แถลงการณ์มูลนิธิสืบฯ ขอให้ปกป้องมรดกโลก

เรื่อง ขอให้ดำเนินการเพื่อปกป้องมรดกโลก

 

เรียน ประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก

 

ตามที่องค์การ UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนพื้นที่ป่า "ดงพญาเย็น-เขาใหญ่" ซึ่งประกอบไปด้วยอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติทับลาน อุทยานแห่งชาติปางสีดา อุทยานแห่งชาติตาพระยา และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2548 นั้น

 

               

ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทยและคนไทยทุกคน ที่ได้รับเกียรติอันสูงส่งจากคณะกรรมารมรดกโลกและองค์การ UNESCO ให้ประเทศไทยมีมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งที่ 2 หลังจากที่เราเคยได้รับเกียรตินี้เมื่อครั้งที่พื้นที่ป่า "ทุ่งใหญ่-ห้วยขาแข้ง" ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของประเทศไทย เมื่อประมาณปลายปี 2534

 

               

แต่ภายหลังการประกาศขึ้นทะเบียนพื้นที่ป่า "ดงพญาเย็น-เขาใหญ่" เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติได้เพียงอาทิตย์เดียว ความยินดีปรีดาของคนไทยก็ลดวูบลงทันที กับข่าวร้ายที่จะมีสิ่งแปลกปลอมของรัฐบาลเองเข้าไปบั่นทอนคุณค่าของพื้นที่มรดกโลกชิ้นนี้ ให้เสื่อมสภาพไปในเร็ววัน โดยการเสนอโครงการสร้างเขื่อน 2 เขื่อน ในพื้นที่มรดกโลก คือโครงการอ่างเก็บน้ำคลองใสน้อย-ใสใหญ่ และโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยโสมง ซึ่งเป็นโครงการของกรมชลประทาน

 

              

การเสนอโครงการอ่างเก็บน้ำทั้ง 2  ดังกล่าว เกิดขึ้นโดยอาศัยจังหวะที่เกิดวิกฤตน้ำภาคตะวันออก โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นกับนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง รัฐบาลให้ความสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ พยายามทุกวิถีทางที่จะหาน้ำมาป้อนให้โรงงานต่างๆ ในนิคมอุตสาหกรรม แม้ว่าจะลงทุนมหาศาลก็ตาม เพื่อหวังจะสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุนจากต่างประเทศให้กลับคืนมาโดยเร็ว ด้วยเหตุดังกล่าวนี้เอง ทำให้องค์การอนุรักษ์และหน่วยงานต่างๆ จำเป็นต้องเฝ้าติดตามสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับมรดกโลกอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะโครงการอ่างเก็บน้ำทั้งสองแห่ง ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่มรดกโลก "ดงพญาเย็น-เขาใหญ่" ซึ่งหวังว่ารัฐบาลจะล้มเลิกโครงการเสียโดยเร็ว เพื่อไม่ให้เกิดคำครหาอันจะก่อผลเสียต่อประเทศไทย ทั้งนี้เพราะประเทศไทยเป็นประเทศภาคีในอนุสัญญาคุ้งครองมรดกโลก แต่กลับจะทำลายมรดกที่ประเทศภาคีและ UNESCO ให้การยกย่อง ทำให้ดูเหมือนว่าประเทศไทยไม่ให้ความสำคัญกับอนุสัญญาที่ตัวเองได้ให้สัตยาบันไว้

 

               

ดังนั้น เพื่อการดำรงไว้ซึ่งคุณค่าและความมั่นคงปลอดภัยของมรดกโลก "ดงพญาเย็น-เขาใหญ่"  และเพื่อศักดิ์ศรีของคนไทยที่จะร่วมมือกันปกป้องทรัพยากรธรรมชาติอันทรงคุณค่าให้เป็นมรดกสืบทอดไปยังลูกหลาน

 

               

องค์กรต่างๆ ดังรายนามท้ายจดหมายนี้ ได้มีความเห็นร่วมกันโดยขอเรียกร้องให้คณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนต่อการปกป้องมรดกโลกทางธรรมชาติ "ดงพญาเย็น-เขาใหญ่" ตามบทบาท และหน้าที่ที่ปฏิบัติอยู่ และขอความกรุณาได้โปรดนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลกโดยด่วน เพื่อจะแจ้งให้รัฐบาลทราบต่อไป

 

               

จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณา องค์กรต่างๆ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความกรุณาจากท่าน และกรรมการมรดกโลกแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก และขอขอบพระคุณอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้

 

ขอแสดงความนับถือ

 

นางรตยา  จันทรเทียร

(ประธานมูลนิธิสืบนาคะเสถียร)

 

 

นายวีรวัธน์  ธีรประสาธน์

(ประธานมูลนิธิฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ)

 

 

นายสุรพล  ดวงแข

(เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชในพระบรมราชินูปถัมภ์)

เท่าไรก็ได้ การสนับสนุนจากคุณ คือการร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี ‘ประชาไท’ ... ร่วมสนับสนุนเรา
โอนเงิน พร้อมเพย์ PromptPay "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน" 0993000060423
โอนเงิน PayPal คลิกที่นี่ https://paypal.me/prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)
ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น