รื้อขาใหญ่ขวางน้ำปิง เอาจริงหรือแค่มุมการเมือง

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

ถามหาการเอาจริงเอาจัง ต่อกรณีบุกรุกน้ำปิงที่เกิดขึ้นมายาวนานแล้วนั้น  ได้รับคำตอบชัดจากนายภูมิธรรม เวชยชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมทันที่ว่า "ครั้งนี้จะเข้มงวดต่อเนื่องแน่"

หลังการขึ้นเฮลิคอปเตอร์มองจากมุมสูงและล่องเรือตรวจสภาพลำน้ำ  นายภูมิธรรมได้กล่าวถึงอย่างน้อยพื้นที่ 2 จุดที่ส่งผลให้ลำน้ำปิงคับแคบคือที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5  และที่โรงแรมเพชรงาม ซึ่งเป็นของพี่สาวนักการเมืองพรรคชาติไทย

ที่ภาค 5 นายภูมิธรรมกล่าวว่าเป็นจุดที่น้ำปิงแคบ  ซึ่งเห็นว่าตลอดแนวที่คับแคบควรที่จะได้ขยายออกด้านละ 20 เมตร เพื่อให้แนวของน้ำปิงกว้าง 100 เมตร หน่วยราชการควรจะเป็นตัวอย่างของการเห็นความสำคัญของความเดือดร้อนของประชาชน โดยได้หารือกับผบช.ภ.5 เพื่อหาแนวทางแล้ว   ส่วนที่โรงแรมเพชรงามนั้น ผู้เป็นเจ้าของคือพี่สาวของนายอนุรักษ์ จุรีมาศ  รองหัวหน้าพรรคชาติไทย  
แม้นายภูมิธรรมจะพยายามบอกก่อนว่า ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเมืองแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่คิดเช่นนั้น

ในวันที่นายภูมิธรรม มาตรวจราชการที่เชียงใหม่   หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องสรุปผลการดำเนินคดีปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำแม่น้ำปิงเชียงใหม่ ระบุคดีถึงที่สุดโดยคำพิพากษาศาลจำนวน 8 คดี    ในท้องที่สภ.ต.ช้างเผือก  และแม่ปิง คำสั่งศาลคือปรับ 5,00 - 82,500 บาท บางรายให้รื้อถอนอาคารภายใน
30 วัน  บางรายมีโทษจำคุกรอลงอาญา บางรายคุมประพฤติให้ทำกิจกรรมบริการสาธารณประโยชน์

แต่ก็มีอยู่ 7 คดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง อยู่ในพื้นที่ ต.ป่าตัน ช้างม่อย และวัดเกต  และที่ศาลนัดพิจารณาคดีในเดือนพฤศจิกายนนี้อีก 4 คดี   และมีคดีที่อยู่ในชั้นการพิจารณาของพนักงานอัยการอีก 12 คดี

ชื่อของนางสิริพันธ์  จุรีมาศกับพวก (โรงแรมเพชรงาม) อยู่ในลำดับที่ 1 ของกลุ่มนี้  มีเครื่องหมายกำกับพิเศษด้วยว่า.** ผู้ต้องหาต่อสู้เรื่องที่งอก  ส่วนความผิดที่ระบุคือ ปลูกสร้างอาคารชานระเบียงไม้ และถมดิน ป้ายโฆษณาโครงสร้างเหล็ก  ขณะนี้อัยการกำลังสั่วสอบสวนเพิ่มเติม

ส่วนรายอื่น ซึ่งกลุ่มนี้ถือเป็นรายใหญ่มีความผิดทั้งถมดินและกำแพงค.ส.ล. อาคาร ค.ส.ล.  รวมทั้งอาคารชานระเบียงไม้ด้วย

นายภูมิธรรมเรียกร้องว่า ผู้ที่บุกรุกลำน้ำปิงขอให้ได้เห็นแก่ความเดือดร้อนของส่วนร่วม  เพราะจากการขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจพบว่าหลังน้ำลดได้เห็นรอยน้ำหลาก และเห็นว่าน้ำปิงจุดใดคับแคบบ้าง ซึ่งในส่วนของเอกชน เช่น โรงแรมเพชรงาม ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งถมดินรุกล้ำ และขณะนี้อยู่ระหว่างอัยการกำลังทำสำนวนสอบสวนเพิ่มเติม เพราะถมดินยื่นไปถึง 40 เมตร ซึ่งเจ้าของโรงแรมเป็นพี่สาวของนายอนุรักษ์ จุรีมาศ ส.ส.ร้อยเอ็ด รองหัวหน้าพรรคชาติไทย

" ที่ผมพูดถึงไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เพราะคดีนี้ฟ้องร้องกันมาตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. 2546 แล้ว
เป็นคดีที่ฟ้องร้องกันมานาน อย่าไปทำให้เป็นคดีการเมืองแล้วกัน เพราะเรื่องนี้กำลังอยู่ในชั้นอัยการ และผมคงต้องโทร.ไปคุยกับส.ส.อนุรักษ์ เพราะเป็นรัฐมนตรีมาก่อน คงรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร"

เมื่อเป็นข่าวออกไป นายอนุรักษ์ตอบโต้ทันทีว่าเป็นเกมการเมือง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานมากแล้ว ตั้งแต่ปี 2546 โรงแรมเพชรงาม ถูกกล่าวหาว่าถมที่รุกล้ำลำน้ำปิง แต่ใครจะไปถมได้ขนาดนั้น
ทราบว่าเป็นที่ดอนงอก ยืนยันพี่สาวไม่ได้ไปถมเอาที่แน่ เพราะนามสกุลนี้แม้แต่จะคิดทำก็ไม่เคย
เท่าที่ทราบเรื่องอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาล หากศาลตัดสินอย่างไรต้องปฏิบัติตามนั้น
ถ้าศาลให้รื้อก็ต้องรื้อเพราะไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้

นายอนุรักษ์กล่าวด้วยว่า ไม่ทราบว่านายภูมิธรรมคิดอย่างไรถึงออกมาพูดในช่วงนี้ พรรคไทยรักไทยกลัวเรื่องเขื่อนป่าสักฯ มากหรือ เป็นอะไรกัน นี่ถ้าตนไม่ออกมาพูดเรื่องเขื่อนป่าสักฯก็จะไม่พูดเรื่องนี้กันใช่หรือไม่

เหตุบังเอิญที่ว่า ในวันที่น้ำท่วมเชียงใหม่ นาย อนุรักษ์ ได้เปิดแถลงข่าว พรรคชาติไทยไม่เห็นด้วยกับมติ ครม. เมื่อวันที่ 26 ก.ค. 2548 ที่มีการอนุมัติงบกลางปี 2548 จำนวน 719,792,622.75 บาท เพื่อจ่ายค่าชดเชยเวนคืนเพิ่มในโครงการพัฒนาลุ่มน้ำป่าสักอันเนื่องมาจากพระราชดำริตามข้อเสนอของ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะเรื่องดังกล่าวยังเป็นคดีความอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล
และเหตุผลที่กระทรวงเกษตรฯ นำมาอ้างเป็นแค่คำพิพากษาของศาลชั้นต้นเท่านั้น  โดยชี้ว่าโครงการดังกล่าวมีผู้ฟ้องร้องขอเพิ่มค่าชดเชยเวนคืนกว่า 100 รายแต่ ครม. ได้อนุมัติจ่ายเพิ่มให้ 84 ราย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ๆ แรกเป็นกลุ่มประชาชนที่ซื้อโครงการของรีสอร์ตที่ถูกเวนคืน ส่วนกลุ่มที่สองเป็นกลุ่มนายทุน
และเป็นที่น่าสังเกตว่า มติ ครม. ครั้งนี้ได้อนุมัติจ่ายเงินให้กับนายทุนคนเดียวเป็นเงินถึง 651,832,438
บาท ทั้ง ๆ ที่ราชการได้ประเมินราคาที่ดินเพื่อจ่ายค่าเวนคืนในครั้งแรกเพียง 80 ล้านบาทเศษเท่านั้น

เรื่องนี้เขย่ารัฐบาลพอสมควร  และส่งผลให้น้ำหนักการเอาจริงของปัญหาบุกรุกน้ำปิงเบาหวิวขึ้นทันทา
ว่าจะเข้มงวดจัดการกับรางเหง้าของน้ำท่วมจริงจัง  หรืองัดมาเป็นหมัดเพื่อตอนโต้ทางการเมืองเท่านั้น
 
ปัญหาการบุกรุกแม่น้ำปิงได้เคยหยิบยกมากล่าวถึงนานมากแล้ว เมื่อครั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรขึ้นรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรก ปี 2544 ได้มีคำสั่งให้แก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังมาแล้วครั้งนี้

นายภูมิธรรม บอกกับ "พลเมืองเหนือ"ว่า เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติงานอยู่   กระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องต้องใช้เวลา แต่ยืนยันว่าครั้งนี้จะเข้มงวดต่อเนื่องเพราะเห็นแล้วว่าการบุกรุกลำน้ำส่งผลให้เกิดความเสียหายมหาศาลเช่นไร

เวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ความจริงจังกับปัญหานี้

แสดงความคิดเห็น

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์