น้ำทะลัก เมืองเชียงใหม่อ่วมรอบสาม รายงานพิเศษ

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

หลังจากที่เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตลอดคืน 19 ก.ย.ที่ผ่านมาในพื้นที่ของ จ.เชียงใหม่  จึงเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมเมืองเชียงใหม่เป็นครั้งที่สาม  ในรอบปี  ซึ่งก่อนหน้านั้น ทางการแจ้งว่าไม่รุนแรงเหมือนครั้งก่อน  แต่ในความรู้สึกของประชาชน กลับบอกว่า  หนักกว่าทุกครั้ง  เนื่องจากได้รับผลกระทบขยายเป็นวงกว้างหลายพื้นที่หลายอำเภอของเชียงใหม่

 

น้ำป่าเข้าท่วมตั้งแต่ดึก

เกิดเหตุน้ำท่วมเชียงใหม่  2 ทิศทาง หลังจากเกิดฝนตกหนักตั้งแต่เมื่อตอนค่ำของวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา  จนทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก จากดอยสุเทพ-ปุย ลงมาทางลำห้วยแก้ว  ทำให้ท่วมถนนห้วยแก้ว  ถนนสุเทพ  รายงานแจ้งว่า  เหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าหนักที่สุดในรอบ  20  ปี  ที่เกิดน้ำป่าท่วมในพื้นที่ของ ต.สุเทพ  ซึ่งชาวบ้านคนหนึ่งได้ตั้งข้อสังเกตว่า  สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดน้ำท่วมบริเวณนี้  น่าจะมาจากโครงการต่างๆ  ที่ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ได้ดำเนินการในเขตเมือง  ไม่ว่าการถมพื้นที่ชุ่มน้ำ  การก่อสร้างถนนที่ทำให้กีดขวางทางน้ำ  จึงทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน

   

นางสาวไพลิน  เสาร์แก้ว  ชาวบ้านบ้านทุ่งหลุก  ต.เชียงดาว  อ.เชียงดาว  กล่าวว่า  เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา  หลังเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง   ทางอปพร.ได้แจ้งเตือนภัยว่าอาจจะเกิดน้ำปิงไหลหลาก  จึงทำให้เตรียมอพยพกันตั้งแต่เมื่อคืน  ซึ่งหลังจากนั้น  ได้เกิดน้ำท่วมบริเวณชุมชนที่อยู่ติดกับแม่น้ำปิงในพื้นที่ ต.เชียงดาว และ อ.แม่นะ บางจุด  ในขณะนี้ฝนกำลังตกตลอดทั้งวัน

 

แม่แจ่มเจอน้ำป่าท่วมหนักสุด

นายสาคร  โทเวียง  ชาวบ้าน บ้านท่าผา ต.ท่าผา อ.แม่แจ่ม  จ.เชียงใหม่  กล่าวว่า  ได้เกิดน้ำท่วมหนัก  ซึ่งสาเหตุนั้นเกิดจากน้ำป่าลำห้วยแม่แลกไหลมาบรรจบกับน้ำแม่แจ่ม  ซึ่งหมู่บ้านท่าผาอยู่ตรงบริเวณนั้นพอดี   จนทำให้เข้าท่วมหมู่บ้าน 

 

"น้ำเคยท่วมแบบนี้มาเมื่อ 2 ปีก่อน แต่ครั้งนี้ถือว่าเสียหายหนักที่สุด  เพราะว่าท่วมเกือบทั้งหมู่บ้าน  และคอสะพานบนถนนอมเม็ง-ผาผึ้ง นั้นถูกตัดขาด ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านในอำเภอได้เข้ามาช่วยเหลือในการปลูกสร้างบ้าน  เพราะบ้านท่าผาเป็นหมู่บ้านที่ได้รับกระทบหนักที่สุดของอำเภอแม่แจ่ม" นายสาคร  กล่าว

 

นางสาวเบญมาศ  โปธา   นักศึกษาจากวิทยาลัยเกษตร กรรมเชียงใหม่  อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่  เปิดเผยว่า  น้ำได้เข้าท่วมตั้งแต่ บ้านทุ่งเสี้ยว  บ้านดงก๋ำ  และบ้านต้นแหน  เริ่มตั้งแต่ตอนบ่าย  ล่าสุดในเวลาประมาณ 20.00 น.  บ้านต้นแหนหลวง น้ำท่วมขึ้นสูงท่วมมิดหลังบ้าน

 

หางดงท่วมทั่วพื้นที่เทศบาล-บ้านถวาย

ในขณะที่ นายจำรูญ  เร่งถนอมทรัพย์  นายกเทศมนตรีตำบลหางดง  อ.หางดง  จ.เชียงใหม่  กล่าวว่า  น้ำท่วมหนักในบริเวณพื้นที่เทศบาลตำบลหางดง  โดยในหมู่บ้านช่างคำ กำแพงวัดด้านทิศตะวันตกได้พังเสียหาย  ทำให้น้ำทะลักเข้ามาท่วมสูงประมาณ 1 เมตร  ทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบกัน  โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ติดอยู่ภายในบ้าน  ทางเทศบาลหางดงได้ประสานไปยังเทศบาลสันป่าตอง นำเรือท้องแบนมาช่วยชาวบ้านออกไปจากจุดน้ำท่วม

 

รายงานแจ้งว่า  ได้เกิดน้ำท่วมไหลหลากเข้าในพื้นที่หมู่บ้านถวาย  ซึ่งเป็นหมู่บ้านโอทอปและแหล่งท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นพื้นที่ลุ่มที่อยู่ใกล้ลำน้ำปิง  ซึ่งทำให้น้ำป่าที่ท่วมในพื้นที่เทศบาลได้ไหลเข้าท่วมสูงประมาณ 1 เมตร 

 

ข่าวลือเขื่อนแม่งัดล้น  ใกล้ปล่อยน้ำ

มีรายงานแจ้งว่า  ปริมาณน้ำที่กักเก็บในเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อ.แม่แตง  จ.เชียงใหม่ บรรจุเกือบล้นเขื่อน  ซึ่งจำเป็นต้องมีการระบายน้ำออกมา  จนทำให้ราษฎรที่อยู่ลุ่มน้ำต่างแสดงความวิตกกังวลกันอย่างมาก  ซึ่งต่อมา  ทางสำนักงานชลประทานที่ 1 เชียงใหม่  ได้ออกมาแจ้งว่า  เขื่อนแม่งัดยังรองรับปริมาณน้ำได้อยู่  ยังไม่มีการระบายน้ำแต่อย่างใด  เพราะสามารถจุน้ำได้ทั้งหมด  265  ล้านลูกบาศก์เมตร 

 

เทศบาลมั่นใจไม่รุนแรงกว่าครั้งก่อน

ด้านนายพรชัย จิตนวเสถียร รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ กล่าวว่า ค่อนข้างมั่นใจมากว่าหากมีน้ำท่วมในครั้งนี้ เทศบาลนครเชียงใหม่จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้นและจะไม่เกิดความเสียหายเท่าครั้งที่ผ่านมา

นายสายชล  จากศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำภาคเหนือตอนบน  รายงานว่า  ปริมาณน้ำในเขต อ.เมือง  จ.เชียงใหม่ ไม่น่าจะเกิน 4.50  เมตร ในเวลาเที่ยงคืน  ซึ่งหลังจากที่มีการประกาศจากศูนย์อุทกวิทยาฯ  ว่าระดับน้ำจะไม่ขึ้นสูงเกินกว่าเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อครั้งก่อน  ซึ่งมีปริมาณน้ำสูง  4.90 เมตร 

 

จากการที่ทั้งเทศบาลนครเชียงใหม่ และศูนย์อุทกวิทยาฯ  แจ้งว่า  น้ำท่วมจะไม่รุนแรงเหมือนครั้งก่อน  จึงทำให้ชาวบ้านที่อยู่บริเวณสองฝั่งแม่น้ำปิง  เกิดความมั่นใจกันมากขึ้น  โดยเฉพาะทางเชียงใหม่ไนท์บาร์ซาร์ได้มีพ่อค้าแม่ค้าออกมาจำหน่ายสินค้าให้แก่นักท่องเที่ยวตามปกติ

 

น้ำทะลักเข้าเมืองชม.ละ 10 ซม.  

ตั้งแต่เวลาประมาณ 10.00 น.ปริมาณน้ำจากแม่น้ำปิงได้ไหลทะลักเข้าท่วมในเขตเมือง เชียงใหม่มาอย่างต่อเนื่อง  จนทำให้ถนนหลายสายในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิงไม่สามารถสัญจรไปได้  ทำให้ถนนกลายเป็นอัมพาตตลอดสาย   อีกทั้งทางโรงเรียนที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำปิง  ก็ได้ออกประกาศแจ้งไปยังรายการวิทยุที่จัดรายการติดตามสถานการณ์น้ำท่วม  ให้ผู้ปกครองมารับนักเรียนกลับ  พร้อมกับปิดโรงเรียนกันอย่างต่อเนื่อง 

 

เวลาประมาณ  20.00 น.  กระแสน้ำจากแม่น้ำปิง ได้ไหลทะลักเข้าท่วมย่านตลาดไนท์บาซาร์  จนทำให้พ่อค้าแม่ค้าเก็บสินค้าที่วางขายกันไม่ทัน  รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติต่างตื่นตกใจพากันวิ่งหนี  เพราะหวั่นเกรงว่าจะเป็นเหมือนคลื่นสึนามิ  ซึ่งการเกิดน้ำท่วมในครั้งนี้  ทางกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าต่างบ่นกันว่า  ทำไมไม่มีการเตือนภัยให้ชัดเจน  

 

รายงานแจ้งว่า  ระดับน้ำในแม่น้ำปิงจากการตรวจวัด ที่สถานีตรวจวัดระดับน้ำ p.1 เชิงสะพานนวรัฐ ในตัวเมืองเชียงใหม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากในช่วงเช้า ระดับน้ำอยู่ที่  3.91  เมตร จนถึงเวลาประมาณ  24.00 น. ระดับน้ำได้เพิ่มขึ้นสูงถึง 4.70  เมตร  ซึ่งทำให้น้ำได้เอ่อล้นท่วมในหลายพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง  ซึ่งมีการวิเคราะห์กันว่า  น้ำท่วมครั้งนี้รุนแรงหนักกว่าเมื่อครั้งที่แล้ว  ซึ่งล่าสุด  กระแสน้ำได้ไหลท่วมไปถึงบริเวณรางรถไฟของสถานีรถไฟเชียงใหม่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง  และทะลักเข้าท่วมในหลายพื้นที่ของ ต.หนองผึ้ง  ต.ยางเนิ้ง อ.สารภี  จ.เชียงใหม่   

 

โรงแรมจัดการประชุมรัฐบาลไทย-จีน ป่วนน้ำทะลัก

อย่างไรก็ตาม  น้ำท่วมเมืองเชียงใหม่ในครั้งนี้  ทาง พล.อ.อ.คงศักดิ์  วันทนา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย  และนายเสริมศักดิ์  พงษ์พานิช  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วม  รวมทั้งไปเตรียมความพร้อมของโรงแรมเชอราตัน เชียงใหม่  ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมร่วมในด้านเศรษฐกิจและการลงทุนระหว่างรัฐบาลไทยกับจีน ในวันที่ 21-22 ก.ย.นี้  ซึ่งโรงแรมดังกล่าวมีพื้นที่อยู่ติดลำน้ำปิง  ได้เกิดน้ำท่วมทะลักเข้าไปเนื่องจากกระแสน้ำจากเหนือกำลังไหลบ่ามาอย่างต่อเนื่อง 

 

ทั้งนี้  ทางจังหวัดได้ระดมกำลังทหารและอาสาสมัคร  เข้าไปแก้ไขปัญหาโดยได้มีการนำกระสอบทรายไปปิดกั้นถนนและริมฝั่งแม่น้ำปิงเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมโรงแรม  จนทำให้เกิดน้ำทะลักเข้าไปในบ้านเรือนของชาวบ้าน  ซึ่ง  ได้ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว  ได้โทรศัพท์ไปร้องเรียนกับทางสถานีวิทยุชุมชนว่า  การกระทำเช่นนี้  นอกจากไม่ได้ช่วยบรรเทาช่วยเหลือชาวบ้านแล้ว  ยังเป็นการได้สร้างความเดือดร้อนอีก      

แสดงความคิดเห็น

ข่าวรอบวัน

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์