รัฐสรุปหั่นงบ-ลดจำนวนราง รฟ.สายสีแดง"รังสิต-บางซื่อ"

"คาดว่าภายในปลายปีนี้หรืออย่างช้าไม่เกินเดือนกุมภาฯ จะมีการประกวดราคาก่อสร้างโครงการสายสีเขียว สีน้ำเงิน และสีแดง เพื่อให้บางเส้นทางแล้วเสร็จก่อนกำหนดคือ ปี 52" นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการระบบขนส่งมวลชนกล่าวภายหลังการประชุม

 

นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นมา 4 ชุด เพื่อเร่งรัดการดำเนินโครงการระบบขนส่งมวลชน โดยกำหนดกรอบเวลาให้ได้ข้อสรุปแนวเส้นทางและกรอบวงเงินลงทุนระยะแรกในอีก 2 สัปดาห์  

 

สำหรับคณะอนุกรรมการทั้ง 4 ชุด ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการพิจารณาด้านสายทาง ระบบการจราจร การออกแบบ และการก่อสร้าง ซึ่งมีนายมหิดล จันทรางกูร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม เป็นประธานฯ

 

คณะอนุกรรมการดูแลเกี่ยวกับการจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลระบบขนส่งมวลชน, คณะอนุกรรมการด้านการจัดการทางการเงินและคณะอนุกรรมการด้านการเจรจากับกรุงเทพมหานคร บมจ. ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ(BTS) และ บมจ.รถไฟฟ้ากรุงเทพฯ (BMCL) มีนายพรชัย นุชสุวรรณ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานคณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุด

 

โดยรายละเอียดแนวสายทางโครงการและกรอบวงเงินลงทุนนั้น คณะอนุกรรมที่แต่งตั้งจะพิจารณาเสร็จภายใน 2 สัปดาห์แล้วเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการอำนวยการฯ พิจารณาต่อไป

 

สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงเข้มจากรังสิต-มหาชัย ระยะทาง 65 กิโลเมตร (กม.) ที่ประชุมให้ปรับลดรางจาก 10 คู่ ลงเหลือ 2-3 คู่ ในช่วงรังสิต-บางซื่อ ระยะทาง 24.6 กม. เนื่องจากมีปริมาณมากเกินความจำเป็นและเพิ่มจำนวนสถานีให้มากขึ้น เพื่อเน้นการขนส่งผู้โดยสาร

 

ในสายสีม่วงนั้นจะต้องศึกษาทางเลือกอื่นทั้งเส้นทางและระบบเดินรถ เพื่อให้เหมาะสมกับจำนวนผู้โดยสาร เพราะจากการพิจารณารูปแบบโครงการเดิมพบว่า จำนวนผู้โดยสารต่ำจนไม่คุ้มค่าการเดินรถ  และจุดเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงินบริเวณเตาปูนมีปัญหากับมวลชน ที่ประชุมให้ปรับเส้นทางที่มาจากบางใหญ่เชื่อมต่อกับสายสีแดงเข้มบริเวณบางเขน หรือเชื่อมกับสายสีน้ำเงินบริเวณเตาปูน โดยใช้รถไฟฟ้าให้บริการ

 

ส่วนสายสีส้มเดิมมีแนวสายทางอยู่ใกล้เคียงกับสายสีแดงอ่อน ช่วงพญาไท-สุวรรณภูมิ หรือแอร์พอร์ตลิงค์ และเส้นทางอื่น ซึ่งจะกระทบต่อจำนวนผู้โดยสารในแต่ละเส้นทาง ไม่คุ้มค่าการลงทุน ซึ่งจะเป็นภาระทางการเงิน จึงต้องปรับปรุงเส้นทางให้สอดคล้องกับเส้นทางอื่นที่อยู่ในทิศทางเดียวกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

 

รมว.คมนาคมระบุว่า การปรับเส้นทางสายสีม่วงและสีส้มจะช่วยลดวงเงินลงทุนได้ราว 2 แสนล้านบาท โดยงบประมาณที่ประหยัดได้จะนำไปใช้ในการต่อขยายเส้นทางไปยังจังหวัดรอบนอก เพื่อให้ประชาชนต่างจังหวัดได้มีโอกาสใช้บริการระบบขนส่งมวลชนที่ดีขึ้น

 

 สำหรับการก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุงขนาดใหญ่ คาดว่าจะมีประมาณ 2-3 แห่งเท่านั้น จะใช้วิธีจัดตั้งศูนย์ซ่อมขนาดเล็กแทน เพราะปัจจุบันมีศูนย์ซ่อมขนาดใหญ่ของเอกชน 2 ราย ซึ่งอาจเจรจาขอใช้ศูนย์ซ่อมร่วมกับเอกชน

        

ทั้งนี้ คณะกรรมการอำนวยการฯ จะเตรียมความพร้อมโครงการระบบขนส่งมวลชนให้เรียบร้อยก่อนส่งต่อให้คณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรัฐมนตรีทุกกระทรวงร่วมเป็นกรรมการ ซึ่งจะมีการแต่งตั้งขึ้นในเร็วๆ นี้

 

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์