"บัวแก้ว"ยอมรับ 131 คนไทย หนีภัยมืดลอบสังหารผู้นำชุมชน-ชาวบ้าน


ประชาไท-8 .. 48         "มท.1 -บัวแก้ว" ส่งตัวแทนเข้าชี้แจง 3 คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ร่วมวุฒิสภา กรณีไทยมุสลิม 131 คนหนีเข้ามาเลเซีย ผ่านไป 8 วัน มีปัญญาเข้าพบได้แค่ 3-5 คน ยอมรับคนกลุ่มดังกล่าวอาจกลัวจริง แต่ยันจะหาทางนำตัวกลับโดยเร็ว

 

นาย ประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย  รองอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กระทรวงต่างประเทศ กล่าวชี้แจงกรณีดังกล่าวต่อ กมธ.ร่วมฯ ว่า คนไทยกลุ่มดังกล่าวถูกทางการประเทศมาเลเซียจับกุมในข้อหาข้ามแดนผิดกฎหมาย หลังจากทราบข่าวการจับกุม เมื่อวันที่ 31 .. ที่ผ่านมา กงสุลใหญ่ไทยประจำประเทศมาเลเซียได้รีบเข้าไปติดต่อขอพบทันที แต่ทางประเทศมาเลเซียเห็นว่าเป็นเรื่องอ่อนไหวสูง จึงยังไม่ให้เข้าพบ

 

นายประศาสน์ อ้างต่อว่า ต่อมาทางประเทศมาเลเซียอนุญาตให้เข้าพบได้ ก็เป็นวันเสาร์(3 ก.ย.) เข้าไปเยี่ยมได้แค่ครึ่งวัน ทาง UNHCR ก็ได้เข้าไปสอบถามข้อมูลคนไทยกลุ่มดังกล่าวด้วยทำให้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นได้เพียง 3-5 คน

 

จากการสอบถามได้ข้อมูลว่า คนกลุ่มดังกล่าวหนีข้ามแดนไปเนื่องจากมีความกลัวที่จะอยู่ในประเทศไทย โดยระบุสาเหตุสำคัญ 4 ข้อ ได้แก่ ผู้นำในหมู่บ้านถูกลอบสังหาร อิหม่ามในหมู่บ้านถูกลอบสังหาร คนในหมู่บ้านจำนวนมากถูกสังหาร และมีข่าวลือว่าผู้ที่ถูกปล่อยตัวจากเหตุการณ์ชุมนุมที่ สภ..ตากใบกำลังถูกตามสังหาร

 

เมื่อทาง กมธ.ร่วม ถามว่า คนกลุ่มดังกล่าวได้มีการยื่นขอลี้ภัยกับทางประเทศมาเลเซียหรือไม่ นายประศาสน์ ตอบว่า มี แต่ทางประเทศมาเลเซียไม่มีนโยบายรับผู้ลี้ภัย และประเทศมาเลเซียก็ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องภายในของไทย

 

นอกจากนี้ นายประศาสน์ยังระบุอีกว่า กำลังมีการเจรจาด้วยดีกับประเทศมาเลเซีย เพียงแต่ทางประเทศมาเลเซียอาจมีความลำบากใจเนื่องจากเรื่องทางการเมือง เพราะพรรคฝ่ายค้านคอยตรวจสอบให้จัดการเรื่องดังกล่าวโดยอ้างกฎของ OIC ที่ต้องมั่นคงในบทบาทด้านการดูแลชาวมุสลิมด้วยกัน ส่วนท่าทีของ UNHCR ก็มีความน่าสงสัยว่าทำไม่ถึงต้องเข้าไปตรวจสอบตอนนี้เพราะกรณีดังกล่าวไม่ใช่การลี้ภัย

 

อย่างไรก็ตาม นายประศาสน์ ยอมรับว่า คนที่อพยพไปคงมีความกลัวจริงๆ และกล่าวว่า "กำลังหารือกันเพื่อหาทางส่งกลับอย่างเป็นระบบและมีความปลอดภัยทั้งการเดินทางและการใช้ชีวิตปกติ จะลงไปรับฟังปัญหาว่ากลัวอะไร ทางกระทรวงต่างประเทศกำลังประสาน "

 

นายศิวะ แสงมณี อธิบดีกรมการปกครอง ตัวแทนจากกรทรวงมหาดไทย ระบุว่า ข้อมูลที่ได้ตอนนี้คือ รายชื่อ 69 คน เป็นผู้ชาย 44 คน และผู้หญิง 9 คน ส่วนที่เหลืออีก 62 คน นั้น มีรายชื่อเป็นภาษามาเลเซีย แต่ข้อมูลที่ได้มากับข้อมูลทางประเทศมาเลเซียไม่ตรงกัน คาดว่าคนกลุ่มดังกล่าว อาจจะมีการปกปิดข้อมูลจริง และไม่มีบัตรประชาชนยืนยัน แต่อ้างว่าเป็นคนไทย ซึ่งจะตรวจสอบต่อไป

 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการตรวจสอบสาเหตุ 4 ข้อที่คน 131 คน ระบุว่ากลัวหรือไม่ นายศิวะ ตอบเลี่ยงว่า ต้องรอข้อมูลที่แท้จริงแน่นอนจากทางประเทศมาเลเซียก่อนจึงจะมาตรวจสอบสถานการณ์ที่อ้างถึง

 

ส่วน นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ประธานกรรมาธิการต่างประเทศ ตั้งข้อสังเกตของความกลัวว่า ใน 2 เดือนล่าสุด ตัวเลขการตายของชาวมุสลิมสูงขึ้นมากจนอาจทำให้ตั้งสมมติไปได้ว่าเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่ ในขณะที่ตอนนี้ทางทางกระทรวงต่างประเทศและกระทรวงมหาดไทยยังมีข้อมูลน้อยมาก แต่ด่วนสรุปว่าไม่ได้เป็นการลี้ภัย

 

"การที่นายกฯ พูดถึงผู้ลี้ภัยทันทีว่า จัดฉาก วิชามาร รู้ได้อย่างไร กระทรวงมหาดไทยหรือต่างประเทศรายงาน อยากถามว่าเป็นนโยบายมาจากข้างบนหรือวิจารณญาณของเจ้าหน้าที่ที่ให้ นาย สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรี มาแถลงการณ์ว่าผู้ลี้ภัยเป็นผู้เข้าประเทศผิดกฎหมายไม่ใช่ผู้ลี้ภัย อยากรู้ว่ารู้ได้อย่างไร" นายไกรศักดิ์ กล่าว

 

นายสุนัย ผาสุก ที่ปรึกษากรรมาธิการต่างประเทศวุฒิสภา กล่าวว่าการตรวจสอบของ UNHCR  เป็นหน้าที่ที่กระทำได้ และการเป็นผู้ลี้ภัยทางประเทศมาเลเซียต้องเป็นผู้ระบุ ซึ่งแม้ประเทศมาเลเซียจะไม่ประสงค์รับผู้ลี้ภัย แต่ก็อยู่ภายใต้จารีตระหว่างประเทศว่า คือหากมีความกลัวจนผู้นั้นไม่สามารถอยู่อาศัยในประเทศอย่างปลอดภัยได้ ต้องไม่ส่งบุคคลนั้นกลับ ทางประเทศไทยเองก็รับปฏิบัติเช่นกัน

 

หากประเทศมาเลเซียไม่ปฏิบัติตามหรือหากประเทศไทยกดดันประเทศมาเลเซียก็จะเป็นการลากประเทศมาเลเซียให้โดนประนามด้วย คาดว่า ทางออกที่ดีที่สุดของประเทศมาเลเซีย คือ การส่งคนกลุ่มดังกล่าวไปยังประเทศที่ 3 เหตุการณ์ดังกล่าวน้อยครั้งที่จะเกิดกับประเทศไทยคงเป็นเรื่องที่เสียหน้ามาก แต่ภายใต้จารีตปฏิบัติระหว่างประเทศมาเลเซียสามารถกระทำได้

 

สำหรับคณะกรรมาธิการที่ร่วมประชุมในครั้งนี้ได้แก่ คณะกรรมาธิการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ และคณะกรรมาธิการวิสามัญภาคใต้

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์