ดาราไทย ท้องอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว : "หอมแก้มได้ยังไง ยังไม่ได้แต่งงานกัน"

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

น่าเห็นใจ...   คุณแหม่ม  คัทลียา แมคอินทอช  นักแสดงชื่อดังระดับแถวหน้าของวงการบันเทิงเมืองไทย

            วันนี้  เรื่องส่วนตัวของเธอ ได้กลายเป็นประเด็นพูดคุย นินทา ถกเถียง ในทุกแวดวง ตั้งแต่ในวงพูดคุยของคนระดับรัฐมนตรี ไปจนถึงแม่ค้าและแท็กซี่  

            ก่อนอื่น ต้องยอมรับว่า  การเป็นคนมีชื่อเสียงในสังคม มีผู้คนรักใคร่ชอบพอ มีเยาวชนจำนวนมากคอยจับตามองด้วยความชื่นชม  ต้องการจะถือเอาเธอเป็นแบบอย่างในหลายเรื่อง  ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัว แต่งหน้า การทำผม การพูดจา ไปจนถึงเรื่องส่วนตัวในด้านอื่นๆ

            การท้องอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว และการ"ท้องก่อนแต่ง" ครั้งนี้ ก็เลยมีคนเป็นห่วงว่า จะกลายเป็นแบบอย่าง บรรทัดฐานให้แก่เยาวชนที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์   

            เรื่องนี้ ไม่มีประโยชน์อะไร ที่สื่อมวลชนหรือใครก็ตาม จะไปคาดคั้น คาดเดา หรือกระทั่งปรักปรำในความรู้หรือไม่รู้เรื่องการตั้งครรภ์ของคุณแหม่ม เพราะนั่นเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นสิทธิส่วนบุคคล

คุณแหม่ม มีอายุบรรลุนิติภาวะแล้ว เธอรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง  เธอมีสิทธิที่จะมีเพศสัมพันธ์กับใคร จะคุมกำเนิดหรือไม่ กระทั่งว่า เธอมีสิทธิแม้แต่จะตัดสินใจเองว่า เมื่อ "ท้องก่อนแต่ง" แล้ว จะแต่ง หรือไม่แต่ง มันก็เรื่องของเธอ

แต่สิ่งที่สังคมน่าจะได้คิดเป็นอุทธาหรณ์จากกรณีที่เกิดขึ้น ยังพอมีอยู่บ้าง โดยเฉพาะในเรื่องความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเพศศึกษา และทัศนะเรื่องเพศกับเพศสัมพันธ์ในสังคม

ประการแรก  เมื่อสังคมเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงทางสรีระของคุณแหม่ม (เพราะเธอออกรายการโทรทัศน์เป็นประจำ ทำให้คนเห็นเธอได้ทั่วประเทศ)  คนสงสัยว่าทำไมจึงอ้วนขึ้นเหมือนคนตั้งครรภ์ เธอท้องหรือเปล่า?  คุณแหม่มก็พยายามปฏิเสธ  ด้วยข้ออ้างหลายประการ  

ตรงนี้ เป็นเรื่องเข้าใจได้  ซึ่งผู้หญิงจะเข้าใจดีว่า  ถ้าตนท้อง (หรือเพื่อนสาว หรือลูกสาว หรือพี่สาว น้องสาว) โดยที่ยังไม่แต่งงาน จะอยากบอกชาวบ้านทั้งประเทศหรือไม่

แต่กรณีนี้ คุณแหม่ม บอกว่า ไม่ทราบจริงๆ ว่าตนเองตั้งครรภ์  กว่าจะทราบแน่ก็เมื่อตั้งครรภ์ได้ 5 แล้ว   ซึ่งหากเป็นจริงดังที่พูด ก็น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่า ความรู้ความเข้าใจในเรื่องเพศศึกษาของคนในสังคมบันเทิงอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง

หนึ่ง  ผู้หญิงทุกคน ย่อมจะรู้ตัวว่า ตนเองได้ผ่านการมีเพศสัมพันธ์ หรือไม่?

สอง  ผู้หญิงทุกคนที่มีเพศสัมพันธ์ ย่อมรู้ตัวว่า ตนเองได้มีการป้องกันการตั้งครรภ์ (และป้องกันโรคติดต่อ) ระหว่างการมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ (safe sex) ? 

ซึ่งผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์ จะรู้แน่ชัดกว่าผู้ชายที่ร่วมมีเพศสัมพันธ์ด้วย เพราะฝ่ายชายจะรู้แค่ว่าตนได้ใส่ถุงยางอนามัยหรือไม่เท่านั้น แต่จะไม่ทราบว่าฝ่ายหญิงได้มีการป้องกันวิธีอื่น เช่น กินยาคุม ฉีดยาคุม หรือกินยาคุมฉุกเฉินหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือไม่

ถ้าดาราสาวรู้ตัวว่ามีเพศสัมพันธ์ และตนเองไม่ได้คุมกำเนิด แต่ไม่มีความรู้เพียงพอว่า ประจำเดือนที่ขาดหาย น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น เกิดจากการตั้งครรภ์ที่ไม่ได้ตั้งใจ  สังคมคงจะต้องทบทวนว่า เราได้คนอย่างไรมาเป็นดารา คนของประชาชน

ในเมื่อคนที่จะรู้ดีที่สุด ว่าตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์หรือไม่ ก็คือตัวผู้หญิงนั่นเอง  ซึ่งไม่ได้หมายความว่า ฝ่ายชายจะพ้นความรับผิดชอบไปได้ เพราะถ้าฝ่ายหญิงมิได้ต้องการมีเพศสัมพันธ์เพื่อที่จะตั้งครรภ์ ฝ่ายชายก็สมควรจะมีสำนึกเพียงพอที่จะแสดงความรับผิดชอบด้วยการเป็นฝ่ายป้องกัน มิใช่ปล่อยไปตามอารมณ์ชั่ววูบ แล้วปล่อยให้ฝ่ายหญิงต้องแบกรับความกดดันและคับข้องหมองใจอยู่คนเดียว

ข้อนี้  จึงเป็นอุทาหรณ์อย่างดี สำหรับหนุ่มสาว ว่าจะควรคิดให้ดีก่อนจะมีเพศสัมพันธ์  อย่าสักแต่ปล่อยไปตามอารมณ์ ควรคิดถึงหัวอกของพ่อแม่  คิดถึงความยุ่งยากที่จะตามมา  ทั้งความกดดันทางสังคม และความเสี่ยงที่จะติดโรคร้าย ซึ่งไม่มีโอกาสแก้ตัวเป็นครั้งที่สอง 

อย่าลืมว่า  ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากเห็นลูกสาว "ท้องก่อนแต่ง"  จึงไม่ควรปล่อยให้ความรู้สึกชั่ววูบ อารมณ์ชั่ววาบ มาทำร้ายความรู้สึกของท่านผู้มีพระคุณ 

ในประการต่อมา  เมื่อ "ท้องก่อนแต่ง" แล้ว ก็พบว่า เป็นสภาพที่สังคมไทยทั่วไปยังไม่ยอมรับ เห็นว่า ไม่ถูกต้องตามขนบธรรมเนียมประเพณี  จึงมีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของผู้ตกอยู่ในสภาวะดังกล่าว  ถูกมองในแง่ลบ  ไม่รักนวลสงวนตัว สูญเสียภาพของการเป็นกุลสตรี ไม่เป็นผลดีต่ออาชีพนักแสดงในเมืองไทย เพราะอาจจะทำให้ค่าตัวลด  ความนิยมเสื่อม  มีหญิงสาวบางคนถึงกับคิดสั้น หรืออาจหาทางออกโดยการทำแท้ง ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อสุขภาพของสตรี และผิดกฎหมาย ผิดศีลธรรม

ส่วนผู้ชายก็ไม่ค่อยจะต้องรับผิดชอบอะไร ในสังคมปัจจุบัน  

การจัดแถลงข่าวยอมรับว่า "ท้องก่อนแต่ง"  จึงเป็นเรื่องยากในสังคมไทย  เพราะเสี่ยงกับการถูกติฉิน นินทา เป็นอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ คุณแหม่ม ก็ได้จัดแถลงข่าวพร้อมฝ่ายชาย คือ คุณสงกรานต์ กระจ่างเนตร์ (ซึ่งไม่ใช่คนอื่นคนไกล เพราะเคยเป็นเลขาฯ ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นั่นเอง)  แจ้งแก่สื่อมวลชนว่า ตนตั้งครรภ์ และจะมีการแต่งงานเร็วๆ นี้   เมื่อนักข่าวขอให้ฝ่ายชายหอมแก้มฝ่ายหญิง  คุณแหม่มก็ยังอุตส่าห์มีแก่ใจแสดงภาพของนางเอก โดยกล่าวว่า "หอมได้ไง ยังไม่ได้แต่งงานกัน" (ไม่ฮา)

ไม่รู้ว่า พูดไปโดยสามัญสำนึก หรือจงใจแสดง

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์