยุ่งกับเรื่องดอกเบี้ย หากกูไปฝากเงินไว้ก็เท่ากับกูไปสนับสนุนมัน กูไม่เอาด้วยแล้ว…นี่มึงช่วยเก็บไว้ให้กูด้วย ในกระเป๋านี่ 2 ล้าน กูขอฝากไว้กับมึง"

"ตอนนี้กูต้องรีบจ่ายเงินให้หมด กูปวดหัวจะบ้าตายอยู่แล้ว เมื่อวานกูซื้อรถกระบะให้ไอ้หมูดกับไอ้สันคนละคัน เซาต๊ะอยากสร้างบ้าน กูให้มันไป 5 แสน ยังมีเงินเหลือเยอะอยู่ดี"

เฒ่าเล๊าะพยายามนั่งลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อจะหาคำตอบให้ได้ว่าหะยีหมัดตายเพราะอะไร และใครเป็นคนฆ่า  ฆ่าโดยวิธีใด เพราะหะยีหมัดตายฟรี ไม่มีคนผิด ไม่มีการแจ้งความ ไม่มีฆาตกร  แต่เฒ่าเล๊าะคิดว่ามันต้องมี

"ไอ้บ้าเงิน 2 ล้าน มึงจะให้กูเก็บไว้ที่ไหน เกิดสูญหายขึ้นมา กูก็ซวยไปเท่านั้นเอง มึงสูญเสียเงินและกูก็จะสูญเสียเพื่อนที่ดีอย่างมึง" เฒ่าเล๊าะจำได้ว่าตัวเองตกใจตาเหลือก แต่ในที่สุดก็จำใจต้องเก็บเงิน 2 ล้านบาทในกระเป๋าไว้  โดยไม่ยอมเปิดกระเป๋าดูแม้แต่ครั้งเดียว

"มึงไม่เปิดออกนับดูก่อนรึว่าเงินมี 2 ล้าน จริงหรือเปล่า" หะยีหมัดถาม

"กูเชื่อมึง อีกอย่างเงินมากขนาดนี้ กูนับไม่ไหวหรอก มึงจำไว้อย่างเดียวว่ากูขอสาบานกูจะไม่เปิดกระเป๋าเงินของมึงเด็ดขาด" สัญญาสุภาพบุรุษที่พระผู้เป็นเจ้าเป็นสักขีพยานก็ดำเนินไปปกติ

"ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา…" เฒ่าเล๊าะนั่งลำดับเหตุการณ์ ลูกหะยีหมัดที่ชื่อหมูด ขับรถกระบะคันใหม่ ไปชนเขาตาย 2 ศพ หะยีหมัดต้องจ่ายไปเกือบล้าน แต่ที่หะยีหมัดบ่นไม่สบายใจคือ ญาติผู้ตายได้เงินไปศพละ 50,000 บาท นอกนั้นหมดไปกับคนอื่นกับนายหน้าที่พาไปหาตำรวจ ให้กับตำรวจที่คลี่คลายคดี ไอ้หมูดเองก็ขาหักต้องเข้าเฝือกอยู่โรงพยาบาล  หะยีหมัดและภรรยาต้องแวะเวียนกันมาเฝ้า

"เงินกูเป็นอย่างไรบ้าง" คือ คำถามที่เฒ่าเล๊าะต้องตอบให้กำลังใจทุกวัน จากวันละครั้งและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

"ตี 4 แล้วมาแตะฝาอย่างนี้ เดี๋ยวก็ประสาทกินหรอก"  เฒ่าเล๊าะนึกถึงเหตุการณ์คืนแรกๆ ที่หะยีหมัดมาเคาะฝาให้แกลุกขึ้นพูดคุยด้วย และก่อนกลับแกลงท้ายด้วยคำว่า "เงินกูเป็นอย่างไรบ้าง"

"กูนอนไม่หลับมา 10 กว่าคืนแล้ว ลูกๆ มันว่ากูบ้าจะพากูไปไว้ที่สุราษฎร์ มึงต้องช่วยกูด้วย กูไม่ไปกูไม่ได้บ้า…กูไม่บ้า"  หะยีหมัดพูดด้วยน้ำเสียงโมโห

"กลางคืนมึงนอนไม่หลับเพราะกังวลเรื่องเงินๆ ทองๆ ของมึง  กลางวันแล้วทำไมไม่นอน" เฒ่าเล๊าะแนะนำ

"กลางวันก็นอนไม่หลับ เดี๋ยวคนโน้นมา คนนี้มา ตั้งแต่กูขายที่เฒ่าแก่ได้เงินมา 5 ล้านนี้ ยังไม่มีวันไหนเลยที่กูไม่มีคนมาหาที่บ้าน ญาติโน้น ญาตินี้ พอหมดญาติก็พวกหวังดีทั้งหลาย ไม่ว่าพวกประกันชีวิต พวกขายทีวี ตู้เย็น ฯลฯ เฮ้ย  มึงลองขายที่ดูแล้วมึงจะรู้ว่ามึงยุ่งจริงๆ" หะยีหมัดอธิบายอย่างเหนื่อยหน่าย

"ลูกๆ มันก็ทะเลาะกันฉิบหาย เดี๋ยวนี้มันโกรธกันเกือบหมดแล้วระหว่างพี่ๆ น้องๆ ของพวกมันเดี๋ยวนี้พาลมาโกรธกู ว่ากูรักลูกไม่เท่ากัน แล้วพวกมันถามทุกวันว่าเงิน 2 ล้าน หายไปไหน" หะยีหมัดพูดอย่างอ่อนใจ

"กูก็เหลือแต่มึงเท่านั้น ที่กูเชื่อและไว้ใจ"

แม้จะเป็นเช้าที่สดใส แต่เฒ่าเล๊าะไม่รับรู้ถึงความสวยงามเหล่านี้มาหลายวันแล้ว อาการกินไม่ได้นอนไม่หลับปรากฏชัดขึ้น จนภรรยาของแกอดใจไม่ได้

"แกน่าจะไปหาหมอ สงสัยแกจะเป็นโรคเดียวกับหะยีหมัด หากแกไม่อยากตาย ไปหาหมอที่โรงพยาบาลประสาทซะมั่ง" ภรรยาของเฒ่าเล๊าะ  ซึ่งพูดน้อย แต่วันนี้นางได้แสดงอาการเป็นห่วงสามีของนางอย่างจริงใจ

เฒ่าเล๊าะนั่งสงบนิ่งอยู่ตรงชานหน้าบ้านไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง แกลุกขึ้นช้าๆ เดินอ่อนระโหยเข้าไปในห้องนอนไขกุญแจเปิดหีบไม้หยิบกระเป๋าเงินเดินลงมาจากบ้าน

"เฮ้ย….!….เดินดีๆ หน่อยซิลุง เดี๋ยวรถชนตายหรอก" เฒ่าเล๊าะได้สติ เมื่อถูกไอ้หนุ่มชะโงกหน้าออกมาจากรถเก๋งคันงามตะคอกใส่ แกรีบจ้ำข้ามถนนมุ่งหน้าไปยังบ้านหะยีหมัด

"ม๊ะต้องรู้ ไม่รู้ได้อย่างไร" เสียงคนทะเลาะกัน เฒ่าเล๊าะจำได้ว่านั่นคือเสียงไอ้สัน ลูกชายของหะยีหมัด

"ม๊ะไม่รู้จริงๆ หากรู้แล้วทำไมจะไม่บอกพวกแก ม๊ะแก่แล้ว จะเอาไปไหนทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็ต้องเป็นของพวกแกอยู่แล้ว" เสียงผู้เป็นแม่พยายามอธิบาย

"เฒ่าเล๊าะโผล่หน้าเข้าไป ก็พอว่าเมียของหะยีหมัดกำลังนั่งซับน้ำตาด้วยชายผ้าถุง ถูกรุมล้อมด้วยลูกๆ ทั้งหลาย ทั้งสะใภ้ 7-8 คน ทุกคนตื่นตะลึง แสดงออกทางสีหน้าอย่างดีใจสุดขีด ยกเว้นว๊ะฝอภรรยาของหะยีหมัดคนเดียวที่ไม่ยินดียินร้ายอะไรอีกแล้ว  นางนั่งมองด้วยความทุกข์แสนสาหัส

"ป๊ะของพวกมึงฝากเงินไว้กับกู 2 ล้าน  โดยไม่ให้บอกใคร  แม้แต่พวกมึง แต่วันนี้มันตายไปแล้วกูเลยเอามาคืน" เฒ่าเล๊าะพูด พร้อมกับยื่นกระเป๋าให้โดยมีมือยื่นออกมารับไม่ต่ำกว่า 10 มือ

ก่อนจะออกจากบ้าน เฒ่าเล๊าะได้เอ่ยขึ้นเบาๆ

"กูรู้แล้วว่าใครฆ่าไอ้หมัด"

"ใครๆ ใครฆ่าป๊ะเรา…หาวะยี" หลายคนพูดออกมาพร้อมกัน วะยีเป็นคำพูดที่ทุกคนในหมู่บ้านเรียกโต๊ะอิหม่ามที่เขารักและนับถืออย่างเฒ่าเล๊าะ

"ไอ้พวกรถเก๋งคันงามๆ ที่เข้ามาในหมู่บ้านเรานั่นไง" เฒ่าเล๊าะตอบ

"คันไหนวะยี….เจ้าของรถคันไหน" ไอ้สันถามด้วยความโกรธ

"คันไหนก็ไม่รู้กูจำไม่ได้ และกูรู้อีกว่ามันไม่ได้ฆ่าป๊ะพวกมึงคนเดียว มันมีตั้งเกือบ 20 คน ที่รุมกันฆ่าปะของพวกมึง"  เฒ่าเล๊าะพูดอย่างเอาจริงเอาจัง ทำให้ผู้ฟังเงียบกริบ

"ไอ้พวกรถเก๋งคันงามๆ มันคิดและวางแผนร่วมกับผู้ใหญ่บ้าน โดยอีกพวกคือ "พวกมึง" เป็นคนลงมือฆ่าไอ้หมัด ไอ้หมัดตายเพราะพวกมึง ผู้ใหญ่บ้าน และไอ้พวกรถเก๋ง"  เฒ่าเล๊าะปิดบานพับประตูดังโครมใหญ่ แล้วแกก็จากออกไป  ปล่อยให้ความเงียบ ความตกใจเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่  แล้วเสียงอื่นแทรกตามหลังเฒ่าเล๊าะทันที

"นี่…ๆ แล้วเราจะแบ่งเงิน 2 ล้านนี่กันอย่างไร"???

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์