เอ็นจีโอแฉรัฐเตรียมสร้างเขื่อนในพื้นที่มรดกโลกป้อนภาคตะวันออก

ประชาไท—19 .. 48  เอ็นจีโอสายสิ่งแวดล้อมยื่นหนังสือเรียกร้องประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ภายหลังรัฐบาลมีโครงการสร้างเขื่อน 2 เขื่อนในพื้นที่ป่า "ดงพญาเย็น-เขาใหญ่" ซึ่งเป็นมรดกโลกเพื่อแก้ปัญหาน้ำแล้งในภาคตะวันออก


 


วันนี้ ที่สถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย องค์กรเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมประกอบไปด้วยมูลนิธิสืบนาคะเสถียร มูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ และมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพันธุ์พืชในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาฯ ได้ร่วมกันจัดเสวนาเรื่อง "ความสำคัญของดงพญาเย็น-เขาใหญ่" และยื่นหนังสือต่อนาย<?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:smarttags" />อดุลย์ วิเชียรเจริญ คณะกรรมการมรดกโลก และประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการคุ้มครองมรดกโลกเรียกร้องให้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อการปกป้องคุ้มครองมรดกโลก และขอให้นำโครงการสร้างเขื่อนในพื้นที่มรดกโลก ป่าดงพญาเย็น- เขาใหญ่ เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกโดยด่วน เพื่อเสนอแนะต่อรัฐบาลต่อไป


 


ทั้งนี้ โครงการสร้างเขื่อนทั้ง 2 เขื่อนได้แก่ โครงการอ่างเก็บน้ำคลองใสน้อย-ใหญ่ และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยโสมง เป็นโครงการสร้างเขื่อนในพื้นที่ป่า "ดงพญาเย็น-เขาใหญ่" ซึ่งเพิ่งได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา


 


ด้านนายอดุลย์ ซึ่งเข้าร่วมการเสวนาระบุว่า อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ต่อกรณีดังกล่าวคือทำความเห็นเสนอต่อรัฐบาลว่าโครงการดังกล่าวจะเป็นการคุกคามต่อมรดกโลก แต่การตัดสินใจจะดำเนินการอย่างไรนั้นก็ขึ้นอยู่กับฝ่ายรัฐบาล


 


นายอดุลย์ชี้แจงต่อไปว่า การดำเนินโครงการที่มีผลคุกคามต่อมรดกโลกนั้น ถึงแม้ว่าจะมีการประเมินผลกระทบและมีมาตรการแก้ปัญหาและใช้ได้ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยเอง แต่นั่นก็เป็นบริบทของพื้นที่ที่ไม่ใช่มรดกโลก เพราะพื้นที่มรดกโลกมีกฎเกณฑ์ต่างหาก มีคณะกรรมการพิจารณาต่างหาก


 


ทั้งนี้ นายอดุลย์ วิเชียรเจริญ อธิบายว่า เดิมที่นั้น เขตป่าเขาใหญ่ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกก็มีจุดอ่อนมากอยู่แล้ว และต้องใช้เวลาในการเสนอพิจารณาและปรับปรุงแก้ไขคุณสมบัติอยู่เป็นเวลานานตั้งแต่ปี 2534 - 2548 จึงได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ดังนั้นการตัดสินใจของรัฐบาลที่จะทำโครงการเขื่อนในพื้นที่นี้ จึงถือเป็นเรื่องเปราะบางและมีผลกระทบต่อสถานภาพมรดกโลกของป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่เป็นอย่างมาก


 


โดยนายอดุลย์กล่าวว่า หากถึงที่สุดแล้ว รัฐบาลยังยืนยันและมีมติที่จะเดินหน้าโครงการเขื่อนทั้ง 2 โครงการ ตนก็คงต้องปฏิบัติตามหน้าที่โดยต้องแจ้งข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการมรดกโลก ส่วนคณะกรรมการมรดกโลกจะวินิจฉัยถอดถอนป่าเขาใหญ่ออกจากการเป็นมรดกโลกหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของคณะกรรมการ