ความเก๋าเกมของโคอิสุมิ-บทวิเคราะห์

ผลการเลือกตั้งของญี่ปุ่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ( 11 กันยายน) ปรากฎผลออกแล้วมาว่า พรรคเสรีประชาธิปไตย ( LDP) ของนายจุนอิชิโร โคอิสุมิ ได้รับชัยชนะท่วมท้นเป็นประวัติการณ์ ในรอบ 15 ปีที่ได้ที่นั่งมากกว่ากึ่งหนึ่งคือ 241 ที่นั่งเพราะว่าทางพรรคได้คะแนนถึง 296 ที่นั่งจากที่นั่งในสภาทั้งหมด 480 ที่นั่ง

 

จากจำนวนที่นั่งที่มีอยู่ 296 ที่นั่งนี้ เมื่อไปรวมกับพรรคแนวร่วมที่ได้รับคะแนนเสียง 31 ที่นั่งก็จะทำให้พรรครัฐบาลนั้นจะมีที่นั่งถึง 327 ที่นั่ง มากกว่า 2 ใน 3 (320 ที่นั่ง) ที่ทำให้สามารถตัดสินใจได้โดยไม่จำเป็นจำเป็นต้องมีมติจากวุฒิสภาที่เคยคว่ำกฎหมายแปรรูปไปรษณีย์ของเขาลงไปจนเป็นเหตุให้ต้องยุบสภา เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ให้มีการเลือกตั้งใหม่เพื่อขอความเห็นจากประชาชนอีกครั้งหนึ่ง

 

คะแนนเสียงหรือชัยชนะที่โคอิสุมิได้รับในครั้งนี้ นอกจากจะพิสูจน์ศรัทธาจากประชาชนแล้วยังเป็นการยืนยันว่าประชาชนนั้นเห็นด้วยกับแผนการปฎิรูปการไปรษณีย์เป็นธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่มีมูลค่ารวมถึง 3. 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ  ซึ่งโคอิสูมิวางแผนเอาไว้ว่าจะปฎิรูปให้เสร็จภายในปี 2007 ที่จะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่นและจะทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ทันทีที่มีผลปรากฏออกมาว่าพรรคแอลดีพีชนะการเลือกตั้งตลาดหลักทรัพย์นิเคอิของญี่ปุ่นก็ขานรับในด้านบวกปรับตัวขึ้นทันทีอย่างน้อย ร้อยละ 1.8

 

นอกจากชัยชนะของโคอิสุมิจะทำให้ให้เขาได้เดินตามแผนปฎิรูปทางเศรษฐกิจที่เขาวางเอาไว้แล้ว หลายประเด็นที่เป็นข้อครหาอย่างเช่นการไปสุสานทหารในสงครามโลกครั้งที่ สอง หรือ การสานสัมพันธ์ที่แน่นแคว้นขึ้นกับสหรัฐฯ ก็น่าจะทำให้เขาเบาใจลงได้ ที่สำคัญคือถึงโอกาสของปฎิรูปพรรค ที่ได้เวลาล้างไพ่ใหม่ถือล้างมุ้งต่างๆในพรรคเสียที

 

มีประเด็นที่ต้องยอมรับอยู่อย่างหนึ่งจากการได้ชัยชนะของโคอิสุมิในครั้งนี้ก็คือ ความเชี่ยวชาญในเกมทางเมือง หรือ เรียกได้ว่าเป็นความเก๋าเกมและความกล้าบ้าบิ่นของเขาที่ได้ตัดสินใจเลือกแนวทางเพื่อยุบสภาให้มีการเลือกตั้งใหม่ มีสื่อตะวันตกจำนวนไม่น้อยคิดว่าเขาเสี่ยงเกิน ถึงกับเรียกว่าเป็นฆ่าตัวตายไปที่ประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ในขณะที่คะแนนนิยมเขาเริ่มลดลง และแม้กระทั่งลูกพรรคบางคน ( 37 คน) ยังทรยศไปโหวตไม่เห็นด้วยกับแผนปฎิรูปเศรษฐกิจของเขา ซึ่งเท่ากับว่า เขาอาจจะได้รับคะแนนนิยมน้อยลงไปอีกในการเลือกตั้งคราวนี้

 

แต่ประเด็นที่เรียกว่า ความเก๋า หรือความฉลาดเป็นกรด และความกล้าบ้าบิ่นของโคอิสุมิในการตัดสินในในครั้งนี้ก็คือ เขาได้ประเมินแล้วว่า หากเขายังคงปล่อยให้เหตุการณ์เป็นไปตามการลงมติของวุฒิสภานั้นต่างหากจะยิ่งทำให้คะแนนความนิยมเขาลดลงไป และนอกจากนั้นเขาก็ยังเห็นสถานการณ์ความได้เปรียบของพรรคแอลดีพีอยู่คือ เขาคำนวณแล้วว่า คะแนนเสียงที่มีอยู่ของแอลดีพี และ โคเมอิโตะใหม่พรรคร่วมรัฐบาลถึงแม้จะหัก 37 คนออกไปแล้วก็ตามก็ยังมีคะแนนเสียงเกินครึ่งอยู่

 

ดังนั้นการที่เขาออกมาประกาศว่าของฟังเสียงอีกครั้งว่าประชาชนเห็นด้วยกับความคิดของเขาหรือไม่ และหากเขาไม่สามารถรักษาที่นั่งข้างมากในสภาเอาไว้ได้ก็ยินดีจะลาออกจากหัวหน้าพรรค ก็ถือเป็นการวัดใจชาวญี่ปุ่นซึ่งเขารู้ดีว่ากำลังให้ความสำคัญกับการปฎิรูปเศรษฐกิจและหวังจะเห็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศฟื้นคืนมาอีกครั้งหนึ่ง

 

 นอกจากนั้นเขายังอ่านใจชาวญี่ปุ่นออกว่า คนญี่ปุ่นยังคงศรัทธาและเห็นเรื่องการรักษาคำพูดเป็นสำคัญ ดังที่เขาได้ออกมากล่าวแสดงความเสียใจในวันที่วุฒิสภาไม่ยอมผ่านกฎหมายปฎิรูปการไปรษณีย์ว่า ทำให้เขาไม่สามารถทำตามคำพูดได้ ดังนั้นเขาจึงกล้ากระทำในสิ่งที่เรียกว่าเอาตำแหน่งเป็นเดิมพัน

 

เขารู้ได้ทันทีหลังจากที่ประกาศยุบสภาว่าได้ทำสิ่งที่ถูกต้องเมื่อผลสำรวจคะแนนความนิยมในตัวเพิ่มจาก 4% เป็น 47% ทันที นอกจากนั้นผลสำรวจประชาชนทั่วไปของนิตยสารฉบับหนึ่งก็ออกมาบอกว่าผู้คนส่วนใหญ่ยังคงเลือกโคอิสุมิให้เป็นนายกรัฐมนตรีของเขาอยู่  ด้วยการตัดสินใจดังกล่าวนี่เองที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นทั้งหลายก็ได้แสดงความชื่นชมในภาวะความเป็นผู้นำของเขา และผลที่ปรากฏก็คือเขาก็ได้กลับคืนตำแหน่งเดิมอีกครั้งอย่าสง่างามกว่าเดิมขึ้นไปอีก

 

หมายเหตุ : รายงานนี้เขียนก่อนที่ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการประกาศ อาจมีการเปลี่ยนแปลงที่คาดว่าโคอิสุมิจะได้ที่นั่งมากกว่านี้

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์