ดีเอสไอ ย้ำ สืบคดีพระสุพจน์ ไม่ตัดกรณีพิพาทที่ดิน

ประชาไท - 18 ส.ค. 48 พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับคดีฆาตกรรมพระสุพจน์ว่า ภายหลังเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วุฒิสภา วานนี้(18 ส.ค.) จนถึงวันนี้ ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง รวมถึงประเด็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับที่ดินด้วย

 

อย่างไรก็ตามยังไม่อยากพูดลงในรายละเอียด เพราะเกรงจะกระทบกับรูปคดี และอาจจะกระทบสิทธิของบุคคลอื่น แต่ยืนยันว่าตอนนี้ได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมาทั้งหมดแล้ว และยังมีประเด็นที่สามารถดำเนินการต่อได้

 

ส่วนประเด็นที่คนบางกลุ่มมองว่าการทำงานของ DSI ที่ผ่านมาไม่ค่อยประสบความสำเร็จนั้น ทาง พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวว่า ต้องถามว่าอะไรที่เรียกว่าไม่ประสบความสำเร็จ อย่างในกรณีคดีของนายเจริญ วัดอักษร เอาอะไรมาเป็นคำตอบ ถ้าเอาความรู้สึกมาเป็นคำตอบของความสำเร็จก็คงไม่ได้ ที่ผ่านมาเราเห็นว่ามีหลักฐานอะไรที่ดำเนินการได้ เราก็ทำหมด แต่อยู่เฉยๆ จะให้เราไปจับ นาย ก. นาย ข. ก็คงทำไม่ได้เนื่องจากไม่มีพยานหลักฐาน

 

"ผมเป็นตำรวจมาก่อน เห็นจุดอ่อนของการทำงานของตำรวจมาตลอด 20 ปี ไม่อยากให้ความรู้สึกที่ไม่ดีต่อตำรวจมาเกิดขึ้นที่กรมสอบสวนคดีพิเศษอีก การซ้อมต้องไม่มี การอุ้มต้องไม่เกิด ทุกอย่างต้องมีหลักฐาน" พ.ต.อ.สุชาติ กล่าว

 

ส่วนกรณีที่ กมธ. เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของพยานในคดีดังกล่าวนั้น พ.ต.อ.สุชาติ ระบุว่า ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีพระราชบัญญัติคุ้มครองพยาน ซึ่งหากผู้เสียหายหรือพยานรายใด รู้สึกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย ก็สามารถร้องขอให้เจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร หรือหน่วยราชการใด ที่ทางพยานไว้วางใจ ให้ความคุ้มครอง ดูแลความปลอดภัย ได้ ตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้  โดยที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะเป็นผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายให้

 

ทั้งนี้หลังจากเกิดคดีฆาตกรรมพระสุพจน์ สุวโจ ขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 48 ทางสถานีตำรวจภูธรอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ตั้งข้อสันนิษฐานถึงประเด็นการฆาตกรรมว่าน่าจะสืบเนื่องจากพระสุพจน์ไปพบชาวบ้านกำลังตัดไม้ไผ่ จึงได้ว่ากล่าวตักเตือน จนทำให้ชาวบ้านเกิดบันดาลโทสะและใช้ของแข็งมีคม (ขวาน) ฟันพระสุพจน์ จนมรณภาพ

 

 ซึ่งจากการสรุปประเด็นการฆาตกรรมดังกล่าว ทำให้ผู้ใกล้ชิดกับพระสุพจน์รู้สึกไม่สบายใจ เพราะเกรงว่าจะมีการเบี่ยงเบนประเด็นการฆาตกรรม จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภอ.ฝาง เป็นเหตุให้มีการเรียกร้องให้หน่วยงานนอกพื้นที่เข้ามาร่วมรับผิดชอบ ทำให้ทางสถานีตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ต้องลงมาร่วมรับผิดชอบคดีดังกล่าว

 

แต่ที่ผ่านมาคดีก็ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจมุ่งประเด็นการสืบสวนไปที่คนลักลอบตัดไม้ บันดาลโทสะใช้ขวานฟันพระสุพจน์ และการเข้ามาลักไม้ โดยไม่สนใจสืบสวนประเด็นกรณีพิพาทเกี่ยวกับปัญหาที่ดิน ซึ่งพัวพันกับผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น และนักการเมืองระดับชาติ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้มีการพิพาทกันถึงขั้นเป็นคดีบนโรงพัก ทำให้ทางฝ่ายผู้ใกล้ชิดพระสุพจน์เกิดความไม่สบายใจเกี่ยวกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งที่ผ่านมาก็มีนายตำรวจ สภอ.ฝาง นายหนึ่งถูกคำสั่งย้ายออกนอกพื้นที่

 

จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 48 ที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ซึ่งมี พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ เป็นประธาน ได้มีการโอนคดีการหายตัวไปของนายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม และคดีฆาตกรรมพระสุพจน์ สุวโจ ให้เข้าเป็นคดีพิเศษ จึงเป็นการเปิดทางให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้เข้ามาร่วมรับผิดชอบกับคดีดังกล่าว

 

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น