แกรมมี่ซุ่มเงียบซื้อหุ้นมติชน หวังกุมอำนาจบริหาร


กรุงเทพฯ- 12 ก.ย.48        วานนี้(12 ก.ย.) บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ GMMM รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ ถึงมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทว่า ที่ประชุมอนุมัติการลงทุนของบริษัทฯ ในธุรกิจสื่อและสิ่งพิมพ์ ในระหว่างวันที่ 12-13 ก.ย.โดยจะเข้าซื้อหุ้นสามัญ บริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) จากผู้ถือหุ้นเดิมชาวต่างประเทศบางรายจำนวนทั้งสิ้น 65,961,100 หุ้น คิดเป็นประมาณ 32.18% ของทุนที่ชำระแล้ว 205 ล้านบาท ของบริษัท ซึ่งเมื่อรวมกับจำนวนหุ้นสามัญของมติชน ที่บริษัทฯ ได้มาก่อนหน้านี้จำนวน116,000 หุ้น เป็นผลให้บริษัทฯ ถือหุ้นสามัญของ MATI เป็นจำนวนทั้งสิ้น 66,077,100 หุ้น คิดเป็นประมาณ 32.23% ของทุนที่ชำระแล้ว


 


ข่าวดังกล่าวทำให้เกิดความเคลื่อนไหวในกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ในเครือมติชน โดยเย็นวันเดียวกันมีการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นในส่วนพันธมิตรของนาย<?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-com:office:smarttags" />ขรรค์ชัย บุนปาน เนื่องจากนายขรรค์ชัยมีหุ้นของมติชนรวมกันเพียง 28 % ดังนั้นจึงมีการระดมหุ้นให้นายขรรค์ชัยเพื่อรักษาอำนาจในการบริหารไว้ที่กลุ่มเดิม


 


แหล่งข่าวในกองบรรณาธิการมติชนรายวันกล่าวว่า  ข่าวการเข้าซื้อหุ้นมติชนของบริษัทแกรมมี่ ก่อให้เกิดความกังวลในกองบรรณาธิการ เนื่องจากไม่แน่ใจว่า หากเปลี่ยนผู้บริหารแล้ว นโยบายในการทำนำเสนอข่าวจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร


 


ทั้งนี้ รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์ระบุว่า ทางแกรมมี่ยังจะเข้าไปซื้อหุ้นสามัญของ บริษัทโพสต์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) จากผู้ถือหุ้นเดิมบางรายจำนวนทั้งสิ้น 116,277,830 หุ้น ล


 


คิดเป็นประมาณ 23.26% ของทุนที่ชำระแล้วของบริษัท ซึ่งเมื่อรวมกับจำนวนหุ้นสามัญของโพสต์ที่บริษัทฯ ซื้อมามาก่อนหน้านี้จำนวน 1,722,170 หุ้น เป็นผลให้บริษัทฯ ถือหุ้นสามัญของ โพสต์ เป็นจำนวนทั้งสิ้น 118,000,000 หุ้น คิดเป็นประมาณ 23.60% ของทุนที่ชำระแล้ว 500 ล้านบาท


 


นายภัทระ คำพิทักษ์ อุปนายกฝ่ายสิทธิเสรีภาพ สมาคมนักข่าวและนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนโดยระบุว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับทั้งโพสต์ และ มติชน เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร ฝ่ายกองบก.หรือ สาธารณชนเองก็อาจจะหวั่นไหวได้แต่เป็นเรื่องปกติของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นที่ใครก็ได้ที่จะเข้ามาซื้อ คนทำสื่อต้องเข้าใจและยอมรับ


 


อย่างไรก็ตาม ไม่ว่านายทุนคนไหนจะเข้ามาคนทำสื่อก็ต้องตระหนักถึงผลประโยชน์ของสาธารณ ไม่ใช่มุ่งผลประโยชน์ส่วนตัว แกรมมี่ที่มาจากธุรกิจบันเทิงก็ต้องมีหลักการเช่นกัน