อบจ.ปัตตานีขานรับรัฐเพิ่มบทบาทดับไฟใต้

นายเศรษฐ์ อัลยุฟรี นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.) ปัตตานี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.อ.คงศักด์ วันทนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า ในเดือนตุลาคม 2548 เป็นต้นไป จะมอบหมายงานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามามีบทบาทร่วมแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้นว่า เป็นเรื่องที่เหมาะสมแล้วที่รัฐบาลจะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหามากขึ้น เนื่องเป็นผู้ที่ได้รับเลือกมาจากประชาชนโดยตรง เป็นตัวแทนของประชาชนในท้องถิ่น ย่อมรู้ปัญหาในท้องถิ่นเป็นอย่างดี ส่วนรูปแบบการมีส่วนร่วมจะเป็นอย่างไรนั้น ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือสั่งการทาจากรัฐบาลจึงยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีบทบาทอย่างไร

 

นายเศรษฐ์ กล่าวอีกว่า แนวคิดนี้มีการเสนอไปหลายครั้งแล้ว เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลเห็นว่า การแก้

ปัญหาความมั่นคงเป็นหน้าที่หลักของหน่วยงานทางด้านความมั่นคงและหน่วยงานส่วนภูมิภาค คือ จังหวัด ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น รัฐบาลเห็นว่าเป็นหน่วยงานพัฒนาเท่านั้น จึงไม่ค่อยให้ความสำคัญมากนัก ประกอบกับในมุมมองของรัฐบาลเห็นว่า นักการเมืองท้องถิ่นอาวุโสบางคน คงไม่ต้องบอกว่า เป็นใคร มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่ จึงไม่ค่อยให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้มากนัก

 

นายเศรษฐ์กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี มีบทบาทในการแก้ปัญหาความไม่สงบร่วมกับภาครัฐมาแล้วอาทิเช่น การสนับสนุนงบประมาณด้านความมั่นคง นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการพัฒนาบุคลากรในท้องถิ่นให้มีคุณภาพ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งล้วนแล้วแต่มีส่วนในการแก้ปัญหาในพื้นที่ด้วย ทั้งนี้เพราะองค์กรปกครองท้องถิ่นเชื่อว่าการพัฒนาให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ก็จะทำให้ปัญหาต่างๆ หมดไปด้วย ถ้าประชาชนมีความมั่นคง มีการศึกษาดี ปัญหาความไม่สงบซึ่งเป็นปัญหาที่อยู่ปลายเหตุก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาเหล่านี้ต้องใช้องค์กรที่มีความเข้าใจปัญหาในท้องถิ่นเข้าไปปฏิบัติการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น

 

นายเศรษฐ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามการเข้าไปมีบทบาทในการแก้ปัญหาคงต้องยึดบทบาทหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นหลักตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2545 นั่นคือ เรื่องของการจัดการความสงบเรียบร้อยภายในจังหวัด เช่นการแปลงงานด้านการรักษาความปลอดภัยให้เข้ากับการรักษาความสงบเรียบร้อยตามนโยบายของรัฐบาล หรือ การบูรณาการโครงการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดให้เข้ากับโครงการของทางราชการ ซึ่งการเข้าไปมีบทบาทในการแก้ปัญหามีหลายรูปแบบแล้วแต่ความเหมาะสม ซึ่งหากจะใช้บทบาทที่นอกเหนือจากที่กำหนดก็จะต้องมีข้อยกเว้น ซึ่งจะต้องพิจารณาตามความเหมาะสม

 

นายเศรษฐ์กล่าวต่อว่า ส่วนการรับมือกับภาวะวิกฤติอย่างเช่นกรณีการจับทหาร 2 นายที่บ้านตันหยงลีมอ อำเภระแงะ จังหวัดนราธิวาส  ซึ่งจะต้องใช้การเจรจานั้น ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานียังไม่ได้เตรียมรับมือแต่อย่างใด แต่คิดว่าในการเจรจานั้นจะต้องใช้ความเป็นผู้นำของผู้เจรจาเป็นหลัก ซึ่งบางครั้งการแก้ปัญหาต้องใช้ความเป็นผู้นำเป็นหลักด้วย

 

นายเศรษฐ์ กล่าวอีกว่า ตนมองว่าปัญหาความไม่สงบมีสาเหตุมาจากปัญหาพื้นฐานคือ การศึกษาและความยากจน ซึ่งถ้ามีปัญหาทั้ง 2 อย่างแล้ว ก็จะทำให้ปัญหาอื่นๆ เกิดขึ้นตามมาด้วย เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาเหล่านี้รัฐจะต้องปรับโครงสร้างขององค์กรรัฐให้มีความสอดคล้องปัญหาและความต้องการของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ซึ่งจะต้องเข้าใจพื้นที่เป้นอย่างดี ตรงกับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ว่าเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา

 

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

แสดงความคิดเห็น

พื้นที่ประชาสัมพันธ์